ตอนที่ 151

บูม บูม บูม...

ทัณฑ์สายฟ้าที่ไม่มีที่สิ้นสุดได้ผ่าลงมาทำให้

พระราชวังทั้งหมดในตอนนี้ปกคลุมไปด้วยสายฟ้าจำนวนนับไม่ถ้วน

ผู้คนนับไม่ถ้วนที่อยู่ด้านนอกของพระราชวัง ต่างก็ยืนดูเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความหวาดกลัว พระราชวังถูกปกคลุมไปด้วยทัณฑ์สายฟ้าและโดนโจมตีอย่างต่อเนื่อง

"โฮกกกกก!"

ในขณะนี้เอง ได้มีเสียงคำรามของ มังกรฟ้า

หงส์เพลิง เต่าดำ และพยัคฆ์ขาว สัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่โจมตีออกไปอย่างพร้อมเพียงกัน ปิดกั้นการโจมตีของทัณฑ์สายฟ้าที่กำลังผ่าลงมา

ฉากนี้ทำให้เทียนซวนจื่อ รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่

ค่ายกลสี่สัตว์เทพสามารถป้องกันการโจมตีของทัณฑ์สายฟ้าเอาไว้ได้จริงๆ

คนอื่นๆ ตกใจยิ่งกว่าเพราะว่าพวกเขานั้นไม่รู้เลยว่าพระราชวังของราชวงศ์เซี่ยมีค่ายกลที่ทรงพลังเช่นนี้ซ่อนอยู่

“ค่ายกลสี่สัตว์เทพช่างเป็นค่ายกลที่ทรงพลังจริงๆ”

มหาอำนาจทั้งหมดที่เฝ้าดูการต่อสู้ต่างก็พากันตกตะลึง

ในตอนนี้จิตวิญญาณสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ ที่โผล่ออกมาจากพระราชวัง

พวกมันยังคงปิดกั้นการโจมตีของทัณฑ์สายฟ้าอย่างต่อเนื่อง

ถึงแม้ว่าในขณะนี้จะมีหลายคนที่รู้สึกหวาดกลัวต่อความแข็งแกร่งของราชวงศ์เซี่ย

แต่พวกเขาก็คิดว่าคงอีกไม่นานราชวงศ์เซี่ยก็คงจะถูกทัณฑ์สายฟ้าทำลาย

ภายใต้การโจมตีของนิกายเต๋าสวรรค์ ไม่เคยมีราชวงศ์ใดที่สามารถต่อต้านนิกายเต๋าสวรรค์ได้เลย

"มันไม่มีประโยชน์"

เทียนซวนจื่อ ยิ้มเยาะยกมือของเขาขึ้นแล้วกดมันลงมาอีกครั้ง

เกิดเสียงดังโครมคราม สายฟ้าขนาดใหญ่อีกอันก็ได้ผ่าลงมา ทำให้เกิดเสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วทั้งพระราชวังเมืองหลวงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

ทำให้ผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนที่ทนแบกรับแรงกดดันไม่ไหวจนต้องคุกเข่าลงกับพื้นในทันที

ในเวลานี้ ผู้คนจำนวนมากที่อยู่ภายในพระราชวังต่างก็พากันตื่นตระหนก

เมื่อพวกเขาเห็นสายฟ้าขนาดใหญ่ที่กำลังโหมกระหน่ำลงมาอย่างต่อเนื่องเหนือหัวของพวกเขา

แต่โชคดีที่พระราชวังแห่งนี้มีค่ายกลปกป้องที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก

และสามารถปิกันการโจมตีของสายฟ้าทั้งหมดเอาไว้ได้

แล้วต่อจากนี้พวกเขาจะต้องทำอย่างไร?

ทุกคนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวาดกลัวและไม่สบายใจ

พวกเขาทั้งหมดมองไปที่จักรพรรดินีเซี่ยซี

ในเวลานี้จักรพรรดินีเซี่ยซี ยังคงมีสีหน้าสงบและเธอก็พูดออกมาว่า

"พวกเจ้าทุกคนอย่าพึ่งร้อนใจกันไปเลย ทุกอย่างได้ถูกจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ควบคุมเอาไว้หมดแล้ว

ดังนั้นพวกเจ้าจึงไม่จำเป็นต้องกังวล"

แต่ว่าคำพูดเหล่านี้ก็ยังไม่อาจทำให้ ทุกคนรู้สึกสบายใจได้ แต่พวกเขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้อยู่ดี

สิ่งเดี่ยวที่พวกเขาทำได้ตอนนี้ก็คือ ฝากความหวังทั้งหมดเอาไว้กับจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์

และหวังว่าจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์จะสามารถจัดการทุกอย่างได้ ไม่เช่นนั้นพวกเขาก็คงต้องตายกันทั้งหมดนี้

"นับว่าใช้ได้"

ในเวลานี้ ภายในพระราชวังจักรพรรดิมนุษย์ เซี่ยเฉิน ยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ

เพราะว่าในตอนนี้เขากำลังทดสอบความแข็งแกร่งของ ค่ายกลสี่สัตว์เทพ

ว่าแข็งแกร่งแค่ไหนสามารถทนรับการโจมตีของปรมาจารย์ขอบเขตนิพพานที่ควบแน่นสมบัติศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาได้หรือไม่

เทียนซวนจื่อ

ที่อยู่ด้านนอกของพระราชวังนั้นอยู่ในขอบเขตนิพพานที่สามารถควบแน่นสมบัติศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาได้

และยังสามารถควบคุมสายฟ้าได้อีกด้วย

ถึงทำให้เห็นว่าในตอนนี้ค่ายกลสี่สัตว์เทพ

นั้นมีพลังป้องกันที่เพียงพอจะป้องกันการโจมตีของ เทียนซวนจื่อ อย่างต่อเนื่องเป็นเวลาสามวันสามคืน

ถ้าหากว่าเทียนซวนจื่อ ต้องการบุกเข้ามาข้างในพระราชวังเขาต้องพาคนมาด้วยอย่างน้อยสี่คน

และโจมตีพร้อมกันทั้งสี่ทิศในเวลาเดียวกันถึงจะทำลายการป้องกันของค่ายกลสี่สัตว์เทพ

ลงได้อย่างสมบูรณ์

ดังนั้นเซี่ยเฉิน จึงรู้สึกพอใจเป็นอย่างมากกับความแข็งแกร่งของ

ค่ายกลสี่สัตว์เทพ

เมื่อการทดสอบสิ้นสุดลง ขั้นตอนต่อไปคือสังหาร เทียนซวนจื่อ

“ดีมาก คงถึงเวลาแล้วที่ข้าจะต้องลงมือ”

เซี่ยเฉิน พูดออกมาอย่างเย็นชาและลุกขึ้นยืน ทันใดนั้นแรงกดดันที่น่าสะพรึงกลัวก็ปะทุออกมาจากร่างกายของเขา

กลิ่นอายของจักรพรรดิแผ่ออกไปอย่างรวดเร็วในไม่ช้าก็ปกคลุมพระราชวังทั้งหมด

บูม!

พลังปราณงสีม่วงพุ่งสูงขึ้นไปบนท้องฟ้า จุดศูนย์กลางคือพระราชวังจักรพรรดิมนุษย์

และได้ปรากฏภาพมายาขนาดใหญ่ขึ้น

“จักรพรรดิ์ศักดิ์สิทธิ์!”

ทุกคนที่อยู่ภายในพระราชวังต่างก็พากันส่งเสียงเชียร์ และรู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่เห็นจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ปรากฏตัวออกมาในขณะนี้

นี้คือบุคคลที่เป็นตำนาน จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน

เซี่ยเฉินค่อยลอยขึ้นไปยืนอยู่บนยอดของพระราชวัง

โดยที่มีภาพมายาของจักรพรรดดิอยู่เหนือศีรษะของเขา แสงห้าสีส่องลงมาปกคลุมร่างกายของเขาในตอนนี้

บูม บูม บูม...

ทันทีที่เขาปรากฏตัวขึ้นมา เขาก็ได้ดึงดูดการโจมตีของทัณฑ์สายฟ้าในทันที

แต่ว่าน่าเสียดายที่ทัณฑ์สายฟ้า

ไม่อาจทำอะไรเซี่ยเฉินได้เลย

เซี่ยเฉิน ในตอนนี้ได้ปลดปล่อยภาพมายาของจักรพรรดิมนุษย์ออกมา

และเหนือศรีษะของเขาในตอนนี้นั้นเต็มไปด้วยทัณฑ์สายฟ้าจำนวนมาก

“จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์?”

"พระเจ้า!"

“ช่างเป็นกลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างมาก เขาสามารถเพิกเชยต่อการโจมตีของทัณฑ์สายฟ้านับพันครั้งได้อย่างนั้นเหรอ?”

ในช่วงเวลาหนึ่ง ผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนทั้งในและนอกเมืองหลวงต่างก็ตกตะลึงและพากันอุทานออกมา

พวกเขาต่างก็จ้องมองไปยังภาพมายาของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์

ที่ยืนอยู่เหนือพระราชวังอย่างภาคภูมิใจ ก็ทำให้พวกเขาตกตะลึงอย่างอธิบายไม่ได้อยู่พักหนึ่ง

นี่คือจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉินผู้ยิ่งใหญ่

จักรพรรดิผู้อยู่ยงคงกระพัน

เขากำลังยืนอยู่ตรงนั้น แม้ว่าเขาจะถูกสายฟ้าผ่าโจมตีลงมา แต่เขาก็จะไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

ทัณฑ์สายฟ้าไม่สามารถแม้แต่จะทะลวงการป้องกันของภาพมายาจักรพรรดิได้เลย

“เจ้าคือจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน?”

เทียนซวนจื่อ มองไปที่ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ในใจกลางของภาพมายา

จักรพรรดิที่อยู่ตรงหน้าเขาอย่างระมัดระวัง

ทันทีที่อีกฝ่ายปรากฏตัว เขาก็รู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก

เพราะว่าชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขานั้นแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก

คนที่แข็งแกร่งเช่นนี้เขาเคยพบเจอในตอนที่ทำสงครามกับราชวงศ์เทพเพียงเท่านั้น

เทียนซวนจื่อ ไม่คาดคิดเลยว่า จักรพรรดิที่ทรงพลังเช่นนี้จะปรากฏตัวขึ้นมาในราชวงศ์เซี่ย

และจักรพรรดิที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าของเขาในตอนนี้นั้น กำลังต้องการที่จะประกาศให้โลกรับรู้ว่านี้คือจักรพรรดิผู้อยู่ยงคงกระพัน

“นิกายเต๋าสวรรค์ สิ่งที่เจ้ากำลังทำอยู่ในตอนนี้ เป็นความผิดที่ไม่อาจอภัยได้”

น้ำเสียงของเซี่ยเฉิน เต็มไปด้วยความเย็นชา แรงกดดันของจักรพรรดิแพร่กระจายออกไปทั่วทั้งเมืองหลวง

ทันทีที่เทียนซวนจื่อ ได้ยินคำพูดของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เขาก็รู้สึกโกรธขึ้นมาในทันที

"อวดดี!"

เขาตะโกนเสียงดังและพูดออกมาด้วยนำเสียงที่เย็นชา "ข้าเทียนซวนจื่อ

เป็นตัวแทนของนิกายเต๋าสวรรค์ เดินทางมาที่อาณาจักรแห่งนี้เพื่อทำหน้าที่ลงโทษเจ้าแทนเต๋าสวรรค์

และเจ้าเป็นเพียงจักรพรรดิของราชวงศ์มนุษย์ เจ้ากล้าที่จะดูหมิ่นเต๋าของสวรรค์ได้อย่างไร?”

“เต๋าสวรรค์?”

เซี่ยเฉินพูดออกมาเสียงดังน้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเย็นชา

"ถ้าหากว่าโลกใบนี้ไม่มีจักรพรรดิคอยปกครองแผ่นดินแล้วประชาชนธรรมดาทั่วไปจะใช้ชีวิตอยู่กันอย่างไร

พวกเจ้านิกายเต๋าสววรค์ทำตัวอวดอ้างว่าเป็นผู้พิทักษ์กฏของเต๋าสวรรค์

ข้าจะเป็นคนที่ลงมือทำลายพวกเจ้าเอง”

“จักรพรรดิผู้เย่อหยิ่ง วันนี้ข้าเทียนซวนจื่อจะแสดงให้เจ้าเห็นถึงพลังที่แท้จริงของเต๋าสวรรค์ที่ไม่อาจแตะต้องได้”

"ฆ่า!"

เทียนซวนจื่อ ในตอนนี้รู้สึกโกรธแค้นเป็นอย่างมาก เขาระเบิดพลังในร่างกายของเขาทั้งหมดออกมา

เพื่อควบคุมทัณฑ์สายฟ้าและโจมตีไปที่เซี่ยเฉิน

ราวกับเต๋าสวรรค์กำลังโกรธ

เสียงฟ้าร้องดังกึกก้อง... เปรี๊ยง.....

ทัณฑ์สายฟ้า ควบแน่นจนกลายเป็นมังกรสายฟ้าที่น่าสะพรึงกลัว

มันแข็งแกร่งและทรงพลังจนสามารถทำลายล้างโลกได้เลย

แต่ว่ากลับไม่สามารถทำอะไรเซี่ยเฉินได้เลย

มังกรสายฟ้าได้ถูกภาพมายาของจักรพรรดิมนุษย์ป้องกันเอาไว้ได้ทั้งหมด เซี่ยเฉินไม่ได้รับบาดเจ็บเลย

และในตอนนี้ เซี่ยเฉินก็กำลังจ้องมองไปที่ เทียนซวนจื่อ

ด้วยใบหน้าที่สงบนิ่ง เขาถือดาบแห่งจักรพรรดิเอาไว้ในมือของเขา และในตอนนี้ดาบแห่งจักรพรรดิก็กำลังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

เซี่ยเฉินค่อยๆ จับด้ามดาบ ปลดปล่อยเจตจำนงดาบที่แข็งแกร่งเข้าไปภายในดาบแห่งจักรพรรดิ

“หากท้องฟ้าต้องการกดขี่ข้า ข้าก็จะแยกท้องฟ้า”

"ข้าคือเทพเจ้า"

เสียงของเซี่ยเฉิน ดังกึกก้องไปทั่วท้องฟ้า ทำให้ท้องฟ้ามืดลง

และดวงตาของผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนก็มืด จนมองไม่เห็นสิ่งใดเลย

พวกเขาเห็นเพียงแค่แสงสว่างที่กำลังตัดผ่านความว่างเปล่า และทำให้ท้องฟ้าอันมืดมิดแยกออกจากกัน

บูม!

ปราณดาบฟันฟาดออกไป

ท้องฟ้าก็พังทลายความว่างเปล่าก็ถูกแยกออกเป็นสองซีก

ทัณฑ์สายฟ้าที่ไม่มีที่สิ้นสุดพังทลายลงในทันที

มันไม่สามารถต้านทานการโจมตีของดาบแห่งจักรพรรดิที่น่าสะพรึงกลัวได้เลย

ดาบแห่งจักรพรรดิ นั้นเต็มไปด้วยพลังแห่งจักรพรรดิที่แข็งแกร่งและไม่อาจหยุดยั้งได้

เมื่อเผชิญหน้ากับดาบเล่มนี้ เทียนซวนจื่อ ก็รู้สึกได้ถึงภัยคุกคาม

เขาอ้าปากตะโกนออกมาด้วยความหวาดกลัว ร่างกายของเขาถูกปราณดาบกวาดผ่านไป

พัฟ!

เกิดเสียงอู้อี้ขึ้นในลำคอ ร่างของเทียนซวนจื่อ แข็งค้างยืนอยู่กลางอากาศ

ดวงตาของเขาแสดงร่องรอยของความกลัว ความไม่เชื่อ และค่อยๆ สูญเสียความแวววาวไป

เกิดความเงียบงันขึ้มารอบๆ

ปรมาจารย์จำนวนนับไม่ถ้วนและกองกำลังทั้งหมดก็สูญเสียเสียงของพวกเขา

พวกเขามองไปที่ เทียนซวนจื่อ ซึ่งถูกแช่แข็งอยู่บนท้องฟ้า

ดวงตาของเขาสลัวลง และปรากฏรอยเลือดขึ้นที่ระหว่างคิ้วของเขาค่อยๆ ไล่ลงมาอย่างช้าๆ

ปัง

ในที่สุดร่างของเทียนซวนจื่อ ก็ร่วงลงมากระแทกกับพื้น

เผยให้เห็นหลุมลึกขนาดใหญ่

ร่างกายของเทียนซวนจื่อ ไม่มีลมหายใจอีกต่อไป ไม่มีแม้กระทั้งความผันผวนของพลังชีวิต

จิตวิญญาณของเขาก็พังทลายลงและสลายไปในชั่วพริบตา

เขาถูกสังหารด้วยดาบเดียว เพียงแค่ดาบเดียวเท่านั้น!

“แขวนศพของเขาเอาไว้ที่ด้านหน้าประตูเมือง และประคำสั่งของข้าออกไปให้ถึงนิกายเต๋าสวรรค์

นับจากนี้ไปถ้าหากว่ามีคนของนิกายเต๋าสวรรค์เข้ามายังดินแดนของราชวงศ์เซี่ย

มันผู้นั้นจะต้องถูกสังหารอย่างไม่มีข้อยกเว้น!”

เมื่อได้ยินคำสั่งของ จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ ผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนที่อยู่ในเมืองหลวงก็รู้สึกตัวขึ้นมาอกครั้ง

“จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อยู่ยงคงกระพัน

อายุยืนยาวไร้ขอบเขต!”

“จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อยู่ยงคงกระพัน

อายุยืนยาวไร้ขอบเขต!”

“จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อยู่ยงคงกระพัน

อายุยืนยาวไร้ขอบเขต!”

เสียงตะโกนดังกึก้องไปทั่วทั้งเมืองหลวง ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างก็ส่งเสียงเชียร์

โห่ร้องออกมาเพื่อระบายความตื่นเต้นที่อยู่ภายในของพวกเขา

จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อยู่ยงคงกระพัน!

ในขณะนี้ พวกเขาได้รู้แล้วว่าจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์แข็งแกร่งมากแค่ไหน

พวกเขาทั้งหมดต่างก็พากันหวาดกลัวและไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่พวกเขาเห็นอยู่ในขณะนี้เลย

เทียนซวนจื่อ ได้ถูกสังหารแล้วจริงๆ

และเป็นการลงมือสังหารด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว ทันทีที่จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ปรากฏตัวขึ้นมา

เขาก็สังหารเทียนซวนจื่อ ซึ่งเป็นคนของนิกายเต๋าสวรรค์

ซึ่งเป็นอัจฉริยะที่สามารถควบแน่นสมบัติศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาได้

ทุกคนตกตะลึง

จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สามารถลงมือ สังหารอัจฉริยะที่สามารถควบแน่นสมบัติศักดิ์สิทธิ์ได้ในไม่กี่วินาที

เขามีพลังมากแค่ไหน?

“พวกเราจะต้องไม่เป็นศัตรู กับราชวงศ์เซี่ย”

“ความแข็งแกร่งของ จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ นั้นไม่อาจหยั่งรู้ได้”

ในช่วงเวลาหนึ่ง กองกำลังทั้งหมดต่างก็พากันหวาดกลัว

ความแข็งแกร่งของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์

แม้แต่อัจฉริยะที่สามารถควบแน่นสมบัติศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาได้

ยังถูกสังหารด้วยดาบเดี่ยว ไปเล่าให้ใครฟังก็คงจะไม่มีใครเชื่อหากว่าคนผู้นั้นไม่ได้เห็นด้วยตาของตนเอง?

กองกำลัง นิกาย และตระกูลซ่อนเร้น

ต่างๆก็ไม่กล้าที่จะเคลื่อนไหวอะไรอีกต่อไป

หลังจากที่ข่าวของการต่อสู้ในครั้งนี้แพร่กระจายออกไป ก็ไม่มีใครกล้ายั่วยุราชวงศ์เซี่ย

และก็ไม่มีใครกล้าดูถูกดูแคลนจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ ผู้ที่ทำให้ทั้งโลกตกตะลึงครั้งแล้วครั้งเล่าอีกต่อไป