ตอนที่ 100

ภายในเขตพระราชวังจักรพรรดิเซี่ย องค์หญิงสิบและเซี่ยเฉิน กำลังยืนอยู่ในลานกว้าง

โดยมีศพที่ไม่มีหัวนอนอยู่ที่เท้าของพวกเขา โดยที่หัวของศพได้กลิ้งมาอยู่ข้างหน้าพวกเขา

ศพนี้คือศพขององค์ชายสิบเอ็ดเซี่ยหลัว

ที่ได้ถูกจักรพรรดิเซี่ยเข้ายึดครองร่างของเขาไป

“ออกมาเถอะ ข้ารับรู้ถึงตัวตนของเจ้าได้นานแล้ว”

เซี่ยเฉิน กล่าวออกมาเบาๆ และมองไปยังมุมหนึ่งของศาลากิเลน

ด้วยท่าทางที่สงบ

ท่าทางขององค์หญิงสิบ ดูเป็นกังวลเธอได้มองไปยังทิศทางที่เซี่ยเฉินมอง

แต่น่าเสียดายที่เธอไม่เห็นอะไรเลย

เธอเกิดความรู้สึกสงสัยว่าจริงๆ แล้วมีใครอยู่ตรงนั้นจริงหรือไม่?

“อืม เจ้าสามารถมองเห็นข้าได้จริงๆ”

หลังจากนั้นไม่นานได้มีเสียงที่ดูแหบพล่าดังขึ้นมา และจู่ๆ ก็ได้มีร่างของชายชราปรากฏตัวขึ้นมา

ผู้ที่ปรากกตัวขึ้นมาเป็นชายชรา

และร่างกายของเขาเต็มไปด้วยบรรยากาศที่ไม่สามารถอธิบายได้

แต่ว่าเซี่ยเฉินก็ไม่ได้ประมาทเขา ชายชราคนนี้นั้นอยู่ในขอบเขตนิพพานและยังแข็งแกร่งกว่าจักรพรรดิเซี่ย

จักรพรรดิเซี่ย นั้นอยู่ในขอบเขตนิพพานขั้นที่หนึ่ง

ส่วนชายชราผุ้นี้ น่าจะอยู่ในขอบเขตนิพพานขั้นที่สองแล้ว

“เจ้า เจ้าเป็นใคร ทำไม่ถึงอยู่ทีนี่” องค์หญิงสิบ มองไปที่ชายชราด้วยความประหลาดใจ

แต่ว่าเธอก็รู้สึกคุ้นเคยอยู่เล็กน้อย

ดูเหมือนว่าเธอจะเคยเห็น ชายชราคนนี้ที่ไหนสักแห่ง

“เสี่ยวซี เจ้าจำชายชราไม่ได้เหรอ?”

ชายชรามองไปที่ องค์หญิงสิบ ด้วยท่าทางที่อ่อนโยน

“เพียงพริบตาเดียว เจ้าโตขึ้นมาก”

เขาพูดออกมาด้วยอารมณ์

ทันใดนั้นองค์หญิงสิบ ก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้และอุทานออกมาว่า "บรรพบุรุษ

ท่านคือท่านบรรพบุรุษใช่ไหม?"

"ถูกต้อง เป็นข้าเอง" ชายชราพยักหน้า ด้วยความรู้สึกโล่งใจ

เขามองไปที่องค์หญิงสิบแล้วถอนหายใจออกมา "มองย้อนกลับไปเมื่อตอนที่เจ้าเพิ่งเกิด

ชายชราเป็นคนที่ตั้งชื่อให้กับเจ้าด้วยตนเอง และเมื่อตอนที่เจ้าอายุได้ห้าขวบ เจ้าก็ได้บุกเข้าไปในห้องโถงบรรพบุรุษและเกือบจะถูกลงโทษ

ดังนั้นข้าจึงช่วยไม่ให้เจ้าถูกลงโทษ"

“และข้ายังได้สอนให้เจ้าฝึกฝนและบ่มเพาะพลัง”

เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ชายชราก็ถอนหายใจออกมาอีกครั้ง หลายปีผ่านไปช่างรวดเร็วเสียจริงๆบัดนี้เจ้าได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว

องค์หญิงสิบ เงียบไปชั่วขณะและมีน้ำตาไหลออกมาจากดวงตาของเธอ ในความเป็นจริงทักษะที่เธอฝึกฝนและบ่มเพาะในอดีตนั้นเธอได้รับการสั่งสอนมาจากชายชราคนนี้มาโดยตลอด

เธอรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย และถามออกไป "บรรพบุรุษ ท่านมาที่นี่เพื่อลงโทษพวกเราเหรอ?"

สำหรับชายชราที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาทั้งสอง องค์หญิงสิบก็ตระหนักได้ถึงความแข็งแกร่งของเขาได้เป็นอย่างดี

ในตอนนี้เธอรู้สึกกังวลมากยิ่งขึ้นเกี่ยวกับการปรากกตัวของชายชรา

เธอกลัวว่าชายชราจะลงโทษเธอและเซี่ยเฉิน

ท้ายที่สุดแล้วพวกเขาทั้งสอง เพิ่งลงมือสังหารองค์รัชทายาทและจักพรรดิเซี่ย

“การลงโทษ?” ชายชราหัวเราะเยาะตัวเอง

เขามองไปที่ เซี่ยเฉิน ใบหน้าของเขาค่อยๆ เคร่งขรึมและจริงจัง

"ข้า คงไม่มีความสามารถ" ชายชราส่ายหัวทันที

เขาหัวเราะเยาะตัวเอง "เพราะว่าข้าคงจะไม่สามารถเอาชนะองค์ชายเก้า

คนที่ยืนอยู่ข้างๆเธอได้"

องค์หญิงสิบ ตกตะลึงอีกครั้ง เพราะว่าในสายตาของเธอ บรรพบุรุษคือคนที่แข็งแกร่งที่สุดและเป็นผู้พิทักษ์ที่แท้จริงของราชวงศ์เซี่ย

ซึ่งเป็นผู้ที่แข็งแกร่งและอยู่ยงคงกระพันซึ่งมีชีวิตอยู่มาสามร้อยปีแล้ว

และในตอนนี้สิ่งที่เธอได้ยินคือ เขาบอกว่าเขาไม่สามารถเอาชนะพี่เก้าของเธอได้

เป็นเรื่องจริงหรือ?

องค์หญิงสิบกระพริบตาของเธอ มองไปที่เซี่ยเฉิน ที่กำลังยืนอยู่ด้วยใบหน้าที่สงบนิ่งข้างๆเธอ

และมองไปที่ชายชรา ที่ในตอนนี้ใบหน้าของเขานั้นเต็มไปด้วยความขมขื่น

“เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ ท่านเห็นใช่มั้ย?” เซี่ยเฉิน พูดออกมาช้าๆ

ท่าทางของ ชายชราดูเคร่งขรึมและพยักหน้าอย่างเงียบๆเป้นการตอบรับ

"ใช่แล้ว ชายชราผู้นี้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดอย่างชัดเจน"

“แล้วท่านรู้หรือไม่

ว่าเขาต้องการทำแบบนี้กับลูกชายของเขา” เซี่ยเฉิน ถามออดมาด้วยสีหน้าที่เย็นชาและน้ำเสียงที่เคร่งครึม

เซี่ยเฉิน ต้องการที่จะรู้ว่าชายชราคนนี้ได้รู้เห็นเป็นใจกับจักรพรรดิเซี่ยหรือไม่

ในการยึดครองร่างของลูกชาย

ชายชราเงียบไปชั่วขณะ ในฐานะที่เขาเป็นผู้พิทักษ์แห่งราชวงศ์เซี่ย

เขาจะไม่รู้ถึงแผนการลับและการกระทำของจักรพรรดิเซี่ยได้อย่างไร

แต่ว่าเขาไม่ได้สนใจมันเลย เพราะหน้าที่ของเขาคือการปกป้องราชวงศ์เซี่ย ตราบใดที่ราชวงศ์เซี่ยไม่ถูกทำลาย

เขาก็ไม่มีสิทธิ์เข้าไปแทรกแซงได้เลยง

“หน้าที่ของข้าคือการปกป้องราชวงศ์ ตราบใดที่ราชวงศ์เซี่ย

ไม่ถูกทำลาย ก็ไม่สำคัญว่าสมาชิกในตระกูลราชวงศ์ คนใดจะขึ้นเป็นจักรพรรดิ”

ชายชราพูดออกมาเบาๆ ถึงหน้าที่และความรับผิดชอบของเขา

ส่วนใครเป็นจักรพรรดิ ก็ไม่ได้สำคัญสำหรับเขาเลย ตราบใดที่ยังเป็นคนของตระกูลราชวงศ์

แซ่เซี่ย และมีสายเลือดของราชวงศ์ที่บริสุทธิ์

ถึงแม้ว่าเขาจะรับรู้ถึงแผนการของ จักรพรรดิเซี่ย ที่ฝึกฝนองค์ชายสิบเอ็ด

อย่างลับๆ โดยที่มีจุดประสงค์เพื่อยึดครองร่างที่อายุน้อย และขึ้นเป็นจักรพรรดิต่อไปได้

แต่น่าเสียดายที่จักรพรรดิเซี่ย เขาได้พบกับ เซี่ยเฉิน

จึงทำให้แผนการที่เขาว่างเอาไว้ทั้งหมดล้มเหลว

เนื่องจากว่า เซี่ยเฉินได้ร่วงรู้ความลับของอีกฝ่าย ทำให้ในที่สุดแผนการทั้งหมดของจักรพรรดิเซี่ยที่ว่างเอาไว้ก็ล้มเหลวและลงเอยเช่นนี้

“สิ่งที่ท่านต้องการจะกล่าวคือ ไม่ว่าใครจะเป็นจักรพรรดิ

ตราบใดที่ยังมีสายเลือดของราชวงศ์เซี่ยไหลเวียนอยู่ภายในร่างกายของพวกเขาก็ไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”

เซี่ยเฉิน ถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง และมีประกายแสงปรากฏขึ้นในดวงตาของเขา

ชายชราพยักหน้าและยอมรับในสิ่งที่เซี่ยเฉินถามออกมา "ใช่

ชายชราคนนี้ไม่สนใจเกี่ยวกับการผลัดเปลี่ยนของบัลลังก์ เพราะว่าไม่มีความแตกต่างอะไรเลยไม่ว่าใครจะขึ้นเป็นจักรพรรดิแห่งราชวงศ์เซี่ย

ตราบใดที่คนคนนั้นยังเป็นสายเลือดของราชวงศ์ และมีแซ่เซี่ย"

“เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้นน้องสาวของข้า เซี่ยซี เธอก็คงขึ้นเป็นจักรพรรดิได้ใช่ไหม?”

น้ำเสียงของ เซี่ยเฉิน เปลี่ยนไป และเขาก็ต้องการทำให้มันชัดเจน

ชายชราตกตะลึงเมื่อเขาได้ยินสิ่งที่เซี่ยเฉินเอ่ยออกมา เขามองไปที่เซี่ยเฉิน

อย่างว่างเปล่า จากนั้นก็มองไปที่องค์หญิงสิบ และหัวใจของเขาก็สั่นไหวเล็กน้อย

จริงๆ แล้วใครจะเป็นจักรพรรดิก็ได้แต่เขาไม่คาดคิดเลยว่า

องค์ชายเก้าเซี่ยเฉินต้องการให้องค์หญิงสิบ

ขึ้นครองราชย์และเป็นจักรพรรดิองค์ต่อไปของราชวงศ์เซี่ย

และนี้ก็นับว่าเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์ที่ให้ผู้หญิงขึ้นนั่งบัลลังก์ นับตั้งแต่ก่อตั้งจักรวรรดิขึ้นมาเป็นเวลาหลายพันปี

ชายชราเงียบไป

เซี่ยเฉิน ยิ้มออกมาและพูดว่า "ทำไม มีปัญหาอะไร

องค์หญิงสิบเซี่ยซี เธอเองก็มีสายเลือดบริสุทธิ์ของราชวงศ์เซี่ย และเธอก็ยังมีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะที่ยอดเยี่ยม

เธอมีความทะเยอทะยานสูงและมีหัวใจที่รักและเป็นห่วงประชาชน

เพียงแค่เพราะว่าเธอเป็นผู้หญิงเลยขึ้นเป็นจักรพรรดิไม่ได้หรือ?”

คำพูดเหล่านี้ทำให้ ใบหน้าขององค์หญิงสิบ ที่ยืนอยู่เคียงข้างกลายเป็นสีแดงและก้มหน้าลงด้วยท่าทางที่เขินอายเล็กน้อย

เธอบ่นพึมพำในใจว่า เธอดีขนาดนี้เลยอย่างนั้นเหรอในสายตาของพี่เก้า?

บรรพบุรุษเฒ่ามองไปที่ เซี่ยเฉิน

และเขาก็รู้สึกว่าตัวเขาพูดอะไรไม่ออก ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี เพราะว่าเขารู้ดีว่าทุกคนต่างก็แข่งขันกันเพื่อที่จะได้เป็นจักรพรรดิ

แม้แต่จักรพรรดิเซี่ย เองก็ไม่ลังเลที่จะยอมเสียสละชีวิตของลูกชายตัวเองเพื่อที่จะทำให้เขามีชีวิตอยู่และยังคงเป็นจักรพรรดิต่อไป

เจ้าแข็งแกร่งแค่ไหน ถึงอยากสนับสนุนน้องสาวของเจ้าให้เป็นจักรพรรดิ?

“เจ้าจริงจังหรือไม่?” บรรพบุรุษเฒ่าถามด้วยน้ำเสียงที่ดูจริงจัง

เซี่ยเฉิน พยักหน้าและยืนยัน "แน่นอน ถ้าท่านไม่เห็นด้วย

ข้าแค่ทุบตีท่านจนกว่าท่านจะเห็นด้วยกับข้า"

"..." คิ้วของบรรพบุรุษเฒ่ากระตุก

เด็กคนนี้มันบ้าไปแล้ว เขาอดไม่ได้ที่จะร้องไห้ในใจ

อย่างไรก็ตาม เซี่ยเฉินก็มีคุณสมบัติที่จะหยิ่งผยอง เพราะว่าเขาไม่สามารถมองเห็นระดับการบ่มเพาะของเซี่ยเฉิน

ได้เลยเพียงแค่ความแข็งแกร่งที่เซี่ยเฉินแสดงออกมาให้เห็นก็เพียงพอแล้ว

จักรพรรดิเซี่ย ถูกสังหารอย่างง่ายดาย และเขาแทบจะไม่มีกำลังที่จะต่อต้านได้เลย

จักรพรรดิเซี่ยซึ่งเป็นผู้ฝึกตนที่อยู่ในของเขตนิพพานขั้นที่หนึ่ง กลับถูกสังหารได้อย่างง่ายดาย

เขาเดาว่าอย่างน้อย เซี่ยเฉิน ก็ต้องอยู่ในขอบเขตนิพพานขั้นที่สองเป็นอย่างน้อย

และอายุของเซี่ยเฉินก็ยังเด็กมากเมื่อเทียบกันกับเขา และในบางทีเขาอาจจะอยู่เหนือขอบเขตนิพพานขั้นที่สองไปแล้วก็ได้

บรรพบุรุษเฒ่าเงียบไปสักพัก จากนั้นก็ถอนหายใจออกมา

“ในที่สุดบรรพบุรุษเฒ่า ก็ตัดสินใจได้แล้ว”

เขาพูดออกมาว่า "เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ ข้ามีสิทธิที่จะจัดการกับข้อคัดค้านใดๆ

ที่มาจากเหล่าผู้อาวุโสของตระกูล แต่ว่าคำคัดค้านจากเหล่าขุนนางนั้น ข้าไม่สามารถจัดการให้กับเจ้าได้"

“ตกลง ขอบใจท่านมากท่านบรรพบุรุษ”

ใบหน้าของเซี่ยเฉิน ปรากฏรอยยิ้มเล็กน้อยและโค้งคำนับให่กับบรรพบุรุษเฒ่า

“ที่เหลือเจ้าสามารถจัดการเองได้ ชายชราขอตัวกลับไปพักผ่อนแล้ว”

บรรพบุรุษเฒ่าโบกมือแล้วหันหลังจากไป

เซี่ยเฉิน สังเกตได้ถึงพลังชีวิตของบรรพบุรุษเฒ่าทำกำลังอ่อนลง

ในการตื่นขึ้นมาในครั้งนี้พลังชีวิตของบรรพบุรุษเฒ่าถูกใช้ไปอย่างมาก

“ท่านบรรพบุรุษ รอเดี่ยวข้าจะช่วยท่านเอง”

เมื่อตัดสิ้นใจได้ เซี่ยเฉินก้ยกมือขึ้นมาและชี้ไปที่บรรพบุรุษเฒ่าทันที

บรรพบุรุษเฒ่า ตกใจและต้องการที่จะต่อต้านโดยสัญชาตญาณ แต่เขาก็ยอมแพ้อย่างรวดเร็ว

เนื่องจาก เซี่ยเฉิน ไม่มีร่องรอยของเจตนาฆ่าปรากกขึ้นมาเลย ดังนั้นเขาจึงคิดว่าอีกฝ่ายคงไม่ได้ต้องการสังหารเขา

คลืนนนนนนน!

ทันทีที่เซี่ยเฉิน ชี้นิ้วไปที่ด้านหลังของบรรพบุรุษเฒ่า พลังชีวิตที่ทรงพลังก็ถูกฉีดเข้าไปภายในร่างของบรรพบุรุษเฒ่าในทันที

เปลี่ยนจากชายชราที่กำลังใกล้ตายให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง

พลังชีวิตที่แข็งแกรงเช่นนี้ ทำให้ชายชรารู้สึกตกใจ

“นี่คือ…” ชายชราอ้าปากค้างด้วยความตกใจ

เมื่อเห็นการแสดงออกของบรรพบุรุษเฒ่า เซี่ยเฉินก็หัวเราะออกมาเบาๆ

และกล่าวว่า "นี่คือ ดัชนีชิงตี้เซินมู่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มพลังชีวิตของท่านได้

และทำให้ท่านบรรพบุรุษ มีชีวิตอยู่ได้นานขึ้น"

โอ้ว!

บรรพบุรุษผู้เฒ่าในตอนนี้ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยพลังชีวิต

ผมสีขาวของเขาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำ และทันใดนั้นเขาก็กลับมามีรูปร่างหน้าตาอยู่ในวัยกลางคนอีกครั้ง

เมื่อบรรพบุรุษเฒ่า เห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับตัวเอง

ใบหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความตกใจ และไม่สามารถกลับมามีสติได้อีกเป็นเวลานาน

“ดัชนีชิงตี้เซินมู่ จริงๆอย่างนั้นเหรอ ข้าไม่คาดหวังเลยว่าเจ้าจะเชี่ยวชาญทักษะลับเฉพาะของจักรพรรดิทั้งห้า

ที่สูญหายไปนานแล้ว”

ทันใดนั้นบรรพบุรุษเฒ่าก็ถอนหายใจออกมา และสายตาของเขาที่มองไปยัง

เซี่ยเฉิน ก็เปลี่ยนไป

เขาโค้งคำนับให้กับเซี่ยเฉิน และพูดอย่างเคร่งขรึมว่า

"ถ้าจำเป็น เจ้าสามารถปลุกข้าได้ตลอดเวลา"

คำพูดเหล่านี้ก็เพียงพอแล้ว เพราะว่าตราบใดที่พวกเขามีความจำเป็นพวกเขาสามารถปลุกบรรพบุรุษของพวกเขาได้

หลังจากนั้นไม่นานบรรพบุรุษเฒ่าก็จากไปพร้อมกับคำสัญญาที่เขาให้ไว้กับเซี่ยเฉินและองค์หญิงสิบ

และกลับไปที่ห้องโถงบรรพบุรุษเพื่อนอนหลับ

ด้วยความช่วยเหลือจาก เซี่ยเฉิน ทำให้บรรพบุรุษมีพลังชีวิตเพิ่มขึ้นและสามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกอย่างน้อยสามสิบปี

และถ้าหากว่าในช่วงเวลานี้เขาสามารถทะลวงไปยังขอบเขตที่สูงขึ้น เขาจะมีอายุยืนยาวขึ้น

การที่เซี่ยเฉินลงมือช่วยเหลือบรรพบุรุษเฒ่าในครั้งนี้นับว่า

เป็นการมอบชีวิตใหม่ให้กับบรรพบุรุษเฒ่า ไม่แปลกใจเลยที่บรรพบุรุษเฒ่าเต็มใจที่จะให้คำมั่นสัญญาว่าจะช่วยเหลือเซี่ยเฉินและองค์หญิงสิบ

และสิ่งที่เซี่ยเฉิน ต้องการจริงๆก็คือประโยคนี้ เพื่อที่จะผลักดันให้องค์หญิงสิบขึ้นเป็นจักรพรรดินีองค์แรกของราชวงศ์เซี่ย

เขาเองก็ต้องการหาผู้สนับสนุนที่แข็งแกร่ง และด้วยการสนับสนุนจากบรรพบุรุษเฒ่าของราชวงศ์เซี่ย

ก็จะไม่มีใครในตระกูลกล้าที่จะต่อต้าน

ส่วนการต่อต้านของเหล่าองค์ชายที่เหลือ หรือแม้แต่ขุนนางและนายพลของราชวงศ์เซี่ย

และกระทั่งทั่วโลกจะคัดค้านนั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้กังวล การต่อต้านของอีกฝ่าย ใครก็ตามที่กล้าต่อต้านเขาแค่สังหารมัน

แล้วใครมันจะกล้าลุกขึ้นมาต่อต้านเขาได้อีก?

“เสี่ยวซี นี่คือ ตราจักรพรรดิ

และ ตราพยัคฆ์แห่งกองทัพเซี่ย

ต่อไปก็ขึ้นอยู่กับวิธีการของเจ้า แล้วว่าเจ้าจะสามารถขึ้นเป็นจักรพรรดิและครองราชได้อย่างมั่นคงได้หรือไม่

หากจำเป็นก็สามารถขอความช่วยเหลือจาก ท่านบรรพบุรุษเฒ่าได้เลย

เขาจะช่วยเจ้าเมื่อเจ้าประสบกับปัญหาที่เจ้าไม่สามารถจัดการไม่ได้”

เซี่ยเฉิน จับมือของเธอและมอบ ตราจักรพรรดิ และ ตราพยัคฆ์แห่งกองทัพเซี่ย

ให้กับองค์หญิงสิบ

ในเมื่อเขาต้องการที่จะอาศัยอยู่ในพระราชวัง มันจะง่ายสำหรับเขามากที่ให้องค์หญิงสิบขึ้นครองราชและเป็นจักรพรรดิองค์ต่อไปของจักรวรรดิเซี่ย

แน่นอนว่าพวกเขาจะต้องพบเจอกับ อุปสรรคนับไม่ถ้วนในกระบวนการนี้

แต่ว่า เซี่ยเฉิน ก็ไม่ได้กังวลเลย อุปสรรคใดๆ เมื่ออยู่ต่อหน้าเขามันก็ไร้ประโยชน์

“ขอบคุณค่ะ ท่านที่เก้า”

องค์หญิงสิบ รู้สึกประทับใจมากจนอดไม่ได้ที่จะกอด เซี่ยเฉิน ด้วยความตื่นเต้น

และเธอก็ลังเลที่จะปล่อยมืออยู่เป็นเวลานาน

ในโลกใบนี้ มีเพียงแค่พี่เก้าของเธอ เท่านั้นที่รักเธอมากที่สุด

และยังกล้าที่จะผลักเธอขึ้นสู่บัลลังก์และกลายเป็นจักรพรรดินี้หญิงองค์แรกของราชวงศ์เซี่ยอีกด้วย