ตอนที่ 106

พระราชวังจักรพรรดิสั่นสะเทือน และพลังปราณจักรพรรดิสีม่วงได้หลั่งไหลมารวมตัวกันอยู่ที่ด้านบนท้องฟ้าเหนือพระราชวังจักรพรรดิอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งทำให้ผู้คนที่พบเห็นนับไม่ถ้วน พากันตื่นตระหนกเมื่อเห็นเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นภายในเขตพระราชวัง

"เกิดอะไรขึ้น?"

ภายในพระราชวัง ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างก็พากันตื่นตระหนกและจ้องมองไปที่พลังปราณสีม่วง

ที่กำลังหลั่งไหลมารวมตัวกันและลอยอยู่เหนือพระราชวังจักรพรรดิ ด้วยสายตาที่ว่างเปล่า

เกิดภาพนิมิตขึ้นบนท้องฟ้า และระเบิดพลังออกมาด้วยความสง่างามอันไม่มีที่สิ้นสุด

“พี่เก้า?”

เมื่อเห็นความผิดปกติที่กำลังเกิดขึ้น ใบหน้าขององค์หญิงสิบก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย

เมื่อมองไปที่พลังปราณสีม่วงที่กำลังหลั่งไหลมารวมตัวกันอย่างต่อเนื่องอยู่บนท้องฟ้าเหนือพระราชวังจักรพรรดิ

พรึบบบบ!

ปรมาจารย์ที่อาศัยอยู่ภายในเขตพระราชวัง หลายคนได้ปรากฏตัวออกมาทีละคน

มองไปยังพลังปราณสีม่วงด้วยความตกใจเล็กน้อย

แม้แต่บรรพบุรุษ ที่อยู่ภายในห้องโถงบูชาบรรพบุรุษ ก็ยังตื่นรู้สึกตื่นตระหนก

และออกมาที่ด้านนอกของห้องโถงบูชาบรรพบุรุษจ้องมองไปยังทิศทางของพระราชวังจักรพรรดิ

ดวงตาของเขาก็เบิกกว้าง และเขาก็จ้องมองไปยังนิมิตที่เกิดขึ้นอยู่ตรงหน้าเขา

“นิมิตที่เกิดจาก

การรวมตัวกันของพลังปราณจักรพรรดิสีม่วง นี่เป็นสัญญาณของการถือกำเนิดของกายาศักดิ์สิทธิ์”

บรรพบุรุษเฒ่า พูดออกมาเด้วยความตื่นเต้น

“กายาศักดิ์สิทธิ์?”

องค์หญิงสิบถามด้วยความประหลาดใจ “ท่านบรรพบุรุษผู้เฒ่า กายาศักดิ์สิทธิ์คืออะไร?”

บรรพบุรุษเฒ่ากล่าวอย่างตื่นเต้น "มีข่าวลือว่าในสมัยโบราณ

จะเกิดนิมิตขึ้นมาหลังจากที่ได้มีกายาศักดิ์สิทธิ์ที่ทรงพลังได้ถือกำเนิดและถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมา”

“ตามบันทึกของบรรพบุรุษ มีเพียงจักรพรรดิไท่ซู่ ผู้ก่อตั้งราชวงศ์เซี่ยขึ้นมาเท่านั้นที่สามารถทำให้เกิดนิมิตเช่นนี้ขึ้นมาได้

แต่ว่าก็ไม่ได้ยิ่งใหญ่เท่ากับนิมิตที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้”

เมื่อพูดถึงสิ่งนี้

ใบหน้าของบรรพบุรุษเฒ่าก็เริ่มตื่นเต้นมากขึ้นเรื่อยๆ

“จักรพรรดิไท่ซู่ นิมิตของกายาศักดิ์สิทธิ์?”

องค์หญิงสิบผงะและมองไปที่พระราชวังจักรพรรดิ ด้วยความดีใจ

พลังปราณจักรพรรดิสีม่วงได้มารวมตัวกันและควบแน่น

ราวกับว่ามีสิ่งมีชีวิตที่ยิ่งใหญ่และสูงส่งอยู่ภายใน

บูม!

ทันใดนั้นก็มีเสียงของการสั่นสะเทือนเกิดขึ้น ทำให้พระราชวังสั่นสะเทือนเล็กน้อย

ภายในห้องโถงจักรพรรดิ แรงกดดันที่ทรงพลังก็ท่วมท้นออกมาและแผ่ซ่านออกไปทั่วบริเวร

ทำให้ทุกคนตกตะลึง และรู้สึกถึงการกดขี่อย่างรุนแรงโดยสัญชาตญาณ

ตึง....!

ทุกคนต่างก็พากันคุกเข่าลงอย่างพร้อมเพรียงกัน ที่ด้านหน้าพระราชวังจักรพรรดิ

ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความกลัว

แม้แต่บรรพบุรุษเฒ่าก็ไม่มีข้อยกเว้น เขาคุกเข่าอยู่ตรงหน้าพระราชวังจักรพรรดิ

ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น

สั่นสะเทือนเกิดขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับพลังปราณจักรพรรดิสีม่วง

ที่กำลังควบแน่น และกลายเป็นม่านพลังสีม่วงปกคลุมไปทั่วทั้งพระราชวังจักรพรรดิ

หลังจากที่พลังปราณจักรพรรดิสีม่วงควบแน่น พลังปราณของธาตุทั้งห้าก็ได้หลั่งไหลมารวมตัวกันที่

ด้านบนของพระราชวังจักรพรรดิอีกครั้งพลังปราณของธาตุทั้งห้ายังคงหลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อและค่อยๆ

ควบแน่นขึ้นเป็นจักรพรรดิทั้งห้า

นี่คือภาพมายาของห้าจักรพรรดิ

ที่กำลังนั่งคุกเข่าลงเพื่อทำความเคารพต่อ

นิมิตที่เกิดขึ้นมาจากพลังปราณจักรพรรดิสีม่วงด้วยความเคารพอย่างแท้จริงราวกับ

ว่าพวกเขาทั้งห้าต่างก็ยอมจำนน

“ห้าจักรพรรดิ ทำความเคารพ?”

ดวงตาของทุกคนเบิกกว้าง จ้องมองฉากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าอย่างว่างเปล่า

บรรพบุรุษเฒ่าก็ตกตะลึงเช่นกัน

นั่นคือภาพมายาของห้าจักรพรรดิ ใช่แล้วพวกเขาทั้งหมดกำลังคุกเข่าลงเพื่อทำความเคารพและยอมจำนนจริงๆ

หมายความว่านิมิตที่เกิดขึ้นจากการควบแน่นของพลังปราณสีม่วงจักรพรรดิสีม่วงนั้นน่ากลัวยิ่งกว่า

จักรพรรดิทั้งห้าอีก

บูม!

เกิดเสียงระเบิดขึ้นมาอีกครั้ง พลังปราณจักรพรรดิสีม่วงได้สลายหายไป

เผ่ยให้เห็นร่างเงาที่ดูคลุมเครือค่อยๆปรากฏตัวขึ้นมา ยืนอยู่ตรงนั่นด้วยท่าทางที่สง่างาม

เมื่อพวกเขาเห็นร่างเงาขนาดใหญ่ที่ปรากฏตัวขึ้นมาในตอนนี้ องค์หญิงสิบ

บรรพบุรุษเฒ่า และคนอื่นๆ ต่างก็มีใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงและประหลาดใจ

“พี่เก้า?” องค์หญิงสิบร้องอุทานออกมา

เมื่อมองไปที่ร่างเงาที่ปรากฏขึ้น ซึ่งมีหน้าตาเหมือนกับพี่เก้าของเธอทุกอย่าง

ภาพมายานี้ สวมชุดจักรพรรดิที่ดูพิเศษ สวมมงกุฏจักรพรรดิ

เหยียบย่ำความว่างเปล่า และจ้องมองไปทุกทิศทุกทาง

นี่คือภาพมายาที่เกิดจากกายาจักรพรรดิมนุษย์ ของเซี่ยเฉิน

ทำให้ผู้ที่พบเห็นรู้สึกเคารพและยำเกรงต่ออำนาจของจักรพรรดิ

ทุกคนต่างก็พากันโค้งคำนับ

บรรพบุรุษเฒ่าก็โค้งคำนับเหมือนคนอื่นๆ

พรึบ!

ภาพมายาของจักรพรรดิ ลืมตาขึ้นอย่างกะทันหันดวงตาคู่งามคู่หนึ่งก็กวาดมองไปยังฝูงชน ทำให้ทุกคนรู้สึกอึดอัดราวกับว่าพวกเขา

ไม่มีอะไรที่สามารถหลบซ่อนเอาไว้ได้เลยเมื่ออยู่ภายใต้การจองมองของ

ภาพมายาจักรพรรดิ

ได้เกิดความกลัว ขึ้นมาในหัวใจของพวกเขาในตอนนี้

"ลุกขึ้น!"

เสียงที่ทรงพลังและสง่างามแพร่ ดังกระจายออกไป ทำให้ทุกคนรู้สึกโล่งใจ

พรึบบบ!

ภาพมายาจักรพรรดิ หายไปอย่างรวดเร็ว

พลังปราณจักรพรรดิสีม่วงก็กระจายหายไป และในที่สุดก็เข้าหายเข้าไปข้างในห้องโถงของพระราชวังจักรพรรดิ

ทุกคนต่างก็พากันรู้สึกสั่นสะท้านอยู่ภายในใจ ไม่มีใครกล้าที่จะลุกขึ้น

พวกเขายังคงคุกเข่าทำความเคารพอย่างเงียบๆ รอคอยอยู่อย่างนั้นด้วยความกลัวและความกังวลใจ

ในเวลานี้ เซี่ยเฉิน กำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์ของจักรพรรดิที่ตั้งอยู่ใจกลางห้องโถงจักรพรรดิ

ร่างกายของเขาถูกปกคลุมไปด้วยแสงสีม่วง

ซึ่งในตอนนี้ร่างกายของ เซี่ยเฉิน ได้ถูกปกคลุมด้วยพลังปราณจักรพรรดิสีม่วง

ทำให้ผู้คนไม่สามารถมองเห็นร่างที่แท้จริงได้

นี่คือนิมิตของกายาจักรพรรดิมนุษย์

“ปรากฏว่านี่คือพลังความลึกลับของกายาจักรพรรดิมนุษย์”

เซี่ยเฉิน พึมพำกับตัวเอง เขารู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงที่น่าทึ่งที่เกิดขึ้นภายในร่างกายของเขา

ระดับการบ่มเพาะของเขายังคงอยู่ในขอบเขตนิพพานขั้นที่สาม แต่ว่าความแข็งแกร่งของเขาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

ในตอนนี้ กายาจักรพรรดิมนุษย์ของเขาได้ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาแล้ว

80%และร่างกายของเขาก็ได้รับการเปลี่ยนแปลงไปมาก อาจกล่าวได้ว่าตอนนี้ เซี่ยเฉิน สามารถบดขยี้ผู้ฝึกตนขอบเขตนิพพานขันสมบูรณ์

ได้อย่าง่ายดายด้วยความแข็งแกร่งของร่างกายของเขาเพียงออย่างเดี่ยว

อาจจะกล่าวได้ว่าภายใต้ขอบเขตนิพพาน เขาอยู่ยงคงกระพันแล้ว

ส่วนขอบเขตเหนือธรรมชาติ นั้นเขาไม่อาจทราบได้ว่าเขาสามารถต่อสู้ได้หรือไม่เพราะว่าเขายังไม่เคยพบเจอใครเลยที่อยู่ในขอบเขตเหนือธรรมชาติ

นับตั้งแต่ที่เขาข้ามมายังโลกใบนี้

เซี่ยเฉิน เชื่อว่าเขาสามารถบ่มเพาะจนไปถึงขอบเขตเหนือธรรมชาติ

ได้อย่างแน่นอนในไม่ช้านี้

หลังจากที่ดูดซับพลังปราณจักรพรรดิสีม่วง

กายาจักรพรรดิมนุษ์ของเขาได้ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาแล้ว 80% เหลือเพียงแค่อีก 20% สุดท้ายกายาจักรพรรดิมนุษย์ของเขาก็จะถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาได้อย่างสมบูรณ์

ตึก ตึก ตึก ตึก.......

ในเวลานี้เอง เซี่ยเฉิน ได้ลุกขึ้นและเดินออกจากห้องโถงจักรพรรดิทีละก้าว

พลังปราณจักรพรรดิสีม่วงปกคลุมร่างกายของเขาแสดงให้เห็นถึงความสง่างามอันไม่มีที่สิ้นสุด

ภายนอกพระราชวังจักรพรรดิ บรรพบุรุษเฒ่าและข้ารับใช้ต่างก็ยังคงนั่งคุกเข่าอยู่กับพื้น

ร่างกายของพวกเขาสั่นไปทั้งตัว เพียงแค่การจ้องมองจากภายมายาจักรพรรดิในตอนนั้น

และในตอนนี้เองพวกเขารับรู้ได้ถึงแรงกดดันที่ยิ่งใหญ่ ที่กำลังเดิกเข้ามาใกล้พวกเขาอย่างต่อเนื่อง

ทำให้พวกเขารู้สึกถึงการกดขี่ที่ครอบงำจนพวกเขารู้สึกหายใจไม่ออก

ทันทีที่พวกเขาเห็นเซี่ยเฉินเดินออกมา หัวใจของทุกคนก็เต้นรัวเร็วขึ้น

พวกเขาก็ก้มหน้าลงและไม่กล้ามองตรงๆ ใบหน้าของพวกเขาซีดเซียว

เมื่อสังเกตดูดีๆจะพบว่า ตอนนี้พวกเขากำลังเจ็บปวดราวกับวิญญาณของพวกเขากำลังถูกฉีกเป็นชิ้นๆ

แม้แต่บรรพบุรุษเฒ่า ที่อยู่ในขอบเขตนิพพานขั้นที่สอง ก็ยังรู้สึกหวาดกลัวและไม่สามารถทนต่อแรงกดดันที่แข็งแกร่งและทรงพลังจากอ่อร่าจักรพรรดิที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเซี่ยเฉิน

ได้เลย

องค์หญิงสิบ จ้องมองด้วยสายตาที่ว่างเปล่าไปที่ เซี่ยเฉิน ที่กำลังเดินออกมาราวกับว่าเขาไม่ใช้พี่ชายคนที่เธอรู้จักอีกต่อไป

แต่เป็นจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์

“น้อมรับเสด็จองค์จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์!”

เหล่าขุนนางตะโกนออกมาอย่างพร้อมเพียงกัน ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความกลัวและความคลั่งไคล้

เมื่อมองดูฝูงชนหนาแน่นที่กำลังนั่งคุกเข่าอยู่ต่อหน้าเขา ใบหน้าของ

เซี่ยเฉิน ก็ไม่ได้แสดงถึงความสุขหรือเศร้าออกมาเลย จิตใจของเขาสงบเป็นพิเศษ

ถึงแม้ว่าการเป็นจักพรรดิมันจะเหนื่อย

แต่เพื่อพลังปราณจักรพรรดิสีม่วงและพลังแห่งศรัทธาและโชคลาภของอาณาจักร ก็ทำให้เขาอดใจไม่ไหว

"ลุกขึ้น!"

เซี่ยเฉิน ยกมือขึ้นและทุกคนก็รู้สึกได้ถึงพลังที่มองไม่เห็น

และลุกขึ้นยืนอย่างไม่อาจต้านทานได้ พวกเขารู้สึกทึ่งและประหลาดใจมากยิ่งขึ้น

“ขอบพระทัย องค์จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์!”

ทุกคนโค้งคำนับพร้อมกัน ตะโกนออกมาด้วยเสียงที่ดังกึกก้อง

“ข้าขอแต่งตั้งให้ องค์หญิงสิบเซี่ยซี ขึ้นเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์และช่วยเหลือข้าในการจัดการกิจการของอาณาจักร”

ทันทีที่ เซี่ยเฉิน เอ่ยปากแต่งตั้งองค์หญิงสิบ ขึ้นเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

ทุกคนที่อยู่ในพระราชวังต่างก็พากันตกตะลึงทันที พวกเขาพากันหน้าซีดด้วยความหวาดกลัวและประหลาดใจ

ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์?

เหตุการณ์นี้นับว่าเป็นครั้งแรกในโลก ที่องค์หญิง

ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

มอบอำนาจการบริหารให้กับองค์หญิง เหตุการณ์เช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนับตั้งแต่ก่อตังราชวงศ์เซี่ยขึ้นมา

แม้แต่องค์หญิงสิบก็ยังตกตะลึง พี่ชายของเธอต้องการทำอะไรกันแน่

ทำไมท่านถึงต้องแต่งตั้งข้าให้เป็น ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์?

"พวกเจ้า มีความคิดเห็นอย่างไร?"

เซี่ยเฉิน ถามออกมาด้วยท่าท่าที่สงบ

ทันทีที่เสียงของเขาเงียบลง หัวใจของทุกคนก็รู้สึกตึงเครียด ร่างกายของพวกเขากำลังสั่นสะท้าน

“ข้ากระหม่อม น้อมรับคำสั่งของฝ่าบาท”

ขุนนาง ข้าราชการพลเรือนและนายพล ต่างก็พากันโค้งคำนับอย่างพร้อมเพรียงกัน

โดยมีเหงื่อเย็นไหลออกมาบนหน้าผากและแผ่นหลังของพวกเขา ไม่มีใครกล้าคัดค้านพวกเขาไม่ใช่คนโง่

อำนาจของจักรพรรดิองค์ใหม่ ที่ยืนอยู่ตรงหน้าของพวกเขานั้นทรงพลังและแข็งแกร่งเกินไป

ไม่มีใครกล้าลุกขึ้นมาต่อต้าน ดังนั้นราชโองการของจักรพรรดิอองค์จึงได้รับการตอบรับ

“ดีมาก ขอให้ประกาศเรื่องนี้ออกไปให้ประชาชนได้รับรู้

นับจากนี้ไป กิจการทางการเมืองใดๆก็ตามทั้งภายในและภายนอกอาณาจักรเซี่ยทั้งหมด

จะถูกมอบให้กับผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เป็นผู้ดูแลและจัดการทั้งหมด”

หลังจากที่เซี่ยเฉินพูดจบ เขาก็เดินจากไป

ทิ้งเอาไว้เพียงแค่เหล่าขุนนางที่กำลังรู้สึกมึนงง โดยหายตัวไปต่อหน้าทุกคนในชั่วพริบตา

ในที่สุดตอนนี้ก็เหลือเพียงแค่ เหล่าขุนนาง

ข้าราชการพลเรือนและนายพล พวกเขาต่างก็จ้องมองหน้ากันและกัน เจ้ามองข้า ข้ามองเจ้า

ใบหน้าของพวกเขาในตอนนี้นั้นเต็มไปด้วยความตกตะลึง