ตอนที่ 48

ห้าวันต่อมา

ดินแดนบรรพบุรุษและภูเขาด้านหลังถูกปกคลุมด้วยแสงและหมอกควัน

ในสายหมอก มองเห็นร่างที่คลุมเครือที่กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ที่ก้อนหินบนยอดเขา

เขาถูกปกคลุมไปด้วยม่านหมอก และพลังปราณแห่งความโกลาหล

ร่างกายของเขาสั่นไหว แก่นแท้โลหิตกำลังเดือด แก่นแท้จิตวิญญาณกำลังลุกไหม้ และแก่นแท้ของการบ่มเพาะทั้งสามก็กำลังถูกควบแน่นอยู่ภายในร่างกายของเขาอย่างต่อเนื่อง

หืม!

ทันใดนั้นก็เกิดแรงสั่นสะเทือนแปลกๆ ในความว่างเปล่า

ภูเขาและป่าไม้สั่นไหว แรงกดดันที่อธิบายไม่ได้แผ่ขยายออกไป

ทำให้ความว่างเปล่าที่อยู่รอบๆสั่นสะเทือน

พลังปราณจิตวิญญาณของสวรรค์และโลกภายในระยะหนึ่งร้อยลี้ถูกดึงดูดโดยพลังที่มองไม่เห็น

แลพหลั่งไหลลงเข้ามายังภูเขาด้านหลังของดินแดนบรรพบุรุษ และค่อยๆ กลายเป็นม่านหมอกปกคลุมยอดเขา

พลังปราณจิตวิญญาณแห่งสวรรค์และโลกที่ไม่มีที่สิ้นสุดได้หลั่งไหลเข้ามายังยอดเขาด้านหลัง

แก่นแท้ของการบ่มเพาะทั้งสามค่อยๆ

รวมตัวกันที่ด้านบนเหนือศีรษะของเซี่ยเฉิน แก่นแท้โลหิต แก่นแท้พลังปราณและพลังจิตวิญญาณสั่นไหวและกำลังควบแน่น

พลังทั้งสามได้ดูดซับพลังปราณจิตวิญญาณแห่งสวรรค์และโลก และแก่นแท้ของการบ่มเพาะทั้งสามได้เริ่มการเปลี่ยนแปลงอย่างเงียบๆ

กลั่นตัวและควบแน่นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดเป็นของเหลวปราณแท้จริง

หึง...!

แก่นแท้ทั้งสามได้กลั่นตัวเป็นของเหลว

ทันทีที่ของเหลวทั้งสามได้กลั่นตัวจนสมบูรณ์แล้ว

ก็ได้หลอมรวมกันจนกลายเป็นหนึ่งเดี่ยว ได้มีเสียงดัง "คลิก" ทันใดนั้นร่างกายทั้งหมดของเซี่ยเฉิน

ก็ได้เกิดการเปลี่ยนแปลง

แก่นแท้ของการบ่มเพาะทั้งสามได้หลอมรวมและกลั่นจนกลายเป็นของเหลวปราณแท้จริง

บูม!

ในชั่วพริบตา สถานการณ์ก็เปลี่ยนแปลงไปและจู่ๆ ก็มีเมฆดำรวมตัวกันอยู่บนท้องฟ้ามีพายุฝนฟ้าคะนอง

และทัณฑ์สายฟ้าที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่งปรากฏออกมา

ผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนที่อยู่ในดินแดนบรรพบุรุษต่างก็ตกตะลึง เมื่อมองไปยังทัณฑ์สายฟ้าขนาดใหญ่ที่ปรากฏขึ้นอยู่บนยอดเขาด้านหลัง

แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

"เกิดอะไรขึ้น?"

“ช่างเป็นแรงกดดันที่น่าสะพรึงกลัว”

“โอ้พระเจ้า หรือว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับผนึกที่อยู่ในพื้นที่ต้องห้ามของ

ภูเขาด้านหลังหรือไม่?”

ภายในดินแดนบรรพบุรุษ เหล่าข้ารับใช้จำนวนมากต่างก็ตื่นตระหนก และหวาดกลัว

และแม้แต่ทหารองครักษ์บางคนก็ยังแสดงท่าทีที่ตื่นตระหนกออกมา

แรงกดดันที่แผ่ออกมานี้แข็งแกร่งเกินไป

พลังอันยิ่งใหญ่ของสวรรค์และโลก ทำให้ผู้คนที่พบเห็นต่างก็ตกตะลึง

มีเพียง ผู้อาวุโสผู้พิทักษ์เท่านั้นที่รู้สึกได้เล็กน้อยว่าเกิดอะไรขึ้น

เห็นได้ชัดว่าทัณฑ์สายฟ้าของสวรรค์และโลก

ที่ปรากฏขึ้นมานี้คือทัณฑ์สายฟ้าของคนที่กำลังจะทะลวงขอบเขตนิพพาน

"มีใครบ้างคนกำลังพยายามที่จะควบแน่นแก่นแท้ของการบ่มเพาะทั้งสาม เข้าด้วยกันเพื่อที่จะทะลวงขอบเขตนิพพาน"

ผู้อาวุโสผู้พิทักษ์พึมพำกับตัวเอง ด้วยความตะลึง

และเขาก็พูดออกมาด้วยความตกใจ "เป็นไปได้ยังไง โดยปกติแล้วการควบแน่นแก่นแท้ของการบ่มเพาะทั้งสามให้เป็นหนึ่งเดี่ยวกันนั้น

มันเป็นไปไม่ได้ที่จะมีอำนาจมากมายขนาดนี้"

"เป็นไปได้ไหมที่มีคนที่อยู่ในขอบเขตนิพพานขั้นที่เก้า

และกำลังทะลวงขอบเขตไปยังขอบเขตที่สูงขึ้น"

ผู้อาวุโสผู้พิทักษ์แสดงความสยดสยองออกมา เขารู้สึกถึงแรงกดดันที่แผ่ออกมาจากทัณฑ์สายฟ้า

เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามีคนกำลังควบแน่นแก่นแท้ของการบ่มเพาะทั้งสามอยู่ด้านบนยอดเขา

ในฐานะผู้ที่เคยล้มเหลวในการทะลวงขอบเขตนิพพาน

เขาตระหนักดีถึงความยากของการทะลวงขอบเขตนิพพาน

เพราะว่าตั้งแต่ในสมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน มีผู้ฝึกตนที่ทรงพลังไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถกระตุ้นทัณฑ์สายฟ้าได้

เมื่อสามารถทะลวงขอบเขตนิพพานได้ หลังจากผ่านทัณฑ์สายฟ้าแห่งสวรรค์และโลก ความแข็งแกร่งของเขาก็จะแข็งแกร่งกว่าขอบเขตนิพพานทั่วไปมาก

ครืด....!

ทุกคนต่างก็ได้ยินเสียงดัง

จู่ๆ ได้ปรากฏบุปผาแห่งเต๋าที่พร่างพราวสามดอกขึ้นมาจากความว่างเปล่าลอยอยู่เหนือยอดเขาด้านหลัง

ซึ่งเป็นตัวแทนของแก่นแท้ของการบ่มเพาะทั้งสามของมนุษย์

ดอกแรกเป็นตัวแทนของแก่นแท้พลังปราณ ดอกที่สองเป็นตัวแทนของเจตจำนงแห่งจิตวิญญาณ

และดอกที่สามเป็นตัวแทนของแก่นแท้โลหิต บุปผาแห่งเต๋าลอยเคียงข้างกัน

เมื่อบุปผาแห่งเต๋าทั้งสาม ได้ปรากฏออกมาได้ดูดซับพลังปราณแห่งสวรรค์และโลกอันไม่มีที่สิ้นสุดเขามาข้างในร่างกายอย่างต่อเนื่อง

และเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงอย่างลึกลับของขอบเขตนิพพาน

นี่คือบุปผาแห่งเต๋า ที่เกิดขึ้นมาจากความว่างเปล่า

หลังจากที่พยายามที่จะทะลวงผ่านไปยังขอบเขตนิพพาน

เซี่ยเฉิน กำลังพบเจอกับการเปลี่ยนแปลงที่น่าอัศจรรย์อยู่นี้ในขณะนี้

บุปผาแห่งเต๋า ที่ถูกควบแน่นได้ลอยอยู่เหนือศรีษะของเขา และเริ่มดูดซับพลังปราณแห่งสวรรค์และโลกเพื่อทำ

เปลี่ยนแปลงแก่นแท้โลหิต พลังปราณและพลังจิตวิญญาณของเขาอย่างต่อเนื่อง

ในขณะนี้ ด้วยการดูดซับพลังปราณแห่งสวรรค์และโลกอย่างต่อเนื่องร่างกายของเซี่ยเฉินก็ค่อยๆ

เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างลึกลับ

ขอบเขต นิพพาน!

เซี่ยเฉินเปรียบเสมือนมังกร

ที่กำลังแหวกว่ายอยู่ในแระแส่พลังปราณแห่งสวรรค์และโลกที่ถูกรวบรวมโดยบุปผาแห่งเต๋าทั้งสามเพื่อทะลวงผ่านไปยังขอบเขตนิพพาน

ร่างกายของเขาเหมือนดักแด้ ผิวหนังของเขาค่อยๆ ผลัดตัวผิวหนังเก่าเริ่มหลุดลอกออก

และผิวหนังใหม่เริ่มเปล่งประกาย

คลิก คลิก!

การเปลี่ยนแปลงของ เซี่ยเฉิน ยังคงดำเนินต่อไป และบุปผาแห่งเต๋าทั้งสามก็บานสะพรั่งหลังจากที่ดูดซับพลังอันไร้ขอบเขตแห่งสวรรค์และโลกเพื่อชำระล้างร่างกายของเขาอย่างต่อเนื่อง

เวลาผ่านไปทีละน้อย ภูเขาด้านหลังถูกปกคลุมไปด้วยเมฆสายฟ้า

แต่ก็ยังไม่มีการโจมตีใดๆเกิดขึ้น มีเพียงลำแสงของสายสายที่ส่องสว่างผ่านชั้นเมฆออกมาเป็นครั้งคราว

นอกจากนี้ยังมีการหลั่งไหลของพลังปราณแห่งสวรรค์และโลกอย่างไม่มีที่สิ้นสุดกลายเป็นทะเลหมอกปกคลุมทุกสิ่งที่อยู่บนยอกเขา

แรงกดันของพลังปราณแห่งสวรรค์และโลกค่อยๆ จางหายไปและค่อยๆกลับคืนสู่สภาพเดิม

ทุกคนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

ตราบใดที่ผนึกของราชาปีศาจที่อยู่ในพื้นที่ต้องห้ามไม่ออกมา

มันก็ไม่สำคัญสำหรับพวกเขาเลย

ผู้อาวุโสผู้พิทักษ์มีสีหน้าเคร่งขรึม และเขาก็คาดเดาอยู่ภายในใจว่าน่าจะเป็นการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ที่เกิดจากผู้อาวุโสลึกลับที่กำลังทะลวงขอบเขต

"บุปผาแห่งเต๋าทั้งสามได้หายไปc]h;"

ผู้อาวุโสผู้พิทักษ์ให้ความสนใจกับภูเขาด้านหลัง แต่เขาก็ไม่สามารถเข้าไปได้และกล้าที่จะเข้าไป

ดังนั้นเขาจึงไม่กล้าที่จะก้าวเข้าไปแม้เพียงครึ่งก้าว เพียงแค่คาดเดาอย่างเงียบๆ

และรอเท่านั้น

บางที ผู้อาวุโสลึกลับผู้นั้นกำลังมีความก้าวหน้าบางอย่าง

ไม่ว่ามันจะเป็นแบบใดก็ตาม แต่ว่ามันจะต้องเป็นสิ่งที่ดีมาก

........

บูม!

เสียงระเบิดทำให้ทุกคนตื่นขึ้นจากภวัง

กำแพงด้านนอกดินแดนบรรพบุรุษถูกระเบิด พังทลาย และฝุ่นควันฟุ้งกระจาย

เหล่าทหารองครักษ์ ต่างก็มองไปที่ข้างนอกด้วยความสยดสยอง

พวกเขาสังเกตุเห็นกลุ่มผู้ฝึกตนที่ทรงพลังกลุ่มใหญ่กำลังเดินเข้ามา

พวกเขาปลดปล่อยจิตสังหารที่แข็งแกร่งออกมา พวกเขาทั้งหมดเป็นคนชั่วร้ายและเป็นคนของนิกายปีศาจและนิกายชั่วร้าย

"หยุด!"

“เจ้าเป็นใคร ถึงกล้าที่จะล่วงเกินดินแดนบรรพบุรุษราชวงศ์เซี่ย?”

หัวหน้าทหารองครักษ์ตะโกนออกไปเสียงดัง มือที่ถือหอกกำลังสั่นเทา

ตรงหน้าของพวกเขา มีร่างที่สวมใส่ชุดสีดำ พวกเขาทั้งหมดปลดปล่อยพลังปราณที่ชั่วร้ายออกมา

เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่ใช่คนดี

เมื่อมองแวบแรก หัวหน้าทหารองครักษ์ก็สังเกตเห็นเครื่องแต่งกาย

ก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นคนของนิกายปีศาจโมซงที่ทรงพลังของ และมีผู้ฝึกตนปีศาจจำนวนมากมารวมตัวกัน

บุกเข้ามายังดินแดนบรรพบุรุษของราชวงศ์เซี่ย จึงทำให้พวกเขารู้สึกตื่นตระหนก

“นี่คือดินแดนบรรพบุรุษของราชวงศ์เซี่ยใช่หรือไม่”

ภายในฝูงชน ได้มีมีชายชราที่ร่างกายเหี่ยวแห้งนั่งอยู่บนเก้าอี้เสลี่ยง

ปลดปล่อยแรงกดดันที่แข็งแกร่งและน่าสะพรึงกลัวออกมา

ชายชราคนนี้เป็นผู้นำของนิกายปีศาจโมซง คนสุดท้ายซึ่งเป็นบรรพบุรุษของนิกายปีศาจโมซง

ใบหน้าของเขาเย็นชา เขาเดินทางมาพร้อมกับปรมาจารย์ปีศาจจำนวนมากเพื่อกว้าดล้างดินแดนบรรพบุรุษของราชวงศ์เซี่ย

“นิกายปีศาจโมซง?”

ผู้อาวุโสผู้พิทักษ์ที่รีบวิ่งไปยังด้านหน้า เขามองเห็นฝูงชนที่ยืนอยู่ต่อหน้าเขา

และเขาก็รู้สึกตกใจและใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างมาก

นิกายปีศาจมาอีกแล้ว!

การแสดงออกของเขาเคร่งขรึม "นิกายปีศาจบุกมาโจมตีดินแดนบรรพบุรุษซ้ำแล้วซ้ำเล่าถึงห้าครั้ง

และแน่นอนว่าพวกมันมุ่งเป้าไปที่ผนึกของราชาปีศาจที่ถูกผนึกอยู่ในพื้นที่ต้องห้ามของภูเขาด้านหลัง"

"หรือว่ามาเพื่อชำระบัญชีแค้นในอดีต"

ผู้อาวุโสผู้พิทักษ์เข้าใจจุดประสงค์ของนิกายปีศาจโมซง ได้ในทันที

ไม่ว่าจะเป็นการแก้แค้นหรือเพื่อทำลายผนึกของราชาปีศาจเมื่อหนึ่งพันปีก่อนที่อยู่ภายในภูเขาด้านหลังเพื่อปลดปล่อยราชาปีศาจ

แม้ว่าเขาจะร็จุดประสงค์ของนิกายปีศาจ เขาก็ไม่อนุญาตให้พวกเขาทำสำเร็จอย่างแน่นอน

“นี่คือสถานที่ของราชวงศ์เซี่ย ได้โปรดออกไปโดยเร็ว”

ผู้อาวุโสผู้พิทักษ์ตะโกนออกมาด้วยเสียงดัง พยายามที่จะข่มขู่อีกฝ่ายด้วยความน่าเกรงขามของราชวงศ์

"ฮึ!"

เมื่อได้ยินเสียงอันเย็นยะเยือกของปีศาจเฒ่า ผู้อาวุโสผู้พิทักษ์และคนอื่น ๆ ต่างก็พากันหน้าซีด

พวกเขาทั้งหมดอาเจียนออกมาเป็นเลือด และพวกเขาได้รับบาดเจ็บจากคลื่นเสียง?

“ไม่ คนผู้นี้ทรงพลังยิ่งกว่าปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่เสียอีก

หรือว่าเขาจะอยู่ในขอบเขตนิพพาน”

สีหน้าของผู้อาวุโสผู้พิทักษ์ เปลี่ยนไปอย่างมาก

และเขาอุทานออกมา

"ถอย ออกมา!"

เขาออกคำสั่งและรีบถอยหลังกลับพร้อมกับทหารองครักษ์จำนวนมาก

“ฆ่าพวกมันทั้งหมด ไม่มีละเว้นแม้แต่ไก่และหมา!”

บรรพบุรุษปีศาจออกคำสั่ง และปรมาจารย์นิกายปีศาจจำนวนนับไม่ถ้วนที่ยืนอยู่อย่างหนาแน่นอยู่ข้างหลังก็

พุ่งตัวออกไปข้างหน้าพร้อมกัน พวกเขาทั้งหมดแสดงรอยยิ้มที่น่าสยดสยองออกมา

และเริ่มต้นการล่าสังหาร