"ไม่.....อย่า...ข้ายังไม่อยากตาย"
องค์ชายสอง ส่งเสียงกรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว
หลังจากนั้นพายุดาบก็พัดผ่านไป เมฆที่อยู่บนท้องฟ้าก็กระจัดกระจาย
ผู้คนสลายหายไป
เมื่อเห็นเหตุการณ์ที่น่าสยดสยอง ผู้ใต้บังคับบัญชาขององค์ชายสองที่อยู่ด้านหลังต่างก็หวาดกลัวและรู้สึกสิ้นหวัง
และพวกเขาโบกมือของพวกเขาปลดปล่อยปราณดาบออกมาเพื่อต่อต้านการโจมตีของพายุดาบ
น่าเสียดายที่สิ่งที่พวกเขาทำนั้นมันไม่มีประโยชน์ ในขณะที่พายุดาบกำลังพัดผ่าน
คนเหล่านี้ทั้งหมดก็ได้ถูกสับเป็นชิ้นๆเศษเนื้อและเลือดกระจัดกระจาย
เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ของพวกเขาเริ่มที่จะไม่สู้ดีแล้ว ผู้อาวุโสของนิกายเทียนเจี้ยน
ก็ตะโกนออกมาด้วยความตื่นตระหนก และปลดปล่อยพลังปราณที่แข็งแกร่งที่สุดของเขาออกมา
พลังปราณไหลออกมาปกคลุมทั่วทั้งร่างกายของผู้อาวุโสของนิกายเทียนเจี้ยน
ทำให้ตอนนี้บรรยากาศที่อยุ่รอบตัวของผุ้อาวุโสนิกายเทียนเจี้ยนนั้นเต็มไปด้วยการบีบบังคับ
ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ ปรมาจารย์ของนิกายเทียนเจี้ยนได้พยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อส่งต่อพลังปรารของพวกเขาให้กับผู้อาวุโสของพวกเขาเพื่อต่อต้านการโจมตีของพายุดาบ
คลืนนนนนนนนน!
เกิดเสียงดังลั่น ผู้อาวุโสของนิกายเทียนเจี้ยน ก็ยกดาบของเขาขึ้นสูงถือดาบด้วยมือทั้งสองข้าง
ควบแน่นปราณดาบอันทรงพลัง ที่ไม่มีใครเทียบได้ขึ้นมาและยังปลดปล่อยจิตสังหารที่รุนแรงออกมาอีกด้วย
“ดาบสวรรค์!”
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับพายุดาบ ผู้อาวุโสของนิกายเทียนเจี้ยน
ก็ปลดปล่อยทักษะดาบที่แข็งแกร่งที่สุดของเขาออกมา ทักษะดาบสวรรค์และโจมตีออกไปด้วยพละกำลังทั้งหมดเพื่อที่จะทำลายพายุดาบที่กำลังจะเข้ามาใกล้พวกเขา
บูม!
ดาบสวรรค์ฟาดฟันไปที่พายุดาบ เมื่อการโจมตีทั้งสองปะทะกัน
ทำให้เกิดคลื่นกระแทกกวาดออกไปทั้วทั้งบริเวรเป็นวงกว้าง ดาบจำนวนนับไม่ถ้วนได้รับความเสียหายและพังทลาย
แต่แต่ก็ยังไม่สามารถทำลายพายุดาบได้ พายุดาบยังคงมุ่งหน้าต่อไปทำลายการโจมตีของผู้อาวุโสของนิกายเทียนเจี้ยน
หลังจากนั้นไม่นาน พายุดาบจำนวนมากได้พัดผ่านกลุ่มปรมาจารย์ของนิกายเทียนเจี้ยน
"อ๊ากกกกกกกกกกกก..."
พร้อมกับได้มีเสียงกรีดร้องดังออกมา หลังจากนั้นไม่นานผู้อาวุโสและดหล่าปรมาจารย์ของนิกายเทียนเจี้ยน
ทั้งสิบแปดคนร่างกายของพวกเขาก็ระเบิดออกเป็นชิ้นๆอยู่ภายในพายุดาบ
"หนี เร็วเข้า!"
เมื่อเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น ทหารองครักษ์ประจำตัวขององค์ชายทั้งหลายต่างก็พากันทิ้งอาวุธและวิ่งหนีด้วยความหวาดกลัว
แต่ว่าช่างน่าเสียดายที่พวกเขาไม่สามารถ ที่จะหลบหนีการโจมตีของพายุดาบไปได้
พวกเขาทำได้เพียงสงเสียงกรีดร้องออกมาเท่านั้น
เนื้อและเลือดกระจัดกระจายไปทั่วท้องฟ้า หลังจากที่พายุดาบได้พักผ่านกลุ่มของทหารองครักษ์
และสังหารทุกคนไปจนหมด ในที่สุดพายุดาบก็หยุดเคลื่อนไหวและบินกลับมาลอยอยู่รอบๆตัวของเซี่ยเฉิน
ในตอนนี้ องค์ชายทุกคนที่ยกกองทัพเข้ามาประชิดที่ประตูของพระราชวัง
และองครักษ์ที่พวกเขาพามาทั้งหมดล้วนถูกสังหารโดยไม่มีข้อยกเว้น
ทำให้ตอนนี้บรรยากาศที่บริเวรประตูพระราชวังเกิดความเงียบขึ้นมาชั่วขณะ
ทหารองครักษ์หลายพันคนรู้สึกสั่นสะท้านไปทั่วร่างกายของพวกเขา ขุนนางเจ้าหน้าที่พลเรือนและนายพล
ยืนอยู่ที่นั่นด้วยอาการสั่นเทา พวกเขาจ้องมองไปที่ดาบที่กำลังบินอยู่บนท้องฟ้า ด้วยความกลัวบนใบหน้าของพวกเขา
กริ๊ง กริ๊ง...
เวลาต่อมา ดาบที่บินอยู่บนท้องฟ้าก็ได้บินกลับไปหาเจ้านายของมันทีละเล่ม
และกลับคืนสู่ฝัก
มือของทหารองครักษ์ที่ถือดาบสั่นอย่างรุนแรง ใบหน้าของพวกเขาซีดเซียว
และพวกเขาก็ตกตะลึงอย่างมากกับภาพที่เกิดขึ้นอยู่ตรงหน้าของพวกเขา ทำให้จิตวิญญาณของพวกเขาก็สั่นเทาด้วยความกลัว
ยกเว้นองค์หญิงสิบ ทุกคนที่อยู่ที่นี่ในตอนนี้พวกเขาไม่รู้ว่าใครเป็นคนที่ลงมือจัดการปัญหาที่เกิดขึ้น
แม้แต่องค์หญิงสิบ ที่ยืนอยู่ข้างๆเซี่ยเฉิน เธอก็ยังต้องมองไปที่
เซี่ยเฉินด้วยสายตาที่น่าสะพรึงกลัว นี่ยังเป็นพี่เก้า ที่เธอรู้จักอยู่อีกหรือเปล่า?
ใครกันนะที่บอกว่า
พี่เก้าของเธอไม่มีพรรสวรรค์ในการบ่มเพาะและฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ คนที่บอกมันสมควรถูกสาปจริงๆ
เมื่อมองไปยังเศษเนื้อและเลือดที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวร กลิ่นเลือดลอยขึ้นมาฉุนจนติดจมูก
ทำให้ขาของเหล่าขุนนาง อ่อนและล้มลงด้วยความหวาดกลัว
พวกเขาเห็น องค์ชายสอง องค์ชายสาม องค์ชายหก องค์ชายเจ็ด
และองค์ชายแปด ได้ถูกสังหารและตายไปต่อหน้าต่อตาของพวกเขา
องค์ชายเหล่านี้ได้ถูกสังหารตายไปกันหมดแล้ว
และในตอนนี้เหลือเพียงแค่ องค์ชายเก้าเซี่ยเฉิน
และองค์ชายอีกสองพระองคืที่ได้เดินทางกลับไปยังเมืองหลวงจักรพรรดิ ก่อนหน้านี้คือ
องค์ชายห้าเซี่ยซิน และองค์ชายหกเซี่ยเต๋อ
คราวนี้ คงจะไม่มีใครกล้าออกมา คัดค้านอีกต่อไปเพราะว่ามันไม่มีประโยชน์
องค์ชายห้าและองค์ชายหก ได้เดินทางออกจากเมืองหลวงไปแล้ว หลังจากที่ได้รับข่าวการเสียชีวิตขององค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน
ซึ่งในตอนนี้ก็เหลือเพียง องค์ชายเก้า เพียงคนเดียวเท่านั้น
ที่เหมาะสมที่จะขึ้นสืบทอดบัลลังก์ได้อย่างมั่นคง
และก็ไม่มีใครสามารถสั่นคลอนบัลลังก์ขององค์ชายเก้าได้เลย
เพราะว่าพวกเขากลัวที่จะกลายเป็นแบบกองเศษเนื้อและเลือดที่กระจายอยู่เต็มพื้นที่ด้านหน้าประตูพระราชวัง
มันไม่มีประโยชน์ที่จะคัดค้าน นอกเสียจากว่าพวกเขาจะเบื่อที่จะมีชีวิตอยู่อีกต่อไป
ในระยะไกล ปรมาจารย์บางคนก็ได้เฝ้าสังเกตเหตุการณ์
ที่เกิดขึ้นจากระยะไกลอย่างเงียบๆ เมื่อพวกเขาเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นใบหน้าของพวกเขาก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัว
"น่ากลัวมาก"
คนของศาลาสวรรค์ ซึ่งเฝ้าดูสถานการณ์อย่างเงียบๆ ได้ปรากฏความกลัวขึ้นในดวงตาของเธอ
เธอได้เห็นการสังหารนี้ด้วยตาของเธอเอง และเป็นการสังหารเพียงฝ่ายเดียว
เธอไม่สามารถมองเห็นได้เลยว่าใครเป็นคนลงมือ เธอเห็นเพียงแค่ดาบที่บินไปมาอยู่บนท้องฟ้า
สังหารใครก็ตามที่ต้องการบุกเข้าไปข้างในพระราชวัง ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นใครและแข็งแกร่งมากแค่ไหน
พวกเขาต่างก็ถูกสังหารด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดี่ยว
"ท่านนักบุญหญิง พวกเรารีบไปจากที่นี่กันเถอะ"
ศิษย์สาวกหญิงของศาลาสวรรค์ รู้สึกตื่นตระหนกใบหน้าของพวกเธอซีดมากเพราะความหวาดกลัว
เมื่อพวกเธอเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด
ในตอนแรกนั้น พวกเธอไม่ต้องการที่จะปล่อยมือจาก
การช่วงชิงบัลลงก์ของเหล่าองค์ชาย แต่ว่าพวกเธอในตอนนี้กลับรู้สึกว่าพวกเธอนั้นโชคดีเป็นอย่างมากที่
ท่านหัวหน้าศาลาออกคำสั่งให้พวกเธอรีบถอนตัวออกมาให้เร็วที่สุด
และคอยสังเกตเหตุการณ์ณืที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างลับๆ แต่ว่าพวกเธอไม่คาดคิดเลยว่าพวกเธอจะได้เห็นเหตุการณ์ที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้
สิ่งที่พวกเธอเห็นในวันนี้ได้ฝังลึกลงไปในจิตใจของพวกเธอแล้ว
ทำให้พวกเธอไม่อาจลืมเลือนเหตุการณ์นี้ไปตลอดชีวิต
“รีบออกไปกันเถอะ อยู่ต่อพวกเราก็ทำอะไรไม่ได้”
นักบุญหญิง ส่ายหัวและพูดออกมาอย่างเคร่งขรึม "ในตอนนี้การเข้าออกเมืองหลวงจักรพรรดิทั้งหมดได้ถูกปิดกั้น
ตอนนี้เป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเธอจะเดินทางออกไปจากเมืองหลวงได้ ข้าหวังว่าองค์ชายเก้าจะหยุดสังหารแล้ว"
เธอทำได้เพียงอธิษฐานขอให้ องค์ชายเก้าเซี่ยเฉิน
หยุดการไล่สังหารคนที่ก่อความวุ่นวาย
เมื่อเธอมองไปที่ เศษซากศพขององค์ชายทั้งหลาย เธอก็รู้สึกหวาดกลัว
นั่นคือพี่น้องของเขา เขาบอกว่าจะฆ่าเขาก็ลงมือฆ่าโดยไม่มีความเห็นอกเห็นใจเลยแม้แต่น้อย
“บรรดา องค์ชายที่สมรู้ร่วมคิดกับเผ่าพันธุ์อื่น
พวกเขาทั้งหมดถูกสังหารและประกาศความผิดของพวกเขาให้โลกได้รับรู้”
สามวันต่อมา งานศพของจักรพรรดิก็ได้ถูกจัดขึ้น
เสียงของ องค์ชายเก้าเซี่ยเฉิน นั้นดังและชัดเจนมาก
กระจายออกไปทั้งภายในและภายนอกเขตพระราชวัง ทำให้ผู้คนนับไม่ถ้วนสามารถได้ยินสิ่งที่เขาพูดออกมาได้อย่างชัดเจน
เหล่าขุนนางและนายพลของราชวงศ์เซี่ย ต่างก็พากันตกใจเมื่อได้ยินสิ่งที่
เซี่ยเฉินพูดออกมา
ขุนนางผู้ใหญ่หลิวซวน เป็นผู้นำและนั่งคุกเข่าลงทันทีตรงจุดนั้น
“องค์ชายเก้า พระองค์ทรงขึ้นเป็นจักรพรรดิด้วยเถิด
ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ!”
"จักรพรรดิ ทรงพระเจริญ!
ขุนนาง เจ้าหน้าที่พลเรือน และนายพลหลายร้อยคนโค้งคำนับพร้อมกัน รวมทั้งทหารองครักษ์หลายพันคน
สาวใช้และขันทีทุกคนที่อยู่ในพระราชวังต่างก็พากันคุกเข่าลงทีละคน แสดงความยินยอมที่จะให้
เซี่ยเฉินขึ้นเป็นจักรพรรดิ
พวกเขาไม่มีทางลืมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ประตูพระราชวังไปได้เลย ภาพของเลือดและเนื้อที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นนั้นยังชัดเจนอยู่ภายในใจของพวกเขา
และใครก็ตามที่กล้าคัดค้านออกมาในเวลานี้ พวกเขาสามารถจินตนาการถึงจุดจบของพวกเขาได้เลยว่าจะเป็นอย่างไร
พวกขุนนางเหล่านี้ไม่ได้โง่ แม้แต่นายพลก็ฉลาดมาก เมื่อมองแวบเดียว
พวกเขาก็รู้ว่า องค์ชายเก้าเซี่ยเฉิน ตอนนี้เป็นทายาทเพียงคนเดียวที่เหมาะสมมากที่สุดที่จะขึ้นนั่งบนบัลลังก์
ใบหน้าขององค์หญิงสิบเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและคุกเข่าลงข้างหลังของพี่ชายของเธอ
เธอมองไปที่แผ่นหลังของ เซี่ยเฉิน แววตาของเอนั้นเต็มไปด้วยความชื่นชม
นี่คือพี่เก้าของเธอ
“ข้าไม่อยากเป็นจักรพรรดิจริงๆ”
เซี่ยเฉินถอนหายใจออกมาเบาๆ มองดูเหล่าข้ารับใช้ของราชวงศ์เซี่ยที่กำลังนั่งคุกเข่าอยู่ข้างหลังเขา
จากนั้นก็มองไปที่องค์หญิงสิบ ที่ตอนนี้ใบหน้าของเธอนั้นเต็มไปด้วยความชื่นชม
ทำให้เขารู้สึกทำอะไรไม่ถูก
เดิมที เขาต้องการที่จะผลักดันองค์หญิงสิบให้ขึ้นเป็นจักรพรรดิ แต่ว่าตอนนี้จู่ๆ
กลับกลายเป็นเขา ทำให้เขาก็ตกตะลึงเล็กน้อย
สาวน้อยคนนี้ ทำไมถึงเปลี่ยนใจ
และให้เซี่ยเฉินขึ้นมาเป็นจักรพรรดิแทนที่นางก่อนเพื่อรักษาเสถียรภาพและสถานการณ์โดยรวมของราชวงศ์
ฮัม!
ขณะที่เขากำลังรู้สึกขมขืน ทันใดนั้นพลังลึกลับก็หลั่งไหลมาจากทุกทิศทางและไหลเข้าสู่ร่างกายของเขาทันที
"อะไร เกิดอะไรขึ้น?"
เซี่ยเฉิน รู้สึกสะดุ้ง ดวงตาของเขาเป็นประกาย และทันใดนั้นเขาก็เปิดใช้งาน
เคล็ดวิชาลมหายใจแห่งสวรรค์
หลังจากนั้นเขาก็มองเห็น พลังปราณลึกลับไปไหลมาจากทุกทิศทุกทาง และรวมตัวกันกลายเป็น
ปราณจักรพรรดิสีม่วง
“ปราณจักรพรรดิสีม่วง?”
เซี่ยเฉิน รู้สึกประหลาดใจอย่างมาก เพียงเสี้ยววินาที เซี่ยเฉิน ก็รู้สึกว่าแก่นแท้โลหิตภายในร่างกายของเขากำลังเดือดพล่าน
พลังพิเศษของกายาจักรพรรดิมนุษย์ ได้ถูกกระตุ้นอีกครั้ง
กายาจักรพรรดิมนุษย์!
เซี่ยเฉิน รู้สึกดีใจมาก
เมื่อปราณจักรพรรดิสีม่วง ได้หลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของเขา ทำให้เข้าสามารถกระตุ้นพลังพิเศษของกายาจักรพรรดิมนุษย์ของเขาให้ตื่นขึ้นมาได้อีกครั้ง
เปิดใช้งานร่างกายมนุษย์อธิปไตยอีกครั้ง ซึ่งในตอนนี้เขาเพิ่งกระตุ้นการตื่นขึ้นของกายาจักรพรรดิมนุษย์ได้เพียงแค่
20%
แต่ว่าในตอนนี้ในช่วงระยะเวลาเพีบงชั่วพริบตา
กายาจักรพรรดิมนุษย์ของเขาได้ถูกกระตุ้นถึง 40% แล้ว
แก่นแท้โลหิตตภายในร่างกายของเขาไหลเวียนอย่างบ้าคลั่งในตอนนี้ พลังลึกลับของกายาจักพรรดิมนุษย์ก็หลั่งไหลไปทั่วร่างกายของเขาเช่นกันซึ่งทำให้ร่างกาย
จิตวิญญาณ และพลังปราณของเขาได้รับการปรับปรุงอีกครั้ง
“ปราณจักรพรรดิสีม่วง
สามารถปลุกกายาจักรพรรดิมนุษย์ของข้าให้ตื่นขึ้นมาได้ อย่างนั้นเหรอ”
เซี่ยเฉินเข้าใจอะไรบ้างอย่างได้แล้วในตอนนี้
ปรากฏว่าถ้าเข้าต้องการปลุกกายาจักรพรรดิมนุษย์ ให้ตื่นขึ้นมาอย่างสมบูรณ์
เขาจะต้องขึ้นเป็นจักรพรรดิ เพื่อที่จะได้ดูดซับปราณจักรพรรดิสีม่วง
และในตอนนี้ปราณจักรพรรดิสีม่วง ยังไม่เพียงพอที่จะสามารถปลุกกายาจักรพรรดิมนุษย์ของเขาให้ตื่นขึ้นมาอย่างสมบูรณ์ได้
"คือว่านี่คือ..."
ทันใดนั้น การแสดงออกของเซี่ยเฉิน ก็จริงจังมากขึ้น ด้วยการช่วยเหลือจากเคล็ดวิชาลมหายใจแห่งสวรรค์
เขาก็มองเห็นพลังลึกลับ อีกอย่างที่กำลังไหลมาจากทุกทิศทาง
พลังลึกลับนี้ช่างแตกต่างจากปราณจักรพรรดิสีม่วง
มันเหมือนกับโชคลาภมากกว่า
"หรือว่า มันอาจจะเป็น..."
เซี่ยเฉินรู้สึกตกใจ และคิดอะไรบางอย่างได้ ใบหน้าของเขาปรากฏความประหลากใจขึ้นมา
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved