ในวันนี้ได้มีคนกลุ่มหนึ่งเดินทางมาที่ ซากปรักหักพังของนิกายเทียนเจี้ยน
พวกเขาทั้งหมดต่างก็สวมใส่ชุดผ้าดิบสีขาวคลุมด้วยชุดคลุมผ้าป่านเพื่อป็นการไว้ทุกข์ให้กับคนตาย
ผู้นำของคนกลุ่มนี้ เป็นหญิงสาว ที่มีรูปร่างหน้าตาที่สวยงาม
เธอเองก็สวมใส่ชุดผ้าดิบสีขาวคลุมด้วยชุดคลุมผ้าป่านเช่นกันเพื่อเป็นการไว้ทุกข์และแสดงความกตัญญูต่อผุ้ที่เสียชีวิต
เธอนั่งคุกเข่าลงต่อหน้าซากปรักหักพังของนิกายเทียนเจี้ยนในหน้าและดวงตาของเธอเต็มแด้วยความโศกเศร้า
“ท่านพ่อ ศิษย์พี่ใหญ่และศิษย์น้องทุกคน ข้ามาช้าเกินไป”
หญิงสาวพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าและความขุ่นเคือง
น้ำตาของเธอรินไหลออกมาไม่หยุด
ปรากฏว่า เธอเป็นลูกสาวคนเดียวของผู้นำนิกายเจียงเหอ เธอมีชื่อว่า เจียงฮั่นหยาน
เป็นศิษย์น้องของ หยินชิซาน และทั้งสองก็ยังเป็นคู่รักกันอีกด้วย
เดิมทีเธอได้ออกเดินทางเพื่อฝึกฝน แต่จู่ๆเธอก็ได้ยินข่าวว่าพ่อของเธอสังหาร
ที่ด้านนอกของประตูพระราชวัง ของอาณาจักรเซี่ย
และไม่กี่วันต่อมา เธอก็ได้รับข่าวร้ายอีกว่า นิกายเทียนเจี้ยนได้ถูกทำลาย
และศิษย์สาวกนับหมื่นคนถูกสังหารทั้งหมด
เมื่อเธอเดินทางมาถึงนิกายเทียนเจี้ยน เธอก็ได้พบเห็นโครงกระดูก
กระจายอยู่ทั่ว ทำให้เธอรู้สึกกระทบกระเทือนจิตใจ เธอรู้สึกโกรธแค้นเป็นอย่างมาก
ราชวงศ์เซี่ย จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉินผู้เผด็จการ ข้าเจียงฮั่นหยานจะต้องแก้แค้นให้กับท่านพ่อและศิษยืพี่ศิษย์น้องของข้าให้จงได้"
เจียงฮั่นหยานกัดฟันและเงยหน้าขึ้นไปบนท้องฟ้าตะโกนออกมาด้วยเสียงที่ดังลั่น
ข้างหลังของเธอ มีกลุ่มศิษย์สาวกของนิกายเทียนเจี้ยน ที่รอดชีวิตเนื่อกจากพวกเขาได้ติดติมเจียงฮั่นหยาน
ออกไปฝึกฝนที่ภายนอกและไม่ได้เดินทางกับมาที่นิกายในตอนนั้น
พวกเขาต่างก็พากันคุกเข่าลงด้วยความรู้สึกเสียใจ ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและวิตกกังวล
นิกายเทียนเจี้ยนได้ถูกทำลายลงไปแล้ว และพวกมันก็กลายเป็นคนไร้ที่พึ่งพิง
และต้องหลบซ่อนตัวอยู่ในที่ลับ เพราะกลัวว่าจะถูกค้นพบโดยคนของราชวงศ์เซี่ยและถูกตามล่าสังหาร
วันนี้พวกเขาได้แอบ เดินทางมายังซากปรกหักพังของนิกายเทียนเจี้ยน
อย่างลับๆเพื่อไว้อาลัยให้กับสหายร่วมนิกายที่เสียชีวิตไปแล้ว
“คุณหนู พวกเรารีบออกไปจากที่นี้กันเถอะ ไม่อย่างงั้นพวกเราอาจจะถูกค้นพบ”
มีคนกระซิบเตือน
เจียงฮั่นหยาน เช็ดน้ำตาของเธอ สีหน้าของเธอในตอนนี้เต็มไปด้วยความเย็นชา
และมีความเกลียดชังอย่างลึกซึ้งปรากฏขึ้นในดวงตาของเธอ
“จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน สักวันหนึ่งข้าจะต้องสังหารเจ้าให้ได้อย่างแน่นอน”
เสียงของเธอแหลมคมราวกับปีศาจดุร้าย ที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง
เธอคร่ำครวญและสบถออกมา
"ไป!"
เจียงฮั่นหยาน ออกคำสั่งและเตรียมพร้อมที่จะออกไปจากที่แห่งนี้ พร้อมกับศิษย์สาวกที่ยังเหลืออยู่ของนิกายเทียนเจี้ยนหลายสิบคน
คลืนนนนนนนน!
ขณะที่เธอกำลังจะจากไป ทันใดนั้นเธอก็ได้ยินเสียงดาบครวญครางออกมาเล็กน้อยจากซากปรักหักพัง
ซึ่งดึงดูดความสนใจของเจียงฮั่นหยาน และคนอื่นๆ ทันที
"อะไร?"
มีคนมองไปยังจุดที่มีเสียงดังออกมา ด้วยความสงสัย
ทุกคนต่างก้พากันมองไปที่ซากปรักหักพังของห้องโถงใหญ่ที่อยู่ตรงหน้า
ซึ่งในตอนนี้ได้มีเสียงครวญครางของดาบดังขึ้นอยู่ภายใต้ซากปรักหักพัง
การแสดงออกของเจียงฮั่นหยาน เปลี่ยนไปเธอหายตัวไปจากจุดเดิมในทันทีและมาปรากฏตัวอยู่บนซากปรักหักพัง หลังจากที่เธอสังเกตอย่างรอบคอบ
ในที่สุดเธอก็พบดาบที่ซ่อนอยู่ใต้ซากปรักหักพังของห้องโถงใหญ่ของนิกาย
ดาบเล่มนี้เป็นสีดำสนิท มีออร่าสีดำปลดปล่อยออกมา
ทำให้ผู้คนที่พบเห็นรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายที่ชั่วร้าย
“นี้เป็นดาบของท่านพ่อของข้า ดาบสวรรค์เหรอ?”
ดวงตาของเจียงฮั่นหยาน เบิกกว้างขึ้น และม่านตาของเธอก็หดตัวลง เมื่อเธอเห็นดาบเล่มนี้ เธอก็รู้ได้ทันทีว่านี้เป็นดาบของท่านพ่อของเธอ
ซึ่งเป็นมรดกที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานของนิกายเทียนเจี้ยน
ดาบสวรรค์ เดิมทีเป็นดาบที่ไม่มีใครเทียบได้
แต่ทำไมตอนนี้มันถึงได้กลายเป็นสีดำสนิทเหมือนดาบที่ชั่วร้ายเช่นนี้
หรือว่ามันจะกลายเป็นดาบที่มีจิตวิญญาณชั่วร้าย และเต็มไปด้วยจิตสังหารที่ชั่วร้าย
คลืดดดดดด!
เมื่อดาบสวรรค์ที่ในตอนนี้เต็มไปด้วยกลิ่นอายที่ชัวร้าย ได้ถูกดึงออกมาจากใต้ซากปรักหักพัง
และในทันใดนั้น พลังปราณปีศาจก็พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าระเบิดคลื่นพลังของมันออกมา ทำให้ศิษย์สาวกของนิกายเทียนเจี้ยนหลายสิบคนคุกเข่าลงด้วยใบหน้าที่ดูซีดเซียว
การแสดงออกของพวกเขาในตอนนี้เหมือนกำลังตกอยู่ในภวังค์
ดวงตาของพวกเขาว่างเปล่า และเลือดก็พุ่งออกมาจากปากและจมูกของพวกเขาอย่างต่อเนื่อง
และลอยไปทางดาบสวรรค์ ที่อยู่ในมือของเจียงฮั่นหยานโดยไม่คาดคิด
“ท่านพ่อ ศิษย์พี่?”
เจียงฮั่นหยาน จ้องมองดาบสวรรค์ที่อยู่ในมือของเธออย่างว่างเปล่า เธอรู้สึกได้ถึงลมหายใจของท่านพ่อและศิษย์พี่
ที่เป็นคนรักของเธอ และตกอยู่ในภาวะมึนงง
ดาบเล่มนี้ได้ดูดแก่นแท้โลหิตของศิษย์สาวกของนิกายเทียนเจี้ยนนับหมื่นคน
รวมถึงผู้อาวุโสทั้งหมดต่างก็ถูกมันดูดซับเอาไว้
ดังนั้น มันจึงกลายเป็นดาบปีศาจที่ดุร้าย ซึ่งกลืนกินแก่นแท้โลหิต ของศิษย์สาวกหลายสิบคนที่อยู่ที่นี่อย่างต่อเนื่อง
"เกิดอะไรขึ้นกับข้า..."
“คุณหนู ได้โปรดไว้ชีวิตของพวกข้าด้วย”
ทันใดนั้นก็มีเสียงกรีดร้องดังขึ้นมา ซึ่งทำให้เจียงฮั่นหยานตื่นจากอาการตกตะลึง
เมื่อเธอ รู้สึกตัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน เธอก็พบว่าศิษย์น้องของเธอหลายสิบคน
ได้มีเลือดไหลออกมาจากทวารทั้งเจ็ด และลอยเข้ามายังดาบสวรรค์ที่อยู่ในมือของเธอในตอนนี้อย่างต่อเนื่องและถูกมันดูดซับหายไปอย่างรวดเร็ว
“ในเมื่อท่านพ่อของข้า ศิษย์พี่ และศิษย์น้องทุกคนได้ตายหมดแล้ว
พวกเข้าด็ไม่มีความหมายที่จะมีชีวิตอยู่อีกต่อไป พวกเจ้าจงติดตามไปอยู่กับท่านพ่อและศิษย์พี่ของข้า”
ดวงตาของเจียงฮั่นหยาน เปลี่ยนเป็นสีแดงที่เต็มไปด้วยจิตสังหารที่รุนแรง
เธอพูดออกมาด้วยท่าทางที่ดูเคร่งขรึม
เธอต้องการให้ดาบสวรรค์ที่อยู่ในมือของเธอในตอนนี้ กลืนกินศิษย์สาวกที่เหลือทั้งหลายสิบคนนี้เข้าไป
เพราะว่าตอนนี้เธอเต็มไปด้วยความบ้าคลั่งไปแล้ว
“จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน
เจ้าเตรียมตัวรอข้าไปแก้แค้นเจ้าได้เลย ในอีกไม่นาน เจ้าทรราช”
หลังจากที่เจียงฮั่นหยานได้รับดาบสวรรค์ที่ตอนนี้กลายเป็นดาบปีศาจไปแล้วนั้น
ท่าทางของเธอก็เปลี่ยนแปลงไปกลายเป็นคนที่ดุร้ายและน่ากลัวเป็นอย่างมาก
เธอพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่น่าหวาดกลัวว่า “ข้าเคยได้ยินมาว่ามีถ้ำปีศาจอยู่ใน
ซีโม่ ข้าต้องเดินทางไปที่แห่งนั่นเพื่อทำการดูดซับพลังปราณปีศาจและทำให้ตัวข้าแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
เพื่อที่จะได้กลับมาล้างแค้นให้กับท่านพ่อ และ ศิษย์พี่คนรักของข้า”
เธอพึมพำกับตัวเอง กระโดดขึ้นไปบนท้องฟ้าพร้อมกับดาบปีศาจสวรรค์ที่อยู่ในมือของเธอ
และหายตัวไปจากซากปรักหักพังของนิกายเทียนเจี้ยนทันที
หลงเหลือเอาไว้เพียงแค่ ศพที่เหี่ยวเฉาหลายสิบร่าง ที่นอนอยู่ตามพื้น
แก่นแท้โลหิตภายในร่างกายของพวกเขาเหล่านี้แห้งเหือด เพราะว่าได้ถูกดาบปีศาจสวรรค์
ดูดซับไปจนหมด และพวกเขาต่างก็จบชีวิตอย่างน่าอนาถอยู่ที่นี่
ไม่มีใครคิดเลยว่าจริงๆ แล้วยังมีดาบปีศาจสวรรค์ซ่อนอยู่ใต้ซากปรักหักพังของนิกายเทียนเจี้ยน
เซี่ยเฉิน เองก็ไม่ได้สนใจ หลังจากที่เขาสังหาร หยินชิซาน
เขาก็ไม่ได้สนใจดาบเล่มนี้เลย
และปล่อยมันทิ้งเอาไว้ที่ซากปรักหักพังของนอกายเทียนเจี้ยน
...........................
เวลาผ่านหนึ่งเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ในวันนี้ เซี่ยเฉิน ได้เดินทางมาที่ด้านหลังของพระราชวังและสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่คุ้นเคย
“เฉียนเสวี่ย?”
เขาจ้องมอง ไปที่บุคคลนั้นโดยไม่คาดคิด หลังจากนั้นเธอก็เดินมานั่งคุกเข่าลงข้างหนึ่งต่อหน้าเขา
“เฉียนเสวี่ย ยินดีที่ได้พบกันนายน้อยและยินดีกับนานน้อยด้วยที่ขึ้นเป็นจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ของราชวงศ์เซี่ย”
คนที่ปรากฏตัวในตอนนี้ก็คือ เฉียนเสวี่ย หรือก็คือเทพธิดากวงหาน ผู้ก่อตั้งตำหนักกวงหานขึ้นมา
นั้นเอง
เธอมองไปที่ เซี่ยเฉิน ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น
ในที่สุดเธอก็สามารถอยู่เคียงข้างนายน้อยของเธอได้
“ในเมื่อเจ้ามาอยู่ที่นี่ก็ดีเหมือนกัน
เธอจะต้องไปอยู่ข้างกายขององค์หญิงสิบคอยปกป้องและช่วยเหลือองค์หญิงสิบ”
เซี่ยเฉิน พยักหน้าเล็กน้อยและออกคำสั่งกับ เฉียนเสวี่ย
เมื่อเฉียนเสวี่ยได้ยินสิ่งที่นายน้อยของเธอสั่งออกมา เธอก็รู้สึกตกตะลึง
และเฉื่อยชาไปเล็กน้อย เธอรู้สึกถึงความสูญเสียอย่างอธิบายไม่ได้ภายในจิตใจของเธอ
นายน้อย ไม่ชอบเธออย่างนั้นเหรอ?
เมื่อพบเจอเธอ ครั้งแรกก็ให้เธอไปอยู่ข้างกายขององค์หญิงสิบเพื่อช่วยเหลือนาง เป็นไปได้ไหมว่าเธอไม่ได้รับการต้อนรับจริงๆ?
"เจ้าค่ะ นายน้อย!"
แม้ว่าเธอจะรู้สึกสูญเสียไปบ้าง แต่ว่าเฉียนเสวี่ย ก็ยังเชื่อฟังคำสั่งของ
เซี่ยเฉิน และทำตามอย่างเคร่งครัด
ไม่ว่า เซี่ยเฉิน จะขอให้เธอทำอะไร เธอก็เชื่อฟังโดยไม่มีเงื่อนไข
เพราะว่าถ้าไม่มีเซี่ยเฉินที่ช่วยเหลือเธอออกมาในวันนั้นและยังสั่งสอนเธอให้ฝึกฝนและบ่มเพาะ
ก็คงจะไม่มีเธออยู่จนถึงทุกวันนี้
เมื่อมองดูแผ่นหลังของเฉียนเสวียที่กำลังเดินจากไป เซี่ยเฉินก็ครุ่นคิดอะไรบ้างอย่างอยู่เงียบๆ
ว่าน้องสาวของเขาจะต้องเป็นคนที่พา เฉียนเสวี่ยเขามายังพระราชวังอย่างไม่ต้องสงสัย
“สาวน้อยคนนี้ นี้มันจริงๆเลย”
เซี่ยเฉิน หัวเราะออกมาอย่างโง่เขลา ก่อนหน้านี้องค์หญิงสิบ เคยบอกกับเขาเอาไว้ว่า
เธอจะนำตัวของ เทพธิดากวงหาน เข้ามายังพระราชวัง
และก็ยังมีนักบุญหญิงแห่งศาลาสวรรค์ เข้ามายังพระราชวังเพื่อเป็นสาวรับใช้ส่วนตัวของเขา
ในตอนนั้นเขาคิดว่ามันเป็นเพียงแค่เรื่องตลก แต่เขาไม่คาดคิดเลยว่าเธอจพทำมันมันจริงๆ
ก่อนหน้านี้ เธอได้พาตัวของนักบุญหญิงแห่งศาลาสวรรค์ได้เขามายังพระราชวังก่อนแล้ว
และในตอนนี้เธอก็พาตัวของเทพธิดากวงหานเข้ามาอีกคน
อย่างไรก็ตาม เซี่ยเฉิน ไม่ได้ต้องการให้พวกเธอทั้งสองเขามาเป็นสาวฝช้ส่วนตัวของเขา
เพราะว่าไม่มีความจำเป็น เขาได้ส่งตัวของทั้งสองให้ไปช่วยเหลืองานของ องค์หญิงสิบแทน
ท้ายที่สุดแล้วเขาก็ตระหนักถึงสถานการณ์ของตัวเองดีว่า
เป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะอาศัยอยู่ในพระราชวังวังแห่งนี้ไปตลอดชีวิต สักวันหนึ่งเขาก็ต้องออกจากพระราชวังแห่งนี้ไปเพราะว่าไม่สามารถ
ลงชื่อเช็คอินได้อีกต่อไป
เมื่อถึงเวลานั้น เซี่ยเฉิน ได้คิดแผนการทั้งหมดเอาไว้หมดแล้วและเริ่มเตรียมตัว
เมื่อวันหนึ่งเขาไม่สามารถ
ที่จะลงชื่อเช็คอินที่พระราชวังได้อีกต่อไป เขาก็ต้องออกไป เมื่อถึงเวลานั้นองค์หญิงสิบ
ก็คงพร้อมแล้วที่จะขึ้นเป้นจักรพพรดินีหญิงองค์แรกของอาณาจักรและราชวงศ์เซี่ยต่อไปได้
“ระบบ ลงชื่อเช็คอินที่ วิหารแห่งสวรรค์”
ในไม่ช้า เซี่ยเฉินก็เดินทางมาถึงวิหารแห่งสวรรค์
หลังจากนั้นเขาก็ออกคำสั่งกับระบบอย่างเงียบๆภายในใจของเขา
ติ๊ง!
“เช็คอินสำเร็จ ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ด้วย
ท่านได้รับ : เคล็ดวิชาดาบ”
เมื่อได้รับการแจ้งเตืนจากระบบ ก็ทำให้เซี่ยเฉินรู้สึกตกใจและตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง
“เคล็ดวิชาดาบ?” เขาพึมพำออกมาด้วยความประหลาดใจ
โดยไม่คาดคิด วันนี้หลังจากที่ลงชื่อเช็คอินเขาจะได้รับ เคล็ดวิชาดาบ
เคล้ดวิชานี้ก็คลายๆกับ ทักษะควบคุมดาบเจี้ยนจือ
ของนิกายเทียนเจี้ยนที่เขาได้รับมาก่อนหน้านี้ เป็นเคล็กวิชาดาบที่ทรงพลัง
สำหรับทักษะควบคุมดาบเจี้ยนจือสามารถควบคุบดาบนับหมื่นเล่มได้
ถ้าให้เขาเดาเคล็ดวิชาดาบ เมื่อใช้คู่กับเคล็ดวิชาดาบที่เขาได้รับมาในวันนี้
เขาสามารถ ควบคุมให้ดาบบินไปสังหารศัตรูที่อยู่ห่างออกไปหลายพันลี้ได้อย่างง่ายดาย
"สกัดและฝึกฝน"
เซี่ยเฉิน ไม่ลังเลเขานำเคล็ดวิชาดาบออกมาจากพื้นที่ระบบและฝึกฝนในทันที
และด้วยความช่วยเหลือจากระบบทำให้เขาเชี่ยวชาญเคล็ดวิชาดาบอย่างรวดเร็ว
ฮัม!
ข้อมูลจำนวนมากได้หลั่งไหลเข้าสู่ทะเลแห่งจิตสำนึกของเขา
จิตใจของเขาสั่นไหว หลังจากที่ได้รับข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับการฝึกฝนเคล็ดวิชาดาบ
เซี่ยเฉินก็รู้สึกได้ว่า ทะเลแห่งจิตสำนึกของเขากำลังจะขยายออก
หลังจากที่ทำความเข้าใจเคล็ดวิชาดาบ
เขาก็เริ่มที่จะเชี่ยวชาญเคล็ดวิชาดาบ ทำให้เขาค่อยๆมองเห็นถึงมุมมองที่แตกต่างออกไปเมื่อเขามีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับเคล็ดวิชาดาบ
เดิมทีเขาคิดว่าทักษะควบคุมดาบเจี้ยนจือคอยสนับสนุนเคล็ดวิชาดาบเพื่อโจมตี แต่ตอนนี้เมื่อเขาได้ทำความเข้าใจอย่างรอบคอบแล้ว
เขาก็ตระหนักได้ทันทีว่าความคิดของเขาเป็นเพียงแค่ผิวเผิน
(ประมารว่าความคิดความอ่านตื่นเขินเกิดไป)
ไม่ว่าจะเป็นทักษะควบคุมดาบเจี้ยนจือ หรือ
เคล็ดวิชาดา ทักษะทั้งสองล้วนมีจุดแข็งเป็นของตัวเองและพลังของทักษะทั้งสองก็ไม่ธรรมดาเลย
ชั่วระยะเวลาหนึ่ง เวี่ยเฉิน ได้จมอยู่กับการทำความเข้าใจและการฝึกฝนทักษะดาบทั้งสอง
ทำให้เจตจำนงดาบอันน่าสะพรึงกลัวค่อยๆ แผ่ออกมาจากร่างกายของเขา
และมันก็หนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved