ตอนที่ 135

ในตอนเช้าเซี่ยเฉิน มาที่วิหารแห่งสวรรค์

“ระบบ ลงชื่อเช็คอินที่นี่”

เขายืนอยู่บนแท่นบูชาสวรรค์ และออกคำสั่งกับระบบอย่างเงียบๆในใจของเขา

ติ๊ง!

“เช็คอินสำเร็จ ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ด้วย

ท่านได้รับ : แก่นแท้ของพลังปราณห้าธาตุ”

หลังจากที่ได้รับการแจ้งเตือนจากระบบ ดวงตาของ เซี่ยเฉิน ก็สว่างขึ้น

แก่นแท้ของพลังปราณห้าธาตุ!

"ในที่สุด ก็ได้สมบัติล้ำค่า"

ใบหน้าของ เซี่ยเฉิน แสดงความดีใจออกมา เมื่ออ่านข้อมูลที่ระบบมอบให้

เขาก็ว่าแก่นแท้ของพลังปราณห้าธาตุ นี้ประกอบไปด้วยแก่นแท้ของธาตุทั้งห้า ได้แก่

ทอง ไม้ น้ำ ไฟ ดิน

ด้วยแก่นแท้ของพลังปราณห้าธาตุ เขาก็สมารถควบแน่นสมบัติศักดิ์สิทธิ์ทั้งห้าของร่างกายมนุษย์

ขึ้นมาได้อย่างสมบูรณ์

เขาหันหลังและเดินทางกลับพระราชวังของเขาในทันที เขาไปยังห้องลับและเริ่มเตรียมการฝึกฝนทันที

มันไม่ง่ายที่เขาจะได้รับแก่นแท้ของพลังปราณห้าธาตุมา

หลังจากนี้เขาจะต้องเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับ อวัยวะภายในทั้งห้า และควบแน่นสมบัติศักดิ์สิทธิ์ทั้งห้าของร่างกายมนุษย์ขึ้นมา

“อวัยวะภายในทั้งห้าของร่างกายมนุษย์ได้แก่ หัวใจ

ตับ ม้าม ปอด และไต”

เซี่ยเฉิน พึมพำกับตัวเอง ดวงตาของเขาเป็นประกาย

เมื่อเขาผสานแก่นแท้ของพลังปราณห้าธาตุ เขากับอวัยวะภายในทั้งห้าตามธาตุได้แก่

หัวใจเป็นของธาตุไฟ ตับเป็นของธาตุไม้ ม้ามเป็นของธาตุดิน ปอดเป็นของธาตุทอง และไตเป็นของธาตุน้ำ

"สกัดและหลอมรวม แก่นแท้ของพลังปราณห้าธาตุ"

เซี่ยเฉินไม่ลังเลอีกต่อไป เขาได้ดึงแก่นแท้ของพลังปราณห้าธาตุ

ออกมาจากพื้นที่เก็บของระบบในทันทีและเริ่มทำการหลอมรวมธาตุทั้งห้าเขากับอวัยวะภายในทั้งห้า

ฮัม!

ทันใดนั้น พลังลึกลับของธาตุทั้งห้าก็หลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของเขาอย่างต่อเนื่อง

แสงห้าสีล้อมรอบร่างกายของเขา แก่นแท้ของพลังปราณห้าธาตุ ทอง ไม้

น้ำ ไฟ ดิน ธาตุทั้งห้าเริ่มผสานเข้ากับอวัยวะภายในร่างกายของเขาด้วยการชักนำของเซี่ยเฉินอย่างตั้งใจ

อันดับแรกธาตุไปเขาเริ่มผสานเข้ากับหัวใจของเขา

ทำให้แก่นแท้ของธาตุไฟได้ไปรวมกันที่หัวใจ ทำให้หัวใจเกิดการเปลี่ยนแปลงพลังปรานของธาตุไฟจำนวนมากก็ได้หลอมรวมเข้ากับหัวทำให้เลือดที่หัวใจสูบฉีดเลือดออกมาพร้อมกับเปลวไฟ

ในขณะที่เปลวไฟที่แท้จริงของดวงอาทิตย์ที่อยู่ภายในร่างกายของเขาก็ได้ทำการ

ขจัดสิ่งสกปรกที่อยู่ภายในร่างกายออกไปอย่างต่อเนื่อง และทำให้ร่างกายของเขาบริสุทธิ์มากขึ้น

และในตอนนี้หัวใจของงเขานั้นเต็มไปด้วยแก่นแท้ของธาตุไฟที่บริสุทธิ์

ปลดปล่อยพลังงานที่แข็งแกร่งออกมา และเริ่มที่จะไหลเวียนไปทั่วทั้งร่างกายของเขา

และในไม่ช้า แก่นแท้ของพลังปราณห้าธาตุ

ก็ไหลเวียนไปจนครบทั้งอวัยวะภายในทั้งห้า

แก่นแท้ของพลังปราณห้าธาตุ หมุนเวียนอยู่ภายในร่างกายของเขาอยู่ตลอดเวลา

และเติบโตขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ก่อให้เกิดวงจรห้าธาตุ ซึ่งหมุนเวียนไปมาระหว่าง

หัวใจ ตับ ม้าม ปอด และไต

ซีซี่...

บริเวรหน้าอกของเซี่ยเฉินในตอนนี้

ได้มรแสงห้าสีส่องสว่างอยู่ตลอดเวลาหลอมรวมเข้ากับอวัยวะภายในทั้งห้าของร่างกายมนุษย์

และเปิดสมบัติศักดิ์สิทธิ์ทั้งห้าของร่างกายมนุษย์

หลังจากที่แก่นแท้ของพลังปราณห้าธาตุถูกรวมเข้ากับอวัยวะภายในทั้งห้า

มันก็ไปปรับปรุงความแข็งแกร่งของอวัยวะภายในทั้งห้าทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องภายในร่างกายของเขา

ไม่นานมากนักการหลอมรวมก็เสร็จสมบูรณ์ แก่นแท้ของพลังปราณห้าธาตุ

ที่อยู่ภายในอวัยวะทั้งห้าก็ปลดปล่อยพลังออกมา

และเริ่มหมุนเวียนภายในร่างกายของเขาทำให้ระดับการบ่มเพาะของเขาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว ในระยยะเวลาเพียงแค่สิบนาที ระดับการบ่มเพาะของเขา

ก็ได้ไปถึงจุดสูงสุดของขอบเขตนิพพานขั้นที่ห้า

และกำลังจะทะลวงเข้าสู่ขอบเขตนิพพานขั้นที่หก อีกเพียงก้าวเดี่ยว

เปรี๊ยะ!

ในขณะนี้เอง ได้มีเสียงแตกร้าวดังออกมาจากหัวใจของเซี่ยเฉิน และทันใดนั้นเขาก็รู้สึกถึงพลังที่กำลังเพาะเลี้ยงในหัวใจของเขา

เขาได้ใช้จิตสัมผัสศักดิ์สิทธิ์เข้าไปสำรวจภายในหัวใจ

ก็สังเกตเห็นดวงอาทิตย์ดวงเล็กๆกำลังลอยอยู่ในหัวใจของเขา

"พระเจ้า" สมบัติศักดิ์สิทธิ์ทั้งห้าของร่างกายมนุษย์

ชิ้นแรกของเขาได้ถูกเปิดออกมาแล้ว

เป็นไปตามที่เขาคาดหวัง ในตอนนี้สมบัติศักดิ์สิทธิ์ทั้งห้าของร่างกายมนุษย์

ชิ้นแรกที่หัวใจได้ถูกเปิดออกมาแล้วอย่างสมบูรณ์

ทันใดนั้นร่างกายของเซี่ยเฉิน ก็โปร่งใสเป็นอย่างมาก

จนเขาสามารถมองเห็นอวัยวะภายในของเขาได้ ไม่ว่าจะเป็น เส้นเอ็น เส้นเลือด จำนวนนับไม่ถ้วนได้อย่างชัดเจน

หลังจากที่สมบัติศักดิ์สิทธิ์ ชิ้นแรกได้ถูกเปิดออก พลังงานศักดิ์สิทธิ์ของมันก็ได้เริ่มหล่อเลี้ยงไปยังอวัยวะภายในทั้งห้า

ในตอนนี้หัวใจของเขาเป็นจุดแรกที่สมบัติศักดิ์สิทธิ์ได้ถูกเปิดออกพลังศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นของธาตุไฟก็ค่อยๆ

ถูกกระตุ้นราวกับว่าในตอนนี้เขาได้กลายเป็นเทพแห่งไฟ

เมื่อสมบัติศักดิ์สิทธิ์ทั้งห้าถูกเปิดออกอย่างสมบูรณ์

และหลอมรวมเข้าด้วยกันก็จะทำให้ เกิดพลังที่อยู่เหนือธรรมชาติ และสามารถทำให้เขาก้าวไปสู่ระดับที่สูงขึ้นได้อย่างแท้จริง

“ตอนนี้สมบัติศักดิ์สิทธิ์ธาตุไฟได้เปิดออกมาแล้ว

และขั้นตอนต่อไปคือการเปิดสมบัติศักดิ์สิทธิ์ของธาตที่เหลืออีกสี่ธาตุ”

เซี่ยเฉิน ลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างสบายๆ ร่างกายของเขาในตอนนี้ปกคลุมไปด้วยเปลวไฟโหมกระหน่ำราวกับเปลวไฟของดวงอาติตย์

ที่ตกลงสู่พื้นโลก

เปลวไฟนี้ร้อนแรงเป็นอย่างมาก เขาสามารถใช้มันสังหารศัตรู และเผาผลาญทุกอย่างที่มันสัมพัสได้

และนี้คือคุณสมบัติของ สมบัติศักดิ์สิทธิ์ธาตุไฟพลังของเทพเจ้าแห่งไฟ

ในตอนนี้ระดับการบ่มเพาะของเขาได้มาถึงขอบเขตนิพพานขั้นที่ห้าสูงสุดแล้ว

และขั้นตอนต่อไปคือการเปิดสมบัติศักดิ์สิทธิ์อีกสี่ชิ้นที่หลือ เพื่อทะลวงผ่านไปยังขอบเขตนิพพานขั้นที่หก

แต่ก็ยังคงต้องใช้เวลาอีกสักหน่อย เพราะต้องใช้เวลาในการควบสมบัติศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ชิ้น

ในตอนนี้เขาถือได้ว่า ประสบความสำเร็จก้าวแรกในการควบแน่นสมบัติศักดิ์สิทธิ์ทั้งห้าแล้ว

ขั้นตอนต่อไปมันก็จะง่ายขึ้นและง่ายขึ้นมากสำหรับเขา

สำหรับเซี่ยเฉิน แล้วไม่มีอุปสรรคหรือความยากลำบาก เพราะว่าแก่นแท้ของพลังปราณห้าธาตุที่เขาได้รับมา

มันได้ถูกหลอมรวมเข้ากับอวัยวะภายในทั้งห้าทีละน้อย สิ่งที่เขาทำได้ในตอนนี้คือรอ เพราะว่ามันต้องใช้ระยะเวลาในการควบแน่นสมบัติศักดิ์สิทธิ์อีกสี่ชิ้นที่เหลืออยู่

หลังจากที่ควบแน่นสมบัติศักดิ์สิทธิ์ชิ้นแรกขึ้นมาได้แล้ว

เขารู้สึกว่าจิตสัมผัสศักดิ์สิทธิ์และพลังจิตวิญญาณของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมาก

และพลังของมันก็เกินความคาดหมายของเขาไปเล็กน้อย

“พี่เก้า พี่เก้า...”

ขณะที่เซี่ยเฉินกำลังครุ่นคิดอะไรอยู่นั้น ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงร้องของน้องสาวของเขาจักรพรรดินีเซี่ยซี

ดังมาจากด้านนอกของพระราชวังของเขา และเธอก็ดูกังวลเล็กน้อย

เซี่ยเฉินเก็บซ่อนพลังของเขา และหยุดทำการบ่มเพาะ ลุกขึ้นเดินออกจากห้องลับ

ทันทีที่เขาเดินมาถึงห้องโถงใหญ่ของพระราชวัง เขาก็เห็นน้องสาวของเขา

จักรพรรดินีเซี่ยซี ซึ่งเป็นจักรพรรดิคนปัจจุบัน ในตอนนี้เธอสวมเสื้อคลุมของจักรพรรดิและมงกุฎของจักรพรรดิ

ร่างกายของเธอในตอนนี้แผ่กลิ่นอายของจักรพรรดิออกมา

ในฐานะจักรพรรดินีแห่งอาณาจักรเซี่ย ทำให้ในตอนนี้เธอมีกลิ่นอายของจักรพรรดิโดยธรรมชาติ

แต่ในเวลานี้ ใบหน้าของเธอไม่ได้ดูสดใส่และงดงาม ราวกับว่าเธอในตอนนี้กำลังประสบปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้

“เสี่ยวซี ทำไมน้องถึงมาที่นี่ เกิดอะไรขึ้น?”

เขามองไปที่น้องสาว ด้วยความประหลาดใจและบอกให้เธอให้นั่งลง

ทั้งสองนั่งเผชิญหน้ากันและจิบชาเล็กน้อยก่อนที่เธอจะค่อยๆ

สงบสติอารมณ์ของเธอลง

“อย่ากังวล พูดออกมาช้าๆ นะ” เซี่ยเฉินพูดปลอบโยนน้องสาวของเขา

จักรพรรดินีเซี่ยซีหายใจเข้าลึกๆ และพูดออกมาอย่างช้าๆ "พี่เก้า

เขตชายแดนทางเหนือได้ส่งรายงานลับเร่งด่วนเข้ามา ว่าในตอนนี้เผ่าหมาป่าเป่ยตี้

ได้ลุกล้ำเข้ามายังอาณาเขตของเราได้สร้างความวุ่นวายเป็นอย่างมาก และยังได้บุกไปโจมตีหัวเมืองทั้งสามสิบหกหัวเมืองในอาณาเขตของเรา”

“เผ่าหมาป่าเป่ยตี้ ลงมือแล้วสินะ?”

เซี่ยเฉินเลิกคิ้ว เผ่าหมาป่าเป่ยตี้ที่อยุ่ติดกับชายแดนทางภาคเหนือนั้น

ชอบเข้ามาสร้างความเดือดร้อนให้กับอาณาจักรเซี่ยเป็นครั้งคราว

ซึ่งค่อนข้างน่ารำคาญ

แต่ว่าทันทีที่เริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิ พวกมันก็เริ่มทำการโจมตีและบุกเข้ามายังดินแดนของอาณาจักเซี่ย

โดยนำกองทัพนักรบหมาป่าหลายล้านคนบุกเข้ามาโจมตีหัวเมืองทั้งสามสิบหกหัวเมืองที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของอาณาจักเซี่ย

แต่ก็นับว่าโชคดีที่เผ่าหมาป่าเป่ยตี้นั้น ส่วนมากเป็นนักรบที่ขี่หมาป่าเป็นหลัก

ซึ่งไม่เหมาะกับการโจมตีเมืองและด้วยความช่วยเหลือของกำแพงเมืองสูงเป็นอย่างมาก

ทำให้พวกมันไม่สามารถบุกเข้าเมืองได้อย่างง่ายดายนัก

แต่สิ่งเดียวที่ต้องกังวลคือ เผ่าหมาป่าเป่ยตี้ อาจจะส่งคนที่แข็งแกร่งออกไปเพื่อบุกผ่านประตูเมือง

ถ้าเผ่าหมาป่าเป่ยตี้ส่งปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่

ที่แข็งแกร่งออกมามันก็เป็นเรื่องง่ายในการบุกทำลายประตูเมืองเพียงลำพัง

ยิ่งไปกว่านั้นถ้าหากเผ่าหมาป่าเป่ยตี้ส่งปรมาจารย์ขอบเขตนิพพานออกมามันก็สามารถสังหารผู้พิทักษ์ของเมืองได้ด้วยคนเพียงคนเดียว

และไม่มีใครสามารถหยุดยั้งพวกมันได้

“เผ่าหมาป่าเป่ยตี้ พวกมันช่างมีความทะเยอทะยานเสียจริงๆ

ดูเหมือนว่าครั้งนี้ข้าคงต้องลงมือเด็ดขาดสักหน่อย”

เซี่ยเฉิน รู้สึกรำคาญเล็กน้อย เพราะว่าเผ่าหมาป่าเป่ยตี้ชอบมาสร้างปัญหาให้กับเขาอย่างไม่หยุดหย่อน

และดูเหมือนว่าถ้าเขายังไม่แก้ไขปัญหานี้ เขาก็จะไม่สามารถอยู่ได้อย่างสงบสุขได้

ใครก็ตามที่รบกวนชีวิตอันเงียบสงบของเขา จพต้องถูกกำจัดอย่างไม่มีข้อยกเว้น

“พี่เก้า ตอนนี้อาณาจักรของเราเพิ่งจะมีเสถียรภาพ

และเผ่าหมาป่าเป่ยตี้ ก็ได้บุกเข้ามาทำสงครามอีกครั้ง ไม่ว่าอย่างไรก็ตามพวกเราไม่สามารถยอมให้พวกมันปล้นเมืองของพวกเราได้สำเร็จ

มิฉะนั้นผุ้คนที่อาศัยอยู่ในภาคเหนือของอาณาจักรเซี่ยจะต้องเดือดร้อนและพวกเราก็จะได้รับการสูญเสียอย่างหนัก”

จักรพรรดินีเซี่ยซี กล่าวออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง

เมื่อได้ยินสิ่งที่น้องสาวของเขาพูดออกมา เซี่ยเฉินก็พยักหน้าเล็กน้อยและกล่าวว่า

"ข้าจะเป็นคนจัดการเรื่องนี้เอง เจ้าทำเพียงแค่คอยรักษาเสถียรภาพและพัฒนาอาราจักรของเราต่อไป

สิ่งที่พวกเรากำลังดำเนินการเพิ่งจะเริ่มต้นและมันก็ยังไม่มั่นคง และมันต้องใช้ระยะเวลาอย่างน้อยสาม

หรือห้าปี”

“ถ้าเช่นนั้นข้าก็รู้สึกโล่งใจ ถ้าพี่เก้าออกไปจัดการเรื่องนี้ด้วยตนเอง

ข้าขอตัวไปทำงานที่ค้างอยู่ก่อน”

จักรพรรดินีเซี่ยซี ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก เมื่อเธอได้ยินว่าพี่ชายของเธอจะเป็นคนออกไปจัดการเรื่องนี้ด้วยตนเอง

เพราะว่าการทำสงครามในตอนนี้ ไม่เป็นประโยชน์ต่อราชวงศ์เซี่ยเลย

เพราะพวกเขาต้องรีบสร้างสถานศึกษา และก็ยังมีนโยบายใหม่ๆเพิ่งถูกนำมาใช้อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาสามหรือห้าปี

เมื่อเห็นว่าน้องสาวของเขารีบจากไป

เขาก็เข้าใจได้ว่าในตอนนี้เธอเป็นจักรพรรดินี และเธอก็มีงานที่ต้องทำมากมาย

ในตอนนี้ภายในพระราชวังจักรพรรดิเหลือเพียงแค่ เซี่ยเฉิน

เพียงคนเดี่ยวเท่านั้น เขาเงยหน้าขึ้นมามองอย่างช้าๆ โดยที่เขามองไปยังทิศทางของชายแดนทางตอนเหนือ

“เผ่าหมาป่าเป่ยตี้ ถึงเวลาที่ข้าต้องลงมือจัดการกับพวกเจ้าเสียที”

หลังจากที่ เซี่ยเฉิน พูดจบ จิตสังหารที่รุนแรงก็ปรากฏขึ้นในดวงตาของเขา

พรึบ!

ได้มีแสสีแดงเปร่งประกายออกมาจากพระราชวังจักรพรรดิ หลังจากนั้นเซี่ยเฉินก็หายไปจากพระราชวังจักรพรรดิอย่างไร้ร่องรอย

จักรพรรดินีเซี่ยซี ที่กำลังจะจากไป เธอก็สัมผัสได้ถึงความผันผวนของพลังปราณเธอก็ได้มองย้อนกลับไปด้วยความประหลาดใจ

เธอเห็นเพียงแค่แสงสีแดงราวกับเปลวไฟบินหายไปเหนือเมฆ

เธอรู้แล้วว่าพี่ชายของเธอ ได้ออกเดินทางไปแล้ว