นิกายเทียนเจี้ยน ภายในห้องโถงใหญ่ ผู้อาวุโสใหญ่ได้เรียกเหล่าผู้อาวุโสทั้งหมดให้มาประชุม
เมื่อทุกคนไรรับรู้เรื่องราวทุกอย่างที่เกิดขึ้น
พวกเขาต่างก็เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและปลดปล่อยจิตสังหารที่รุนแรงออกมา
“ไอ้สารเลว ราชวงศ์เซี่ย!!!!!!!!”
มีคนตะโกนสาปแช่งออกมาคนคนนี้ตัวสั่นด้วยความโกรธ
“ท่านผู้นำนิกายเสียชีวิตแล้ว และราชวงศ์เซี่ยก็เป็นศัตรูตัวฉกาจของนิกายเทียนเจี้นของเรา”
ผู้อาวุโสใหญ่ คำรามออกมาด้วยความโกรธ
ผู้คนที่อยู่ภายในห้องดถงใหญ่แห่งนี้
พวกเขาทั้งหมดล้วนเป็นปรมาจารย์ของนิกายเทียนเจี้ยนในปัจจุบัน ในหมู่พวกเขามีสิบผู้อาวุโสที่รับผิดชอบดูแลยอดเขาแต่ล่ะแห่งของนิกายเทียนเจี้ยนและยังมีผู้อาวุโสทั่วไปของนิกายมากกว่าสิบสองคน
เนื่องจากพวกเขาได้รับการดูแลเป็นอย่างดีจากนิกายเทียนเจี้ยน
จึงทำให้พวกเขาทั้งหมด เป็นกองงกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดของนิกาย
แต่ตอนนี้ ผู้นำนิกายเจียงเหอของพวกเขา ได้ถูกจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน
สังหารและหนี้เลือดในครั้งนี้พวกเขาไม่สามารถทำอะไรได้เลย
“ท่านผู้อาวุโสใหญ่และเหล่าผู้อาวุโส ในตอนที่ข้าเข้าไปหาท่านอาจารย์ก่อนที่ท่านจะเสียชีวิต
เขาได้สั่งเสียกับข้าว่า สังหารจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ และโค่นล้มการปกครองของราชวงศ์เซี่ย”
(มึงมันโกหกหลอกให้คนในนิกายไปตาย)
ภายในห้องโถงหลัก คนที่นั่งอยู่ในตำแหน่งแรกคือ หยินชิซาน
ที่เพิ่งจะเดินทางกลับมาถึงนิกายเทียนเจี้ยน
ในฐานะที่เขาเป็นศิษย์สายตรงของผู้นำนิกายเจียงเหอ เขาก็เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำของนิกายเทียนเจี้ยนในอนาคต
และในตอนนี้ผู้นำนิกายเจียงเหอ ได้เสียชีวิตลงไปแล้วแน่นอนว่าเขาจะต้องขึ้นมาเป็นผู้นำนิกายคนคนต่อไปของนิกายเทียนเจี้ยน
และในตอนนี้เขาก็ได้ทะลวงขอบเขตและเข้าสู่ขอบเขตนิพพานขั้นที่หนึ่งแล้ว
และกลายเป็นมหาอำนาจขอบเขตนิพพานอย่างแท้จริง
อาจกล่าวได้ว่าตอนนี้เขาได้กลายเป็นอันดับหนึ่งของศิษย์สาวกรุ่นใหม่ของนิกายเทียนเจี้ยน
การแสดงออกของหยินชิซานในตอนนี้นั้นมืดมนเป็นอย่างมาก หลังจากนั้นเขาก็พูดออกมาอย่างเย็นชา
"จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน
นอกจากจะได้ลงมือสังหารท่านอาจารย์ของข้าแล้ว จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉินยังต้องการที่จะทำลายนิกายเทียนเจี้ยนของพวกเราอีกด้วย
หนี้เลือดในครั้งนี้ต้องได้รับการชดใช้"
“สามวันต่อจากนี้ จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน จะเดินทางมาเยือนนิกายเทียนเจี้ยน
ของพวกเราอย่างแน่นอนพวกท่านมีแผนการอะไรที่จะนำเสนอบางไหม?”
หยินชิซาน เขาต้องการลงมือแก้แค้นให้กับอาจารย์ของเขา และไม่มีความตั้งใจที่จะยอมแพ้หรือทำตามคำสั่งเสียของอาจารย์ของเขาเลย
การกระทำของเขา
ในตอนที่อยู่ในเมืองหลวงนั้นเป็นพียงแค่การแสดงเพื่อที่จะรักษาชีวิตเอาไว้
เพื่อที่จะได้กลับมายังนิกายเทียนเจี้ยน และในตอนนี้เขาก็ได้กลับมาถึงนิกายได้อย่างปลอกภัยแล้ว
เมื่อเขากลับมาเขาก็ได้เรียกเหล่าผู้อาวุโสให้มาประชุมกันและเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นภายในเมืองหลวงของอาณาจักรเซี่ยให้ผู้อาวุโสทุกคนได้รับรู้
เพื่อที่จะต้องการล้างแค้นให้กับอาจารย์ของเขาและแยกตัวออกจากการปกครองของราชวงศ์เซี่ย
“ดีมาก ราชวงศ์เซี่ย จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน
ในเมื่อเขาต้องการที่จะมาปล่อยให้เขามา”
ชายวัยกลางคนพูดออกมาด้วยท่าทางที่เคร่งขรึม
เขาลุกขึ้นยืนปลกปล่อยเจตจำนงดาบที่แข็งแกร่งและทรงพลังออกมา
"ไม่ว่าจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน มันจะเก่งกาจแค่ไหนตราบใดที่เขากล้าเขมาในพื้นที่ของนิกายเทียนเจี้ยนของข้า
ข้าก็จะฝังเขาเอาไว้ที่นี่ตลอกไป"
“ถูกต้อง ในเมื่อจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน
ต้องการที่จะก็ปล่อยให้เขามาพวกเราจะเปิดใช้งาน ค่ายกลดาบสิบจัตุรทิศ
เพื่อที่จะทำการล้อมสังหารเขา”
“พวกเราต้องแก้แค้น ให้ท่านผู้นำนิกายเจียงเหอ!”
"สังหารจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน ล้มล้างการปกครองของราชวงศ์เซี่ย"
ในตอนนี้เหล่าผู้อาวุโสของนิกายเทียนเจี้ยน อารมณ์ของพวกเขาเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองและโกรธแค้น
พวกเขาทั้งหมดต้องการแก้แค้นและโค่นล้มการปกครองของราชวงศ์เซี่ย
"ในเมื่อทุกคนเห้นด้วย
ก็จบการประชุมเพียงแค่นี้"
หยินชิซานโบกมือของเขา หลังจากที่ได้ความเห้นชอบจากเหล่าผู้อาวุโส
“เรียกเหล่าสาวกชั้นยอดทั้งหมดให้กลับมา
ผู้อาวุโสของนิกายที่ออกไปทำภารกิจ และศิษย์สาวกทั้งหมดที่อยู่ในนิกายจากยอดเขาทั้งสิบ
เพื่อเตรียมพร้อมเปิดใช้งาน ค่ายกลดายจตุรทิศ และรอการมาถึงของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน"
“รีบไปจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย”
ด้วยคำสั่งของ หยินชิซาน
ได้เกิดความวุ่นวายขึ้นภายในนิกายเทียนเจี้ยน ทั้งหมดพวกเขาต่างก็รีบทำการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเพื่อเตรียมแผนการที่ได้วางเอาไว้
ทันทีที่จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉินมาถึง เมื่อเขาก็ไม่ต้องกลับออกไปฝังเขาเอาไว้ที่นิกายเทียนเจี้ยนตลอกไป
และเมื่อจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉินถูกสังหาร ราชวงศ์เซี่ยผู้ยิ่งใหญ่ก็จะล่มสลายอย่างแน่นอน
และจากนั้นโลกใบนี้ก็จะถูกปกครองโดยนิกายเทียนเจี้ยน
..............................................
ในอีกด้านหนึ่ง แม้ว่าโลกภายนอกจะเกิดความโกลาหลขึ้น
หลังจากที่ข่าวของ ผู้นำนิกายเจียงเหอแห่งนิกายเทียนเจี้ยน
ได้ถูกสังหารในทันที่หลังจากที่บุกเข้าไปยังพระราชวัง แพร่กระจายออกไปทั่วโลก
ทำให้เกิดความวุ่นวายครั้งใหญ่ขึ้น
เมื่อสังหารผู้นำนิกายเทียนเจี้ยน สำเร็จเรียบร้อยแล้ว จากนั้นจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน
ได้มีพระราชโองการให้ ทุกนิกายในโลกต้องยอมรับการปกครองของราชวงศ์และมาลงทะเบียน
ซึ่งได้กระตุ้นให้เกิดความโกรธแค้นจากนิกายใหญ่ขึ้นมาในทันที
“จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน ช่างยิ่งใหญ่จริงๆ”
ภายในศาลาสวรรค์ หัวหน้าศาลาแห่งศาลาสวรรค์ก็ได้รับข่าวแล้วเช่นกันเธอมองดูจดหมายลับที่อยู่ในมือของเธออย่างเงียบๆ
นี่คือจดหมายลับที่นักบุญหญิงเทียนมู่ส่งมา เห็นได้ชัดว่าความแข็งแกร่งของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน
นั้นไม่อาจหยั่งรู้ได้
หัวหน้าศาลาของศาลาสวรรค์นั้นเป็นคนที่ลึกลับ ไม่ทราบที่มา
และความแข็งแกร่งที่ไม่อาจคาดเดาได้ และไม่มีใครเคยเห็นรูปลักษณ์และตัวตนที่แท้จริงของเธอ
“ดูเหมือนว่าจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน แห่งราชวงศ์เซี่ยนั้นไม่ธรรมดาเลย”
หัวหน้าศาลาแห่งศาลาสวรรค์ พึมพำกับตัวเอง และภายผ้าปิดหน้านั้นมีใบหน้าที่มีเสน่ห์และงดงามเป็นอย่างมาก
“สามวันต่อจากนี้ จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน จะเสด็จไปเยือนยังนิกายเทียนเจี้ยนเป็นการส่วนตัว
ดูเหมือนว่าจะมีการแสดงที่ดีให้ชม”
เธอพึมพำกับตัวเอง แววตาของเธอเปล่งประกายออกมา นี่นับว่าเป็นโอกาสที่ดี
ที่จะสังเกตความแข็งแกร่งของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน
เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ หัวหน้าแห่งศาลาสวรรค์ ก็ลุกขึ้นและจากไปอย่างเงียบๆ
ในขณะที่ข่าวแพร่กระจายออกไป โลกก็เดือดพล่าน และผู้คนในนิกายใหญ่ต่างก้พากันตื่นตระหนก
หลายนิกายรู้สึกโกรธแค้นและต้องการรวมตัวกันเพื่อล้มล้างอำนาจการปกครองของราชวงศ์เซี่ยที่ยิ่งใหญ่
แต่ตอนนี้พวกเขายังคงต้องรอไปก่อน เพราะทุกคนต่างก็ต้องการสังเกตุว่าจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน
นั้นแข็งแกร่งและทรงพลังมากแค่ไหน หลังจากที่เขาไปเยือนยังนิกายเทียนเจี้ยน
แกร่งว่าการไปเยือนนิกายเทียนเจี้ยนในครั้งนี้
คงจะต้องเกิดการต่อสู้ครั้งใหญ่ขึ้นอย่างแน่นอน
ความแข็งแกร่งของนิกายเทียนเจี้ยน นั้นลึกลับไม่อาจคาดเดาได้
และพวกเขาเองก็หวังว่า นิกายเทียนเจี้ยนจะสามารถลงมือสังหาร จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน
ลงได้
ในตอนนี้โลกได้ตกอยู่ในความสับสนอลหม่าน
แต่ว่า เซี่ยเฉิน ที่อาศัยอยู่ในส่วนลึกของพระราชวังกลับสงบนิ่งเป็นอย่างมาก
เขาไม่ได้ให้ความสนใจความวุ่นวายที่เกิดขึ้นภายนอกเลย ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้สนใจเลย
แต่ถ้าอีกฝ่ายมาหาเรื่องเอง เขาก็ทำเพียงแค่ฆ่าพวกมันให้หมด
.................................................
ในเวลานี้ ภายในส่วนลึกของพระราชวัง
วิหารแห่งสวรรค์ เซี่ยเฉินได้เดินทางมายังที่แห่งนี้
“ระบบ ลงชื่อเช็คอินที่นี่”
เซี่ยเฉินยืนอยู่บนแท่นบูชา และออกคำสั่งกับระบบอย่างเงียบๆ
ในใจของเขา
ติ๊ง!
“เช็คอินสำเร็จ ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ด้วย
ท่านได้รับ : [ค่ายกลซวนหวู่]”
หลังจากที่ได้รับการแจ้งเตือนจากระบบ ทำให้เซี่ยเฉินมีความสุข,kd
ในการลงชื่อเช็คอินในครั้งนี้ เขาได้รับแผ่นจานค่ายกล และนี่ก็นับว่าเป็นครั้งแรกที่เขาได้รับ
แผ่นจานค่ายกล
ค่ายกลซวนหวู่ เมื่อเปิดใช้งานค่ายกลจะสร้างโลขึ้นมาทั้งหมดแปดอัน
โล่แต่ละนั้นมีพลังป้องกันที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก การป้องกันของมันนั้นทรงพลังมาก
สามารถที่จะต้านทานการโจมตีของผู้ฝึกตนขอบเขตนิพพานได้
หลังจากที่อ่าข้อมูลที่ระบบมอบให้ เซี่ยเฉิน ก็รู้สึกอารมณ์ดีเป็นพิเศษ
"เป็นค่ายกลที่ดี"
เซี่ยเฉิน อดไม่ได้ที่เอ่ยออกมาด้วยความชื่นชม เมื่อมองไปยัง
ค่ายกลซวนหวู่ ที่อยู่ในมือของเขา เขาสามารถเปิดใช้งานค่ายกลและสร้างโล่ทั้งแปดขึ้นมาได้โดยตรง
หลังจากตรวจดูสักพัก เขาก็หันหลังกลับและเดินออกจากวิหารแห่งสวรรค์ไปอย่างรวดเร็ว
นักบุญหญิงเทียนมู่
ที่ยืนอยู่ด้านหลังใบหน้าของเธอในตอนนี้นั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกงุนงงมาก เมื่อเธอเห็นว่าจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน
เดินเข้าไปยัง วิหารแห่งสวรรค์ เพื่อเยียมชมและเดินจากไป
แม้ว่าจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน
จะขึ้นเป็นจักรพรรดิองค์ใหม่ของอาณาจักรเซี่ย แต่ว่าเขาไม่ได้ทำอะไรเลย ไม่เคยไปยังห้องโถงใหญ่ของพระราชวังเพื่อขึ้นว่าราชการ
และยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องของการจัดการกิจการของอาณาจักรเซี่ยที่ยิ่งใหญ่
“จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน ท่านจะต้องระวังนิกายเทียนเจี้ยนด้วย”
นักบุญหญิงเทียนมู่ เดินตามหลังของเซี่ยเฉินมาอย่างรวดเร็ว
และพูดพึมพำออกมาด้วยเสียงต่ำ
เซี่ยเฉิน หยุดเดินชั่วคราวและหันหน้ากลับไปยิ้มและถามออกมา "โอ้
ทำไมข้าถึงต้องระวัง นิกายเทียนเจี้ยน ด้วยล่ะ?"
นักบุญหญิงเทียนมู่ ก้มศีรษะลงและพูดออกมาว่า "กราบทูลองค์จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์
นิกายเทียนเจี้ยนจะไม่ยอมแพ้เรื่องการแก้แค้นอย่างแน่นอน และในตอนนี้พวกเขาได้ตั้งค่ายกลขึ้นมาเพื่อเอาไว้จัดการกับฝ่าบาท
และรอให้ฝ่าบาทเดินเข้าไปตกหลุมพรางที่พวกเขาตั้งใจขุดเอาไว้"
“ข้ายังเคยได้ยินมาอีกว่านิกายเทียนเจี้ยน
นั้นมีค่ายกลปกป้องนิกายที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ค่ายกลนี้มีชื่อเรียกว่า
ค่ายกลดาบสิบจตุรทิศ มันมีพลังทำลายล้างที่มหาศาลและสามารถสังหารผู้ฝึกตนที่อยู่ในขอบเขตนิพพานได้”
นักบุญหญิงเทียนมู่ นั้นต้องการที่จะเตือนให้จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน
ระวังตัวเอาไว้ และจะเป็นการดีที่สุดที่เขาจะไม่เดินทางไปยังนิกายเทียนเจี้ยน
เพราะว่านิกายเทียนเจี้ยนนั้นมีค่ายกลปกป้องนิกายที่แข็งแกร่ง
เมื่อจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน เดินทางเข้าไปที่นั้นจะต้องถูกสังหารอย่างไม่ต้องสงสัย
“ค่ายกลดาบสิบจตุรทิศ?”
เซี่ยเฉิน ครุ่นคิดอยู่สักพักและทันใดนั้นเขาก็ยิ้มและพูดออกมา
"เป็นแค่เพียงค่ายกลดาบเพียงเท่านั้น ข้าเองก็จะอยากเห็นสิ่งที่ทำให้นิกายเทียนเจี้ยนมีความมั่นใจว่าจะสังหารข้าได้
ถ้าหากว่าพวกเขาลงมือจริงๆข้าก็ทำได้เพียงแค่ลบพวกเขาให้หายออกไปจากโลกใบนี้ตลอดกาล"
เขาพูดออกมาอย่างแผ่วเบา และทิ้งให้นักบุญหญิงเทียนมู่
ที่กำลังยืนตกตะลึงอยู่ในตอนนี้เอาไว้ข้างหลังเขาโดยไม่พูดอะไร
เธอจ้องมองไปยังจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน ที่ดูเหมือนว่าเขาจะมีความมั่นใจมาก
แต่ว่าเขาก็สมควรแล้วที่จะมีความมั่นใจในตนเองและความเย่อหยิ่ง
บางที เขาอาจจะไม่ได้ต้องการที่จะปล่อยให้นิกายเทียนเจี้ยนคงอยู่อีกต่อไป
และจุดประสงค์ที่แท้จริงของเขาในการไปเยือนนิกายเทียนเจี้ยนในครั้งนี้ เพื่อทำลายล้างนิกายเทียนเจี้ยน
ทั้งหมดในคราวเดียว
“ตัดหญ้าต้องถอนโคน เพราะว่ายังไงนิกายเทียนเจี้ยนก็จะไม่ยอมแพ้และต้องหาทางแก้แค้นจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน
ที่ลงมือสังหารผู้นำนนิกายเจียงเหอแห่งนิกายเทียนเจี้ยน มันคงจะแปลกถ้าพวกเขายอมแพ้ได้”
เซี่ยเฉิน ยิ้มออกมาอย่างเหยียดหยาม เขามีความเข้าใจที่ชัดเจนมากเกี่ยวกับความคิดและการแสดงออกที่
หยินชิซาน แสดงออกมาในตอนนั้น
เซี่ยเฉินคิดว่า
หลังจากที่ปล่อยให้หยินชิซานกลับไปยังนิกายเทียนเจี้ยน
หยินชิซานจะต้องรวบรวมผู้อาวุโสและศิษย์สาวกทั้งหมดของนิกาย
เพื่อเตรียมพร้อมจะจัดการกับเขา และจุดประสงค์ที่เขาจะปล่อยให้หยินชิซานกลับไป เขาแค่อยากให้หยินชิซานรวบรวมผู้อาวุโสและศิษย์สาวกทั้งหมดของนิกายให้มารวมกันและจัดการทั้งหมดในคราวเดียว
ในเมื่อนิกายเทียนเจี้ยน
ตั้งตนเป็นศัตรูกับเขาเขก้ต้องตัดรากถอนโคนออกไปให้หมด
เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมาสร้างปัญหาให้กับเขาอย่างไม่หยุดหย่อน
ดังนั้น เขาจึงตัดสินใจไปที่นิกายเทียนเจี้ยน ในอีกสามวัน
“เจ้าไม่จำเป็นต้องมาติดตามข้า จงไปช่วยองค์หญิงสิบ”
เซี่ยเฉิน มองไปที่นักบุญหญิงแห่งศาลาสวรรค์ ที่เดินตามมาด้านหลัง
และบอกให้เธอไปคอยอยู่ช่วยเหลือองค์หญิงสิบ
“น้อมรับคำสั่ง องค์จักรพรรดิ์ศักดิ์สิทธิ์!”
นักบุญหญิงเทียนมู่ โค้งคำนับด้วยความเคารพและจากไปอย่างเชื่อฟัง
เซี่ยเฉิน จ้องมองไปยังทิศทางของนักบูญหญิงที่กำลังเดินจากไป
และพึมพำกับตัวเอง "ไม่ว่าเจ้าจะเป็นใคร เนื่องจากเจ้าเข้ามายังที่นี่ เจ้าก็ควรที่จะเรียนรู้ว่าจะต้องทำตัวอย่างไร
มิฉะนั้นจุดจบขของศาลาสวรรค์ จะเป็น แบบเดี่ยวกันกับของนิกายเทียนเจี้ยน"
ฝีเท้าของนักบุญหญิงเทียนมู่ หยุดลง ใบหน้าของเธอเปลี่ยนไปเล็กน้อย
เธอหันกลับมามองอย่างช้าๆ และไม่พบร่องรอยของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉินที่ยืนอยู่ตรงนั้นอีกต่อไป
ในตอนนี้ภายในหัวใจของเธอนั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกขมขื่นเป็นอย่างมาก
เธอเข้าใจในสิ่งที่จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน เอ่ยออกมาเขากำลังเตือนเธอว่าอย่าออกนอกลู่นอกทาง
ไม่เช่นนั้นจุดจบจะเลวร้าย
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ในที่สุดวันที่เซี่ยเฉินจะต้องเดินทางไปเยือนนิกายเทียนเจี้ยนก้มาถึง
ภายในห้องโถงวังจักรพรรดิ เซี่ยเฉินที่กำลังฝึกฝนอยู่ จู่ๆเขาก็ลืมตาขึ้น
“นี้ก้ครบกำหนดสามวันแล้ว
ถึงเวลาที่ข้าจะต้องไปจัดการแก้ไขปัญหาของนิกายเทียนเจี้ยน พวกเจ้าอย่าทำให้ข้าผิดหวัง”
หลังจากที่เขาพึมพำ ร่างของเขาก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved