ตอนที่ 113

นิกายเทียนเจี้ยน ภายในห้องโถงใหญ่ ผู้อาวุโสใหญ่ได้เรียกเหล่าผู้อาวุโสทั้งหมดให้มาประชุม

เมื่อทุกคนไรรับรู้เรื่องราวทุกอย่างที่เกิดขึ้น

พวกเขาต่างก็เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและปลดปล่อยจิตสังหารที่รุนแรงออกมา

“ไอ้สารเลว ราชวงศ์เซี่ย!!!!!!!!”

มีคนตะโกนสาปแช่งออกมาคนคนนี้ตัวสั่นด้วยความโกรธ

“ท่านผู้นำนิกายเสียชีวิตแล้ว และราชวงศ์เซี่ยก็เป็นศัตรูตัวฉกาจของนิกายเทียนเจี้นของเรา”

ผู้อาวุโสใหญ่ คำรามออกมาด้วยความโกรธ

ผู้คนที่อยู่ภายในห้องดถงใหญ่แห่งนี้

พวกเขาทั้งหมดล้วนเป็นปรมาจารย์ของนิกายเทียนเจี้ยนในปัจจุบัน ในหมู่พวกเขามีสิบผู้อาวุโสที่รับผิดชอบดูแลยอดเขาแต่ล่ะแห่งของนิกายเทียนเจี้ยนและยังมีผู้อาวุโสทั่วไปของนิกายมากกว่าสิบสองคน

เนื่องจากพวกเขาได้รับการดูแลเป็นอย่างดีจากนิกายเทียนเจี้ยน

จึงทำให้พวกเขาทั้งหมด เป็นกองงกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดของนิกาย

แต่ตอนนี้ ผู้นำนิกายเจียงเหอของพวกเขา ได้ถูกจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน

สังหารและหนี้เลือดในครั้งนี้พวกเขาไม่สามารถทำอะไรได้เลย

“ท่านผู้อาวุโสใหญ่และเหล่าผู้อาวุโส ในตอนที่ข้าเข้าไปหาท่านอาจารย์ก่อนที่ท่านจะเสียชีวิต

เขาได้สั่งเสียกับข้าว่า สังหารจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ และโค่นล้มการปกครองของราชวงศ์เซี่ย”

(มึงมันโกหกหลอกให้คนในนิกายไปตาย)

ภายในห้องโถงหลัก คนที่นั่งอยู่ในตำแหน่งแรกคือ หยินชิซาน

ที่เพิ่งจะเดินทางกลับมาถึงนิกายเทียนเจี้ยน

ในฐานะที่เขาเป็นศิษย์สายตรงของผู้นำนิกายเจียงเหอ เขาก็เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำของนิกายเทียนเจี้ยนในอนาคต

และในตอนนี้ผู้นำนิกายเจียงเหอ ได้เสียชีวิตลงไปแล้วแน่นอนว่าเขาจะต้องขึ้นมาเป็นผู้นำนิกายคนคนต่อไปของนิกายเทียนเจี้ยน

และในตอนนี้เขาก็ได้ทะลวงขอบเขตและเข้าสู่ขอบเขตนิพพานขั้นที่หนึ่งแล้ว

และกลายเป็นมหาอำนาจขอบเขตนิพพานอย่างแท้จริง

อาจกล่าวได้ว่าตอนนี้เขาได้กลายเป็นอันดับหนึ่งของศิษย์สาวกรุ่นใหม่ของนิกายเทียนเจี้ยน

การแสดงออกของหยินชิซานในตอนนี้นั้นมืดมนเป็นอย่างมาก หลังจากนั้นเขาก็พูดออกมาอย่างเย็นชา

"จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน

นอกจากจะได้ลงมือสังหารท่านอาจารย์ของข้าแล้ว จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉินยังต้องการที่จะทำลายนิกายเทียนเจี้ยนของพวกเราอีกด้วย

หนี้เลือดในครั้งนี้ต้องได้รับการชดใช้"

“สามวันต่อจากนี้ จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน จะเดินทางมาเยือนนิกายเทียนเจี้ยน

ของพวกเราอย่างแน่นอนพวกท่านมีแผนการอะไรที่จะนำเสนอบางไหม?”

หยินชิซาน เขาต้องการลงมือแก้แค้นให้กับอาจารย์ของเขา และไม่มีความตั้งใจที่จะยอมแพ้หรือทำตามคำสั่งเสียของอาจารย์ของเขาเลย

การกระทำของเขา

ในตอนที่อยู่ในเมืองหลวงนั้นเป็นพียงแค่การแสดงเพื่อที่จะรักษาชีวิตเอาไว้

เพื่อที่จะได้กลับมายังนิกายเทียนเจี้ยน และในตอนนี้เขาก็ได้กลับมาถึงนิกายได้อย่างปลอกภัยแล้ว

เมื่อเขากลับมาเขาก็ได้เรียกเหล่าผู้อาวุโสให้มาประชุมกันและเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นภายในเมืองหลวงของอาณาจักรเซี่ยให้ผู้อาวุโสทุกคนได้รับรู้

เพื่อที่จะต้องการล้างแค้นให้กับอาจารย์ของเขาและแยกตัวออกจากการปกครองของราชวงศ์เซี่ย

“ดีมาก ราชวงศ์เซี่ย จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน

ในเมื่อเขาต้องการที่จะมาปล่อยให้เขามา”

ชายวัยกลางคนพูดออกมาด้วยท่าทางที่เคร่งขรึม

เขาลุกขึ้นยืนปลกปล่อยเจตจำนงดาบที่แข็งแกร่งและทรงพลังออกมา

"ไม่ว่าจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน มันจะเก่งกาจแค่ไหนตราบใดที่เขากล้าเขมาในพื้นที่ของนิกายเทียนเจี้ยนของข้า

ข้าก็จะฝังเขาเอาไว้ที่นี่ตลอกไป"

“ถูกต้อง ในเมื่อจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน

ต้องการที่จะก็ปล่อยให้เขามาพวกเราจะเปิดใช้งาน ค่ายกลดาบสิบจัตุรทิศ

เพื่อที่จะทำการล้อมสังหารเขา”

“พวกเราต้องแก้แค้น ให้ท่านผู้นำนิกายเจียงเหอ!”

"สังหารจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน ล้มล้างการปกครองของราชวงศ์เซี่ย"

ในตอนนี้เหล่าผู้อาวุโสของนิกายเทียนเจี้ยน อารมณ์ของพวกเขาเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองและโกรธแค้น

พวกเขาทั้งหมดต้องการแก้แค้นและโค่นล้มการปกครองของราชวงศ์เซี่ย

"ในเมื่อทุกคนเห้นด้วย

ก็จบการประชุมเพียงแค่นี้"

หยินชิซานโบกมือของเขา หลังจากที่ได้ความเห้นชอบจากเหล่าผู้อาวุโส

“เรียกเหล่าสาวกชั้นยอดทั้งหมดให้กลับมา

ผู้อาวุโสของนิกายที่ออกไปทำภารกิจ และศิษย์สาวกทั้งหมดที่อยู่ในนิกายจากยอดเขาทั้งสิบ

เพื่อเตรียมพร้อมเปิดใช้งาน ค่ายกลดายจตุรทิศ และรอการมาถึงของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน"

“รีบไปจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย”

ด้วยคำสั่งของ หยินชิซาน

ได้เกิดความวุ่นวายขึ้นภายในนิกายเทียนเจี้ยน ทั้งหมดพวกเขาต่างก็รีบทำการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเพื่อเตรียมแผนการที่ได้วางเอาไว้

ทันทีที่จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉินมาถึง เมื่อเขาก็ไม่ต้องกลับออกไปฝังเขาเอาไว้ที่นิกายเทียนเจี้ยนตลอกไป

และเมื่อจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉินถูกสังหาร ราชวงศ์เซี่ยผู้ยิ่งใหญ่ก็จะล่มสลายอย่างแน่นอน

และจากนั้นโลกใบนี้ก็จะถูกปกครองโดยนิกายเทียนเจี้ยน

..............................................

ในอีกด้านหนึ่ง แม้ว่าโลกภายนอกจะเกิดความโกลาหลขึ้น

หลังจากที่ข่าวของ ผู้นำนิกายเจียงเหอแห่งนิกายเทียนเจี้ยน

ได้ถูกสังหารในทันที่หลังจากที่บุกเข้าไปยังพระราชวัง แพร่กระจายออกไปทั่วโลก

ทำให้เกิดความวุ่นวายครั้งใหญ่ขึ้น

เมื่อสังหารผู้นำนิกายเทียนเจี้ยน สำเร็จเรียบร้อยแล้ว จากนั้นจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน

ได้มีพระราชโองการให้ ทุกนิกายในโลกต้องยอมรับการปกครองของราชวงศ์และมาลงทะเบียน

ซึ่งได้กระตุ้นให้เกิดความโกรธแค้นจากนิกายใหญ่ขึ้นมาในทันที

“จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน ช่างยิ่งใหญ่จริงๆ”

ภายในศาลาสวรรค์ หัวหน้าศาลาแห่งศาลาสวรรค์ก็ได้รับข่าวแล้วเช่นกันเธอมองดูจดหมายลับที่อยู่ในมือของเธออย่างเงียบๆ

นี่คือจดหมายลับที่นักบุญหญิงเทียนมู่ส่งมา เห็นได้ชัดว่าความแข็งแกร่งของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน

นั้นไม่อาจหยั่งรู้ได้

หัวหน้าศาลาของศาลาสวรรค์นั้นเป็นคนที่ลึกลับ ไม่ทราบที่มา

และความแข็งแกร่งที่ไม่อาจคาดเดาได้ และไม่มีใครเคยเห็นรูปลักษณ์และตัวตนที่แท้จริงของเธอ

“ดูเหมือนว่าจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน แห่งราชวงศ์เซี่ยนั้นไม่ธรรมดาเลย”

หัวหน้าศาลาแห่งศาลาสวรรค์ พึมพำกับตัวเอง และภายผ้าปิดหน้านั้นมีใบหน้าที่มีเสน่ห์และงดงามเป็นอย่างมาก

“สามวันต่อจากนี้ จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน จะเสด็จไปเยือนยังนิกายเทียนเจี้ยนเป็นการส่วนตัว

ดูเหมือนว่าจะมีการแสดงที่ดีให้ชม”

เธอพึมพำกับตัวเอง แววตาของเธอเปล่งประกายออกมา นี่นับว่าเป็นโอกาสที่ดี

ที่จะสังเกตความแข็งแกร่งของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน

เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ หัวหน้าแห่งศาลาสวรรค์ ก็ลุกขึ้นและจากไปอย่างเงียบๆ

ในขณะที่ข่าวแพร่กระจายออกไป โลกก็เดือดพล่าน และผู้คนในนิกายใหญ่ต่างก้พากันตื่นตระหนก

หลายนิกายรู้สึกโกรธแค้นและต้องการรวมตัวกันเพื่อล้มล้างอำนาจการปกครองของราชวงศ์เซี่ยที่ยิ่งใหญ่

แต่ตอนนี้พวกเขายังคงต้องรอไปก่อน เพราะทุกคนต่างก็ต้องการสังเกตุว่าจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน

นั้นแข็งแกร่งและทรงพลังมากแค่ไหน หลังจากที่เขาไปเยือนยังนิกายเทียนเจี้ยน

แกร่งว่าการไปเยือนนิกายเทียนเจี้ยนในครั้งนี้

คงจะต้องเกิดการต่อสู้ครั้งใหญ่ขึ้นอย่างแน่นอน

ความแข็งแกร่งของนิกายเทียนเจี้ยน นั้นลึกลับไม่อาจคาดเดาได้

และพวกเขาเองก็หวังว่า นิกายเทียนเจี้ยนจะสามารถลงมือสังหาร จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน

ลงได้

ในตอนนี้โลกได้ตกอยู่ในความสับสนอลหม่าน

แต่ว่า เซี่ยเฉิน ที่อาศัยอยู่ในส่วนลึกของพระราชวังกลับสงบนิ่งเป็นอย่างมาก

เขาไม่ได้ให้ความสนใจความวุ่นวายที่เกิดขึ้นภายนอกเลย ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้สนใจเลย

แต่ถ้าอีกฝ่ายมาหาเรื่องเอง เขาก็ทำเพียงแค่ฆ่าพวกมันให้หมด

.................................................

ในเวลานี้ ภายในส่วนลึกของพระราชวัง

วิหารแห่งสวรรค์ เซี่ยเฉินได้เดินทางมายังที่แห่งนี้

“ระบบ ลงชื่อเช็คอินที่นี่”

เซี่ยเฉินยืนอยู่บนแท่นบูชา และออกคำสั่งกับระบบอย่างเงียบๆ

ในใจของเขา

ติ๊ง!

“เช็คอินสำเร็จ ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ด้วย

ท่านได้รับ : [ค่ายกลซวนหวู่]”

หลังจากที่ได้รับการแจ้งเตือนจากระบบ ทำให้เซี่ยเฉินมีความสุข,kd

ในการลงชื่อเช็คอินในครั้งนี้ เขาได้รับแผ่นจานค่ายกล และนี่ก็นับว่าเป็นครั้งแรกที่เขาได้รับ

แผ่นจานค่ายกล

ค่ายกลซวนหวู่ เมื่อเปิดใช้งานค่ายกลจะสร้างโลขึ้นมาทั้งหมดแปดอัน

โล่แต่ละนั้นมีพลังป้องกันที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก การป้องกันของมันนั้นทรงพลังมาก

สามารถที่จะต้านทานการโจมตีของผู้ฝึกตนขอบเขตนิพพานได้

หลังจากที่อ่าข้อมูลที่ระบบมอบให้ เซี่ยเฉิน ก็รู้สึกอารมณ์ดีเป็นพิเศษ

"เป็นค่ายกลที่ดี"

เซี่ยเฉิน อดไม่ได้ที่เอ่ยออกมาด้วยความชื่นชม เมื่อมองไปยัง

ค่ายกลซวนหวู่ ที่อยู่ในมือของเขา เขาสามารถเปิดใช้งานค่ายกลและสร้างโล่ทั้งแปดขึ้นมาได้โดยตรง

หลังจากตรวจดูสักพัก เขาก็หันหลังกลับและเดินออกจากวิหารแห่งสวรรค์ไปอย่างรวดเร็ว

นักบุญหญิงเทียนมู่

ที่ยืนอยู่ด้านหลังใบหน้าของเธอในตอนนี้นั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกงุนงงมาก เมื่อเธอเห็นว่าจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน

เดินเข้าไปยัง วิหารแห่งสวรรค์ เพื่อเยียมชมและเดินจากไป

แม้ว่าจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน

จะขึ้นเป็นจักรพรรดิองค์ใหม่ของอาณาจักรเซี่ย แต่ว่าเขาไม่ได้ทำอะไรเลย ไม่เคยไปยังห้องโถงใหญ่ของพระราชวังเพื่อขึ้นว่าราชการ

และยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องของการจัดการกิจการของอาณาจักรเซี่ยที่ยิ่งใหญ่

“จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน ท่านจะต้องระวังนิกายเทียนเจี้ยนด้วย”

นักบุญหญิงเทียนมู่ เดินตามหลังของเซี่ยเฉินมาอย่างรวดเร็ว

และพูดพึมพำออกมาด้วยเสียงต่ำ

เซี่ยเฉิน หยุดเดินชั่วคราวและหันหน้ากลับไปยิ้มและถามออกมา "โอ้

ทำไมข้าถึงต้องระวัง นิกายเทียนเจี้ยน ด้วยล่ะ?"

นักบุญหญิงเทียนมู่ ก้มศีรษะลงและพูดออกมาว่า "กราบทูลองค์จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์

นิกายเทียนเจี้ยนจะไม่ยอมแพ้เรื่องการแก้แค้นอย่างแน่นอน และในตอนนี้พวกเขาได้ตั้งค่ายกลขึ้นมาเพื่อเอาไว้จัดการกับฝ่าบาท

และรอให้ฝ่าบาทเดินเข้าไปตกหลุมพรางที่พวกเขาตั้งใจขุดเอาไว้"

“ข้ายังเคยได้ยินมาอีกว่านิกายเทียนเจี้ยน

นั้นมีค่ายกลปกป้องนิกายที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ค่ายกลนี้มีชื่อเรียกว่า

ค่ายกลดาบสิบจตุรทิศ มันมีพลังทำลายล้างที่มหาศาลและสามารถสังหารผู้ฝึกตนที่อยู่ในขอบเขตนิพพานได้”

นักบุญหญิงเทียนมู่ นั้นต้องการที่จะเตือนให้จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน

ระวังตัวเอาไว้ และจะเป็นการดีที่สุดที่เขาจะไม่เดินทางไปยังนิกายเทียนเจี้ยน

เพราะว่านิกายเทียนเจี้ยนนั้นมีค่ายกลปกป้องนิกายที่แข็งแกร่ง

เมื่อจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน เดินทางเข้าไปที่นั้นจะต้องถูกสังหารอย่างไม่ต้องสงสัย

“ค่ายกลดาบสิบจตุรทิศ?”

เซี่ยเฉิน ครุ่นคิดอยู่สักพักและทันใดนั้นเขาก็ยิ้มและพูดออกมา

"เป็นแค่เพียงค่ายกลดาบเพียงเท่านั้น ข้าเองก็จะอยากเห็นสิ่งที่ทำให้นิกายเทียนเจี้ยนมีความมั่นใจว่าจะสังหารข้าได้

ถ้าหากว่าพวกเขาลงมือจริงๆข้าก็ทำได้เพียงแค่ลบพวกเขาให้หายออกไปจากโลกใบนี้ตลอดกาล"

เขาพูดออกมาอย่างแผ่วเบา และทิ้งให้นักบุญหญิงเทียนมู่

ที่กำลังยืนตกตะลึงอยู่ในตอนนี้เอาไว้ข้างหลังเขาโดยไม่พูดอะไร

เธอจ้องมองไปยังจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน ที่ดูเหมือนว่าเขาจะมีความมั่นใจมาก

แต่ว่าเขาก็สมควรแล้วที่จะมีความมั่นใจในตนเองและความเย่อหยิ่ง

บางที เขาอาจจะไม่ได้ต้องการที่จะปล่อยให้นิกายเทียนเจี้ยนคงอยู่อีกต่อไป

และจุดประสงค์ที่แท้จริงของเขาในการไปเยือนนิกายเทียนเจี้ยนในครั้งนี้ เพื่อทำลายล้างนิกายเทียนเจี้ยน

ทั้งหมดในคราวเดียว

“ตัดหญ้าต้องถอนโคน เพราะว่ายังไงนิกายเทียนเจี้ยนก็จะไม่ยอมแพ้และต้องหาทางแก้แค้นจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน

ที่ลงมือสังหารผู้นำนนิกายเจียงเหอแห่งนิกายเทียนเจี้ยน มันคงจะแปลกถ้าพวกเขายอมแพ้ได้”

เซี่ยเฉิน ยิ้มออกมาอย่างเหยียดหยาม เขามีความเข้าใจที่ชัดเจนมากเกี่ยวกับความคิดและการแสดงออกที่

หยินชิซาน แสดงออกมาในตอนนั้น

เซี่ยเฉินคิดว่า

หลังจากที่ปล่อยให้หยินชิซานกลับไปยังนิกายเทียนเจี้ยน

หยินชิซานจะต้องรวบรวมผู้อาวุโสและศิษย์สาวกทั้งหมดของนิกาย

เพื่อเตรียมพร้อมจะจัดการกับเขา และจุดประสงค์ที่เขาจะปล่อยให้หยินชิซานกลับไป เขาแค่อยากให้หยินชิซานรวบรวมผู้อาวุโสและศิษย์สาวกทั้งหมดของนิกายให้มารวมกันและจัดการทั้งหมดในคราวเดียว

ในเมื่อนิกายเทียนเจี้ยน

ตั้งตนเป็นศัตรูกับเขาเขก้ต้องตัดรากถอนโคนออกไปให้หมด

เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมาสร้างปัญหาให้กับเขาอย่างไม่หยุดหย่อน

ดังนั้น เขาจึงตัดสินใจไปที่นิกายเทียนเจี้ยน ในอีกสามวัน

“เจ้าไม่จำเป็นต้องมาติดตามข้า จงไปช่วยองค์หญิงสิบ”

เซี่ยเฉิน มองไปที่นักบุญหญิงแห่งศาลาสวรรค์ ที่เดินตามมาด้านหลัง

และบอกให้เธอไปคอยอยู่ช่วยเหลือองค์หญิงสิบ

“น้อมรับคำสั่ง องค์จักรพรรดิ์ศักดิ์สิทธิ์!”

นักบุญหญิงเทียนมู่ โค้งคำนับด้วยความเคารพและจากไปอย่างเชื่อฟัง

เซี่ยเฉิน จ้องมองไปยังทิศทางของนักบูญหญิงที่กำลังเดินจากไป

และพึมพำกับตัวเอง "ไม่ว่าเจ้าจะเป็นใคร เนื่องจากเจ้าเข้ามายังที่นี่ เจ้าก็ควรที่จะเรียนรู้ว่าจะต้องทำตัวอย่างไร

มิฉะนั้นจุดจบขของศาลาสวรรค์ จะเป็น แบบเดี่ยวกันกับของนิกายเทียนเจี้ยน"

ฝีเท้าของนักบุญหญิงเทียนมู่ หยุดลง ใบหน้าของเธอเปลี่ยนไปเล็กน้อย

เธอหันกลับมามองอย่างช้าๆ และไม่พบร่องรอยของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉินที่ยืนอยู่ตรงนั้นอีกต่อไป

ในตอนนี้ภายในหัวใจของเธอนั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกขมขื่นเป็นอย่างมาก

เธอเข้าใจในสิ่งที่จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน เอ่ยออกมาเขากำลังเตือนเธอว่าอย่าออกนอกลู่นอกทาง

ไม่เช่นนั้นจุดจบจะเลวร้าย

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ในที่สุดวันที่เซี่ยเฉินจะต้องเดินทางไปเยือนนิกายเทียนเจี้ยนก้มาถึง

ภายในห้องโถงวังจักรพรรดิ เซี่ยเฉินที่กำลังฝึกฝนอยู่ จู่ๆเขาก็ลืมตาขึ้น

“นี้ก้ครบกำหนดสามวันแล้ว

ถึงเวลาที่ข้าจะต้องไปจัดการแก้ไขปัญหาของนิกายเทียนเจี้ยน พวกเจ้าอย่าทำให้ข้าผิดหวัง”

หลังจากที่เขาพึมพำ ร่างของเขาก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย