ตอนที่ 107

ในห้องโถงใหญ่พระราชวัง เซี่ยเฉิน กำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์ของจักรพรรดิ

“ระบบ ลงชื่อเช็คอินที่นี่!”

เขาออกคำสั่งกับระบบ อย่างเงียบๆ ในใจของเขา เราพว่าวันนี้เขายังไม่ได้ลงชื่อเช็คอินเลย

ติ๊ง!

“เช็คอินสำเร็จ ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ด้วย

ท่านได้รับ : สมบัติแห่งโชค [ตราประทับจักรพรรดิ์มนุษย์]” (ตราประทับมีสองอันนะครับ

อันแรกเป็นตราประทับของราชวงศ์

อันที่สองน่าจะเกี่ยวข้องกับกายาจักรพรรดิมนุษย์ของพระเอก)

เมื่อได้รับการแจ้งเตือนจากระบบ ดวงตาของ เซี่ยเฉิน ก็เปร่งประกายขึ้นมาในทันที

“ตราประทับจักรพรรดิมนุษย์?”

เขาจ้องมองดูสมบัติที่อยู่ในพื้นที่เก็บของ ของระบบด้วยความประหลาดใจและเมื่อเขาพลิกฝ่ามือ

เขาก็เห็นตราประทับอันละเอียดอ่อนลอยอยู่ตรงหน้าเขา เปล่งแสงสลัวๆออกมา

ตราประทับแผ่แรงกดดันออกมาและเต็มไปด้วยความสง่างาม

ตราประทับจักรพรรดิมนุษย์ แสดงถึงอัตลักษณ์สูงสุด

นี่เป็นสมบัติแห่งโชคลาภอีกด้วย สามารถยกระดับและระงับโชคลาภของอาณาจักรได้

ช่างเป็นสมบัติที่น่าอัศจรรย์

“ช่างเป็นสมบัติล้ำค่า ดูเหมือนว่าการขึ้นเป็นจักรพรรดิจะมีประโยชน์มากมาย”

เซี่ยเฉินมองดูตราประทับในมือของเขาอย่างมีความสุขและไม่สามารถวางมันลงได้

เมื่อคิดได้ เขาก็เอื้อมมือออกไปและนำตราประทับจักรพรรดิมนุษย์ เอาไว้บนโต๊ะ

แล้วจากนนั้นก็นำตราประทับจักรพรรดิของราชวงศ์เซี่ยที่สืบทอดกัยมานานนับพันปีมาวางเอาไว้คู่กัน

ฮัม!

ทันทีที่ตราประทับสองสองสัมผัสกัน ตราประทับจักรพรรดิมนุษย์ก็เปล่งแสงอันน่าอัศจรรย์ออกมา

ปกคลุมตราประทับจักรพรรดิของราชวงศ์เซี่ยทันที และเริ่มทำการหลอมรวมตราประทับจักรพรรดิของราชวงศ์

เมื่อเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เซี่ยเฉิน ก็รู้สึกประหลาดใจเขาไม่คาดคิดเลยว่าตราประทับสองสองจะสามารถหลอมรวมกันได้

เมื่อเห็นว่าตราประทับจักรพรรดิของราชวงศ์เซี่ยค่อยๆหลอมละลายและไหลไปหลอมรวมกับตราประทับจักรพรรดิมนุษย์

ทำให้เกิดแรงกดดดันที่แข็งแกร่งปะทุออกมา หลังจากนั้นได้มีภาพมายาของมังกรเก้าตัวปรากฏขึ้นมาบนตราประทับจักรพรรดิมนุษย์

มังกรทั้งเก้าตัวขดตัวอยู่รอบๆ ตราประทับจักรพรรดิมนุษย์ เปล่งแสงประกายออกมา

แสดงให้เห็นถึงความสง่างาม

เซี่ยเฉิน ไม่ลังเลปลดปล่อยจิตวิญญาณของเขาเข้าไปข้างในตราประทับจักรพรรดิมนุษย์

และเริ่มทำการขัดเกลาตราประทับจักรพรรดิมนุษย์ หลังจากนั้นไม่นานเขาก็เสร็จสิ้นกระบวนการขัดเกลาตราประทับจักรพรรดิมนุษย์อย่างรวดเร็ว

ด้วยความช่วยเหลือของระบบ

เมื่อทำการขัดเกลาตราประทับจักรพรรดิมนุษย์ให้จดจำเจ้าของได้แล้ว  เซี่ยเฉิน ก็รู้สึกได้ว่ากายาจักรพรรดิมนุษย์

ที่อยู่ภายในร่างกายของเขากำลังถูกกระตุ้นให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากนั้นพลังพิเศษของกายาจักรพรรดิมนุษย์ก็หลั่งไหลออกมา

และไหลเวียนไปทั่วทั้งร่างกายของเขา

“สมแล้วที่เป็นถึง สมบัติแห่งโชคลาภ”

เขาอุทานออกมาและมองไปที่ตราประทับจักรพรรดิมนุษย์ ที่เพิ่งจะหลอมรวมกับตราจักรพรรดิของราชวงศ์เซี่ย

และในตอนนี้เซี่ยเฉินสามารถสัมพัสได้ถึงพลังแห่งโชคลาภของราชวงศ์เซี่ยที่สะสมมาอย่างยาวนานมานับพันปีได้จากตราประทับจักรพรรดิมนุษย์

ตอนนี้พลังแห่งโชคลาภของราชวงศ์เซี่ยทั้งหมดอยู่ในตราประทับจักรพรรดิมนุษย์

และไม่สูญหายไปเลยแม้แต่น้อย

นี่คือความลึกลับของสมบัติแห่งโชค ซึ่งสามารถปราบปรามโชคลาภของอาณาจักรไม่ให้สูญสลายและหายไป

ทำให้อาณาจักรเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นในแต่ละวัน

“พลังการโจมตีของตราประทับจักรพรรดิมนุษย์

ก็ทรงพลังเป็นอย่างมากมันสามารถสังหารผู้ฝึกตนที่อยู่ในขอบเขตนิพพาน

ได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดี่ยว หรือแม้แต่ผู้ฝึกตนที่อยู่ในขอบเขตเหนือธรรมชาติ ก็ยังสามารถปราบปรามลงได้ในทันที”

เซี่ยเฉิน พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ พลังของตราประทับจักรพรรดิมนุษย์

นี้น่าทึ่งมาก

เขาเล่นไปสักพักเพียงแค่เขาคิดตราประทับจักรพรรดิมนุษย์  ก็กลายเป็นลำแสงและหายเข้าไปที่ตรงกลางระหว่างคิ้วของเขาและลอยอยู่ในทะเลแห่งจิตสำนึกถูกหล่อเลี้ยงอย่างต่อเนื่องด้วยพลังของจิตวิญญาณ

หลังจากที่เก็บตราประทับจักรพรรดิมนุษย์เข้าไปแล้ว ดวงตาของ

เซี่ยเฉิน ก็สว่างขึ้นในตอนนี้เขาได้เปิดใช้งานเคล็ดวิชาลมหายใจแห่งสวรรค์ เพื่อตรวจสอบชะตากรรมของราชวงศ์เซี่ย

หลังจากนั้นไม่นานเขาก็สังเกตเห็นว่า เหนือเมืองหลวงจักรพรรดิ ได้มีเมฆมงคลแห่งโชคลาภได้กลายเป็นทะเลสาบสีทอง

และมีเงาของมังกรสีทองปรากฏขึ้นมาอยู่ในนั้น

นี่คือชะตากรรมของราชวงศ์เซี่ย ในตอนนี้มังกรทองได้ควบแน่นร่างกายขึ้นมาแล้ว

และกำลังบินไปมาอยู่ในทะเลสาบทองคำที่เกิดจากการควบแน่นของพลังแห่งโชคชะตา

เมื่อมังกรทองตื่นขึ้นมาได้อย่างสมบูรณ์ ก็จะสั่นสะเทือนไปทั่วโลก

ภายใต้การควบคุมของ เซี่ยเฉิน เขาสามารถบังคับให้มังกรทอง โจมตีหรือป้องกันก็ได้

เมื่อเมืองหลวงจักรพรรดิได้ถูกโจมตีจากศัตรู เซี่ยเฉิน สามารถเปิดใช้งานมังกรทองเพื่อโจมตีและป้องกันได้

อย่างไรก็ตาม เมื่อเปิดใช้งานการโจมตีหรือป้องกันก็ตามสิ่งที่ต้องแลกคือพลังแห่งโชคลาภที่สะสมมาของราชวงศ์

หากใช้งานอย่างไม่ระวัง มังกรทองแห่งโชคลาภของราชวงศ์ก็จะกระจัดกระจายและหายไป

ทำให้อาณาจักรเกิดการล้มสลายได้

“อืม ดูเหมือนว่ามังกรทองแหงโชคลาภของราชวงศ์เซี่ยจะไม่แข็งแกร่งมากนักในตอนนี้

แต่มันจะเริ่มแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆนับจากวันนี้ไป”

เซี่ยเฉิน พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ

แต่ว่าในความเป็นจริงแล้วก่อนหน้านี้

โชคลาภของราชวงศ์เซียเริ่มเสื่อมถอยลงไปแล้ว

แต่มันก็เริ่มฟื้นฟู่ขึ้นมาแล้วหลังจากที่ เซี่ยเฉินขึ้นครองบัลลังก์และกลายเป็นจักรพรรดิองค์ใหม่ของอาณาจักรเซี่ย

อาณาจักรเซี่ย ที่กำลังอ่อนแอแต่เดิม ก็กลับมาเปล่งประกายขึ้นอีกครั้งแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความเจริญรุ่งเรืองที่กำลังเพิ่มมากขึ้น

ทุกอย่างที่เกิดขึ้นทั้งหมด ล้วนแต่เกี่ยวข้องกับ เซี่ยเฉิน แต่ตัวเขาเองไม่รู้

หลังจากออกจากห้องโถงใหญ่พระราชวังแล้ว เซี่ยเฉินก็เดินทางกลับมาที่

วังจักรพรรดิ

เดิมทีแล้วที่นี้คือวังของจักรพรรดิเซี่ยองค์ก่อน แต่ว่าในตอนนี้วังจักรพรรดิแห่งนี้ได้กลายเป็นของเซี่ยเฉิน

แล้ว

แน่นอนว่าเมื่อจักรพรรดิองค์ใหม่ขึ้นครองบัลลังก์ เหล่านางสนม ก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลง

เพราะว่าท้ายที่สุดแล้วนางสนมเหล่านี้ก็คือคนของจักรพรรดิเซี่ยองค์ก่อน

หลังจากที่เซี่ยเฉินเริ่มฝึกฝนได้ไม่นาน องค์หญิงสิบก็รีบวิ่งเข้ามา

“พี่เก้า...”

เมื่อองค์หญิงสิบวิ่งเข้ามา เซี่ยเฉิน ก็ลืมตาตื่นขึ้นมาทันที

“เสี่ยวซี ทำไมเจ้าถึงมาที่นี่?” เซี่ยเฉินยิ้มและโบกมือให้เธอนั่งลง

องค์หญิงสิบนั่งลงข้างๆเซี่ยเฉิน เธอจ้องมองตรงไปที่เขา

“พี่เก้า ทำไมท่านถึงต้องการให้ข้า ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์” เธอถามออกมาด้วยท่าทางที่กำลังสับสนมากและเธอก็ไม่เข้าใจการตัดสินใจของพี่ชายของเธอ

เซี่ยเฉิน ส่ายหัวและหัวเราะออกมาเสียงดัง "เจ้าลืมไปแล้วหรือว่า

เดิมที่แล้วข้านั้นต้องการให้เจ้าขึ้นเป็นจักรพรรดิหญิงองค์แรกของอาณาจักรเซี่ย"

“แค่เจ้ากลับเปลี่ยนใจอย่างกะทันหัน

และทำให้ข้าต้องขึ้นมาเป็นจักรพรรดิแทนเจ้าเพื่อทำให้สถานการณ์โดยรวมของอาณาจักรมีเสถียรภาพที่มั่งคงขึ้นมาเสียก่อน”

เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ เซี่ยเฉิน ก็ตบไหล่ของเธอเบาๆ

และพูดอย่างจริงจัง "เสี่ยวซี เมื่อพี่เก้าของเจ้าไม่มีเวลาจัดการเรื่องเล็กๆ

น้อยๆ ของที่เกิดขึ้นภายในราชวงศ์เซี่ยได้ทั้งหมดหรอกนะ ดังนั้นข้าถึงได้แต่งตั้งให้เจ้าขึ้นเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

จุดประสงค์คือเพื่อให้เจ้าได้ทำความคุ้นเคยกับมัน และสร้างบารมีของตัวเองขึ้นมา"

“และเมื่อถึงเวลาอันสมควร ข้าจะสละราชสมบัติและสงมอบให้กับเจ้าเมื่อถึงตอนที่เจ้าได้สะสมบารมีของเจ้าได้เพียงพอแล้ว

เมื่อถึงตอนนั้นเจ้าก็ไม่ต้องกลัวภัยคุกคามใดๆอีกต่อไป”

หลังจากพูดออกมาอีกเพียงไม่กี่คำ องค์หญิงสิบก็รู้สึกสะเทือนใจมากจนเธอเข้าไปกอดแขนของ

เซี่ยเฉิน

“พี่เก้า ไม่เป็นไรสำหรับข้าแล้วการที่จะได้เป็นจักรพรรดิหรือไม่

มันไม่ได้สำคัญสำหรับข้าเลย ท่านเหมาะสมที่สุดแล้วที่จะขึ้นเป็นจักรพรรดิ”

องค์หญิงสิบพูดออกมาเบาๆ

เซี่ยเฉินส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ "ข้าเคยบอกกับเจ้าไปแล้วว่า

ตัวข้านั้นไม่ต้องการที่จะขึ้นเป็นจักรพรรดิ เจ้าไม่ต้องพูดอะไรอีกต่อไปแล้วเมื่อถึงตอนที่เจ้าสะสมบารมีของเจ้าได้เพียงพอแล้ว

และข้าได้จัดการปัญหาทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ข้าก็จะสงมอบบัลลังก์นี้ให้กับเจ้า"

“อย่าปฏิเสธ เพราะว่าหัวใจของข้านั้นไม่เต็มใจที่จะเป็นจักรพรรดิเลย”

เซี่ยเฉิน ส่ายหัวและขัดขวางการโต้เถียงของน้องสาวของเขาในทันที

เรื่องนี้ไม่สามารถต่อรองได้ หลังจากที่เขาสามารถปลุกกายาจักรพรรดิให้ตื่นขึ้นมาได้อย่างสมบูรณ์

เขาก้ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นจักรพรรดิอีกต่อไป

สำหรับตอนนี้ มันก็ไม่ได้แย่อะไรมากนัก

หากว่าเขาจะเป็นจักรพรรดิสักช่วงเวลาหนึ่ง

สิ่งที่เขาต้องทำในตอนนี้คือ

การพลักดันให้องค์หญิงสิบให้เขามาจัดการกับกิจการบ้านเมือง

ต่างๆที่ต้องจัดการแก้ไข หากว่าเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมเขาค่อยลงไปจัดการด้วยตนเอง

แม้ว่าเขาจะไม่เคยเป็นจักรพรรดิ แต่ในฐานะนักเดินทางข้ามโลก เขานั้นมีความรู้ความเข้าใจที่ล้ำหน้ากว่าโลกใบนี้

และไม่ต้องกลัวว่าเขาจะไม่สามารถจัดการกับเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นภายในอาณาจักรเซี่ยได้

"ยังไงก็ตาม ตอนนี้ระดับการบ่มเพาะของเจ้านั้นยังอ่อนแอ่เกินไป

ข้าจะส่งต่อเคล็ดวิชาที่สมบูรณ์ของ "เคล็ดวิชาหวางจิงซือลู่" ให้กับเจ้าเพื่อที่จะสามารถทำให้เจ้าสามารถบุกทะลวงเข้าไปสู่ขอบเขตนิพพาน โดยเร็วที่สุด"

หลังจากที่เซี่ยเฉิน พูดจบเขาก็ชี้นิ้วไปที่หว่างคิ้วขององค์หญิงสิบ

และส่งมอบ เคล็ดวิชาหวางจิงซือลู่ ให้กับเธอทั้งหมด

แม้ว่า องค์หญิงสิบ อยากจะปฏิเสธแต่เธอก็ได้รับข้อมูลทั้งหมดที่

เซี่ยเฉิน ถ่ายทอดให้กับเธอแล้ว หลังจากที่ได้รับความรู้ทั้งหมดเกี่ยวกับ

เคล็ดวิชาหวางจิงซือลู่ องค์หญิงสิบได้เริ่มทำความเข้าใจและซึมซับข้อมูลของเคล็ดวิชาหวางจิงซือลู่อย่างเงียบๆ

นี่เป็นเคล็ดวิชา ที่สามารถฝึกฝนได้เฉพาะผู้ที่จะขึ้นเป็นจักรพรรดิเท่านั้นและในตอนนี้

เซี่ยเฉิน ได้ส่งต่อมันให้กับเธอ ซึ่งหมายความว่าผู้ที่จะขึ้นนั่งบัลลังก์คนต่อไปได้ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว

“พี่เก้า ในโลกนี้มีเพียงท่านเพียงคนเดี่ยวเท่านั้นที่ดีกับข้ามากที่สุด”

องค์หญิงสิบ ที่ลืมตาตื่นขึ้นมา และหันไปกอดพี่ชายของเธออย่างเงียบๆ

เมื่อเห็นว่าองค์หญิงสิบเข้ามากอดเขา เซี่ยเฉินก็รู้สึกอบอุ่นขึ้นมาในหัวใจของเขา

เพราะว่าบนโลกใบนี้เธอคือญาติเพียงคนเดี่ยวของเขา

หลังจากนั้นไม่นาน องค์หญิงสิบก็นึกเรื่องอะไรได้ขึ้นมา

เธอก็ถามออกมาว่า "พี่เก้า ท่านต้องการเลือกนางสนมหรือไม่?"

“เลือกนางสนม?”

เซี่ยเฉิน รู้สึกพูดไม่ออกเมื่อได้ยินสิ่งที่น้องสาวของเขถาม

เขาตีไปที่หน้าผากของเธอเบาๆ และพูดออกมาด้วยเสียงดุ "สาวน้อย

ข้าไม่จำเป็นที่จะต้องเลือกนางสนม เจ้าควรทำหน้าที่เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ให้ดี

และเตรียมพร้อมที่จะขึ้นเป็นจักรพรรดิหญิงองค์แรกของอาณาจักรเซี่ย"

“ท่านไม่ต้องการเลือกจริงๆ เหรอ?” องค์หญิงสิบกระพริบตาด้วยความประหลาดใจและสับสน

พวกผู้ชาย มีใครบ้างที่ไม่ต้องการมีภรรยาสามและเมียน้อยหก แต่ว่าพี่เก้า

ของเธอดูเหมือนจะไม่มีความคิดและความตั้งใจในเรื่องนี้จริงๆ

เธอคิดอยู่สักพักหนึ่งแล้วเสนอขึ้นมาอีกครั้ง "ไม่เช่นนั้น

ข้าจะเรียกให้เทพธิดากวงหานให้มาเข้าวัง

และข้าก็ยังได้ยินมาอีกว่าหัวหน้าศาลาของศาลาสวรรค์มีรูปลักษณ์ที่สวยงาม

พวกนางทั้งสองเหมาะสมที่จะเป็นนางสนมของท่าน พี่เก้า"

เซี่ยเฉิน ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี เขาดุว่าเธออีกครั้ง "เอาล่ะ

เจ้าออกไปได้แล้ว

และไม่ต้องมาจัดการเรื่องของนางสนมของข้าอีกต่อไปเพราะว่าข้าไม่ได้ต้องการ"

“นี่คือผลจูกัวสีแดงร้อยปี

ข้าจะมอบมันให้กับเจ้า มันสามารถช่วยให้เจ้าสามารถทะลวงไปยังขอบเขตนิพพานได้”

เมื่อเซี่ยเฉิน พูดจบเขาก็ได้มอบผลจูกัวสีแดงร้อยปีให้กับ

องค์หญิงสิบและบอกให้เธอกับไปและฝึกฝนให้มากขึ้น

“ผลจูกัวสีแดงร้อยปี?”

ดวงตาขององค์หญิงสิบเป็นประกาย เธอจ้องมองไปที่ผลจูกัวสีแดงร้อยปี ทั้งสิบผลด้วยความประหลาดใจ

นี่คือสิ่งที่ เซี่ยเฉิน สะสมเอาไว้ตลอดสิบปีก่อนหน้านี้ และตัวเขาก็กินมากจนเกินไปทำให้ผลจูกัวสีแดงร้อยปีไม่มีผลกับเขาอีกต่อไปแล้ว ดังนั้นเขาจึงได้มอบผลจูกัวสีแดงร้อยปี ทั้งสิบผลนี้ให้กับองค์หญิงสิบ

เพื่อไปฝึกฝนและยกระดับการบ่มเพาะของเธอให้เข้าสู่ขอบเขตตนิพพาน

“ขอบคุณ พี่เก้า”

องค์หญิงสิบ รับผลจูกัวสีแดงร้อยปี

มาด้วยท่าทางที่ตื่นเต้น ทันใดนั้นเธอก็ จูบไปที่แก้มของ เซี่ยเฉิน และวิ่งออกไปด้วยใบหน้าที่เป็นสีแดง

เหลือเพียง เซี่ยเฉิน เท่านั้นที่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม

แตะแก้มของเขา และหัวเราะออกมาอย่างโง่เขลา ในขณะที่เขามองดูองค์หญิงสิบที่รีบวิ่งหนีออกไป