ในห้องโถงใหญ่พระราชวัง เซี่ยเฉิน กำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์ของจักรพรรดิ
“ระบบ ลงชื่อเช็คอินที่นี่!”
เขาออกคำสั่งกับระบบ อย่างเงียบๆ ในใจของเขา เราพว่าวันนี้เขายังไม่ได้ลงชื่อเช็คอินเลย
ติ๊ง!
“เช็คอินสำเร็จ ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ด้วย
ท่านได้รับ : สมบัติแห่งโชค [ตราประทับจักรพรรดิ์มนุษย์]” (ตราประทับมีสองอันนะครับ
อันแรกเป็นตราประทับของราชวงศ์
อันที่สองน่าจะเกี่ยวข้องกับกายาจักรพรรดิมนุษย์ของพระเอก)
เมื่อได้รับการแจ้งเตือนจากระบบ ดวงตาของ เซี่ยเฉิน ก็เปร่งประกายขึ้นมาในทันที
“ตราประทับจักรพรรดิมนุษย์?”
เขาจ้องมองดูสมบัติที่อยู่ในพื้นที่เก็บของ ของระบบด้วยความประหลาดใจและเมื่อเขาพลิกฝ่ามือ
เขาก็เห็นตราประทับอันละเอียดอ่อนลอยอยู่ตรงหน้าเขา เปล่งแสงสลัวๆออกมา
ตราประทับแผ่แรงกดดันออกมาและเต็มไปด้วยความสง่างาม
ตราประทับจักรพรรดิมนุษย์ แสดงถึงอัตลักษณ์สูงสุด
นี่เป็นสมบัติแห่งโชคลาภอีกด้วย สามารถยกระดับและระงับโชคลาภของอาณาจักรได้
ช่างเป็นสมบัติที่น่าอัศจรรย์
“ช่างเป็นสมบัติล้ำค่า ดูเหมือนว่าการขึ้นเป็นจักรพรรดิจะมีประโยชน์มากมาย”
เซี่ยเฉินมองดูตราประทับในมือของเขาอย่างมีความสุขและไม่สามารถวางมันลงได้
เมื่อคิดได้ เขาก็เอื้อมมือออกไปและนำตราประทับจักรพรรดิมนุษย์ เอาไว้บนโต๊ะ
แล้วจากนนั้นก็นำตราประทับจักรพรรดิของราชวงศ์เซี่ยที่สืบทอดกัยมานานนับพันปีมาวางเอาไว้คู่กัน
ฮัม!
ทันทีที่ตราประทับสองสองสัมผัสกัน ตราประทับจักรพรรดิมนุษย์ก็เปล่งแสงอันน่าอัศจรรย์ออกมา
ปกคลุมตราประทับจักรพรรดิของราชวงศ์เซี่ยทันที และเริ่มทำการหลอมรวมตราประทับจักรพรรดิของราชวงศ์
เมื่อเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เซี่ยเฉิน ก็รู้สึกประหลาดใจเขาไม่คาดคิดเลยว่าตราประทับสองสองจะสามารถหลอมรวมกันได้
เมื่อเห็นว่าตราประทับจักรพรรดิของราชวงศ์เซี่ยค่อยๆหลอมละลายและไหลไปหลอมรวมกับตราประทับจักรพรรดิมนุษย์
ทำให้เกิดแรงกดดดันที่แข็งแกร่งปะทุออกมา หลังจากนั้นได้มีภาพมายาของมังกรเก้าตัวปรากฏขึ้นมาบนตราประทับจักรพรรดิมนุษย์
มังกรทั้งเก้าตัวขดตัวอยู่รอบๆ ตราประทับจักรพรรดิมนุษย์ เปล่งแสงประกายออกมา
แสดงให้เห็นถึงความสง่างาม
เซี่ยเฉิน ไม่ลังเลปลดปล่อยจิตวิญญาณของเขาเข้าไปข้างในตราประทับจักรพรรดิมนุษย์
และเริ่มทำการขัดเกลาตราประทับจักรพรรดิมนุษย์ หลังจากนั้นไม่นานเขาก็เสร็จสิ้นกระบวนการขัดเกลาตราประทับจักรพรรดิมนุษย์อย่างรวดเร็ว
ด้วยความช่วยเหลือของระบบ
เมื่อทำการขัดเกลาตราประทับจักรพรรดิมนุษย์ให้จดจำเจ้าของได้แล้ว เซี่ยเฉิน ก็รู้สึกได้ว่ากายาจักรพรรดิมนุษย์
ที่อยู่ภายในร่างกายของเขากำลังถูกกระตุ้นให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากนั้นพลังพิเศษของกายาจักรพรรดิมนุษย์ก็หลั่งไหลออกมา
และไหลเวียนไปทั่วทั้งร่างกายของเขา
“สมแล้วที่เป็นถึง สมบัติแห่งโชคลาภ”
เขาอุทานออกมาและมองไปที่ตราประทับจักรพรรดิมนุษย์ ที่เพิ่งจะหลอมรวมกับตราจักรพรรดิของราชวงศ์เซี่ย
และในตอนนี้เซี่ยเฉินสามารถสัมพัสได้ถึงพลังแห่งโชคลาภของราชวงศ์เซี่ยที่สะสมมาอย่างยาวนานมานับพันปีได้จากตราประทับจักรพรรดิมนุษย์
ตอนนี้พลังแห่งโชคลาภของราชวงศ์เซี่ยทั้งหมดอยู่ในตราประทับจักรพรรดิมนุษย์
และไม่สูญหายไปเลยแม้แต่น้อย
นี่คือความลึกลับของสมบัติแห่งโชค ซึ่งสามารถปราบปรามโชคลาภของอาณาจักรไม่ให้สูญสลายและหายไป
ทำให้อาณาจักรเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นในแต่ละวัน
“พลังการโจมตีของตราประทับจักรพรรดิมนุษย์
ก็ทรงพลังเป็นอย่างมากมันสามารถสังหารผู้ฝึกตนที่อยู่ในขอบเขตนิพพาน
ได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดี่ยว หรือแม้แต่ผู้ฝึกตนที่อยู่ในขอบเขตเหนือธรรมชาติ ก็ยังสามารถปราบปรามลงได้ในทันที”
เซี่ยเฉิน พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ พลังของตราประทับจักรพรรดิมนุษย์
นี้น่าทึ่งมาก
เขาเล่นไปสักพักเพียงแค่เขาคิดตราประทับจักรพรรดิมนุษย์ ก็กลายเป็นลำแสงและหายเข้าไปที่ตรงกลางระหว่างคิ้วของเขาและลอยอยู่ในทะเลแห่งจิตสำนึกถูกหล่อเลี้ยงอย่างต่อเนื่องด้วยพลังของจิตวิญญาณ
หลังจากที่เก็บตราประทับจักรพรรดิมนุษย์เข้าไปแล้ว ดวงตาของ
เซี่ยเฉิน ก็สว่างขึ้นในตอนนี้เขาได้เปิดใช้งานเคล็ดวิชาลมหายใจแห่งสวรรค์ เพื่อตรวจสอบชะตากรรมของราชวงศ์เซี่ย
หลังจากนั้นไม่นานเขาก็สังเกตเห็นว่า เหนือเมืองหลวงจักรพรรดิ ได้มีเมฆมงคลแห่งโชคลาภได้กลายเป็นทะเลสาบสีทอง
และมีเงาของมังกรสีทองปรากฏขึ้นมาอยู่ในนั้น
นี่คือชะตากรรมของราชวงศ์เซี่ย ในตอนนี้มังกรทองได้ควบแน่นร่างกายขึ้นมาแล้ว
และกำลังบินไปมาอยู่ในทะเลสาบทองคำที่เกิดจากการควบแน่นของพลังแห่งโชคชะตา
เมื่อมังกรทองตื่นขึ้นมาได้อย่างสมบูรณ์ ก็จะสั่นสะเทือนไปทั่วโลก
ภายใต้การควบคุมของ เซี่ยเฉิน เขาสามารถบังคับให้มังกรทอง โจมตีหรือป้องกันก็ได้
เมื่อเมืองหลวงจักรพรรดิได้ถูกโจมตีจากศัตรู เซี่ยเฉิน สามารถเปิดใช้งานมังกรทองเพื่อโจมตีและป้องกันได้
อย่างไรก็ตาม เมื่อเปิดใช้งานการโจมตีหรือป้องกันก็ตามสิ่งที่ต้องแลกคือพลังแห่งโชคลาภที่สะสมมาของราชวงศ์
หากใช้งานอย่างไม่ระวัง มังกรทองแห่งโชคลาภของราชวงศ์ก็จะกระจัดกระจายและหายไป
ทำให้อาณาจักรเกิดการล้มสลายได้
“อืม ดูเหมือนว่ามังกรทองแหงโชคลาภของราชวงศ์เซี่ยจะไม่แข็งแกร่งมากนักในตอนนี้
แต่มันจะเริ่มแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆนับจากวันนี้ไป”
เซี่ยเฉิน พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
แต่ว่าในความเป็นจริงแล้วก่อนหน้านี้
โชคลาภของราชวงศ์เซียเริ่มเสื่อมถอยลงไปแล้ว
แต่มันก็เริ่มฟื้นฟู่ขึ้นมาแล้วหลังจากที่ เซี่ยเฉินขึ้นครองบัลลังก์และกลายเป็นจักรพรรดิองค์ใหม่ของอาณาจักรเซี่ย
อาณาจักรเซี่ย ที่กำลังอ่อนแอแต่เดิม ก็กลับมาเปล่งประกายขึ้นอีกครั้งแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความเจริญรุ่งเรืองที่กำลังเพิ่มมากขึ้น
ทุกอย่างที่เกิดขึ้นทั้งหมด ล้วนแต่เกี่ยวข้องกับ เซี่ยเฉิน แต่ตัวเขาเองไม่รู้
หลังจากออกจากห้องโถงใหญ่พระราชวังแล้ว เซี่ยเฉินก็เดินทางกลับมาที่
วังจักรพรรดิ
เดิมทีแล้วที่นี้คือวังของจักรพรรดิเซี่ยองค์ก่อน แต่ว่าในตอนนี้วังจักรพรรดิแห่งนี้ได้กลายเป็นของเซี่ยเฉิน
แล้ว
แน่นอนว่าเมื่อจักรพรรดิองค์ใหม่ขึ้นครองบัลลังก์ เหล่านางสนม ก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลง
เพราะว่าท้ายที่สุดแล้วนางสนมเหล่านี้ก็คือคนของจักรพรรดิเซี่ยองค์ก่อน
หลังจากที่เซี่ยเฉินเริ่มฝึกฝนได้ไม่นาน องค์หญิงสิบก็รีบวิ่งเข้ามา
“พี่เก้า...”
เมื่อองค์หญิงสิบวิ่งเข้ามา เซี่ยเฉิน ก็ลืมตาตื่นขึ้นมาทันที
“เสี่ยวซี ทำไมเจ้าถึงมาที่นี่?” เซี่ยเฉินยิ้มและโบกมือให้เธอนั่งลง
องค์หญิงสิบนั่งลงข้างๆเซี่ยเฉิน เธอจ้องมองตรงไปที่เขา
“พี่เก้า ทำไมท่านถึงต้องการให้ข้า ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์” เธอถามออกมาด้วยท่าทางที่กำลังสับสนมากและเธอก็ไม่เข้าใจการตัดสินใจของพี่ชายของเธอ
เซี่ยเฉิน ส่ายหัวและหัวเราะออกมาเสียงดัง "เจ้าลืมไปแล้วหรือว่า
เดิมที่แล้วข้านั้นต้องการให้เจ้าขึ้นเป็นจักรพรรดิหญิงองค์แรกของอาณาจักรเซี่ย"
“แค่เจ้ากลับเปลี่ยนใจอย่างกะทันหัน
และทำให้ข้าต้องขึ้นมาเป็นจักรพรรดิแทนเจ้าเพื่อทำให้สถานการณ์โดยรวมของอาณาจักรมีเสถียรภาพที่มั่งคงขึ้นมาเสียก่อน”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ เซี่ยเฉิน ก็ตบไหล่ของเธอเบาๆ
และพูดอย่างจริงจัง "เสี่ยวซี เมื่อพี่เก้าของเจ้าไม่มีเวลาจัดการเรื่องเล็กๆ
น้อยๆ ของที่เกิดขึ้นภายในราชวงศ์เซี่ยได้ทั้งหมดหรอกนะ ดังนั้นข้าถึงได้แต่งตั้งให้เจ้าขึ้นเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
จุดประสงค์คือเพื่อให้เจ้าได้ทำความคุ้นเคยกับมัน และสร้างบารมีของตัวเองขึ้นมา"
“และเมื่อถึงเวลาอันสมควร ข้าจะสละราชสมบัติและสงมอบให้กับเจ้าเมื่อถึงตอนที่เจ้าได้สะสมบารมีของเจ้าได้เพียงพอแล้ว
เมื่อถึงตอนนั้นเจ้าก็ไม่ต้องกลัวภัยคุกคามใดๆอีกต่อไป”
หลังจากพูดออกมาอีกเพียงไม่กี่คำ องค์หญิงสิบก็รู้สึกสะเทือนใจมากจนเธอเข้าไปกอดแขนของ
เซี่ยเฉิน
“พี่เก้า ไม่เป็นไรสำหรับข้าแล้วการที่จะได้เป็นจักรพรรดิหรือไม่
มันไม่ได้สำคัญสำหรับข้าเลย ท่านเหมาะสมที่สุดแล้วที่จะขึ้นเป็นจักรพรรดิ”
องค์หญิงสิบพูดออกมาเบาๆ
เซี่ยเฉินส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ "ข้าเคยบอกกับเจ้าไปแล้วว่า
ตัวข้านั้นไม่ต้องการที่จะขึ้นเป็นจักรพรรดิ เจ้าไม่ต้องพูดอะไรอีกต่อไปแล้วเมื่อถึงตอนที่เจ้าสะสมบารมีของเจ้าได้เพียงพอแล้ว
และข้าได้จัดการปัญหาทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ข้าก็จะสงมอบบัลลังก์นี้ให้กับเจ้า"
“อย่าปฏิเสธ เพราะว่าหัวใจของข้านั้นไม่เต็มใจที่จะเป็นจักรพรรดิเลย”
เซี่ยเฉิน ส่ายหัวและขัดขวางการโต้เถียงของน้องสาวของเขาในทันที
เรื่องนี้ไม่สามารถต่อรองได้ หลังจากที่เขาสามารถปลุกกายาจักรพรรดิให้ตื่นขึ้นมาได้อย่างสมบูรณ์
เขาก้ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นจักรพรรดิอีกต่อไป
สำหรับตอนนี้ มันก็ไม่ได้แย่อะไรมากนัก
หากว่าเขาจะเป็นจักรพรรดิสักช่วงเวลาหนึ่ง
สิ่งที่เขาต้องทำในตอนนี้คือ
การพลักดันให้องค์หญิงสิบให้เขามาจัดการกับกิจการบ้านเมือง
ต่างๆที่ต้องจัดการแก้ไข หากว่าเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมเขาค่อยลงไปจัดการด้วยตนเอง
แม้ว่าเขาจะไม่เคยเป็นจักรพรรดิ แต่ในฐานะนักเดินทางข้ามโลก เขานั้นมีความรู้ความเข้าใจที่ล้ำหน้ากว่าโลกใบนี้
และไม่ต้องกลัวว่าเขาจะไม่สามารถจัดการกับเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นภายในอาณาจักรเซี่ยได้
"ยังไงก็ตาม ตอนนี้ระดับการบ่มเพาะของเจ้านั้นยังอ่อนแอ่เกินไป
ข้าจะส่งต่อเคล็ดวิชาที่สมบูรณ์ของ "เคล็ดวิชาหวางจิงซือลู่" ให้กับเจ้าเพื่อที่จะสามารถทำให้เจ้าสามารถบุกทะลวงเข้าไปสู่ขอบเขตนิพพาน โดยเร็วที่สุด"
หลังจากที่เซี่ยเฉิน พูดจบเขาก็ชี้นิ้วไปที่หว่างคิ้วขององค์หญิงสิบ
และส่งมอบ เคล็ดวิชาหวางจิงซือลู่ ให้กับเธอทั้งหมด
แม้ว่า องค์หญิงสิบ อยากจะปฏิเสธแต่เธอก็ได้รับข้อมูลทั้งหมดที่
เซี่ยเฉิน ถ่ายทอดให้กับเธอแล้ว หลังจากที่ได้รับความรู้ทั้งหมดเกี่ยวกับ
เคล็ดวิชาหวางจิงซือลู่ องค์หญิงสิบได้เริ่มทำความเข้าใจและซึมซับข้อมูลของเคล็ดวิชาหวางจิงซือลู่อย่างเงียบๆ
นี่เป็นเคล็ดวิชา ที่สามารถฝึกฝนได้เฉพาะผู้ที่จะขึ้นเป็นจักรพรรดิเท่านั้นและในตอนนี้
เซี่ยเฉิน ได้ส่งต่อมันให้กับเธอ ซึ่งหมายความว่าผู้ที่จะขึ้นนั่งบัลลังก์คนต่อไปได้ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว
“พี่เก้า ในโลกนี้มีเพียงท่านเพียงคนเดี่ยวเท่านั้นที่ดีกับข้ามากที่สุด”
องค์หญิงสิบ ที่ลืมตาตื่นขึ้นมา และหันไปกอดพี่ชายของเธออย่างเงียบๆ
เมื่อเห็นว่าองค์หญิงสิบเข้ามากอดเขา เซี่ยเฉินก็รู้สึกอบอุ่นขึ้นมาในหัวใจของเขา
เพราะว่าบนโลกใบนี้เธอคือญาติเพียงคนเดี่ยวของเขา
หลังจากนั้นไม่นาน องค์หญิงสิบก็นึกเรื่องอะไรได้ขึ้นมา
เธอก็ถามออกมาว่า "พี่เก้า ท่านต้องการเลือกนางสนมหรือไม่?"
“เลือกนางสนม?”
เซี่ยเฉิน รู้สึกพูดไม่ออกเมื่อได้ยินสิ่งที่น้องสาวของเขถาม
เขาตีไปที่หน้าผากของเธอเบาๆ และพูดออกมาด้วยเสียงดุ "สาวน้อย
ข้าไม่จำเป็นที่จะต้องเลือกนางสนม เจ้าควรทำหน้าที่เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ให้ดี
และเตรียมพร้อมที่จะขึ้นเป็นจักรพรรดิหญิงองค์แรกของอาณาจักรเซี่ย"
“ท่านไม่ต้องการเลือกจริงๆ เหรอ?” องค์หญิงสิบกระพริบตาด้วยความประหลาดใจและสับสน
พวกผู้ชาย มีใครบ้างที่ไม่ต้องการมีภรรยาสามและเมียน้อยหก แต่ว่าพี่เก้า
ของเธอดูเหมือนจะไม่มีความคิดและความตั้งใจในเรื่องนี้จริงๆ
เธอคิดอยู่สักพักหนึ่งแล้วเสนอขึ้นมาอีกครั้ง "ไม่เช่นนั้น
ข้าจะเรียกให้เทพธิดากวงหานให้มาเข้าวัง
และข้าก็ยังได้ยินมาอีกว่าหัวหน้าศาลาของศาลาสวรรค์มีรูปลักษณ์ที่สวยงาม
พวกนางทั้งสองเหมาะสมที่จะเป็นนางสนมของท่าน พี่เก้า"
เซี่ยเฉิน ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี เขาดุว่าเธออีกครั้ง "เอาล่ะ
เจ้าออกไปได้แล้ว
และไม่ต้องมาจัดการเรื่องของนางสนมของข้าอีกต่อไปเพราะว่าข้าไม่ได้ต้องการ"
“นี่คือผลจูกัวสีแดงร้อยปี
ข้าจะมอบมันให้กับเจ้า มันสามารถช่วยให้เจ้าสามารถทะลวงไปยังขอบเขตนิพพานได้”
เมื่อเซี่ยเฉิน พูดจบเขาก็ได้มอบผลจูกัวสีแดงร้อยปีให้กับ
องค์หญิงสิบและบอกให้เธอกับไปและฝึกฝนให้มากขึ้น
“ผลจูกัวสีแดงร้อยปี?”
ดวงตาขององค์หญิงสิบเป็นประกาย เธอจ้องมองไปที่ผลจูกัวสีแดงร้อยปี ทั้งสิบผลด้วยความประหลาดใจ
นี่คือสิ่งที่ เซี่ยเฉิน สะสมเอาไว้ตลอดสิบปีก่อนหน้านี้ และตัวเขาก็กินมากจนเกินไปทำให้ผลจูกัวสีแดงร้อยปีไม่มีผลกับเขาอีกต่อไปแล้ว ดังนั้นเขาจึงได้มอบผลจูกัวสีแดงร้อยปี ทั้งสิบผลนี้ให้กับองค์หญิงสิบ
เพื่อไปฝึกฝนและยกระดับการบ่มเพาะของเธอให้เข้าสู่ขอบเขตตนิพพาน
“ขอบคุณ พี่เก้า”
องค์หญิงสิบ รับผลจูกัวสีแดงร้อยปี
มาด้วยท่าทางที่ตื่นเต้น ทันใดนั้นเธอก็ จูบไปที่แก้มของ เซี่ยเฉิน และวิ่งออกไปด้วยใบหน้าที่เป็นสีแดง
เหลือเพียง เซี่ยเฉิน เท่านั้นที่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม
แตะแก้มของเขา และหัวเราะออกมาอย่างโง่เขลา ในขณะที่เขามองดูองค์หญิงสิบที่รีบวิ่งหนีออกไป
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved