ตอนที่ 132

ภายในห้องโถงของพระราชวัง ราชาแห่งซีซู่และคนอื่นๆ กำลังตกตะลึงเมื่อเห็นชายหนุ่มที่กำลังเดินเข้ามา

"เจ้าเป็นใคร?"

เมื่อเห็นผู้คนมา ทุกคนก็ต่างตกตะลึง

"ทหารรีบเข้ามาจับกุมตัวมันเอาไว้!"

ราชาแห่งซีซู่ ตะโกนออกมาเสียงดังและต้องการเรียกให้ทหารองครักษ์ที่อยู่ด้านนอกเข้ามา

แต่น่าเสียดายที่ข้างนอกนั้นไม่มีการเคลื่อนไหวอะไรเลย

“เจ้าไม่ต้องตะโกน ทหารองครักษ์ที่อยู่ข้างนอกนั้นตายหมดแล้ว”

เวี่ยเฉิน พูดออกมาอย่างแผ่วเบา

เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ท่าทางของราชาแห่งซีซู่และคนอื่น ๆ

ก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย และได้กลิ่นคาวเลือดที่ลอยเข้ามา

พวกเขาทั้งหมดก็รับรู้แล้วว่าทหารองครักษ์ที่อยู่ข้างนอกทั้งหมดตายหมดแล้ว

“พวกเจ้าไปจัดการเขา” ราชาแห่งซีซู่แสดงสีหน้าโหดเหี้ยมออกมา

มีปรมาจารย์หลายสิบคนอยู่ภายในห้องโถงแห่งนี้ พวกเขาต่างก็มองหน้ากัน

หลังจากนั้นปรมาจารย์สิบกว่าคนก็วิ่งออกไป

“ไอ้หนู ไปลงนรกซะ!”

มีคนตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงที่เยาะเย้ย ร่างกายของปรมาจารย์ผู้นี้เต็มไปด้วยพลังปราณที่ชั่วร้าย

เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูที่พุ่งเข้ามา เซี่ยเฉิน ไม่มีการแสดงออกบนใบหน้าของเขาเลยแม้แต่น้อย

เพียงแค่โบกมือเบาๆ และทันใดนั้นก็มีกระแสลมขนาดใหญ่พุ่งเข้ามาจากด้านนอกของห้องโถง

ใบไม้จำนวนมากส่งเสียงที่แหลมคมราวกับใบมีดออกมา

พัฟ!

หลังจากที่ใบไม้แห้งบินเข้ามาในห้องโถง ปรมาจารย์มากกว่าหนึ่งโหลที่พุ่งเข้ามาหาเซี่ยเฉิน

ในตอนนี้ต่างก็พากันล้มลงไปนอนอยู่ที่พื้นทีละคน

ที่หัวของพวกเขามีรูเล็กๆปรากฏขึ้นมาเลือดไหลออกมาเจิ่งนองเต็มพื้น

"ฟิ้ว....ฟิ้ว....ฟิ้ว.....!"

ปรมาจารย์ที่เหลือคนอื่นๆ พวกเขาต่างก้มีใบหน้าซีดเซียวด้วยความหวาดกลัว

ก้าวถอยหลังโดยที่ไม่รู้ตัว พวกเขาตระหนักถึงพลังของอีกฝ่ายได้แล้วว่าน่าหวาดกลัวแค่ไหน

“เจ้า เจ้าเป็นใคร” ราชาแห่งซีซู่ตื่นตระหนก

ชายผู้นี้แข็งแกร่ง และโหดร้ายเกินไป เขาลงมือสังหารอย่างไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย

“คนที่กำลังจะตาย ไม่จำเป็นต้องรู้”

เซี่ยเฉิน พูดออกมาด้วยนำเสียงที่เต็มไปด้วยความเยาะเย้ย

สะบัดนิ้วของเขาออกไปอีกครั้ง หลังจากนั้นไม่นาน

ปราณดาบจำนวนมากได้ถูกควบแน่นขึ้นมา และพุ่งเข้าหาทุกคนที่อยู่ภายในห้องโถงแห่งนี้ในทันที

บูม!

เกิดการระเบิดขึ้นหลังจากที่เซี่ยเฉินโจมตีออกไป ห้องโถงพระราชวังแห่งนี้ก็พังทลายลงและกลายเป็นซากปรักหักพัง ปราณดาบจำนวนนับไม่ถ้วนโหมกระหน่ำ

บดขยี้ผู้คนทั้งหมดที่อยู่ข้างในเป็นชิ้นๆ

เศษชิ้นส่วนของร่างกายกระจายอยู่เต็มไปหมด

หลังจากที่ฝุ่นควันกระจายหายไปแล้ว

ปรากฏว่ายังคงมีคนที่รอดชีวิตอยู่

ร่างกายของเขาปกคลุมได้ด้วยพลังปราณสีดำที่ดูชั่วร้าย ป้องกันการโจมตีแบบไม่ตั้งใจของ

เซี่ยเฉิน เอาไว้ได้

“อา... เจ้าคือจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ใช่หรือไม่?”

เสียงร้องตะโกนดังออกมาจากปราณสีดำ ข้างในหมอกควันสีกำนี้คือราชาแห่งซีซู่

ที่กำลังถือรูปปั้นสีดำอยู่ในมือและปล่อยหมอกควันสีดำออกมาเพื่อปิดกันการโจมตีของเซี่ยเฉินเอาไว้

เขามองไปที่ เซี่ยเฉิน ด้วยความหวาดกลัว และในที่สุดเขาก็จำได้แล้วว่าผู้ที่มานี้เป็นใคร

คนผู้นี้ก็คือ จักรพรรดิของอาณาจักรเซี่ย ที่อายุน้อยและทรงพลังมากที่สุดในประวัติศาตร์

ของราชวงศ์ และทำให้เขาเกิดความรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาในใจ

“ต้าหวู่จู ช่วยข้าด้วย”

ราชาแห่งซีซู่ตะโกนออกมาเสียงดังกึกก้อง รูปปั้นในมือของเขาก็ปลดปล่อยหมอกควันสีดำออกมาเป็นจำนวนมาก

และทันใดนั้นก็ควบแน่นกลายเป็นรูปร่างยืนอยู่ตรงหน้าของราชาแห่งซีซู่

เมื่อมองไปที่เงาที่ปรากฏตัวขึ้นมา เจตนาฆ่าก็ฉายแววในดวงตาของเซี่ยเฉิน

“จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน จงตายให้ข้าซะ”

เงาสีดำคำรามออกมาด้วยเสียงที่แหบแห้ง ปลดปล่อยพลังการโจมตีที่แข็งแกร่งออกมา

เมื่อเห็นเช่นนี้ เซี่ยเฉินก็พูดออกมาด้วยท่าทางที่ดูถูกเหยียดหยามว่า

“เป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวจิตวิญญาณ เจ้ากล้ามาอวดดีต่อหน้าข้า ใครเป็นคนมอบความกล้าหาญเช่นนี้ให้กับเจ้า?”

"ตัด!"

ทันทีที่คำพูดของเซี่ยเฉินจบลง เขาก็ยกมือขึ้นมาและสะบัดนิ้วออกไปอีกครั้ง

ปราณดาบฟาดฟันออกไปตัดผ่านร่างของเงานั้น และทิ้งหุบเขายาวเอาไว้บนพื้น

"เป็นไปได้ยังไง..."

เงาดำก็ค่อยๆแตกสลายและหายไป ก่อนที่จะหายไปอย่างสมบูรณ์

มันได้ตะโกนออกมาด้วยความโกรธแค้นว่า

“จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ เมื่อท่านเทพแห่งเผ่าคนเถื่อนฟื้นคืนชีพกลับมาอีกครั้ง

วันนั้นจะเป็นวันตายของเจ้า”

หลังจากที่เงาดำพูดจบ ก็ระเบิดเสียงดังขึ้น

“เทพแห่งเผ่าคนเถื่อน?” เซี่ยเฉินสูดลมหายใจเข้าไปอย่างเย็นชา

เขามองไปที่หมอกควันสีดำที่กำลังแตกสลายและหายไป

หลังจากที่หมอกสีดำสลายหายไปหมดแล้วก็เผยให้เห็นร่างของราชาแห่งซีซู่ที่กำลังกลายเป็นขี้เถ้าและสลายหายไป

"เสร็จเรียบร้อย"

เซี่ยเฉิน หันหลังกลับและเดินจากไป ทันทีที่เขาจากไปพลังปราณที่ทรงพลังก็ระเบิดออกมา

บูม!

พระราชวังแห่งซีซู่ ทั้งหมดได้กลายเป็นซากปรักหักพังในทันที แต่ว่าพลังปราณที่ปะทุออกมานั้นไม่หยุดลงมันได้กระจายตัวออกไปและสังหารผู้คนที่อยู่ภายในพระราชวังทั้งหมด

และไม่มีผู้ใดรอดชีวิตเลยแม้แต่คนเดี่ยว

ไม่นานหลังจากที่เซี่ยเฉินจากไป ผู้คนจำนวนมากก็มาที่นี่

พวกเขาต่างก็ตกใจเมื่อเห็นซากปรักหักพังของพระราชวังซีซู่

ข่าวแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว และทั่วทั้งภูมิภาคแดนใต้ตกอยู่ในสภาวะตื่นตระหนกและหวาดกลัว

อย่างไรก็ตาม หลายคนต่างก็พากันแสดงความดีใจออกมา เป็นเพราะว่าราชาแห่งซีซู่ได้กดขี่ผู้คนและทำสิ่งชั่วร้ายทุกประเภท

ซึ่งทำให้ผู้คนต่างก็พากันรู้สึกโกรธเคือง และตอนนี้เมื่อพวกเขารู้ว่าอได้ถูกสังหาร

พวกเขาต่างก็พากันแสดงความดีใจออกมา

และในไม่ช้า ข่าวที่ราชาแห่งซีซู่ถูกสังหารก็แพร่กระจายออกไป

และก็ยังมีข่าวของนิกายเทพแม่มดที่ถูกทำลายแพร่กระจายออกไปพร้อมกันอีกด้วย

นิกายเทพแม่มดเป็นนิกายที่ชั่วร้ายที่ตั้งอยู่ที่ดินแดนทางตอนใต้

และมีความเชื่อมโยงอย่างแยกไม่ออกกับเผ่าคนเถื่อนหนานหมาน

การที่นิกายเทพแม่มดได้ถูกทำลายนั้นได้สร้างความสั่นสะเทือนเป็นอย่างมาก

........................................

ในเวลานี้ ณ. เผ่าคนเถื่อนทางตอนใต้ เมืองที่แห้งแล้ง

“รายงานองค์จักรพรรดิคนเถื่อน นิกายเทพแม่มดได้ถูกทำลายลงไปแล้วในตอนนี้

สาวกของนิกายทั้งหมดต่างถูกสังหารไม่มีใครที่รอดชีวิตเลยสักคนเดี่ยว”

“ราชาแห่งซีซู่ที่เข้าร่วมกับเราเพื่อก่อกบฎ ก็ได้ถูกสังหารคนของเขาก็ถูกสังหารทั้งหมดไม่มีใครรอดชีวิตเช่นกัน”

ในห้องโถงของพระราชวังคนเถื่อน ชายลึกลับในชุดคลุมสีดำกำลังรายงานข่าว

ให้กับองค์จักรพรรดิคนเถื่อนที่กำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์

ร่างกายของจักรพรรดิคนเถื่อนนั้น แข็งแกร่งและทรงพลังเป็นอย่างมาก

เขานั่นงอยู่บนบัลลังอย่างเงียบๆ

ก้สามารถทำให้ผู้คนรู้สึกกดดันและรับรู้ได้ถึงการกดขี่ที่รุนแรง

“ดูเหมือนว่าราชวงศ์เซี่ยจะสังเกตเห็นความผิดปกติอะไรบางอย่าง”

จักรพรรดิคนเถื่อนมีสีหน้าดุร้าย และร่างกายของเขาเต็มไปด้วยพลังปราณชั่วร้าย

เขายิ้มออกมาและพูดว่า "เผ่าคนเถื่อนของข้า

จะทำลายดินแดนของอาณาจักรเซี่ย ไม่ช้าก็เร็วและผนวกราชวงศ์เซี่ยเขากับเผ่าคนเถื่อนเพื่อปกครองโลกใบนี้"

“ต้าหวู่จูเตรียมตัวไปถึงไหนแล้ว?” จักรพรรดิคนเถื่อนถามออกมาอีกครั้ง

ชายในชุดคลุมสีดำ พูดออกมาความเป็นจริงว่า "รายงาน ฝ่าบาท

ในตอนนี้ท่านต้าหวู่จูได้เริ่มเตรียมการแล้ว และเขากำลังอยู่ในขั้นตอนของการถวายเครื่องบูชาเพื่อปลุกเทพเจ้าคนเถื่อนผู้ยิ่งใหญ่"

“ดีมาก เมื่อเหล่าเทพของเผ่าคนเถื่อนฟื้นคืนชีพกลับมา

อาณาจักรเซี่ย จะกายเป็นพื้นที่ล่าสัตว์ของเผ่าคนเถื่อนของพวกเรา”

จักรพรรดิคนเถื่อนระเบิดเสียงหัวเราะอันน่าสะพรึงกลัวออกมา แรงกดดันที่เขาปลดปล่อยออกมาในตอนนี้ทำให้ห้องโถงสั่นสะเทือน

ในอีกด้านหนึ่ง พื้นที่ต้องห้ามของเผ่าคนเถื่อน

มีแท่นบูชาขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ที่นั่น

ชายลึกลับคนหนึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่บนแท่นบูชา เขาได้ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกควันสีดำ

ทำให้มองไม่เห็นหน้าตาที่แท้จริงของเขา

ฮัม!

ทันใดนั้น หมอกควันสีดำก็ขยายและยุบตัวอย่างต่อเนื่อง

เผยให้เห็นร่างของคนที่อยู่ข้างในหมอกควันสีดำ

“จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์

เจ้ากล้าที่จะทำลายเศษเสี้ยวจิตวิญญาณของข้า”

“ฮึ่ม บัญชีแค้นในครั้งนี้ข้าจะต้องทวงคืนอย่างแน่นอน”

ร่างเงาที่นั่งอยุ่ในหมอกควันสีดำพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาเต็มไปด้วยความโกรธ

ปรากฏว่าเครื่องรางที่อยู่กับราชาแห่งซีซู่

คือเครื่องร่างที่มีเศษเสี้ยวจิตวิญญาณของต้าหวู่จู ซึ่งเป็นพ่อมดผู้ยิ่งใหญ่ของเผ่าคนเถื่อนนั้นเอง

จิตวิญญาณของเขาได้ถูกจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉินทำลาย

เมื่อเขารับรู้ว่าเศษเสี้ยวจิตวิญญาณของเขาถูกทำลายเขาก็ตรวจสอบชิ้นส่วนความทรงจำสุดท้ายของเศษเสี้ยวจิตวิญญาณในทันทีและรับรู้ว่าใครเป็นผู้ที่ลงมือ

“ท่านเทพผู้ยิ่งใหญ่ของเผ่าคนเถื่อนกำลังจะตื่นขึ้นมาในไม่ช้า

และยุคสมัยใหม่ของเผ่าคนเถื่อนกำลังจะมาถึง”

ต้าหวู่จูยกมือขึ้นสูง และมีหมอกควันสีดำที่น่าสะพรึงกลัวจำนวนมากไหลออกมาจากร่างกายของเขา

ในขณะที่เขากำลังนั่งอยู่บนแท่นบูชาและมีสัญลักษณ์แปลกๆ นับไม่ถ้วนปรากฏอยู่บนแท่นบูชา

“ถวายเครื่องบูชา แด่ทวยเทพ!”

ทันทีที่เขาออกคำสั่ง ทหารของเผ่าคนเถื่อนก็ได้นำทาสจำนวนมากขึ้นไปบนแท่นบูชา

คนเหล่านี้เป็นเครื่องบูชายัน

ที่พวกเขาเตรียมมาถวายแด่ทวยเทพของเผ่าคนเถื่อน

เมื่อผู้คนจำนวนมากถูกนำตัวขึ้นมายังแท่นบูชาเรียบร้อยแล้ว ในไม่ช้าแท่นบูชาก็ส่องแสงสว่างขึ้นมาปกคลุมทาสท้งหมดเอาไว้

"อ๊าคคคคค นี้มันเกิดอะไรขึ้น..."

เสียงกรีดร้องดังขึ้นมาตลอดเวลา ทาสจำนวนมากมีใบหน้าที่น่าหวาดกลัวและสยดสยอง

พวกเขาต่างก็พากันกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เนื้อและเลือดของพวกเขาก็เริ่มเหี่ยวแห้งไปทีละคน

พลังชีวิตของพวกเขากำลังถูกแท่นบูชากลืนกิน

พูดให้ถูกก็คือ มันถูกกลืนกินโดยเทพแห่งเผ่าคนเถื่อน ที่ยืนอยู่ตรงกลางแท่นบูชา

มันเป็นรูปปั้นของเทพแห่งเผ่าคนเถื่อน รูปปั้นนี้ร่างกายทั้งหมดเป็นสีแดงราวกับเลือด

และเต็มไปด้วยบรรยากาศที่ชั่วร้ายเป็นอย่างมาก

ในไม่ช้า ผู้คนที่ยังมีชีวิตอยู่บนแท่นบูชาก็กลายเป็นผุยผง และสลายหายไปอย่างรวดเร็ว

โดยไม่หลงเหลือแม้แต่กระดูก

“เอาเลย นำเครื่องสังเวยมาส่งในทุกๆสามวัน

ครั้งละหนึ่งร้อยคน เป็นเวลาเก้าปี เทพแห่งเผ่าคนเถื่อนผู้ยิ่งใหญ่ก็จะฟื้นคืนกลับมา

ยังโลกใบนี้อีกครั้งอย่างแน่นอน”

ต้าหวู่จูยกมือขึ้นสูง ใบหน้าของเขาในตอนนี้เต็มไปด้วยความบ้าคลั้งเล็กน้อย

………………………………………………….........

เซี่ยเฉิน ไม่รู้ว่าในตอนนี้กำลังมีอะไรเกิดขึ้นในเผ่าคนเถื่อน

เขาจากที่เขาลงมือสังหารราชาแห่งซีซู่ และทำลายนิกายเทพแม่มดแล้ว เขาก็จากมาในทันทีและกลับมายังเมืองหลวงแห่งอาณาจักรเซี่ย

ระหว่างทางที่เดินทางกลับ เซี่ยเฉิน ก็สังเกตเห็นว่าโลกกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลง

สิ่งแรกคือพลังปราณจิตวิญญาณ และเขาก็รู้สึกได้ว่าพลังปราณจิตวิญญาณมีความเข้มข้นมากขึ้น

หลังจากนั้นไม่นานเขาก็กลับมาถึงพระราชวังของเขา

เขาใช้เวลาเดินทางไปกลับไม่ถึงหนึ่งวันด้วยซ่ำ

“การฟื้นคืนของพลังปราณจจิตวิญญาณอย่างนั้นหรือ…”

ที่ชั้นบนสุดของพระราชวังจักรพรรดิมนุษย์ เซี่ยเฉินกำลังยืนอยู่บนนี้

เขากำลังมองไปยังความว่างเปล่าพร้อมกับมีแสงศักดิ์สิทธิ์ปรากฏขึ้มาในดวงตาของเขา

ในตอนนี้เขากำลังเปิดใช้งาน ดวงตาแห่งสวรรค์ และมองดุการเปลี่ยนแปลงของโลกใบนี้ด้วยเคล็ดวิชาลมหายใจแห่งสวรรค์

และทันใดนั้นเขาก็พบว่ามีกลิ่นอายของการกดขี่ที่น่าสะพรึงกลัวกำลังพลุ่งพล่านอยู่เหนือความว่างเปล่า

หลังจากที่ตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว เขาก้ต้องตกใจเมื่อพบว่ามันคือ ทะเลแห่งพลังปราณจิตวิญญาณที่กำลังคลุ้มคลั่ง

“โลกใบนี้กำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ดูเหมือนว่าข้าจะต้องรีบยกระดับการบ่มเพาะของข้าให้เร็วที่สุด

เพื่อปรับปรุงความแข็งแกร่งของข้า”

เซี่ยเฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย เขารู้สึกว่าโลกกำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

และเขาต้องรีบเพิ่มความแข็งแกร่งของเขา

เมื่อครุ่นคิดเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาก็หันหลังกลับและเดินกลับไปที่ห้องฝึกฝนลับที่อยู่ภายในพระราชวังจักรพรรดิของเขา

“ดูเหมือนว่าข้าต้องสกัด แก่นแท้โลหิตของแม่มดผู้ยิ่งใหญ่

ให้บริสุทธิ์และทำการดูดซับ”

ทันทีที่เดินเข้ามาในห้องฝึกฝนลับ เซี่ยเฉิน ก็ได้นำแก่นแท้โลหิตของแม่มดผู้ยิ่งใหญ่

ที่ได้รับมาจากการลงชื่อเช็คอินที่นิกายเทพแม่มดออกมา

สิ่งที่อยู่ในมือของเขาในตอนนี้ก็คือ แก่นแท้โลหิตของแม่มดผู้ยิ่งใหญ่