ตอนที่ 134

สามวันต่อมา จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ได้ประกาศสละราชบัลลังก์ และให้จักรพรรดินีเซี่ยซี

ขึ้นครองบัลลังก์

ทันทีที่ข่าวแพร่กระจายออกไป ผู้คนทั้งโลกก็ตะลึง!

“จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ส่งต่อราชบัลลังก์ให้กับน้องสาวปกครอง

นั่นก้เท่ากับว่าอาณาจักรเซี่ยในตอนนี้ ได้ถูกปกครองโดยจักรพรรดิถึงสองพระองค์?”

ในห้องโถงบูชาบรรพบุรุษ และบรรดาสมาชิกของราชวงศ์ที่ได้รับข่าวต่างก็ตกตะลึง

ข่าวนี้เหมือนกับสายฟ้าที่ผ่าลงมาอย่างกะทันหัน มันได้เขย่าโลกทั้งใบ

โดยเฉพาะคนในราชวงศ์ พวกเขาทั้งหมดตกตะลึง

"นี้..."

"ไร้สาระ"

ใบหน้าของสมาชิกราชวงศ์หลายคนเปลี่ยนไปอย่างมาก พวกเขารู้สึกตกใจและโกรธ

แต่พวกเขาก้ทำได้เพียงแค่รู้สึกโกรธภายในใจเท่านั้นไม่กล้าที่จะแสดงมันออกมา

มันจะเกิดอะไรขึ้นถ้าหากว่า อาณาจักรเซี่ยได้ถูกปกครองโดยจักรพรรดิที่เป็นผู้หญิง

"มันไร้สาระ"

“ตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน ไม่เคยมีสตรีคนใดเคยขึ้นครองบัลลังก์ในฐานะจักรพรรดิ”

“และจักรพรรดิองค์หนึ่งยังมีชีวิตอยู่

และได้ส่งมอบบัลลังก์ให้กับจักพรรดิอีกองค์ขึ้นครองบัลลังก์”

"ไร้สาระจริงๆ"

สมาชิกของราชวงศ์ ต่างก็รู้สึกไม่พอใจและตะพากันโกนออกมาทีละคน

“เราต้องหยุด พวกเขา!”

มีคนแนะนำแล้วพูดออกมาด้วยท่าทางที่โกรธเป็นอย่างมาก

แต่ทันทีที่คำพูดเหล่านี้หลุดออกมา ทั้งห้องโถงบูชาบรรพบุรุษก็เงียบลงทันที

ทุกคนเงียบ

“คัดค้าน หยุด?”

ผู้อาวุโสของราชวงศ์พูดออกมาด้วยรอยยิ้มเบี้ยว "พวกเจ้าลืมกันไปแล้วหรือว่าตอนนี้มีสมาชิกของราชวงศ์

ถูกท่านบรรพบุรุษเฒ่าสังหารและเจ้ากล้าที่จะกระโดดออกไปตอนนี้อย่างนั้นเหรอ?"

ทันทีที่คำพูดเหล่านี้หลุดออกมา เหล่าสมาชิกของราชวงศ์ทุกคนก็พากันตัวสั่นสะท้าน

ก่อนหน้านี้ พวกเขามีสมาชิกของราชวงศ์ที่ลุกขึ้นมาทำการก่อกบฏ และสิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกเขาคือทุกคนที่เข้าร่วมในการก่อกบฏในครั้งนั้นถูกแระหารชีวิตโดยไม่มีข้อยกเว้น

ทำให้เหล่าสมาชิกของราชวงศ์ที่เหลือ ล้วนกลัวความตาย

บรรพบุรุษเฒ่า เป็นคนลงมือเป็นการส่วนตัว แล้วใครจะกล้ากระโดดออกไป?

“เป็นไปได้ไหมที่พวกเขาได้รับอนุญาตแล้ว?”

มีคนคำรามอย่างไม่เต็มใจ

น่าเสียดายที่ไม่มีใครตอบกลับ

จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ทรงรับสั่ง ให้ประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาหลายฉบับ

สร้างสถานศึกษา ขึ้นมาและนี้ก็ไม่ใช้เรื่องง่ายเลยที่จะทำให้สำเร็จ

แต่สิ่งสำคัญคือจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ต้องการที่จะออกมาอยู่เบื่องหลัง

และใน้น้องสาวของเขาขึ้นครองบัลลังแทน นี่ไม่ใช่การสละราชสมบัติ

เขายังคงเป็นจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์แห่งราชวงศ์เซี่ยที่ยิ่งใหญ่

แต่เพียงแต่ปล่อยให้ องค์หญิงสิบ ขึ้นครองบัลลังก์และกลายเป็นจักรพรรดินีแห่งราชวงศ์เซี่ยที่ยิ่งใหญ่

จักรพรรดิหนึ่งองค์อยู่เบืองหลังและจักรพรรดิอีกหนึ่งองค์อยู่เบืองหน้า

ช่วยกันดูแลอาณาจักรและราชวงศ์เซี่ยที่ยิ่งใหญ่

นี่เป็นครั้งแรกของโลกใบนี้ ที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น

จึงทำให้ผู้คนในโลกเกิดความตื่นตระหนกครั้งใหญ่

ข่าวนี้ได้สร้างความตกตะลึงครั้งใหญ่ให้กับราชวงศ์ ตระกูลใหญ่

กองกำลังต่างๆ และนิกายทั้งหมดในโลก

แน่นอนว่าโดยพื้นฐานแล้วจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน ไม่สนใจสิ่งใดเลยเขาต้องการให้น้องสาวขึ้นเป็นจักรพรรดิและคอยสนับสนุนน้องสาวของเขาอยู่เบื่องหลัง

ทำให้จักรพรรดินี มีอำนาจมากขึ้น และอาจกล่าวได้ว่าก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

นอกจากข่าวนี้จะสร้างความสั่นสะเทือนให้กับผู้คนภายในอาณาจักรเซี่ยแล้ว

เมื่อเผ่าหมาป่าเป่ยตี้ที่อยู่ติดกับชายแดนทางตอนเหนือ

เผ่าคนเถื่อนหนานหมานที่อยู่ติดกับชายแดนทางตอนใต้ เขตทะเลทรายตะวันตกซีโม่

และเขตชายฝั่งทะเลจีนตะวันออก ต่างก็ได้รับผลกระทบครั้งใหญ่อีกด้วย

ใครๆ ต่างก็พากันจินตนาการได้ว่าข่าวดังกล่าวน่าตื่นเต้นมากแค่ไหน

และแน่นอนว่าสำหรับประชาชนทั่วโลก การมีจักรพรรดินีเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคนไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับพวกเขา

พวกเขาเพียงต้องการให้โลกใบนี้สงบสุข มีชีวิตที่มั่นคง มีอาหารและ

เครื่องนุ่งห่มและใช้ชีวิตอย่างมีความสุข

ดังนั้นไม่สำคัญว่าใครจะเป็นจักรพรรดิ ขอเพียงแค่จักรพรรดิ

สนใจความเป็นอยู่ของพวกเขา ทำให้พวกเขามีชีวิตที่ดีขึ้นเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว

แม้แต่ผู้คนทั่วโลกก็ยังจัดงานเฉลิมฉลองด้วยการร้องเพลงและการเต้นรำ

ราชวงศ์เซี่ยยิ่งใหญ่มีจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์และจักรพรรดินี

ปกครองร่วมกัน และยังทรงประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับใหม่ออกมาอีกหลายฉบับ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อประเทศและประชาชน

ทำให้พวกเขายอมรับโดยธรรมชาติ

ข่าวดังกล่าวมาถึงอาณาจักรเป่ยตี้ และสร้างความตกตะลึงในราชสำนักเป่ยตี้ทันที

“ราชวงศ์เซี่ยได้สถาปนาจักรพรรดิองค์ใหม่ขึ้นมา

ในขณะที่จักรพรรดิอีกองค์ยังคงมีชีวิตอยู่จริงหรือ?”

"ฮ่าๆๆ พวกมันโง่จัง"

“ตั้งแต่สมัยโบราณ มีจักรพรรดิเพียงผู้เดียวที่อยู่บนจุดสูงสุด

แล้วราชวงศ์เดียวจะมีจักรพรรดิถึงสององค์ได้อย่างไร?”

คนของราชสำนักเป่ยตี้ต่างก็พากันหัวเราะเยาะออกมาเสียงดัง

พวกเขาดูหมิ่นการกระทำของราชวงศ์เซี่ย

เพราะว่าสำหรับราชวงศ์แล้ว จักรพรรดิ์คือผู้ที่อยู่จุดสูงสุด และต้องมีเพียงผู้เดี่ยวเท่านั้น

ไม่น่าแปลกใจเลยที่ราชวงศ์เช่นนี้กำลังจะเสื่อมถอย

"การเสื่อมถอยของราชวงศ์เซี่ย ได้เริ่มขึ้นแล้ว"

“จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ จักรพรรดินี”

“ก็แค่เด็กน้อยตัวเหม็นสองคน ไม่มีอะไรให้ต้องพูดถึงเลย”

ภายในราชสำนักเป่ยตี้ หัวหน้าเผ่าต่างๆและขุนนางของราชสำนักเป่ยตี้กำลังพูดคุยหารือกัน

และพวกเขาต่างก็พูดคุยกันด้วยความสนใจเป็นอย่างมาก

ผู้ที่นั่งอยู่ด้านบนคือจักรพรรดิหมาป่าแห่งเผ่าหมาป่าเป่ยตี้

ด้วยรูปลักษณ์ที่สง่างาม เขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึม

"ถึงฤดูใบไม้ผลิแล้ว พวกเราจะใช้ประโยชน์จากความวุ่นวายที่เกิดขึ้นภายในอาณาจักรเซี่ย

นำกองทัพนักรบหมาป่าหลายล้านคนจากเผ่าต่างๆ  จักรพรรดิองค์นี้ต้องการที่เป็นผู้ที่นำกองทัพนักรบหมาป่าไปพิชิตอาณาจักรเซี่ย

เป็นการส่วนตัว บุกยึดสามสิบหกหัวเมืองที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของอาณาจักรเซี่ยในคราวเดียว”

“จงนำคำสั่งของข้าออกไปและประกาศให้ทุกคนทุกเผ่าได้รับรู้

นับจากนี้ไปอีกสิบวัน ให้หัวหน้าเผ่าทุกเผ่าส่งกองกำลังของพวกเขาบุกเข้าไปยังอาณาจักเซี่ย”

ด้วยคำสั่งของจักรพรรดิหมาป่า แห่งเผ่าหมาป่าเป่ยตี้ชนเผ่าทั้งหมดของอาณาจักรเป่ยตี้ก็ได้เริ่มเคลื่อนไหว

ในตอนนี้เผ่าหมาป่าเป่ยตี้ได้เริ่มรวบรวมนักรบหมาป่าจำนวนมาก

พร้อมที่จะบุกเข้ามายังอาณาจักรเซี่ย โค่นล้มหัวเมืองทั้งสามสิบหกหัวเมืองที่อยู่ทางเหนือของอาณาจักเซี่ยในคราวเดียว

หรือแม้กระทั้งวางแผ่นที่จะบุกเข้ามายังที่ราบภาคกลางด้วยซ้ำ

……………………………………………………………….

ในเวลานี้ทางภาคใต้ของอาณาจักรเซี่ย เขตชายแดน ดินแดนเผ่าคนเถื่อน

เมืองป่า พระราชวังป่า

หลังจากที่เผ่าคนเถื่อนที่ได้รับข่าว พวกเขาก็ประหลาดใจเช่นกัน

“น่าสนใจมาก ราชวงศ์เซี่ยใกล้ถึงเวลาล่มสลายแล้ว”

จักรพรรดิคนเถื่อน หัวเราะออกมาเสียงดังหลังจากที่ได้รับข่าว

ข่าวนี้มันช่างน่าตลกจริงๆ

“เตรียมตัวให้พร้อม เมื่อเทพเจ้าแห่งเผ่าคนเถื่อนตื่นขึ้น

ก็ถึงเวลาที่เผ่าคนเถื่อนของเราจะบุกโจมตีอาณาจักรเซี่ย”

จักรพรรดิคนเถื่อน ออกคำสั่งและเตรียมการ

พวกคนเถื่อนเป็นพวกชอบทะเลาะวิวาท กระหายเลือด และชอบความรุนแรง พวกเขาต่างก้พากันรู้สึกตื่นเต้นและกรีดร้องออกมาเมื่อรู้ว่าพวกเขากำลังจะทำสงครามกับอาณาจักรเซี่ย

............................................................

ในเวลานี้ นิกายใหญ่ทั้งเจ็ด ต่างก็กำลังปรึกษาหารือเรื่องนี้กัน

บนยอดเขามีวังตั้งสูงตระหง่านอยู่

เมฆหมอกปกคลุมราวกับแดนสวรรค์ เผยให้เห็นถึงความสูงของยอกเขาแห่งนี้

มีอักษรตัวใหญ่ 3 ตัวสลักอยู่บนพระราชวัง

นิกายเต๋าสวรรค์!

“ตั้งแต่สมัยโบราณ จักรพรรดิ์ไม่ถูกอนุญาตให้มีการบ่มเพาะพลัง

นี่คือกฎแห่งสวรรค์!”

ในห้องโถง ชายผู้หนึ่งพูดออกมาอย่างเฉยเมย

น้ำเสียงของเขานั้นเต็มไปด้วยความเย็นชาและพูดว่า

"จักรพรรดิแห่งราชวงศ์มนุษย์เล็กๆ ผู้หนึ่งกล้าที่จะบ่มเพาะพลังฝ่าฝืนกฎของสวรรค์พยายามที่จะมีชีวิตอยู่ตลอดไป

และเขาจะต้องถูกลงโทษจากสวรรค์"

“นิกายเต๋าสวรรค์ของข้า ปฏิบัติตามประสงค์ของพระเจ้า

บังคับใช้กฎในนามของสวรรค์ ตรวจสอบโลกมนุษย์ และตัดศีรษะของจักรพรรดิของราชวงศ์มนุษย์ทุกคนที่พยายามบ่มเพาะพลัง

เพื่อให้ตนเองมีอายุยืนยาว”

“จักรพรรดิแห่งราชวงศ์เซี่ย พยายามที่จะฝ่าฝืนกฎของสวรรค์

นิกายเต๋าสวรรค์ต้องการบังคับใช้กฎในนามของสวรรค์ และออกคำสั่งให้สังหารสวรรค์”

คลื่นนนนนนนน!

ทันทีที่สิ้นเสียงของชายลึกลับ

ได้ปรากฏลำแสงพุ่งกระจายออกไปทุกทิศทุกทาง

นี่คือคำสั่งของนิกายเต๋าสวรรค์ คำสั่งสังหารสวรรค์

ในขณะที่คำสั่งสังหารสวรรค์แพร่กระจายออกไป นิกายทั่งทั้งโลกก็เดือดพล่าน

ชั่วขณะหนึ่งโลกเกิดความปั่นป่วน หลังจากที่ได้มีข่าวชิ้นหนึ่งได้แพร่สะพัดซึ่งไม่นานก็มาถึงพระราชวัง

“คำสั่งสังหารสวรรค์?”

ลึกเข้าไปในเขตพระราชวัง ภายในห้องโถงของพระราชวังจักรพรรดิมนุษย์

เซี่ยเฉิน รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อได้รับข่าวนี้

“พี่เก้า ตามบันทึกของบรรพบุรุษของราชวงศ์

มีข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับนิกายเต๋าสวรรค์”

จักรพรรดินีเซี่ยซี ที่เพิ่งขึ้นครองบัลลังก์ นั่งอยู่ตรงหน้าของเซี่ยเฉิน

ใบหน้าของเธอในตอนนี้นั้นเคร่งขรึมเป็นอย่างมาก

เธอเอ่ยเตือนพี่ชายของเธอว่า "นิกายเต๋าสวรรค์ เป็นนิกายที่ทรงพลังซึ่งสืบทอดมาแต่สมัยโบราณ

มีประวัติศาสตร์อันยาวนานและลึกลับ พวกเขาอ้างว่าเป็นผู้บังคับใช้กฎในนามของสวรรค์

ออกลาดตระเวนไปทั่วโลก และเชี่ยวชาญในการสังหารจักรพรรดิมนุษย์ที่พยายามบ่มเพาะพลัง

เพื่อให้ตนเองมีอายุขัยที่ยืนยาว”

"ก่อนหน้านี้ราชวงศ์เซี่ยของเราก็แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก

มีจักรพรรดิทั้งหมด 181 องค์ ทั้งหมดถูกสังหารโดยนิกายเต๋าสวรรค์โดยที่ไม่มีข้อยกเว้น

ทำให้ราชวงศ์ต่อสู้กับนิกายเต๋าสวรรค์ ในการต่อสู้ครั้งนั้นทั้งสองฝ่ายต่างก็ได้รับการสูญเสีย

นิกายเต๋าสวรรค์ ได้หลบซ่อนตัว และต่อมาราชวงศ์เซี่ยได้นำทัพเพื่อพิชิตโลกใบนี้”

เมื่อได้ยินสิ่งที่น้องสาวเล่าให้ฟัง เซี่ยเฉิน ก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมด

มันกลายเป็นว่านิกายเต๋าสวรรค์ เสแสร้งคิดว่าพวกมันอยู่เหนือกว่าผู้อื่น

และไม่ต้องการให้จักรพรรดิของราชวงศ์มนุษย์บ่มเพาะพลัง

“เรื่องนี้ไม่สำคัญหรอก มาหนึ่งฆ่าหนึ่ง มาสองคนฆ่าสองคน”

ใบหน้าของ เซี่ยเฉิน ในตอนนี้เต้มไปด้วยความเย็นชา

ไม่ว่าจะเป็นนิกายใดก็ตาม ถ้าหากว่าต้องการมาสร้างปัญหาจะต้องถูกกำจัดออกไป

“สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือ

เจ้าต้องรีบฝึกฝนกองทัพของอาณาจักรให้แข็งแกร่งขึ้น ทำให้พวกเขารู้สึกรักแผ่นดินเกิดของพวกเขาและจงรักภักดีต่อราชวงศ์

เพราะว่าในอนาคตอันใกล้นี้ โลกจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ตอนนี้พวกเราจะต้องให้ความสนใจกับความแข็งแกร่งของตนเองสิ่งอื่นถือเป็นเรื่องรอง”

เขาเตือนน้องสาวของเขาอย่างจริงจัง ซึ่งตอนนี้เธอเป็นจักรพรรดินีองค์ปัจจุบันของอาณาจักรเซี่ยแล้ว

“พี่เก้า ท่านวางใจได้เลย ทุกเมืองต่างๆ

ในโลกได้เริ่มสร้างสถานศึกษาของราชวงศ์ ขึ้นมาแล้วและกำลังเปิดรับสมัครลูกหลานของประชาชนทั่วไปเพื่อเข้ามาเล่าเรียนและฝึกฝน”

“ข้าเชื่อว่าภายในไม่กี่ปี กองทัพของอาณาจักรเซี่ย

จะต้องกลายเป็นกองทัพที่ทรงพลังและแข็งแกร่งที่สุด”

จักรพรรดินีเซี่ยซี เอ่ยออกมาด้วยท่าทางที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ

พระราชกฤษฎีกานี้ได้ถูกประกาศใช้โดย จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เซี่ยเฉิน

ก่อนที่เขาจะสละราชบัลลังก์

จุดประสงค์ของเขาในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกานี้คือ เพื่อที่จะสร้างกองทัพที่ทรงพลังและแข็งแกร่งที่สุด

มันจะน่ากลัวแค่ไหนหากว่ากองทัพนั้นเต็มไปด้วยปรมาจารย์โดยกำเนิด หรือสูงกว่านั้นอยู่ในกองทัพ?

หลังจากพูดคุยกันสักพัก จักรพรรดินีเซี่ยซีก็จากไป เพราะในตอนนี้เธอนั้นงานยุ่งมาก

“นิกายเต๋าสวรรค์มาเลย ทำให้ข้าดูหน่อยสิว่าพวกเจ้ามีความสามารถมากแค่ไหน”

เซี่ยเฉินแสดงท่าทีเยาะเย้ย และหลังจากคิดถึงเรื่องนี้แล้ว

เขาก็หลับตาลงและเข้าสู่สภาวของการฝึกฝนอีกครั้ง

วันเวลาผ่านไป