ตอนที่ 35

"อืม?"

ในดินแดนบรรพบุรุษ เซี่ยเฉิน ผู้ซึ่งกำลังเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการทะลวงขอบเขตนิพพาน

ใบหน้าของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย

ทันใดนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้นและมองไปบนท้องฟ้า รู้สึกถึงร่องรอยของเจตจำนงดาบของเขา

ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกว่าจี้ดาบหินที่เขามอบให้น้องสาวของเขาถูกกระตุ้น

"เกิดอะไรขึ้น?"

เซี่ยเฉิน รู้สึกประหลาดใจ มันเกิดขึ้นได้อย่างไรหลังจากที่เธอจากเขาไปได้ไม่นาน?

ไม่จำเป็นต้องพูดเลย นางต้องพบกับอันตรายระหว่างทาง

ดังนั้นจึงกระตุ้นเจตจำนงดาบที่เขาใส่เอาไว้ในจี้ดาบของเขา

“เซี่ยซี กำลังตกอยู่ในอันตราย”

ใบหน้าของเขาเย็นชา เขากระโดดร่างกายของเขาหายไปจากในดินแดนบรรพบุรุษอย่างไร้ร่องรอย

เซี่ยเฉิน รีบไปที่ตำแหน่งที่เจตจำนงดาบของเขาถูกปลดปล่อยออกมาด้วยความเร็วที่เร็วที่สุดโดยหวังว่าเขาจะไปได้ทันเวลา

ในเวลานี้ หลังจากที่เจตจำนงดาบปะทุขึ้น ทุกคนที่อยู่ในที่เกิดเหตุต่างก็รู้สึกตกตะลึง

สาวกทุกคนของนิกายเหอซวน ยืนนิ่งอยู่กับที่ด้วยความงุนงง

มองไปที่รอบดาบที่พาดผ่านหุบเขายาวหลายร้อยเมตรที่อยู่ต่อหน้าพวกเขาด้วยความหวาดกลัว

ช่างเป็นเจคจำนงดาบที่น่ากลัวเกินไป มันไม่ใช่พลังที่มนุษย์จะปลดปล่อยออกมาได้

เพียงแค่มองไปที่แนวป่าที่อยุ่ข้างหน้าซึ่งมีหุบเขาแยกออก

และภูเขาที่อยู่ไกลออกไปก็ถูกพลังของเจตจำนงดาบผ่าออกเป็นสองส่วน และพลังทำลายล้างของมันช่างน่ากลัว

"ตึก ตัก ตึก ตัก!"

“ท่าน... ท่านปรมาจารย์รุ่นเยาว์… ตายแล้ว?”

คนของนิกายเหอซวน กลืนน้ำลายและมองไปที่พื้นที่เต็มไปด้วยเศษชิ้นส่วนของร่างกายมนุษย์ที่กระจัดกระจายอยู่เต็มพื้น

ทุกคนต่างก็จ้องมองหน้าของกันและกัน ไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรอยู่พักหนึ่ง

ที่ด้านข้าง องค์หญิงสิบ เธอเองก็จ้องมองอย่างว่างเปล่าไปยังฉากที่อยู่ตรงหน้าของเธอ

และเธอเองก็รู้สึกตกใจเล็กน้อย

ขันทีหลี่ มองไปที่องค์หญิงสิบอย่างโง่เขลา

และความคิดหนึ่งผุดขึ้นในใจของเขา เจตนาดาบที่น่าสะพรึงกลัวเพิ่งถูกปลดปล่อยออกมาโดยองค์หญิงสิบ?

"เป็นไปไม่ได้!" ขันทีหลี่ปฏิเสธทันที

นั่นไม่ใช่ความแข็งแกร่งขององค์หญิงสิบอย่างแน่นอน เขาหันไปสบตากับจี้ดาบหินที่ห้อยอยู่ที่คอขององค์หญิงสิบ

มันน่าทึ่งมากที่ได้เห็น

“เฮ้อ เจตนาดาบของปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่?” ขันทีหลี่ สูดลมหายใจเข้าไป

โดยไม่คาดคิด มีเจตจำนงดาบที่สมบูรณ์ของปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่อยู้ภายในจี้ดาบหิน

เช่นเดียวกับปราณดาบที่น่าสะพรึงกลัวที่เพิ่งกวาดล้างบริเวรโดยรอบ

พลังทำลายล้างนั้นน่ากลัวเกินไป และพลังของเจตจำนงและปราณดาบที่ปลดปล่อยออกมานั้นเกือบจะเทียบเท่ากับขอบเขตนิพพาน

มันช่างน่าเหลือเชื่อมาก

ใครเป็นคนให้สิ่งนี้แก่องค์หญิงสิบ?

เป็นไปได้ไหมว่านางได้รับมาจากจักรพรรดิองค์ปัจจุบัน?

ขันทีหลี่ยังคงคาดเดาเรื่องต่างๆอยู่ในใจ แต่มีเพียงองค์หญิงสิบเท่านั้นที่รู้ว่าใครเป็นคนให้จี้ดาบหินนี้แก่เธอ

“พี่เก้า... นั่นพี่เหรอ?”

องค์หญิงสิบ จับจี้ดาบหินด้วยสีหน้าตกใจและไม่เชื่อ

นี่เป็นของขวัญวันเกิดที่ เซี่ยเฉิน เพิ่งมอบให้กับเธอ

แต่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าจะมี เจตจำนงดาบที่น่าพรึงกลัวและปราณดาบที่ซ่อนอยู่ภายในจี้ดาบหินอันนี้

เห็นได้ชัดว่าพลังนี้จะต้องมีความเกี่ยวข้องกับ เซี่ยเฉิน

องค์ชายเก้า

แต่สิ่งที่เธอไม่เข้าใจคือ พี่ชายคนที่เก้าของเธอไม่มีคุณสมบัติในการฝึกฝนศิลปะการต่อสู้

ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ แล้วพลังที่อยู่ในจี้ดาบหินนี้มาจากไหน

แต่ว่า เซี่ยเฉิน กล่าวว่านี่เป็นของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ที่เขาทำเอง

องค์หญิงสิบตกรู้สึกตกตะลึง

“ปรมาจารย์รุ่นเยาว์ ตายแล้ว”

“เร็วเข้า จับองค์หญิงสิบแห่งราชวงศ์เซี่ย เอาไว”

ในขณะนี้เอง สาวกของนิกายเหอซวน ได้ตื่นขึ้นจากความตกใจเมื่อครู่และคำรามออกมาด้วยความโกรธ

ที่เห็นว่าปรมาจารย์โดยกำเนิดรุ่นเยาว์ของพวกมันได้ถูกสังหารด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดี่ยว

ซึ่งทำให้ทุกคนรู้สึกตกใจมาก

ในขณะนี้ ทุกคนได้ฟื้นคืนสติ และทุกคนต่างก็จับจ้องไปที่องค์หญิงสิบและคนอื่นๆที่ยังรอดชีวิตอยู่

"ไปฆ่าพวกมันซะ แล้วพาตัวขององค์หญิงสิบกับสาวใช้ทั้งสองกลับไปที่นิกาย"

ชายวัยกลางคนที่เป็นผู้นำคำราม และผู้เชี่ยวชาญกว่าโหลของนิกายเหอซวน รีบพุ่งเข้าไปลงมือเตรียมที่จะสังหารคนที่ยังรอดชีวิต

คนของนิกายเหอซวนได้กินยาแก้พิษเข้าไปแล้ว พวกเขาจะไม่ได้รับผลกระทบจากหมอกพิษเหล่านั้น

เมื่อเห็นว่าสาวกของนิกายเหอซวน เริ่มเคลื่อนไหว

การแสดงออกของขันทีหลี่เปลี่ยนไปอย่างมาก

"องค์หญิง วิ่ง" เขาตะโกนออกมาด้วยความโกรธ

แต่องค์หญิงสิบไม่หนีไปไหน เธอจ้องมองที่จี้ดาบหินด้วยดวงตาที่ลุกโชน

คิดว่า พี่เก้าของเธอคือเจ้าของพลังนี้หรือไม่?

ฟิ้ว...!

ในขณะนี้ มีเสียงอากาศแตกกระจายในระยะไกล ตามด้วยเสียงคำรามของปราณดาบ

พัฟ พัฟ!

เกือบจะในทันที ร่างของคนมากกว่าสิบคนจากนิกายเหอซวน ถูกทะลวงด้วยพลังปราณดาบ

ฆ่าพวกเขาทันที และร่างของพวกเขาก็ร่วงลงสู่พื้น

ในเวลาเพียงหนึ่งวินาที มีเพียงชายวัยกลางคนคนสุดท้ายเท่านั้นที่ยังเหลืออยู่ในตอนนี้

เมื่อเห็นเช่นนี้ ชายวัยกลางคนก็หันหลังกลับมาด้วยความสยดสยองและวิ่งโดยไม่คิดอะไร

ปราณดาบเหล่านั้นกำลังจะไล่ตามและฆ่าคู่ต่อสู้

แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง พวกมันไม่ได้ไล่ตามไปไกลมากนัก มันบินกลับหัวแล้วบินกับมาอยู่ข้างตัวขององค์หญิงสิบ

ในขณะนี้ องค์หญิงสิบและขันทีหลี่เงยศีรษะขึ้นและมองไปในระยะไกล พวกเขาสังเกตุเห็นร่างที่พร่ามัวแวบเข้ามาและหายไปในพริบตา

พวกเขามองเห็นได้ไม่ชัดว่าชายคนนั้นเป็นใครเพราะว่าร่างของคนผู้นั้นถูกล้อมรอบด้วยปราณที่มีรูปร่างเหมือนมังกรทั่วทั้งร่างกายของเขา

และเจตจำนงดาบและปราณดาบที่หนาแน่นล้อมรอบร่างกายของเขาอีกชั้น

และไม่สามารถเห็นใบหน้าที่แท้จริงของเขาได้

เห็นเพียงร่างเงาสลัวๆ และแผ่นหลังของชายผู้นี้ดูยังเด็กมาก

องค์หญิงสิบมองไปที่แผ่นหลังด้วยสายตาที่ลุกโชนด้วยความเอ็นดู

“พี่เก้า?” เธอพึมพำกับตัวเอง

จากนั้นส่ายหัวและยิ้มอย่างขมขื่น

องค์หญิงสิบ เธอรู้สึกไม่แน่ใจในว่าคนๆ นั้นใช่พี่ชายคนที่เก้าของนางจริงหรือไม่?

เพราะเธอรู้ว่าพี่ชายคนที่เก้าของเธอไม่สามารถฝึกฝนได้และไม่มีคุณสมบัติในการบ่มเพาะ

ดังนั้นจึงพูดได้เพียงว่ามีปรมาจารย์ลึกลับช่วยเธอเอาไว้

แต่มีคำถามแวบเข้ามาในหัวใจของเธอ จี้ดาบหินของเธอถูกมอบให้โดย

เซี่ยเฉิน และเจตจำนงดาบที่เพิ่งปะทุออกมานั้นเป็นความจริงอย่างแน่นอน

“เป็นไปได้ไหมว่าเป็นพี่เก้าจริงๆ”

องค์หญิงสิบ รู้สึกตกตะลึง

จะเป็นไปได้อย่างไร?

ในขณะนี้ องค์หญิงสิบกำลังครุ่นคิด และเมื่อเธอสัมผัสไปที่จี้ดาบหินที่คอของเธอ

ได้มีรอยแตกเล็กๆ ก็ปรากฏขึ้น

ในขณะนี้ เธอรู้สึกได้ถึงพลังปราณที่แข็งแกร่งที่แฝงตัวอยู่ข้างในนั้น

และเธอก็คาดเดาอย่างกล้าหาญในใจของเธอ

“เป็นไปได้ไหมว่ามีปรมาจารย์อยู่เบื้องหลังพี่ชายคนที่เก้า?

เธอคาดเดาบ้างอย่างในใจของเธอ

"บางที จี้ดาบหิน ก็คงจะถูกมอบให้กับพี่เก้า

โดยปรมาจารย์ลึกลับผู้นั้นเพื่อปกป้องเขา และพี่เก้า ก็มอบให้กับข้า?"

องค์หญิงสิบเริ่มที่จะตัดสินใจ

ยิ่งเธอคิดถึงเรื่องนี้มากเท่าไหร่

เธอก็ยิ่งรู้สึกว่าเป็นไปได้มากเท่านั้น เมื่อรวมกับบุคคลลึกลับที่ช่วยเธอไว้ตอนนี้

เธอก็ยิ่งมั่นใจในหัวใจของเธอมากขึ้น

“ขอบคุณท่านผู้อาวุโสที่ช่วยเหลือ”

ขันทีหลี่ขอบคุณเขาอย่างสุดซึ้งและรู้สึกโชคดีมากในใจ

ในตอนนี้รอบข้างของพวกเขาเงียบสงบมาก ไม่มีร่างใดปรากฏ ปรมาจารย์ลึกลับหายไป

บางทีเขาอาจไม่ต้องการออกมา

เขารุ้สึกทำอะไรไม่ถูก หลายคนทำได้เพียงทำความเคารพไปยังทิศทางนั้น

การลอบโจมตีครั้งนี้น่าหวาดกลัวจริงๆ โชคดีที่มีจี้ดาบหินที่ห้อยอยู่ที่คอขององค์หญิงสิบ

ได้ถูกกระตุ้นในช่วงเวลาสำคัญ

ข้างในมีเจตจำนงดาบที่ควบแน่นโดยผู้เชี่ยวชาญ ได้ตัดหัวของปรมาจารย์หนุ่มของนิกายเหอซวน และในวินาทีสุดท้ายปรมาจารย์ลึกลับก็เข้ามาช่วยเหลือ

นี่เป็นวิธีเดียวที่จะรอดพ้นจากหายนะ มิฉะนั้นผลที่ตามมาไม่อาจจะคาดเดาได้

พรึบ.. พรึบ..!

หลังจากนั้นไม่นาน ทหารองครักษ์กลุ่มหนึ่งก็มาถึงที่เกิดเหตุ

“ดูองค์หญิงสิบก่อน!”

“การช่วยเหลือล่าช้า โปรดลงโทษฝ่าบาท”

ทหารองครักษ์กลุ่มหนึ่งห้อมล้อมตัวขององค์หญิงสิบ และหัวหน้าทหารองครักษ์คนแรกคุกเข่าลงและสารภาพผิด

“ลุกขึ้น นี้ไม่ใช่ความผิดของพวกเจ้า?”

องค์หญิงสิบ กลับมามีบุคลิกที่ไม่แยแสและนางก้ไม่ได้ลงโทษใคร

“ขอบพระทัยฝ่าบาท”

หัวหน้าหทารองครักษ์ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

“องค์หญิง ข้าไม่แนะนำให้อยู่ที่นี่นาน โปรดติดตามผู้ใต้บังคับบัญชากลับไปที่เมือง”

หัวหน้าทหารองครักษ์แนะนำทันทีว่าไม่ควรอยู่ที่นี่นาน

แต่เขาสังเกตเห็นทันทีว่า องค์หญิงสิบ ขันทีหลี่ และคนอื่นๆ

ถูกวางยาพิษ

“ไปกันเลย ค้นหายาแก้พิษจากศพของคนพวกนี้มาด้วย”

เมื่อได้รับคำสั่ง ทหารองครักษ์ทั้งหมดก็เริ่มค้นหาไปรอบๆ

และพบยาแก้พิษบนศพที่นอนตายรอบๆ และมอบให้กับสาวใช้ทั้งสอง

หลังจากกินยาแก้พิษเข้าไปแล้ว รอไม่กี่นาทีก็พบว่ามันได้ผล มันเป็นยาแก้พิษ เมื่อทุกคนปลอดภัยแล้วหัวหน้าทหารองครักษ์ก็ราบงานให้องค์หญิงสิบทราบ

ไม่นานหลังจากที่องค์หญิงสิบและคนติดตามทั้งหมดได้รับยาแก้พิษหายดีแล้ว

ทุกคนก็พาเธอ ออกเดินทางทันที

“พี่เก้า...”

ก่อนจากไปองค์หญิงสิบ หันศีรษะกลับไปมองอย่างเงียบๆ

และมองดูภูเขาและป่าไม้ที่อยู่ในระยะไกล

ปรากฏร่างเงาร่างหนึ่งยืนอยู่อย่างภาคภูมิบนยอดเขา มองดูเธอจากไปอย่างเงียบๆ

คนคนนี้ก็คือ เซี่ยเฉิน นั้นเอง

“กล้าแตะต้องน้องสาวของข้า พวกแกไม่ต้องการมีชีวิตอยุ่แล้วสินะ”

ใบหน้าของ เซี่ยเฉิน  เย็นชา เขาตะคอกออกมาหันหลังกลับและร่างของเขาก็หายไปจากบนยอดเขา

เขาต้องการติดตามชายวัยกลางคนที่เหลือรอดอยู่เพียงคนเดียว และติดตามเขาไปตลอดทาง

ในขณะนี้ เซี่ยเฉิน ได้ตัดสินใจที่จะติดตามอีกฝ่ายเพื่อค้นหาผู้ที่อยู่เบื้องหลังและตัดรากถอนโคนคนพวกนี้ทั้งหมด

ไม่ว่าใครก็ตามที่กล้าแตะต้องน้องสาวของเขาจะต้องถูกฆ่าตาย

คนเหล่านี้กล้าที่จะโจมตีน้องสาวของเขา องค์หญิงสิบ ได้ทำให้

เซี่ยเฉิน โกรธแล้ว และเขาไม่สามารถปล่อยพวกมันไปได้

นั่นเป็นเหตุผลที่เขาจงใจปล่อยให้ชายวัยกลางคนรอดชีวิตไป

ดังนั้นเขาจึงติดตามไปตลอดทาง และใช้เวลากว่าครึ่งวันในการมาถึงที่ตั้งของนิกายเหอซวน