ตอนที่ 111

“บุกเข้ามายังพระราชวัง ดูหมิ่นอำนาจของจักรพรรดิ เจ้าสมควรได้รับถการลงโทษ!”

เสียงพูดที่ไม่แยแสดังขึ้นมา และแรงกดดันที่แข็งแกร่งและทรงพลังแพร่กระจายออกไปทั่วทั้งบริเวร

ทำให้ผู้คนรู้สึกได้ถึงการกดขี่ข่มเหง

ใบหน้าของ ผู้นำนิกายเจียงเหอแข็งค้าง เขาจ้องมองไปยังส่วนลึกของพระราชวัง

เขาเห็นเพียงแค่ร่างเงาที่ดูบอบบางที่กำลังเดินก้าวออกมาทีละก้าว

คนที่เดินออกมานั้นร่างกายของเขาถูกปกคลุมไปด้วยพลังปราณแห่งความโกลาหล

เจตจำนงแห่งดาบ และพลังปราณที่ควบแน่นเป็นมังกรบินวนอยู่รอบร่างกายของเขา ทำให้ผู้ที่พบเห็นรู้สึกประหลาดใจ

บูม!

ร่างเงานั้นทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า

และพลังของจักรพรรดิก็แผ่ซ่านไปทั่วทุกทิศทาง

“น้อมรับเสด็จ องค์จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์!”

เมื่อเห็นบุคคลที่ปรากฏตัวออกมา บรรพบุรุษเฒ่าก็คุกเข่าลงทันทีและทำความเคารพด้วยความเคารพสูงสุด

คนที่ปรากฏตัวขึ้นมาก็คือ เซี่ยเฉิน เขาก้าวเดินออกมาจากส่วนลึกของพระราชวังทีล่ะก้าว

และด้วยการสะบัดนิ้วพลังปราณแห่งชีวิตก็ถูกฉีดเข้าไปภายในร่างกายของบรรพบุรุษเฒ่า

และอาการบาดเจ็บทั้งหมดของบรรพบุรุษเฒ่าก็หายเป็นปกติในทันที

"ท่าน ถอยกลับเข้าไป" เซี่ยเฉินโบกมือของเขาเบาๆ

บรรพบุรุษเฒ่าโค้งคำนับด้วยความเคารพและถอยหลังกลับเข้าไปยังเขตพระราชวัง

"น้อมรับคำสั่ง องค์จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์"

หลังจากที่เขาพูดจบ เขาก็ก้าวถอยหลังออกไปอย่างไม่ลังเล

อาการบาดเจ็บของเขาในตอนนี้ได้รับการรักษาอย่างสมบูรณ์โดย

เซี่ยเฉิน ด้วยการสะบัดนิ้วเพียงครั้งเดี่ยว เขาทั้งตื่นเต้นและตกตะลึง

สำหรับจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ผู้เยาว์คนนี้ เขามีความเคารพเป็นอย่างมากในใจของเขา

ความแข็งแกร่งของจักรพรรดิองค์ใหม่นี้ ไม่อาจหยั่งรู้ได้และโดยธรรมชาติแล้วเขาไม่ได้กังวลเลย

“เจ้าคือ จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์แห่งราชวงศ์เซี่ย?”

เมื่อผู้นำนิกายเจียงเหอมองไปยังคนที่กำลังเดินเข้ามา ดวงตาของผู้นำนิกายเจียงเหอ

ก็สามารถสังเกตเห็นถึงความแข็งแกร่งของอีกฝ่าย

คนผู้นี้แข็งแกร่งมาก เมื่อพิจารณาจากแรงกดดันที่เขาปล่อยออกมา อย่างน้อยเขาก็ต้องอยู่ในขอบเขตนิพพาน

ซึ่งทำให้เขารู้สึกตกใจเล็กน้อย

จักรพรรดิองค์ใหม่ที่เพิ่งขึ้นครองราชย์เป็นผู้ฝึกตนขอบเขตนิพพานซึ่งทำให้เขารู้สึกค่อนข้างลำบากเล็กน้อย

อย่างไรก็ตาม เขายังคงมั่นใจว่าผู้ฝึกตนขอบเขตนิพพานทั่วไปนั้นไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาเลย

ในขณะนี้ เซี่ยเฉิน กำลังยืนอยู่บนท้องฟ้า

และจ้องมองไปยังผู้นำนิกายเจียงเหอ ที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าเขา

เขามองไปยังผู้นำนิกายเจียงเหอ เพียงแค่แวบเดียวเขาก็สามารถมองเห็นรายละเอียดของอีกฝ่ายได้อย่างรวดเร็ว

ขอบเขตนิพพานที่ควบแน่นบุปผาแห่งเต๋าขึ้นมาได้แล้วสามดอก

“ผู้นำนิกายเจียงเหอ แห่งนิกายเทียนเจี้ยน

เจ้ากำลังคิดที่จะก่อกบฏใช่หรือไม่?”

คำพูดที่ไม่แยแสของ เซี่ยเฉิน

ที่พูดออกมาพร้อมกับปลดปล่อยจิตสังหารอันเยือกเย็นออกมา

ทันทีที่พวกเขาได้ยินคำถามของจักรพรรดิ ใบหน้าของผู้นำนิกายเจียงเหอ

ก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย ถึงแม้ว่าเขาจะต้องการก่อกบฏ แต่ก็ไม่สามารถยอมรับออกมาตรงๆได้

ถึงแม้ว่าเหตุผลของเขาที่มายังเมืองหลวงจักรพรรดิในครั้งนี้ คือการปราบปรามอำนาจของจักรพรรดิ

หรือแม้กระทั่งควบคุ้มราชวงศ์เซี่ย แต่เขาก็ไม่กล้าที่จะยอมรับออกมาตรงๆ ว่าเขาต้องการที่จะกบฏ

“ข้า ไม่ได้มีเจตนาที่จะกบฏ ข้าแค่อยากได้รับความยุติธรรมและคำอธิบายให้กับผู้อาวุโสและลูกศิษย์ของนิกายของข้าที่เสียชีวิตอย่างอนาถภายในเมืองหลวงแห่งนี้”

ผู้นำนิกายเจียงเหอ กล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึมและปลดปล่อยจิตสังหารที่รุนแรง

เซี่ยเฉิน หรี่ตาของเขาลงและพูดออกมาด้วยท่าทางที่เย็นชา "ผู้อาวุโสและศิษย์สาวกของนิกายเจ้า

มีส่วนร่วมในการก่อกบฏขององค์ชาย พวกนั้นไม่สามารถให้อภัยได้โทษของพวกเขาคือประหารชีวิต

และในตอนนี้เจ้าเองก็บุกรุกเข้ามายังพระราชวัง ดูหมิ่นอำนาจของจักรพรรดิ

และตั้งใจที่จะก่อกบฏ การกระทำของเจ้าก็ไม่อาจละเว้น"

"ผายลม!"

จู่ๆผู้นำนิกายเจียงเหอ ก็ตะคอกออกมา "ข้ามาที่นี้เพื่อทวงคืนความยุติธรรม

และขอคำอธิบายจากเจ้าที่ลงมือสังหารคนของข้า"

“วันนี้ ข้าจะตัดศีรษะของเจ้าจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ และบอกให้โลกรับรู้ว่านิกายเทียนเจี้ยน

ของข้าไม่สามารถยั่วยุได้อย่างง่ายๆ”

บูม!

ทันทีที่คำพูดของผู้นำนิกายเจียงเหอจบลง เจตจำนงแห่งดาบที่น่าสะพรึงกลัวก็ปะทุออกมาจากร่างของผู้นำนิกายเจียงเหอ

ร่างกายของเขาล้อมรอบด้วยปราณดาบที่แผ่ออกมาอย่างต่อเนื่อง

เซี่ยเฉิน มองไปที่ผู้นำนิกายเจียงเหอ ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาด้วยท่าทางที่ไม่แยแส

ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นถึงผู้ฝึกตนขอบเขตนิพพานที่ควบแน่นบุปผาแห่งเต๋าขึ้นมาได้แล้วสามดอก

และนี่ก็นับว่าเป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นบุคคลที่สามารถควบแน่นบุปผาแห่งเต๋าสามดอกขึ้นมาได้

นอกจากตัวของเขา

“ดาบลงโทษ!”

เพียงแค่ความคิดเดี่ยว ผู้นำนิกายเจียงเหอก็ได้ควบแน่น

ปราณดาบขึ้นมาบนท้องฟ้า

นี่คือทักษะในตำนานอันยิ่งใหญ่ของผู้นำนิกายเจียงเหอ

เขาได้ควบแน่นปราณดาบขึ้นมาเป็นจำนวนมากจนกลายเป็นแม่นำปราณดาบที่ทอดยาว เพื่อโจมตีและสังหารศัตรู

“แปดดาบรกร้าง”

ดวงตาของเซี่ยเฉิน นั้นเต็มไปด้วยความสงบและเยือกเย็น เขาชี้นิ้วและสบัดออกไปเบาๆ

ปราณดาบอันไม่มีที่สิ้นสุดได้พุ่งออกไปเพื่อสกัดการโจมตีของผู้นำนิกายเจียงเหอ

การโจมตีของทั้งสองปะทะกัน อย่างดุเดือด

บูม!

เกิดเสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่ว และยังคงดำเนินต่อไป ปราณดาบของทั้งสองได้เข้าปะทะกันอย่างต่อเนื่อง

ทำให้แรงระเบิดที่เกิดจากการปะทะของทั้งสองกวาดไปทั่วทุกทิศทาง

แกร๊ก แกร๊ก!

พลังงานดาบจำนวนมากกระจายออกไป ทำให้เกิดรอยแตกร้าวไว้ตามพื้นดิน ต้นไม้ ดอกไม้

และก้อนหินดูเหมือนจะถูกตัดออกทีละต้นและกลายเป็นผุยผง

เมื่อการปะทะกันของทั้งสองสิ้นสุดลง เผยให้เห็นคนสองคนที่ยืนอยู่บนท้องฟ้า

จักรพรรดิเซี่ยเฉินไม่ได้ขยับเลยแม้แต่น้อย และไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรจากการปะทะ

ในทางกลับกัน ใบหน้าของผู้นำนิกายเจียงเหอ แสดงความตกตะลึงออกมา เขาได้กระเด่นถอยหลังออกไปหลายสิบเมตร

และยังปรากฏร่องรอยของดาบอยู่บนร่างกายของเขา เสื้อคลุมของเขาถูกฟันขาดออก

“แปดดาบรกร้าง นับว่าเป็นทักษะดาบที่ไม่เลวเลย” ผู้นำนิกายเจียงเหอกล่าวออกมา

และในตอนนี้ใบหน้าของผู้นำนิกายเจียงเหอ มืดมนเล็กน้อย หลังจากที่ปะทะกันเขาก็ได้รับรู้แล้วว่าในตอนนี้เขาไม่สามารถสู้กับ

จักรพรรดิองค์ใหม่ของอาณาจักรเซี่ยได้เลย และเขาก็เกือบที่จะถูกสังหารด้วยการดจมตีของจักรพรรดิเซี่ยด้วยซ่ำ

“ทักษะของเจ้าเอง ก็ไม่เลวเช่นกัน”

เซี่ยเฉินพูดออกมาอย่างแผ่วเบา

เมื่อได้ยินคำพูดของเซี่ยเฉิน ผู้นำนิกายเจียงเหอก็รู้สึกโกรธเคืองเป็นอย่างมาก

เขาได้ปลดปล่อยเจตจำนงดาบที่แข็งแกร่งและทรงพลังของเขาออกมา

เหล่าผู้คนที่อยู่ในเมืองหลวงจักรพรรดิ

แลผู้ฝึกตนที่เข้ามาชมการแสดงพวกเขาทั้งหมด พวกเขาต่างก้จ้องมองไปยังผู้นำนิกายเจียงเหอที่กำลังปลดปล่อยเจตจำนงดาบที่ทรงพลังออกมาจนทำให้ทุกคนรู้สึกหายใจไม่ออก

“ช่างเป็นเจตจำนงดาบ ที่น่าสะพรึงกลัวจริงๆ”

“นิกายเทียนเจี้ยน ช่างเป็นนิกายที่น่าสะพรึงกลัวจริงๆ”

มีคนพูดออกมาด้วยความหวาดกลัว

แต่ก็มีคนตอบโต้กลับในทันที "ถึงแม้ว่านิกายเทียนเจี้ยนจะแข็งแกร่ง

แต่ว่าจักรพรรดิองค์ใหม่ของอาณาจักรเซี่ย นั้นทรงพลังและแข็งแกร่งมากกว่า

และดูเหมือนว่าเขาจะสามารถปราบปรามผู้นำนิกายเจียงเหอลงได้"

มีการพูดคุยกันเกิดขึ้นมามากมาย พวกเขาต่างก็เปรียบเทียบถึงความแข็งแกร่งของผู้นำนิกายเจียงเหอ

และ จักรพรรดิองค์ใหม่ของอาณาจักรเซี่ย

บูม บูม บูม...

แรงกดดันของทั้งสอง เข้าปะทะกันและทำให้บรรยากาศของบริเวรโดยรอบกลายเป็นมืดมิดราวกลับเข้าสู่เวลากลางคืน

“จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์

จงรับการโจมตีของข้าอีกครั้ง ดาบสวรรค์!”

ผู้นำนิกายเจียงเหอ

หมุนเวียนพลังปราณภายในร่างกายของเขาจนถึงจุดสูงสุด ควบแน่นเป็นปราณดาบที่เปล่งพลังแห่งสวรรค์และโลกออกมาราวกับการลงโทษจากสวรรค์

“แสดงทักษะดาบของเจ้าออกมา ข้าจะลงมือสังหารเจ้าด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดี่ยว”

คลืน......!

เซี่ยเฉินตะคอกออกมาอย่างเย็นชา ขยับมือซ้ายของเขาและได้ปรากฏดาบที่ดูเรียบง่าย

แต่ว่าสามารถทำให้พื้นที่โดยรอบเกิดความผันผวนขึ้นมาเล็กน้อย

เมื่อดาบแห่งจักรพรรดิ ปรากฏขึ้นมาอยู่ในมือของเซี่ยเฉิน

กลิ่นอายของเขาก็ได้เปลี่ยนไปทันที แรงกดดันของจักรพรรดิได้แผ่ออกมาจากร่างกายของเขาจนทำให้ทุกคนที่อยู่ภายในเมืองหลวงจักรพรรดิ

ทั้งหมดอดไม่ได้ที่จะคุกเข่าลง

แม้แต่ผู้นำนิกายเจียงเหอ เขาเองก็รู้สึกถึงการคุกคามและใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย

แต่เขาก็ไม่สนใจอะไรมากนัก และได้โจมตีออกไปโดยตรงด้วยการโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดของเขา

ดาบสวรรค์

นี่คือการโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดของผู้นำนิกายเจียงเหอ

ปราณดาบได้ตกลงมาจากฟากฟ้า และพร้อมที่จะแยกพระราชวังออกเป็นสองส่วน

ทันใดนั้น เซี่ยเฉิน ก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ หลังจากนั้นได้ปรากกภาพมายาของจักรพรรดิขึ้นมาอยู่ด้านหลังของเขา

ปลดปล่อยออร่าของจักรพรรดิที่น่าสะพรึงกลัวออกมา และหลอมรวมเข้ากับร่างกายของเซี่ยเฉิน

เมื่อสังเกตเห็นว่าจู่ๆ เซี่ยเฉินก็ได้นำดาบที่ดูเรียบง่ายออกมาถือเอาไว้ในมือ

ปลดปล่อยเจตจำนงดาบที่น่าสะพรึงกลัวออกมาและหลอมรวมกับดาบเล่มนั้นจนกลายเป็นหนึ่งเดี่ยวกัน

ตู้ม!!!!!!!!!

เมื่อได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้น แก้วหูของทุกคนก็ดับวูบไปชั่วขณะและพวกเขาต่างก็รู้สึกวิงเวียนศีรษะของพวกเขา

และสติของพวกเขาพล่าเบลอ

เมื่อดาบแห่งจักรพรรดิได้ถูกดึงออกจากฝัก ทำให้บรรยากาศมืดลง ทุกคนสังเกตเห็นเพียงแสงสว่างที่ทะลุผ่านความมืดมิด

“ดาบแห่งจักรพรรดิ ตัดฟ้า!”

ด้วยท่าทางที่เย็นชาของ เซี่ยเฉิน

เขาได้ฟันดาบออกไปด้วยพลังทั้งหมดของเขา

เปรี๊ย!!!!!!

เกิดเสียงแตกร้าวที่คมชัดดังขึ้น และในไม่ช้าพวกเขาก็สังเกตเห็นว่าในตอนนี้บนท้องฟ้าได้เกิดรอยราวที่กำลังแยกออกจากกัน