ตอนที่ 90

ในขณะนี้ องค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน

รู้สึกราวกับว่าหัวใจของเขากำลังหยุดเต้น

เขามองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าด้วยความหวาดกลัว ปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่สามคน

ปรมาจารย์โดยกำเนิดมากกว่าหนึ่งโหลต่างก็ตายในทันทีที่พวกเขาลงมือ

เมื่อสังเกตอย่างระเอียดแล้วเขาก็ยังไม่รู้ว่า

ปรมาจารย?เหล่านี้ตายได้อย่างไร

“เจ้า ทำได้ยังไง...” องค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน ไม่เชื่อว่านี้จะเป็นฝีมือของเซี่ยเฉิน

เขาจ้องมองที่ เซี่ยเฉิน เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่านี่คือน้องชายคนที่เก้าของเขาจริงๆ

คนที่ไม่สามารถฝึกฝนและบ่มเพาะพลังได้

“ปกป้องฝ่าบาท!”

ในเวลานี้ ในที่สุดผู้ติดตามขององค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน ก็รู้สึกตัวและบินเข้าไปยืนล้อมรอบตัวขององค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน

เพื่อปกป้องเขา

คนเหล่านี้ล้วนเป็นคนสนิทขององค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน ทุกคนมีความจงรักภักดี

แม้ว่าจะมีความตายรออยู่ตรงหน้าพวกเขาก็ยังเต็มใจที่จะยอมตายเพื่อปกป้ององค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน

“ทหารนำธนูออกมา ยิงเข้าไปไม่ต้องสนใจ”

องค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน ออกคำสั่งอย่างเร่งรีบ

ทันใดนั้น นักธนูก็ปรากฏตัวขึ้นรอบๆ น้าวสายคันธนูขึ้นและเล็งไปที่

เซี่ยเฉิน เตรียมพร้องที่จะยิงออกไปทันทีที่พวกเขาได้รับคำสั่ง

“ธนูเพลิง!”

ด้วยคำสั่ง ลูกศรจำนวนนับไม่ถ้วนก็พุ่งออกไป

เมื่อมองดูห่าฝนลูกศรที่ส่งเสียงหวีดหวิว ใบหน้าของ เซี่ยเฉิน ก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

และเขาก็ไม่ได้ขยับไปไหนเลยด้วยซ้ำ

บรรยากาศรอบตัวของเขาผันผวนอย่างกะทันหัน ม่านพลังป้องกันที่มองไม่เห็นก็โผล่ออกมา

ปิดกั้นลูกธนูทั้งหมด

ลูกธนูทั้งหมดถูกตรึงไว้กลางอากาศ

ไม่สามารถเคลื่อนไปข้างหน้าได้แม้แต่นิ้วเดียว

"เอาของพวกเจ้า คืนไป"

เซี่ยเฉิน ตะคอกออกมาเบาๆ หลังจากพูดจบ ลูกธนูจำนวนมากก็หันกลับไปมาและกระจายออกไปทุกทิศทุกทางด้วยความเร็วที่เร็วขึ้นกว่าเดิม

พัฟ พัฟ...

มีเพียงเสียงลูกธนูแหลมคมแทงทะลุเนื้อและเสียงของคนที่กรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

จากนั้นนักธนูต่างก็พากันล้มลงกับพื้นทีละคน พร้อมกับลูกธนูที่ปักติดอยู่ที่หัวใจหรือหัวของพวกเขา

นักธนูทั้งหมดถูกสังหาร

องค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน และผู้ติดตามคนอื่นๆ ต่างก็ตกตะลึงกันเป็นอย่างมากกับวิธีการอันทรงพลังของเซี่ยเฉิน

นี่ไม่ใช่สิ่งที่ปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่จะสามารถทำได้ อย่างแน่นอน

“เจ้า...... เจ้าไม่ได้อยู่ในขอบเขตปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่

หรือว่า....เจ้าจะทะลวงผ่านขอบเขตปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ไปแล้ว?”

เป็นไปไม่ได้...... จะเป็นไปได้ยังไง

องค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน ตื่นตระหนกในฐานะที่เขาเองก็อยู่ในขอบเขตปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ขั้นสมบูรณ์

เขารู้ดีที่สุดว่าแม้ว่าจะเป็นตัวเขาเอง ก็ไม่สามารถทำแบบเดี่ยวกันกับเซี่ยเฉินได้

เขาไม่ได้ลดการป้องกันลงเลย เพราะว่าเขาไม่สามารถสังเกตเห็นได้เลยว่า

เซี่ยเฉิน ลงมืออย่างไรถึงบังคับลูกธนูให้หันกลับมาโจมตีพวกเขาได้

"ขอบเขตนิพพาน?"

องค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน อุทานและพูดว่า "เป็นไปไม่ได้ เจ้าอยู่ในขอบเขตนิพพานแล้วใช่หรือไม่

เจ้าทำได้อย่างไร"

“เจ้าไม่มีพรสวรรค์ในการฝึกฝนศิลปะการต่อสู้

และเจ้าก็ไม่สามารถบ่มเพาะพลังได้ไม่ใช่เหรอ?”

องค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน เขารู้สึกว่าเขากำลังจะเป็นบ้า และถึงกับก้าวถอยหลังด้วยความกลัว

ความตกใจที่เกิดขึ้นจาก เซี่ยเฉิน นั้นยิ่งใหญ่เกินไป และเขาก็ไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันเลย

องค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน พูดด้วยความหวาดกลัว "เจ้าได้ถูกเนรเทศให้ไปอยู่ที่ดินแดนบรรพบุรุษตลอดระยะเวลา

30 ปี

มันเป็นไปไม่ได้ที่เจ้าจะมีโอกาสฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ และถึงแม้ว่าเจ้าจะสามารถบ่มเพาะได้

แต่พรสวรรค์ของเจ้าก็อ่อนแอ่"

“ข้าต้องขอบคุณท่านจริงๆพี่ใหญ่ ที่ทำให้ข้าต้องถูกเนรเทศไปยังดินแดนบรรพบุรุษ”

เซี่ยเฉิน ตอบเบาๆ ทำให้หัวใจขององค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน กระชับกระส่ายขึ้น

อีกฝ่ายรู้ว่าเขาเป็นคนวางแผนเรื่องที่ทำให้ตนเองต้องถูกเนรเทศออกไปจากพระราชวัง

และดูเหมือนว่าคราวนี้มันคงจะไม่ใช่เรื่องดีสำหรับเขา

“เหลาเฉิน เจ้าเข้าใจผิดแล้ว ทั้งหมดนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับข้า

มันเป็นองค์ชายสอง ใช่ ใช่แล้ว องค์ชายสองที่เป็นคนวางแผนเรื่องทั้งหมดที่เกี่ยวกับเจ้า”

องค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน รีบอธิบาย

เขาก้าวถอยออกไปอย่างเงียบๆ ขณะที่เขาพูด

"ฆ่าเขา"

องค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน ตะโกนสั่งขณะที่ถอยหลังออกมา

กลุ่มผู้ใต้บังคับบัญชา ที่อยู่รอบตัวเขาก็วิ่งออกไปพร้อมกับอาวุธในมือ

ทุกคนต่างก็ปลดปล่อยพลังที่แข็งแกร่งที่สุดของพวกเขาออกมาทั้งหมด

แม้แต่ปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ จะไม่สามารถหลบหนี้ออกไปได้ภายใต้การโจมตีเต็มกำลังของพวกเขา

แต่ว่าสิ่งที่พวกเขากำลังเผชิญหน้าอยู่นั้นคือ สัตว์ประหลาดเช่นเซี่ยเฉิน

ต่อหน้ามหาอำนาจในขอบเขตนิพพาน ต่อให้มีปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่จำนวนมากแค่ไหน

ก็ไม่สามารถทำอะไรได้

ฟิ้ว.......!

เซี่ยเฉิน โบกมือของเขาเบาๆ ได้เกิดกระแสลมหมุนรอบตัวเขา

ใบไม้สีเหลืองก็กลายเป็นใบมีดที่แหลมคมส่งเสียงหวีดหวิวออกมา

เพียงแค่ชั่วลมหายใจ ปรมาจารย์ที่ทรงพลังหลายสิบคนถูกสังหารในทันที

บริเวรหัวใจและหว่างคิ้วของพวกเขา ปรากฏรูเลือดขนาดเล็กขึ้น เลือดสีแดงสดไหลออกมา

หลังจากนั้นพวกเขาก็ค่อยๆ ล้มลงไปนอนกับพื้นทีล่ะคน

พวกเขาต่างก็ถูกฆ่าในทันที

ในขณะนี้ องค์ชายหนึ่งเซี่ยเหรินตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก

เขาก้าวถอยหลังด้วยความกลัว "เหลาเฉิน เจ้าอย่าเข้ามา

เรื่องทั้งหมดมันไม่เกี่ยวอะไรกับข้าจริงๆ"

“ข้าเป็นพี่ชายของเจ้า

เจ้าต้องการสังหารข้าจริงๆอย่างนั้นเหรอ?”

องค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน รู้สึกหวาดกลัว ความแข็งแกร่งของเซี่ยเฉิน

นั้นแข็งแกร่งเกินไป และไม่มีทางที่เขาจะสามารถตอบโต้ได้อย่างแน่นอน ปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่สามารถถูกเขาฆ่าได้ในทันที แล้วจะไปสู้ได้ยังไง?

เขารู้สึกเสียใจอย่างยิ่งในใจ และไม่ควรไปกระตุ้นความโกรธของเซี่ยเฉินเลย

“สังหารเจ้า?” เซี่ยเฉิน สูดลมหายใจเข้าไปและพูดอย่างเหยียดหยามว่า

"จริงๆ แล้วใครจะขึ้นเป็นจักรพรรดิ ก็ไม่ได้สำคัญสำหรับข้าเลย ข้าแค่ต้องการที่จะใช้ชีวิตที่สงบสุขเท่านั้น"

“แต่เจ้ากลับส่งคนมาลอบสังหารข้า ข้าก็ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกับเจ้าอีกต่อไป”

ความหมายในคำพูดของเขานั้นชัดเจน วันนี้องค์ชายหนึ่งเซี่ยเหรินจะต้องถูกสังหาร

เพราะว่าเขาส่งคนไปลอบสังหาร เซี่ยเฉิน ก่อนเขาก็ต้องยอมรับชะตากรรมของเขา

“หมัดจักรพรรดิสูงสุด”

ทันใดนั้น องค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน

ก็ได้รวบรวมพลังทั้งหมดของเข้าและโจมตีออกไปด้วยทักษะที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างเต็มกำลัง

เมื่อเผชิญกับหมัดดังกล่าว เซี่ยเฉิน ก้ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลอีกต่อไป

เขายกมือขึ้น

ปัง

ฝ่ามือเปลวเพลิง ปะทะเข้ากับหมัดขององค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน

ที่โจมตีออกมาแตกสลายในทันที องค์ชายหนึ่งเซี่ยเหรินก็ลอยออกไปด้วยพลังของฝ่ามือเปลวเพลิงที่ไม่ได้ลดความเร็วลงไปเลยหลังจากที่ปะทะกับการโจมตีขององค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน

หลังจากนั้นองค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน ก็พ่นเลือดออกมาจำนวนมาก

“ไม่ ไม่ ไม่จริง...” องค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน ตะโกนออกมาด้วยความหวาดกลัว

หันหลังกลับและกระโดดขึ้นไปบนท้องฟ้า

เขาต้องการที่จะหลบหนี

แต่การหลบหนีต่อหน้า เซี่ยเฉิน นั้นเป็นเรื่องตลกโดยสิ้นเชิง

เวี่ยเฉิน ยกมือขึ้นมาและชี้ออกไป ใบไม้สีเหลืองที่อยู่ข้างๆ

ก็กลายเป็นลไแสงและพุ่งไปยังจุดที่องค์ชายหนึ่งเซี่ยเหรินอยู่ในทันที

พัฟ!

แน่นอนว่าองค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน ที่เพิ่งกระโดดขึ้นไปตัวของเขาก็แข็งทื่อ

บริเวรหัวใจของเขาถูกใบไม้แทงทะลุ พลังปราณที่อยู่ในใบไม้ได้ไหลเข้าสู่ภายในร่างกายขององค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน

และทำลายอวัยวะภายในของเขา

องค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน ตกอยู่ในความสิ้นหวังหลังจากนั้นร่างของเขาก็ล้มลงกับพื้นทำให้เกิดเสียงดังโครมคราม

“น้องเก้า...อั๊ค...อั๊ค....”

เขาลุกขึ้นยืนด้วยความยากลำบาก เขากำลังอ้าปากพูด แต่ก้ต้องถ่มเลือดออกมาจากปากซึ่งเต็มไปด้วยเศษอวัยวะภายในของเขา

องค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน ตกใจกลัวอาเจียนเป็นเลือด และพูดออกมาอย่างยากลำบาก

"น้องเก้า ได้โปรดไว้ชีวิตครอบครัวของข้าด้วย"

“ท่านสามารถวางใจได้ ตราบใดที่พวกเขาไม่เข้ามาวุ่นวายกับข้า

พวกเขาสามารถเพลิดเพลินกับความรุ่งโรจน์และความมั่งคั่งของพวกเขาได้อย่างสงบสุข”

เซี่ยเฉิน ไม่ได้ตั้งใจที่จะฆ่าพวกเขาทั้งหมด และไม่เป็นไรตราบใดที่พวกเขา

ไม่มาก่อปัญหาให้ข้า

องค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน ก็ฉลาดเช่นกัน เขาไม่ได้พาครอบครัวของเขามาที่นี่

พร้อมกับเขาด้วยแต่ให้ครอบครัวของเขาอาศัยอยู่ในพื้นที่ศักดินาของเขา

สำหรับ เซี่ยเฉิน แล้วเขาไม่มีเวลาที่จะไล่ฆ่าพวกเขาทีละคน

ตราบใดที่พวกเขาไม่ได้คุกคามเซี่ยเฉิน เขาก็จะไม่สนใจ

“ขอบคุณมาก…” องค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกหลังจากได้ยินสิ่งนี้

เขากระอักเลือดออกมาเต็มปาก และก็ค่อยๆ ล้มลงเสียชีวิตลงในที่สุด

ถึงแม้ว่าองค์ชายหนึ่งเซี่ยเหรินจะอยู่ในขอบเขตปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ขั้นสมบูรณ์แล้ว

แต่เขาก็ยังไม่สามารถหลบหนีจากการสังหารของ เซี่ยเฉิน ได้เพราะว่าพวกเขาทั้งสองไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันเลย

“มันเป็นความผิดของท่าน ที่ท่านต้องการลอบสังหารข้า”

เซี่ยเฉิน มองไปที่เจ้าศพขององค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน ที่เสียชีวิตไปแล้วด้วยความเฉยเมย

หลังจากนั้นปลดปล่อยจิตสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเขาออกไปเพื่อที่จะสำรวจว่ามีใครยังหลงเหลืออยู่ภายในตำหนังห่านเย่ว

อีกหรือไม่

หลังจากพบว่าไม่มีภัยคุกคามอื่นใดแล้ว เขาก็หันหลังกลับและหายไปจากสถานที่แห่งนี้ในทันที

หลงเหลือเอาไว้เพียง ซากศพและเลือดที่ไหลนองอยู่บนพื้น ที่เป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นว่าที่พึ่งจะเกิดการฆ่ากันเกิดขึ้น

พรึบ..!

ไม่นานหลังจากที่ เซี่ยเฉิน จากไป ก็ได้มีคนร่างของสองสามคนมายังที่นี่

"เกิดอะไรขึ้น?"

“องค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน ตายแล้วเหรอ?”

ในบรรดาคนที่มา มีบางคนที่ถือดาบอยู่ในมือ แต่พวกเขาก็ต้องตกตะลึงอย่างมากกับภาพเหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้า

คนของที่นี่ตายไปหมดแล้ว รวมทั้งองค์ชายหนึ่งเซี่ยเหรินด้วย

เมื่อองค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน ถูกสังหารเรื่องราวต่างๆ

ก็เริ่มร้ายแรงขึ้น

“ใครเป็นคนลงมือ?”

ไม่ไกลจากตำหนักห่านเย่วมากนัก มีหญิงสามคนหนึ่งที่สวมใส่ชุดของพระราชวัง

มองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นข้างในตำหนักห่านเย่วด้วยความสยดสยอง

เธอก็คือเทพธิดาของศาลาสวรรค์ ซึ่งคอยติดตามรับใช้องค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน

โชคดีจริงๆที่ข้าออกไปข้างนอกเพื่อหาข้อมูล ทำให้ข้าหนีรอดหายนะในครั้งนี้มาได้

“แต่ว่าข้าจะต้องรีบรายงานเรื่องนี้ให้กับ

ท่านผู้นำศาลาว่ามีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นมาแล้ว”

หลังจากที่เธอพูดจบ เธอก็หันหลังกลับและจากไปทันที

ด้านในตำหนักห่านเย่ว กลุ่มคนที่พึ่งเข้ามาต่างก็รู้สึกหวาดกลัว เมื่อมองดูศพจำนวนนับไม่ถ้วนที่นอนอยู่ทั่วบริเวร

“องค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน สิ้นพระชนม์แล้ว”

“สถานการณ์ร้ายแรง กลับไปรายงานเรื่องนี้ต่อผู้นำนิกายทันที”

คนเหล่านี้เป็นปรมาจารย์ของนิกายเทียนเจี้ยนนั้นเอง ทางนิกายเทียนเจี้ยนได้ส่งผู้อาวุโสของนิกายมาในครั้งนี้เพื่อที่จะช่วยเหลือองค์ชายหนึ่งเซี่ยเหรินเพื่อต่อสู้แย่งชิงบัลลังก์

"ไป!"

ปรมาจารย์ของนิกายเทียนเจี้ยนต่างก็พากันรีบออกไป พวกเขาไม่กล้าที่อยู่ต่อ

พวกเขาไม่คาดคิดเลยว่าจะได้เห็นฉากที่น่าสยดสยองเช่นนี้ เมื่อมาถึงเมืองหลวงในครั้งแรก

องค์ชายหนึ่งเซี่ยเหริน และผู้ใต้บังคับบัญชาทั้งหมดของเขาที่อาศัยอยู่ในตำหนักห่านเย่ว

ถูกสังหารทั้งหมดโดยไม่มีใครรอดชีวิตเลยสักคนเดี่ยว