เมื่อข่าวการล่มสลายของวัดจินกวง แพร่กระจายออกไปทำให้ผุ้คนรู้สึกตกตะลึงอีกครั้ง
วัดจิงกวง นั้นเป็นวัดที่มีขนาดใหญ่
เจ้าอาวาสคูไห่ที่มีความแข็งแกร่งไม่อาจหยั่งรู้ได้ อรหันต์วัชร และสิบแปดอรหันต์ทองคำ
แต่พวกเขาก็ไม่อาจต้านทานการโจมตีของ
ร่างอวตารจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ได้เลย
พวกเขาทั้งหมดถูกสังหารด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดี่ยว
วัดจินกวงทั้งหมดกลายเป็นซากปรักหักพัง และล่มสลายลงไปในที่สุด
ในขณะนี้ ผู้คนในโลกก็เข้าใจอย่างแท้จริงแล้วว่า จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ผู้ที่อยู่เบื่องหลังราชวงศ์เซี่ยนั้นมีความแข็งแกร่งมากเพียงใด
นี้ขนากร่างที่แท้จริงของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ยังไม่ได้เคลื่อนไหว
ใช้เพียงแค่พระราชโองการของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์
ก็สามารถทำลายวัดจินกวงลงได้อย่างง่ายดาย
“จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์แห่งราชวงศ์เซี่ยนั้น
น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก!”
เมื่อข่าวของวัดจินกวงที่ถูกทำลายแพร่กระจายออกไป
ทำให้วัดต่างๆที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ทางตอนใต้ของอาณาจักรเซี่ยตื่นตระหนก
และพากันขับไล่พุทธสาวกของพวกกเขาออกไปเป็นจำนวนมาก
ทำแม้กระทั้งนำทรัพย์สิ้นเงินทองที่พวกเขาสะสมเอาไว้ออกมาบริจากให้กับประชาชน พวกเขาไม่กล้าที่จะลุกขึ้นมาต่อต้านราชวงศ์เซี่ยอีกต่อไป
ไม่ว่าวัดจินกวงจะแข็งแกร่งหรือไม่ก็ตาม ในฐานะที่เป็นกองกำลังหลักที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ทางตอนใต้
พวกเขากลับถูกจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์กวาดล้างและทำลายในชั่วพริบตา
ใครจะไปคิดว่า จะเกิดผลลัพธ์เช่นนี้ขึ้นกัน?
"พวกท่าน เห็นแล้วใช่หรือไม่?"
ในเขตทะเลทรายตะวันตก นิกายหมื่นพุทธ พุทธบุตรตรัสถามเหล่าสาวกออกมาอย่างแผ่วเบา
คณะภิกษุที่นั่งอยู่ เบื้องล่างล้วนมีสีหน้าขมขื่น พวกเขาไม่คาดคิดเลยว่า
วัดจินกวง จะถูกทำลายในชั่วพริบตา
นี่คือจุดจบของการ ดูหมิ่นและไม่เชื่อฟังคำสั่งของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์
การเคลื่อนไหวของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ ในครั้งนี้ไม่มีอะไรมากไปกว่าการเฉือดฆไก่ให้ลิงดู
และยังเป็นการเตือนกองกำลังและนิกายทั้งหมด ให้รับรู้ถึงความแข็งแกร่งของราชวงศ์เซี่ยอีกด้วย
และบอกให้พวกเขาทั้งหมดจะต้องปฏิบัติตามกฎของราชวงศ์เซี่ย
มิฉะนั้นจุดจบของพวกเขา ก็จะเป็นเหมือนกับนิกายเทียนเจี้ยนและวัดจินกวง
“พวกท่านจงออกไปประกาศให้พระภิกษุและสาวกทั้งหมดหลายล้านคนจะถูกปลด
ทรัพย์สมบัติที่ได้รับมาอย่างไม่เหมาะสม จะถูกแจกจายให้กับประชาชนคนยากจนและผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน”
“เมื่อเดินบนเส้นทางของพระพุทธศาสนา
พวกเราก็ต้องบ่มเพาะจิตใจที่เต็มเปลี่ยมไปด้วยคุณธรรม”
เมื่อได้ยินในสิ่งที่พุทธบุตร ดำรัสออกมาก็ทำให้ภิกษุทั้งหลายพากันตื่นตระหนกอย่างยิ่ง
หรือว่านี้คือจุดสิ้นสุดความรุ่งเรื่องของพระพุทธศาสนา
“พุทธบุตร แล้วพวกเราจะช่วยเหลือเหล่าสรรพสัตว์ทั้งหลายและเผยแผ่พระธรรมคำสอนได้อย่างไร?”
“ใช่แล้ว ถ้าพวกเราไม่ออกไปเผยแผ่พระธรรมคำสอนของ
พระพุทธเจ้า แล้วจะช่วยเหลือสรรพสัตว์ที่กำลังตกทุกข์ทั้งหลายได้อย่างไร”
พระภิกษุกลุ่มหนึ่ง กล่าวออกมาอย่างเศร้าใจ
แน่นอนว่าพวกเขากำลังอยู่ใช่ช่วงที่เจริญรุ่งเรื่อง และพวกเขาก็ไม่เต็มใจที่ยอมจำนนต่อราชวงศ์เซี่ย
“ถ้าหากว่าพวกท่านยังไม่สามารถละทิ้งกิเลส
ของตัวท่านเองได้
แล้วจะไปช่วยเหลือเหล่าสรรพสัตว์ที่กำลังเป็นทุกข์ให้พ้นทุกข์ได้อย่างไร?”
พระหัตถ์ของพุทธบุตรประสานกัน แสงแห่งพุทธะก็พวยพุ่งออกมาจากร่างกายของเขา
และดูเหมือนไม่อาจหยั่งถึงได้อีกต่อไป
นับตั้งแต่กลับมาจากเขตทะเลตะวันออก พุทธบุตรก็เปลี่ยนไป
ราวกับว่าเขาได้ตระหนักถึงความหมายที่แท้จริงของพุทธศาสนา การบ่มเพาะของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
และไม่มีใครรู้ว่าในตอนนี้พุทธบุตรแข็งแกร่งมากแค่ไหน
ภายในนิกายหมื่นพุทธนั้น อรหันต์ทั้งหมดไม่สามารถมองเห็นความแข็งแกร่งของพุทธบุตรได้
ยกเว้นเจ้าอาวาสของนิกายหมื่นพุทธเพียงคนเดี่ยวเท่านั้นที่สามารถมองเห็นถึงความแข็งแกร่งในตอนนี้ของพุทธบุตรได้
อย่างชัดเจน
ถึงแม้ว่าเขาจะมีความแข็งแกร่งที่ไม่อาจหยั่งรู้ได้
แต่เขาก็ยังเลือกที่จะปฏิบัติตาม คำสั่งของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์
เห็นได้ชัวว่าจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์นั้นแข็งแกร่งและทรงพลังมากแค่ไหน
ภายในจิตใจของพุทธบุตรนั้น จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์อยู่ยงคงกระพันและคาดเดาไม่ได้ มีเพียงการเลือกที่จะเชื่อฟังคำสั่งของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์เพียงเท่านั้นนิกายหมื่นพุธทถึงจะอยู่รอดได้อย่างมั่นคง
ในที่กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงและการแข่งขันต่อสู้แย่งชิงทรัพย์พยากรครั้งนี้ได้
“พวกท่านจงไปทำตามในสิ่งที่ข้าพูดออกไปให้เรียบร้อย
และถ้าหากว่าใครต้องการที่จะอยู่ต่อก็ให้พวกเขาอยู่ในฐานะนักพรต
ถ้าพวกเขาไม่อยากอยู่ก็ให้พวกเขาออกไปในทันที”
หลังจากที่พุทธบุตรตรัสจบแล้ว พระองค์ก็มิได้ตรัสอะไรออกมาอีก
ช่วงเวลาต่อมา นิกายหมื่นพุทธได้ออกประกาศอย่างกะทันหันว่าจะปลดพระภิกษุจำนวนหนึ่งล้านรูป
และผู้ศรัทธาทั้งหมดจะถูกขับไล่ออกไป ทรัพย์สมบัติที่ได้รับมาอย่างไม่ถูกต้องก็จะทำการแจกจายให้กับประชาชน
ที่ได้รับความเดือดร้อนทั้งหมด
ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง เขตทะเลทรายตะวันตก
ก็ตกอยู่ในความสับสนวุ่นวายและผู้คนนับไม่ถ้วนต่างก็พากันโหร้องออกมาด้วยความดีใจ
การเคลื่อนไหวของนิกายหมื่นพุทธในครั้งนี้ ได้กระตุ้นให้ผู้คนนับไม่ถ้วนโหร้องสรรเสริญจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์และจักรพรรดินีดังกึกก้อง
“นิกายหมื่นพุทธ
ยอมทำตามคำสั่งของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์จริงๆอย่างนั้นเหรอ?”
เมื่อข่าวแพร่กระจายออกไป ผู้คนทั้งโลกก็ตกตะลึง
นิกายใหญ่ทั้งหมดก็ตกตะลึง นิกายพุทธนั้นมีขนาดใหญ่และสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน
มันทำให้นิกายใหญ่อื่นๆ ที่กำลังเฝ้าดูการแสดง ก็พากันตื่นตระหนก
โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ทางตอนใต้ วันขนาดใหญ่แห่งสุดท้าย วัดหยางหลง
ในเวลานี้ บรรยากาศภายในวัดหยางหลง นั้นอึมครึมเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อพวกเขาได้ทราบข่าวว่าวัดจินกวงได้ถูกทำลายลงไปแล้ว พระที่อยู่ในวัดหยางหลงก็ตกตะลึง
ไม่ว่าจะเป็นพระของวัดหยางหลงหรือเหล่าสาวกจำนวนนับไม่ถ้วนใบหน้าของพวกเขาในตอนนี้เต้มไปด้วยความตื่นตระหนกและตกอยู่อาการตกใจ
เหล่าหัวหน้าคณะสงฆ์ ของวัดหยางหลงล้วนเงียบไม่มีการเคลื่อนไหวใดเกิดขึ้นในตอนนี้เลย
ภายในลานธรรมของวัดหยางหลง พระภิกษุเฒ่ารูปหนึ่งใบหน้าของเขาในตอนนี้เต็มไปด้วยความขมขื่น
“วัดจินกวงได้ถูกทำลายแล้ว พวกท่านคิดว่าพวกเราควรทำอย่างไร?”
ภิกษุเฒ่าถามออกมา
แต่ผู้ฟังกลับนั่งนิ่งเงียบและไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมาเลย
แม้แต่ผู้ที่เคย ตะโกนด่าทอจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์
ก็ยังไม่กล้าที่จะพูดอะไรออกมาในตอนนี้
“วัดจินกวงได้ถูกทำลายลงไปแล้ว และสถานที่ต่อไปก็คือวัดหยางหลงของพวกเรา”
“ทุกท่าน ไม่มีอะไรจะพูดแล้วเหรอ?”
“จะสู้หรือจะยอมแพ้”
เจ้าอาวาสวัดหยางหลง ถามออกมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่ดูขมขื่นเล็กน้อย
การเคลื่อนไหวของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ ในครั้งนี้คือการปราบปรามพวกเขา
ถ้าหากว่าพวกเขาไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่งของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์
พวกเขาทั้งหมดก็จะมีชะตากรรมเช่นเดี่ยวกับวัดจินกวง
และยิ่งไปกว่านั้น
ในตอนนี้นักบุญหญิงแห่งศาลาสวรรค์ได้เดินทางมาถึงวัดหยางหลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ทำไมเธอถึงยังไม่เข้ามา
เธอกลับนั่งขัดสมาธิอยู่ที่ด้านนอกของวัดหยางหลง ราวกับว่าเธอกำลังรออะไรบางอย่าง
ดูเหมือนว่าเธอจะได้รับคำสั่งอะไรบางอย่าง ทำให้เธอไม่ได้รีบร้อนที่จะเข้าไปข้างในวัดหยางหลง
แต่การกระทำของเธอก็ทำให้พระภิกษุที่อยู่ภายในวัดหยางหลงตื่นตระหนก
เธอต้องการที่จะทำอะไรกันแน่?
“อรหันต์ปราบมังกร พูดว่าอย่างไรบ้าง”
เมื่อมาถึงจุดนี้ก็ได้มีคนถามออกมาเพื่อทำลายความเงียบ
หัวหน้าสงฆ์รูปหนึ่งส่ายหัวและถอนหายใจออกมา
"อรหันต์ปราบมังกรกล่าวว่าจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ เป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้
แม้แต่เขาก็ยังทำได้เพียงแค่ก้มศีรษะลงเท่านั้น"
“ไม่มีข่าวจากนิกายหมื่นพุทธเลยอย่างนั้นเหรอ”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ภิกษุรูปหนึ่งก็พูดออกมาอย่างเคร่งขรึม “พวกท่านทุกคนต่างก็รู้ดีว่า
นิกายหมื่นพุทธที่ตั้งอยูในเขตทะเลทรายตะวันตกนั้นทรงพลัง
และเป็นรากฐานหลักของวัดหยางหลงและวัดจินกวงของเรา มรดกที่สืบทอดกันมาของนิกายหมื่นพุทธ
ไม่ใช่สิ่งที่พวกเราสามารถเปรียบเทียบได้ แต่พวกเขาทั้งหมดเลือกที่จะเชื่อฟังคำสั่งของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์”
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้หลุดออกมา ภายในลานธรรมของวัดหยางหลงก็กลับมาเงียบอีกครั้ง
พระอรหันต์และพระภิกษุทุกคนของวัดหยางหลงต่างก็ตกตะลึงและหวาดกลัว
นิกายหมื่นพุทธ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของพุทธศาสนา และในตอนนี้พวกเขาเลือกที่จะเชื่อฟังคำสังของจักรพรรดิศักดิ์สิทธ์อย่างไม่มีเงือนไข
ภายใต้แรงกดดันของจักรพรรดิ์ศักดิ์สิทธิ์ ใครจะกล้าลุกขึ้นมาต่อต้านกัน?
“ถ้าอย่างนั้นพวกเราจะทำอย่างไรกันดี?”
พระภิกษุบางรูปถามออกมาด้วยความไม่เต็มใจ
ภิกษุบางคนก่อนจะมาบวชเป็นพระ
พวกเขาล้วนเป็นคนชั่วที่ทำความชั่วมาแล้วทุกอย่าง ต่อมาพวกเขาก็ได้หลบหนีเข้ามาอาศัยร่มกาสาวพัสตร์ของพระพุทธศาสนา
เพื่อหลบหนีความผิดที่พวกเขาได้ก่อเอาไว้เปลี่ยนอัตลักษณ์และดำเนินชีวิตของพวกเขาต่อไป
แม้ว่าจะไม่สดวกสบายเท่าไหร่ก็ตาม
แต่เมื่อได้มีประกาศของ จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์
ที่ประกาศออกมาก็ทำให้พวกเขาทั้งหลายที่หลบซ่อนตัวอยู่ภายในวัด พากันตื่นตระหนก
ใครก็ตามที่เคยทำความชั่วและเป็นที่ต้องการของทางราชสำนัก ไม่ว่าจะเป็นพระภิกษุหรือไม่ก็ตาม
จะต้องถูกลงโทษ
จึงทำให้พวกเขารู้สึกโกรธเป็นอย่างมาก
และลุกขึ้นมาต่อต้านคำสั่งของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์
น่าเสียดายที่ความคิดของพวกเขานั้นดีมาก แต่ความเป็นจริงนั้นโหดร้าย ไม่ถึงหนึ่งวันวัดจินกวงก็เป็นวัดแรกที่ถูกทำลาย
และพระภิกษุจำนวนนับไม่ถ้วนถูกขับไล่
ผู้ที่เคยทำความชั่วในอดีต ได้ถูกจับกุมและนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
ท้ายที่สุดแล้ว มีคนชั่วมากมายที่อาศัยวัดเป็นที่หลบซ่อนและปกปิดตัวตน
“พวกท่านทั้งหลายจงออกไปจากวัดหยางหลงเถิด อรหันต์ปราบมังกร
ได้ออกคำสั่งให้ขับไล่ทุกคนออกไป”
เจ้าอาวาส โบกมือของเขาอย่างขมขื่นและถ่ายทอดคำสั่งออกมา เขาต้องเชื่อฟัง
เพราะพลังของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์นั้นแข็งแกร่งเกินไป
พวกเขารอคอยให้ ราชทูตเข้ามาในวัดด้วยท่าทางที่เจ็บปวด
แต่นักบุญหญิงเทียนมู่
กลับยังไม่เข้ามาไม่รู้ว่าเธอกำลังรออะไรอยู่กันแน่
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วและในไม่ช้าพระอาทิตย์ก็ตกดินความมืดเริ่มเข้าปกคลุมท้องฟ้า
ดวงดาวส่องแสงเปร่งประกาย
การรอคอยให้ นักบุญหญิงเทียนมู่เดินทางเข้ามาข้างในวัดหยางหลง
ทำให้พระภิกษุภายในวัดวิตกกังวลมากยิ่งขึ้น
พวกเขาไม่อยากมีชะตากรรมแบบเดี่ยวกันกับวัดจินกวง มีใครบ้างที่จะไม่กลัว?
ในช่วงเวลากลางคืน พระภิกษุจำนวนมากต่างก็มาชุมนุมกัน
“ทุกท่าน พวกท่านเต็มใจที่จะถูกฆ่าหรือไม่?”
“อยากถูกจับตัวไปตัดหัวอย่างนั้นเหรอ?”
ภายในลานธรรมของวัดหยางหลง ภิกษุบางคนไม่ได้สติกลับมาอีกครั้ง
พวกเขาต่างก็มารวมตัวกันอย่างลับๆ เพื่อหารือกันในเรื่องนี้
“ข้าขอเสนอให้ทุกคนรวมพลังกันและช่วยกันลงมือสังหารราชทูตในขณะที่เธอไม่ได้สนใจพวกเราอยู่ในขณะนี้”
“ด้วยวิธีการนี้ พระราชโองการของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์
ก็จะไม่สามารถเปิดใช้งานได้ และพวกเราก็สามารถหลบหนีออกไปได้”
"พวกเรามาร่วมมือกันเถอะ"
ภายในลนธรรมของวัดหยางหลงในตอนนี้ พระภิกษุกลุ่มใหญ่รวมตัวกันเพื่อหารือและในที่สุดพวกเขาก็บรรลุข้อตกลง
ในหมู่พวกเขามีพระอรหันต์ที่อยู่ในขอบเขตนิพพานมากกว่าสิบคน
แต่ว่าพวกเขาพึ่งจะทะลวงเข้าสู่ขอบเขตนิพพาน และเดิมทีพวกเขาก็เป็นคนที่มีจิตใจชั่วร้ายอยู่แล้ว
พวกเขาต้องการที่จะลอบสังหารราชทูตของราชวงศ์เซี่ย เพื่อหลบหนีออกไปจากวัดหยางหลงแห่งนี้
เพราะว่าท้ายที่สุดแล้ว หากพวกเขายอมเชื่อฟังคำสั่งของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์
พวกเขาก็จะต้องโดนจับตัวไปตัดหัว
แต่ถ้าพวกเขาสู้พวกเขาอาจมีโอกาสรอดและหลบหนีออกไปได้
"ฆ่า!"
ในตอนกลางคืน มีเสียงตะโกนดังออกมาจากภายในวัดหยางหลง พระอรหันต์หลายสิบหรือหลายร้อยคน
ต้องการที่จะลอบสังหารราชทูต
พวกเขาไม่เต็มใจที่จะถูกจับกุมและถูกนำตัวไปตัดหัว
พระอรหันต์ผู้ยิ่งใหญ่หลายสิบคนและพระอรหันต์ขอบเขตนิพพานมากกว่าหนึ่งโหล
โจมตีพร้อมกัน ช่างเป็นการลอบโจมตีที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก
ด้วยการโจมตีที่รุนแรงขนาดนี้ ใครจะรอดไปได้?
ฮัม!
ในขณะนี้เองพระราชโองการของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ ที่อยู่ในมือของนักบุญหญิงเทียนมู่ก็ส่องแสงสว่างขึ้นมา
กลายเป็นม่านแสงป้องกันการโจมตีทั้งหมด และทันใดนั้นนักบุญหญิงเทียนมู่ก็ลืมตาขึ้น
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved