ตอนที่ 156

เช้าวันรุ่งขึ้น

ฉินหรูเหยียนเดินออกจากห้อง

นางจับราวกั้นแล้วมองไปในระยะไกล แสงแดดอบอุ่นส่องมากระทบร่างกายของนาง

ราวกับก้อนเมฆจะอยู่ใกล้แค่เอื้อม

นางยืดตัวอย่างเกียจคร้านเผยให้เห็นส่วนโค้งเว้าที่สง่างามของนาง

“เมื่อคืนนี้เงียบเสียจริง”

ฉินหรูเหยียนกระพริบตากลมโตของนาง “ข้าคิดว่าบุตรศักดิ์สิทธิ์หลี่คงใช้ค่ายกลกั้นเสียง

เขาช่างระมัดระวังตัว”

หลังจากติดต่อกันสองสามวันนี้ ตามความเข้าใจของนางที่มีต่อหลี่หราน

เมื่อคืนที่ผ่านมาเขาย่อมทำตัวไม่ซื่อสัตย์

นางเดินไปที่ประตูแล้วเคาะเบาๆ

“บุตรศักดิ์สิทธิ์หลี่ เริ่มสายแล้ว

ได้เวลาอาหารเช้าแล้ว”

หลังจากรอเป็นเวลานานก็ไม่มีการเคลื่อนไหวแม้แต่น้อย

“เขายังไม่ตื่น?”

ฉินหรูเหยียนส่ายหัวแล้วหันไปจากไป

แต่ในขณะที่นางเดินผ่านห้องของเยว่เจียนหลี่

ประตูก็เปิดออกทันทีและหลี่หรานก็เดินออกมาอย่างสดชื่น

“อรุณสวัสดิ์ สตรีศักดิ์สิทธิ์ฉิน”

ฉินหรูเหยียนมองเขาแล้วมองไปที่เยว่เจียนหลี่ผู้กำลังเขินอายอยู่ด้านหลังเขา

นางอดไม่ได้ที่จะตกตะลึง

“บุตรศักดิ์สิทธิ์หลี่ เจ้าจะไม่พยายามซ่อนมันจากข้าหน่อยเหรอ?” นางรู้สึกงงงวย

หลี่หรานยักไหล่ “ชั้นนี้มีแค่เราสามคน

ในเมื่อเจ้ารู้อยู่แล้วมีเหตุผลอะไรให้ต้องปิดบัง?”

“นั่นก็จริง” ฉินหรูเหยียนพยักหน้า

จากนั้นนางก็นึกถึงบางอย่างและเตือนว่า “แต่เจ้าก็ต้องระวังอยู่ดี

เป็นการยากที่จะบอกว่าเซิงจื่อเซี่ยจะมาเจอเข้าหรือไม่”

“เซิงจื่อเซี่ย?” หลี่หรานส่ายหัวและยิ้ม

นางเห็นกระบวนการทั้งหมดและรู้มากกว่าเจ้าด้วยซ้ำ!

อย่างไรก็ตาม เขาไม่จำเป็นต้องกังวลว่าอีกฝ่ายจะก่อปัญหาแล้ว

หลี่หรานยืดกล้ามเนื้อและกระดูกของเขาจนส่งเสียงเลือนลั่น

“ไปกินข้าวกันเถอะ”

เขาออกจากห้องด้วยก้าวยาวๆพร้อมกับเยว่เจียนหลี่ที่เดินตามมาติดๆ

เมื่อเห็นกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งราวกับมังกรของเขา

หมอกพร่ามัวก็ลอยขึ้นในดวงตาของฉินหรูเหยียน

‘ข้าสงสัยว่าหัวหน้าศิษย์เยว่ทนไหวได้ยังไง...’

ทั้งสามมาถึงห้องอาหารบนชั้นสอง

เซิงจื่อเซี่ยรออยู่ที่นั่นแล้ว

นางสวมกระโปรงยาวสีเหลืองสดใสเอวสูงที่ช่วยขับเน้นรูปร่างที่สวยงามของนาง

ชุดปักด้วยลวดลายมังกรสีทองทำให้นางดูสง่างามมากยิ่งขึ้น

ผมบนศีรษะของนางมัดไว้หลวมๆและเรือนผมสีดำยาวของนางก็สยายลงมาบนไหล่

ทำให้นางเต็มไปด้วยความเยาว์วัย

ฉินหรูเหยียนยิ้มและพูดว่า “วันนี้องค์หญิงเซิงแต่งตัวงดงามมาก”

“สตรีศักดิ์สิทธิ์ฉินยกยอข้าเกินไป ข้าเพียงแค่เปลี่ยนทรงผม”

เซิงจื่อเซี่ยกล่าว

ในขณะนั้นเองที่หลี่หรานเดินเข้ามา

ใบหน้าสวยของนางเปลี่ยนเป็นสีแดงในทันที

สายตาของนางไม่กล้าสบกับเขา

หลี่หรานสงบมาก “อรุณสวัสดิ์องค์หญิงเซิง”

“อะ...อรุณสวัสดิ์ บุตรศักดิ์สิทธิ์หลี่”

นางก้มหัวลงและพูดตะกุกตะกัก

ในเวลานี้ สาวใช้ในวังถืออาหารเข้ามาทีละจาน

อาหารรสเลิศทุกชนิดเต็มโต๊ะอาหาร

อาหารมีร่องรอยของพลังวิญญาณจางๆ

เห็นได้ชัดว่าส่วนผสมนั้นไม่ธรรมดา

เหล่าสาวใช้ออกไปหลังจากเสิร์ฟอาหารแล้ว

เหลือเพียงพวกเขาสี่คนในห้องอาหาร

“ทุกคน ทานอาหารเช้ากันเถอะ”

เซิงจื่อเซี่ยพูดกับพวกเขา

ในระหว่างมื้ออาหาร นางลอบมองหลี่หรานอย่างเงียบๆ

เมื่อนางคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้

หัวใจของนางก็ปั่นป่วนไปหมด แม้แต่อาหารตรงหน้าก็ไม่อร่อยอีกต่อไป

‘หลี่หรานจะแสดงมันให้คนอื่นเห็นหรือเปล่า?’

‘ถ้าเขาทำศิลาเงาหายล่ะ?’

‘แล้วถ้าเขาใช้มันทำอะไรแปลกๆ...?’

เซิงจื่อเซี่ยรู้สึกเหมือนหัวของนางกำลังจะระเบิด

ในเวลานี้ ฉินหรูเหยียนกล่าวว่า “อวค์หญิงเซิง

เจ้า...”

เซิงจื่อเซี่ยตื่นตระหนกและส่ายหัวอย่างรวดเร็ว

“ข้าไม่ ข้าไม่ได้ทำ!”

เมื่อเห็นการจ้องมองแปลกๆของทุกคน นางก็ก้มหน้าลงด้วยใบหน้าแดงก่ำ

ฉินหรูเหยียนถามด้วยความสับสน “ข้าแค่สงสัยว่าเจ้ารู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า

ข้ารู้สึกว่าสีหน้าของเจ้าไม่ค่อยดีนัก”

เซิงจื่อเซี่ยกลืนน้ำลายและฝืนยิ้ม “ขอบคุณสำหรับความกังวลของเจ้า

สตรีศักดิ์สิทธิ์ฉิน แค่ว่าเมื่อคืนข้าพักผ่อนไม่เพียงพอ”

“เข้าใจแล้ว” ฉินหรูเหยียนพยักหน้า

ร่องรอยของความอับอายฉายผ่านดวงตาของเยว่เจียนหลี่

หลี่หรานเล่าทุกอย่างให้นางฟัง

เมื่อนางคิดถึงการกระทำที่บ้าคลั่งในวันนั้นและเซิงจื่อเซี่ยก็เห็นพวกมันทั้งหมด

นางก็หวังว่าจะหาโพรงบนพื้นและมุดลงไปได้

“ทั้งหมดเป็นความผิดของเจ้า!”

เยว่เจียนหลี่จ้องหลี่หรานและบิดเอวของเขา

อะแฮ่ม!

หลี่หรานเกือบจะพ่นข้าวออกมา

สายตาของฉินหรูเหยียนจับจ้องที่พวกเขาทั้งสามคนและรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ

ราวกับว่านางพลาดการแสดงดีๆอะไรไป

“ข้าอิ่มแล้ว พวกเจ้ากินกันต่อได้เลย”

หลังจากที่หลี่หรานอิ่มแล้ว

เขาก็วางตะเกียบลงและจากไป

“ขะ...ข้าก็เช่นกัน เจ้าสองคนค่อยๆกินนะ”

เซิงจื่อเซี่ยก็ออกจากห้องอาหารเช่นกัน

ฉินหรูเหยียนขมวดคิ้วขณะมองไปที่แผ่นหลังของพวกเขาทั้งสอง

“หัวหน้าศิษย์เยว่ เจ้ารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติกับพวกเขาหรือเปล่า?”

เยว่เจียนหลี่ฝังศีรษะของนางลงไปหน้าชามด้วยใบหน้าแดงก่ำ

“ไม่ ข้าคิดว่ามันปกติ...”

บนดาดฟ้าของเรือเหาะ

หลี่หรานนั่งบนเก้าอี้ของเขาและอาบแดด

เรือเหาะไม่เร็วมากและอยู่ในจังหวะที่เหมาะสม

มันทำให้ผู้คนรู้สึกสบายใจราวกับว่าพวกเขากำลังพักผ่อน

“บุตรศักดิ์สิทธิ์หลี่”

เสียงแผ่วเบาดังขึ้นข้างหู

หลี่หรานหันศีรษะไปและเห็นเซิงจื่อเซี่ยที่ยืนอยู่ด้านข้างกำลังมองเขาอย่างเขินอาย

“องค์หญิงเซิงมีอะไรหรือ?”

เซิงจื่อเซี่ยพูดอย่างลังเลว่า “บุตรศักดิ์สิทธิ์หลี่

เจ้าช่วยทำลายบันทึกของเมื่อวานได้ไหม…”

“บันทึกอะไรเหรอ?”

หลี่หรานแสร้งทำเป็นคนโง่

เซิงจื่อเซี่ยกล่าวว่า “บันทึกของข้า ท่าทางพวกนั้น...”

“โอ้ อันนี้หรือเปล่า?” หินสีเขียวปรากฏขึ้นในมือของหลี่หราน

เซิงจื่อเซี่ยรีบเอื้อมมือไปคว้าแต่หินกลับหายไปในพริบตา

นางเกือบจะโผเข้าสู่อ้อมกอดของหลี่หราน

นางรีบลุกขึ้นด้วยใบหน้าแดงก่ำ

“บุตรศักดิ์สิทธิ์หลี่

หยุดแกล้งข้าได้แล้ว”

หลี่หรานส่ายหัวและพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ไม่ต้องห่วง

ข้าแค่ต้องการหลักประกัน ข้าคงไม่โง่พอที่จะเผยแพร่มันออกไป”

“แต่ภาพพวกนั้นน่าอายเกินไป...”

เซิงจื่อเซี่ยลดศีรษะลง “ถ้ามันบังเอิญรั่วไหลออกไป

ชื่อเสียงของข้าจะถูกทำลาย”

หลี่หรานคิดอยู่ครู่หนึ่ง “องค์หญิงเซิงกังวลว่าจะหาสามีไม่ได้ในอนาคตหรือไม่?

เอาแบบนี้เป็นไง ถ้าเจ้ามีคนรัก ข้าจะทำลายมันต่อหน้าเจ้า”

เซิงจื่อเซี่ยตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะส่ายหัวและพูดว่า

“ข้าไม่สนใจความสัมพันธ์ระหว่างบุรุษและสตรี ดังนั้นข้าจะไม่มองหาคู่ครอง”

“เป็นเช่นนั้น?”

หลี่หรานลูบคางและหัวเราะ “แต่ทำไมข้าถึงรู้สึกว่าองค์หญิงเซิงสนใจเรื่องพวกนี้เป็นพิเศษ?”

“ขะ...ข้าไม่ได้มีความสนใจเช่นนั้น”

เซิงจื่อเซี่ยหันหลังกลับและวิ่งลงจากดาดฟ้า

นางไม่มีอารมณ์ที่จะทักทายฉินหรูเหยียนขณะที่นางวิ่งกลับไปที่ห้องนอนด้วยใบหน้าแดงก่ำ

ฉินหรูเหยียนมองดูท่าทางลุกลี้ลุกลนของอีกฝ่ายจากนั้นก็มองไปที่หลี่หรานซึ่งกำลังอาบแดดอยู่

คิ้วของนางกระตุกอย่างช่วยไม่ได้

มีบางอย่างผิดปกติกับสองคนนี้!

/////