หลี่หรานยังไม่ได้ออกจากยอดเขาปีศาจ
เมื่อเขาได้พบกับผู้อาวุโสซุนเว่ยเข้าเสียก่อน
อาวุโสซุนขมวดคิ้ว “เซิงจื่อ?”
“อาวุโสซุน” หลี่หรานพยักหน้า
ผู้อาวุโสซุนถามด้วยความสงสัย “เจ้ามาตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อแสดงความเคารพต่อผู้นำนิกาย?”
มันเร็วเกินไปหน่อย
ยังไม่ทันถึงเวลาอาหารเช้าด้วยซ้ำ
หลี่หรานพยักหน้า “เมื่อคืนนี้ข้าทะลวงระดับได้
ข้าจึงมารายงานท่านอาจารย์”
“ทะลวงระดับ?”
ผู้อาวุโสซุนจ้องมองเขาอย่างว่างเปล่า
ดวงตาของหลี่หรานเปล่งประกายด้วยแสงที่ลึกซึ้ง
และพลังปราณของเขาก็หนาแน่นขึ้นกว่าเดิมมาก!
หัวใจของผู้อาวุโสซุนเต้นไม่เป็นจังหวะขณะที่นางถามว่า
“เซิงจื่อ ระดับการบ่มเพาะในปัจจุบันของเจ้าคือ...”
“ในทางทฤษฏี
มันควรจะอยู่ที่ขอบเขตกำเนิดจิตวิญญาณขั้นต้น” หลี่หรานกล่าวอย่างสบายๆ
“ขอบเขตกำเนิดจิตวิญญาณขั้นต้น?!”
ผู้อาวุโสซุนรู้สึกมึนงงไปหมด
“ถ้าข้าจำไม่ผิด
เจ้าเพิ่งทะลวงไปยังขอบเขตแก่นทองคำขั้นปลายก่อนออกจากภูเขาไม่ใช่หรือ?
มันพึ่งผ่านไปนานแค่ไหนกัน!” นางแทบจะทำใจเชื่อไม่ได้
หลี่หรานถอนหายใจ “ใช่ ข้าไม่ได้คาดหวังว่าจะทะลวงระดับในขณะที่แช่อยู่ในอ่างอาบน้ำ”
ผู้อาวุโสซุนพูดไม่ออก “……”
การบ่มเพาะก็เหมือนการล่องเรือในมหาสมุทรที่ไร้ขอบเขต
ไม่สามารถคำนวณความแตกต่างของแต่ละขอบเขตการบ่มเพาะได้
มันยากมากที่จะทะลวงระดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับสองธรณีประตู
หนึ่งคือขอบเขตสร้างรากฐาน
สิ่งนี้บ่งชี้ว่าผู้บ่มเพาะกำลังเริ่มห่างไกลจากโลกมนุษย์และเข้าสู่เส้นทางอมตะอย่างเป็นทางการ
อีกหนึ่งคือขอบเขตกำเนิดจิตวิญญาณ
ทำลายแก่นทองคำเพื่อกลายเป็นตัวอ่อน
แสวงหาธรรมชาติที่แท้จริง
เปลี่ยนแปลงจิตวิญญาณดั้งเดิม และเข้าใจธรรมชาติของตนเอง
ขอบเขตกำเนิดจิตวิญญาณเป็นเส้นแบ่ง
โดยการข้ามเส้นนี้เท่านั้นที่จะเปลี่ยนจิตวิญญาณดั้งเดิมของพวกเขาและมีโอกาสที่จะกลายเป็นอมตะ
นี่ไม่ใช่สิ่งที่สามารถทำได้ด้วยพรสวรรค์เพียงอย่างเดียว
โชค ความพยายาม
และโอกาสเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้
แม้จะมีอัจฉริยะหลายคนอยู่ในขอบเขตนี้
แต่พวกเขาก็อาจติดอยู่ในขอบเขตแก่นทองคำไปตลอดชีวิต
แม้แต่หลินหลางเยว่ก็ยังติดอยู่ที่ขั้นปลายของขอบเขตแก่นทองคำมานานกว่าครึ่งปีแล้ว
และนางก็ยังไม่พบโอกาสในการทะลวงเลยแม้แต่น้อย
อย่างไรก็ตาม หลี่หรานทะลวงมันระหว่างอาบน้ำจริงๆ?
หากเรื่องนี้แพร่ออกไป พวกอัจฉริยะคงจะเป็นใบ้เมื่อได้ยินเรื่องนี้
และหากเทพธิดาได้ยิน นางจะต้องร้องไห้อย่างแน่นอน!
ผู้อาวุโสซุนพูดอย่างระมัดระวัง
“เซิงจื่อ ข้าขอดูฐานการบ่มเพาะของเจ้าได้ไหม?”
“แน่นอน” พลังปราณของหลี่หรานเพิ่มขึ้นและเสื้อผ้าของเขาก็ปลิวไสว
ทรายและฝุ่นผงที่อยู่ข้างๆเขาลอยขึ้น
เปลี่ยนรูปร่างเป็นกลมมนในอากาศอย่างไร้ที่ติ
ดวงตาของผู้อาวุโสซุนเป็นประกายขณะที่นางพูดอย่างตื่นเต้น
“ความหนาแน่นและการควบคุมพลังปราณนี้เป็นของผู้บ่มเพาะขอบเขตกำเนิดจิตวิญญาณอย่างไม่ต้องสงสัย!”
“เซิงจื่อ เจ้าเป็นอัจฉริยะที่แทบจะไม่เคยเห็นในรอบหมื่นปีอย่างแท้จริง
หากมีเวลา เจ้าจะไปถึงจุดสูงสุดอย่างแน่นอน!”
“วิหารโหยวหลัวของเราจะกลายเป็นนิกายอันดับหนึ่งในดินแดนอันกว้างใหญ่!”
นางไม่ได้พูดเกินจริงเลยแม้แต่น้อย
แม้ว่าหลี่หรานจะอยู่ที่ขอบเขตกำเนิดจิตวิญญาณขั้นต้นเท่านั้น
แต่ความเร็วในการบ่มเพาะของเขานั้นน่าตกใจมาก หากเขาสามารถเติบโตได้อย่างราบรื่น
เขาจะต้องกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน!
หลี่หรานกระแอมในลำคอของเขา
“ผู้อาวุโสซุน ข้าต้องการใช้ชีวิตแบบคนทั่วๆไป”
“ได้เลย ข้าเข้าใจแล้ว!”
ผู้อาวุโสซุนยิ้มและกล่าวว่า “พวกวิถีธรรมเหิมเกริมมานานเกินไปแล้ว มันถึงเวลาที่นิกายของเราจะแสดงความสามารถแล้ว!”
เมื่อเห็นสีหน้าตื่นเต้นของนาง
จู่ๆหลี่หรานก็เสียใจที่บอกเรื่องนี้กับนาง
—
ไป่หยุนเฟิง
ลึกเข้าไปในหมู่เมฆ ลานของสถาบันเทียนซู
หลินหลางเยว่นั่งไขว่ห้างอยู่ที่นั่น
เสื้อคลุมนักพรตของนางไม่มีฝุ่นผงเกาะอยู่แม้แต่น้อย
และดวงตาของนางก็ใสราวกับกระจก เหมือนกับมันสามารถสะท้อนผ่านหัวใจของใครคนหนึ่งได้
ศิษย์น้องข้างๆนางถามว่า “หัวหน้าหลิน ท่านถึงคิดว่าทำไมผู้นำนิกายถึงถอนคำสั่งกัน?”
เมื่อวานนี้ อวี้ชิงหลันได้ถอนคำสั่งของนางเรื่องการฆ่าหลี่หราน
ในทำนองเดียวกัน วิหารโหยวหลัวเองก็ได้ยกเลิกสถานะสงครามและหยุดการล่าสาวกของสถาบันเทียนซู
เรื่องนี้ดูเหมือนจะจบลงเช่นนั้น
ดวงตาของหลินหลางเยว่กะพริบอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่นางจะสงบลงอย่างรวดเร็ว
“ท่านอาจารย์ทำถูกแล้ว
เราไม่ควรปล่อยให้เหล่าสาวกของเราต้องตายเพราะเรื่องเล็กๆน้อยๆเช่นนี้ และไม่ควรเป็นต้นเหตุของการต่อสู้กันระหว่างวิถีธรรมกับวิถีมาร”
ศิษย์น้องส่ายหัว
“นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย ท่านเป็นผู้นำนิกายในอนาคต ท่านคือหน้าตาของสถาบันเทียนซู
และท่านถูกทุบตีลงไปนอนกับพื้น... อะแฮ่ม นี่เป็นการตบหน้านิกายของเรา!”
หลินหลางเยว่ส่ายหัว “ถ้าเราแพ้ก็คือแพ้
ถ้าเรายังคงดื้อดึง มันจะเหมือนกับว่าเรายอมรับความพ่ายแพ้ไม่ได้”
“เป็นไปได้ไหมว่าเราต้องปล่อยปีศาจตนนั้นไปเช่นนี้?”
ศิษย์น้องพูดด้วยความโกรธ
“ใครบอกว่าเราจะปล่อยเขาไป?” ดวงตาของหลินหลางเยว่หรี่ลง “ข้าจะเอาชนะเขาด้วยวิธีของข้าเอง!”
หลี่หรานแข็งแกร่งมากจริงๆ
อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่ทำให้นางพ่ายแพ้อย่างน่าสังเวชนั้นส่วนใหญ่เป็นเพราะนางยังไม่ทันได้เตรียมตัว
การโจมตีด้วยทักษะและเทคนิคการต่อสู้อย่างไม่มีที่สิ้นสุดนั้นทำให้นางต้องตั้งรับอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม
หลินหลางเยว่ยังไม่ได้แสดงความแข็งแกร่งที่แท้จริงของนางออกมา
“คราวนี้หัวใจเต๋าของข้าได้รับความเสียหาย
และความแข็งแกร่งของข้าก็ลดลงจากขั้นปลาย อย่างไรก็ตาม ด้วยทักษะกระจ่างใจของท่านอาจารย์
ข้าควรจะฟื้นตัวได้เร็วๆนี้”
“ตราบใดที่ข้าสามารถก้าวข้ามขอบเขตแก่นทองคำได้
หลี่หรานก็ไม่มีอะไรต้องกลัว!” หลินหลางเยว่เต็มไปด้วยความมั่นใจ
ในขณะนั้นเอง ศิษย์หญิงนางหนึ่งผลักประตูลานเข้ามาและวิ่งอย่างเหนื่อยหอบ
“หัวหน้าหลิน เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแล้ว!”
หลินหลางเยว่ขมวดคิ้ว “พูดมาได้เลย อะไรทำให้เจ้าร้อนรนเช่นนี้?”
ครู่หนึ่งศิษย์หญิงก็สงบลงและพูดว่า
“เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา นอกนิกายส่งข่าวกลับมาว่าเซิงจื่อแห่งวิหารโหยวหลัว หลี่หรานได้ทะลวงระดับแล้ว!”
“อะไรนะ?” ดวงตาของหลินหลางเยว่เบิกกว้าง
“เขาทะลวงระดับแล้ว?”
ศิษย์หญิงพยักหน้า “หลี่หรานทะลวงผ่านขอบเขตแก่นทองคำไปสู่ขอบเขตกำเนิดจิตวิญญาณ!”
หลินหลางเยว่ตกตะลึง
ทันใดนั้นดวงตาสีแดงเข้มคู่หนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้านาง
เช่นเดียวกับการโจมตีที่รุนแรงราวกับสัตว์ร้าย... ความกลัวแผ่ซ่านอยู่ในใจนาง
พรวด!
ลำคอของนางเปลี่ยนเป็นรสขมขณะที่นางกระอักเลือดออกมา
ศิษย์น้องตื่นตระหนกทันที “ใครก็ได้ มานี่เร็วเข้า
หัวหน้ากระอักเลือดออกมา!”
หลินหลางเยว่เอื้อมมือออกไปเพื่อหยุดนางและเช็ดเลือดออกจากริมฝีปาก
การแสดงออกของนางซับซ้อนแต่หนักแน่น
“พาข้าไปพบท่านอาจารย์ ข้าต้องการเข้าสู่
‘อาสัญฆาต’!”
—
เทือกเขาอู๋ซาน นิกายเหอหวน
ฉินหรูเหยียนตกใจมาก “ท่านอาจารย์ สิ่งที่ท่านพูดเป็นความจริงหรือไม่?
ปีศาจนั่นทะลวงระดับแล้วจริงๆ?”
หลิวซุนฮวนพยักหน้า
“หลี่หรานเป็นผู้บ่มเพาะขอบเขตกำเนิดจิตวิญญาณแล้ว เขาเป็นผู้บ่มเพาะขอบเขตกำเนิดจิตวิญญาณที่อายุน้อยที่สุดในดินแดนอันกว้างใหญ่!”
ลำคอของฉินหรูเหยียนกลายเป็นแห้งผาก
ขอบเขตกำเนิดจิตวิญญาณ อายุสิบแปดปี...
มีอัจฉริยะเช่นนี้อยู่ในโลกจริงๆ?
คอขวดในเส้นทางของการบ่มเพาะดูเหมือนจะไม่มีอยู่จริงสำหรับเขา!
หลิวซุนฮวนตอบว่า “เมื่อเขาได้รับโอกาสในการเติบโต
วิหารโหยวหลัวจะไม่มีใครสามารถหยุดยั้งได้”
“งั้นไม่ใช่ว่าเราควรทำอะไรสักอย่างหรือ?” ฉินหรูเหยียนถาม
“ใกล้จะถึงเทศกาลกำเนิดเหมันต์แล้ว
ข้าได้เตรียมสมบัติวิญญาณไว้แล้ว ไปที่เทือกเขาซวนหลิงและส่งพวกมันให้เหลิงอู่เหยียน”
หลิวซุนฮวนกล่าว
“ให้ของขวัญนาง?
นางไม่ยอมรับด้วยซ้ำว่านางเป็นปีศาจ นางแม้แต่ข่มขู่ท่าน...” ฉินหรูเหยียนสับสน
หลิวซุนฮวนกลอกตาใส่นาง “เจ้าคิดว่าข้าต้องการหรือไง? เหลิงอู่เหยียนนั้นเป็นคนนิสัยเสียอยู่แล้ว และตอนนี้คนนิสัยเสียตัวน้อยยังมาปรากฏตัว
นางอาจจะทำตัวนิสัยเสียมากกว่านี้อีกในอนาคต!”
“มาใช้ประโยชน์จากโอกาสนี้เพื่อเอาใจพวกเขา
เพื่อไม่ให้พวกเขากลายเป็นศัตรูในอนาคต!”
ฉินหรูเหยียนพูดไม่ออก
“ท่านนี่ขี้ขลาดจริงๆ”
“เจ้าจะไปรู้อะไร?
นี่เป็นแผนการที่ยอดเยี่ยม!”
/////
[เส้นทางอันชอบธรรม -> วิถีธรรม]
[เส้นทางปีศาจ
-> วิถีมาร]
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved