ตอนที่ 143

หลินหลางเยว่ลดศีรษะของนางลงและยืนอยู่ที่มุมห้อง

นางต้องการหาโพรงบนพื้นเพื่อซ่อนตัวจากความอับอาย

“น่าอายเกินไปแล้ว ทำไมมันดังขนาดนี้...”

เดิมทีนางถือศีลอดมาหลายปี นอกเหนือจากการดื่มชาแล้วนางจะไม่กินอะไรเลย

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้นางไม่มีพลังปราณมาเติมเต็ม ความว่างเปล่าและความหิวโหยเช่นนี้เป็นสิ่งที่ทนไม่ได้

“อาหาร...”

จู่ๆหลินหลางเยว่ก็นึกถึงบางสิ่งและอุทาน “ข้าเกือบลืมไปแล้ว เข้าเปิดแหวนมิติไม่ได้หากไม่มีพลังปราณ!”

ไม่มีพลังปราณหรืออาหาร

ไม่ต้องพูดถึงหลายสิบปี นางคงอยู่ได้แค่ไม่กี่วัน!

เป็นไปได้ไหมว่าพวกเขาสองคนกำลังจะอดตายที่นี่?

“หลี่หราน เรากำลังจะอด... อ่า?”

เสียงของนางหยุดลงในทันใด และนางก็ตัวแข็งอยู่กับที่

หลี่หรานนั่งอยู่บนม้านั่งขนาดเล็กโดยมีเตาถ่านอยู่ข้างหน้าเขาพร้อมกับเคบับเนื้อหนึ่งกำมือ

เขามองนางอย่างสงสัย “เมื่อกี้เจ้าพูดว่าอะไรนะ?”

หลินหลางเยว่พูดไม่ออก

“เอ่อ... ไม่มีอะไร”

ผู้ชายคนนี้ไม่เพียงแค่ขนเตียง โต๊ะ

และชุดน้ำชามาด้วยเท่านั้น... เขายังนำเตาถ่านและเนื้อมาด้วย!

แหวนของผู้บ่มเพาะธรรมดาไม่ควรเต็มไปด้วยยันต์และสมบัติวิญญาณหรือไง?

ทำไมเขาถึงนำสิ่งแปลกประหลาดเหล่านี้มา!

นางไม่รู้ว่าสำหรับหลี่หรานแล้ว

สิ่งแบบนี้ที่สามารถปรับปรุงคุณภาพชีวิตนั้นสำคัญกว่าสมบัติพวกนั้น...

หลี่หรานใส่ถ่านลงไปในเตาแล้วจุดไฟ

หลังจากนั้นไม่นาน

ควันสีเขียวก็ปรากฏขึ้นบนเตา

เขาหยิบพัดออกมาจากที่ใดที่หนึ่งและค่อยๆพัดไปตามลมในขณะที่พลิกเคบับ

จากนั้นก็หยิบขวดและกระปุกออกมาเป็นครั้งคราวเพื่อใส่เครื่องปรุงรส

จิตใจของหลินหลางเยว่ว่างเปล่าเมื่อนางเห็นทักษะระดับมืออาชีพ

เขาเป็นบุตรศักดิ์สิทธิ์หรือพ่อครัว?

ในขณะที่ย่างเนื้ออย่างต่อเนื่อง

กลิ่นหอมของเนื้อก็ค่อยๆแพร่กระจายออกไป

“เจ้าต้องการบ้างไหม?” หลี่หรานถาม

“ขอบคุณ แต่ไม่จำเป็น”

หลินหลางเยว่รู้สึกลำบากใจเล็กน้อย

“แน่ใจนะว่าจะไม่กิน?”

นางส่ายหน้าและพูดว่า “ข้าไม่หิว...”

โครก~

ทันทีที่นางพูดจบ

ท้องของนางก็เริ่มร้องอีกครั้ง ใบหน้าสวยของนางเปลี่ยนเป็นสีแดงทันที

หลี่หรานมองนางอย่างหยอกล้อ “ดูเหมือนท้องของเจ้าจะคัดค้าน”

หลินหลางเยว่รู้สึกอับอายขณะที่นางลูบหน้าท้องส่วนล่าง

“ข้ากินอาหารของเจ้าฟรีๆไม่ได้หรอก”

สิ่งที่พวกเขาขาดมากที่สุดคืออาหาร

พวกเขาไม่รู้ว่าจะถูกขังไว้อีกนานแค่ไหน แล้วนางจะกล้ากินอาหารของหลี่หรานได้อย่างไร?

“แม้แต่ในช่วงเวลานี้... เจ้าก็ค่อนข้างมีคุณธรรม”

หลี่หรานกล่าวว่า “งั้นแบบนี้เป็นไง

เรามาทำข้อตกลงกันดีกว่า?”

หลินหลางเยว่ถามด้วยความสงสัย “ข้อตกลง?”

หลี่หรานคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “บังเอิญว่าข้าเหนื่อยมาก

ถ้าอยากกินเนื้อย่างสักไม้ก็นวดข้าสักครึ่งก้านธูป...”

“นวด?”

หลินหลางเยว่หน้าแดงและส่ายหัวอย่างแรง “ข้าจะไปนวดเจ้าได้ยังไง?”

หลี่หรานยักไหล่ “มันก็แค่การนวด มีปัญหาตรงไหนกัน?

แต่แน่นอนว่าข้าไม่ชอบบังคับคนอื่นให้ทำสิ่งต่างๆ

เจ้าควรตัดสินใจด้วยตัวเอง”

เขาหยิบปีกย่างขึ้นมาแล้วกัดลงไปในขณะที่พูด

“……”

หลินหลางเยว่กลืนน้ำลาย

นางหิวมาก...

หลังจากลังเลอยู่พักหนึ่ง นางก็เดินไปหาหลี่หรานและพูดอย่างระมัดระวังว่า

“ข้าตกลงที่จะนวดไหล่และขาของเจ้าเท่านั้น...”

หลี่หรานยิ้ม “ถึงเจ้าต้องการอย่างอื่นข้าก็ไม่ให้ทำหรอก”

หลินหลางเยว่พยักหน้าด้วยใบหน้าแดงก่ำ “เข้าใจแล้ว

ข้าจะกินแค่ไม้เดียว”

ท้องของนางร้องครวญคราง

นางทนไม่ได้อีกต่อไปและทำได้เพียงมองไปที่บาร์บีคิว

หลี่หรานยื่นเนื้อย่างให้นาง

ดวงตาของหลินหลางเยว่เป็นประกายในขณะที่นางกัดคำแรก

“อร่อย!”

นางไม่รู้ว่าเป็นเพราะนางหิวเกินไปหรือเปล่า

กลิ่นหอมของเนื้อจึงโชยมาแตะต่อมรับรสของนางทันที

เนื้อนุ่มละมุนกับเครื่องปรุงรสที่พอเหมาะพอเจาะทำให้นางอดใจไม่ไหว

นางกินหมดไม้อย่างรวดเร็วและกระพริบตาไปที่หลี่หราน

“ข้าอยากกินอีก...”

หลี่หรานเอาเก้าอี้มาให้นาง “นั่งตรงนี้แล้วค่อยๆกิน”

“เข้าใจแล้ว!”

ทั้งสองคนล้อมรอบเตาถ่านและเริ่มงานเลี้ยง

หลังจากนั้นไม่นาน เนื้อย่างก็ถูกแล่ออกจนหมด

หลินหลางเยว่ลูบท้องของนางด้วยความพึงพอใจ

“อิ่มมาก!”

อะแฮ่ม

หลี่หรานกระแอมและพูดออกมา “นางฟ้าหลิน

ได้เวลาจ่ายบิลแล้ว”

“อา?” หลินหลางเยว่ตกตะลึงและปิดปากของนาง

“นี่ข้ากินมันทั้งหมดเลยหรอ?”

“เจ้าคิดว่าไงล่ะ?”

หลี่หรานทำเป็นโกรธและหัวเราะ “เจ้ากินได้มากกว่าข้าเสียอีก

ท้องของเจ้าไม่ใช่สมบัติเชิงพื้นที่ใช่ไหม?”

หลินหลางเยว่ลดศีรษะของนางอย่างเขินอาย “แล้ว...

ข้าต้องนวดนานแค่ไหน?”

“ลองนับดูสิ”

ดังนั้นนางจึงเริ่มนับไม้

“หนึ่งก้านธูป สองก้านธูป...”

“สองชั่วยาม?!”

[TL: 1 ชั่วยาม = 2 ชั่วโมง]

หลินหลางเยว่พูดไม่ออก

การนวดแบบไหนกันที่ใช้เวลานานขนาดนี้?!

หลี่หรานนอนอย่างสบายบนเตียงและพูดด้วยรอยยิ้มว่า

“มาเถอะ นางฟ้าหลิน ถึงเวลาของเจ้าแล้ว”

“……”

หัวใจของหลินหลางเยว่เต้นไม่เป็นจังหวะ

และนางก็หน้าแดงขณะที่ขึ้นไปบนเตียง

นั่งอยู่ข้างๆเขา นางไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร

หลี่หรานพาดขาของเขาไว้ที่นางอย่างสบายๆ “เริ่มด้วยการนวดขาของข้าก็ได้”

ร่างกายของหลินหลางเยว่แข็งทื่อราวกับหุ่นกระบอก

แต่นางยังคงยกมือเรียวยางของนางขึ้นมานวดมัน

ถ้าคนนอกมาเห็นฉากนี้

ขากรรไกรของพวกเขาคงจะหล่นลงไปบนพื้น

อัจฉริยะอันดับหนึ่งของวิถีธรรมกำลังนวดขาของบุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งนิกายปีศาจ?

ไม่รู้ว่าความฝันของใครสักกี่คนจะพังทลายลง

ใบหน้าของหลินหลางเยว่กำลังลุกไหม้

นางเคยใกล้ชิดกับบุรุษซะที่ไหน?

ขาของอีกฝ่ายอยู่ที่ต้นขาของนาง

และมือของนางก็สัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้ออันแข็งแกร่งของเขา

ทำเอาหัวใจนางแทบเต้นไม่เป็นส่ำ

มันเพิ่งเริ่มต้นและยังเหลือเวลาอีกสองชั่วยาม...

‘หลินหลางเยว่ ทำไมเจ้าถึงตะกละขนาดนี้’

นางอดไม่ได้ที่จะโทษตัวเอง

แต่ไม่มีอะไรที่นางสามารถทำได้

นางไม่สามารถทนได้ตลอดไปเว้นแต่ว่านางต้องการอดอาหารจนตาย…

“โอ้ ใช่ บุตรศักดิ์สิทธิ์หลี่

เจ้าไม่ได้มีอาหารมากมายใช่ไหม เป็นไปได้ไหมว่าข้ากินอาหารสำรองของเจ้าไป?” นางพยายามอย่างเต็มที่ที่จะเปลี่ยนหัวข้อ

หลี่หรานส่ายหัว “อาหารไม่สามารถอยู่ได้นานนับทศวรรษ

ดังนั้นข้าจึงเลือกที่จะเพลิดเพลินกับมันในช่วงเวลานี้เช่นกัน”

ใช่แล้ว ไม่สำคัญว่าพวกเขาจะประหยัดแค่ไหน

มันก็ไม่สามารถคงอยู่ได้นานขนาดนั้น...

หลี่หรานกล่าวว่า “เลิกคิดมากได้แล้ว

มาช่วยนวดไหล่ข้าที”

หลังจากนั้นเขาก็นอนคว่ำลงบนเตียง

“นี่... ข้าควรทำยังไง?”

หลินหลางเยว่ไม่รู้จะทำอย่างไร

หลี่หรานพูดอย่างสบายๆว่า “นั่งบนตัวข้าสิ”

“นะ-นั่งบนตัวเจ้า?!”

/////