ใบหน้าของอวี้ชิงหลันเปลี่ยนเป็นสีแดงขณะที่นางพูดตะกุกตะกัก
“จะ เจ้าศิษย์อกตัญญู ทำไมเจ้าถึงกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก?”
หลี่หรานยิ้ม
“ข้าแค่อยากรู้”
นางพูดด้วยความโกรธ
“นักพรตเต๋าผู้ต่ำต้อยคนนี้ไม่อนุญาตให้เจ้าสงสัย!”
“เช่นนั้นก็แปลว่ามี?”
“ไม่!” อวี้ชิงหลันหันศีรษะหนีและดูลุกลี้ลุกลน
หลี่หรานส่ายหัว
“ข้าไม่เชื่อจนกว่าท่านอาจารย์จะพิสูจน์”
นางถามด้วยความสงสัย
“ข้าจะพิสูจน์ได้ยังไง?”
“อะแฮ่ม แค่โชว์ให้ข้าดู...”
“เจ้าหัวขโมยไร้ยางอาย!”
อวี้ชิงหลันจับเสื้อคลุมนักพรตของนางอย่างกระวนกระวายในขณะที่นางพูดอย่างเขินอายว่า
“ทำไมเจ้าถึงเต็มไปด้วยความคิดสกปรกเช่นนี้”
หลี่หรานพูดด้วยน้ำเสียงเที่ยงธรรม
“ข้าห่วงใยสุขภาพคนรักของข้า
สิ่งนั้นมันแปลกตรงไหนกัน?”
อวี้ชิงหลันลูบหน้าผากของนาง
แม้ว่าผู้ชายคนนี้จะเป็นคนที่นางตัดสินใจจะอยู่ด้วย
แต่นางก็ไม่คิดว่าเขาจะไร้ยางอายขนาดนี้
มันอุกอาจเกินไป!
“นักพรตเต๋าผู้ต่ำต้อยคนนี้...”
นางกำลังจะพูดอะไรบางอย่างขณะที่เห็นหลี่หรานถอนหายใจและพูดด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย
“ศิษย์รู้ว่าท่านอาจารย์เป็นเทพธิดาที่สูงส่งและยิ่งใหญ่
แม้ว่าเราจะอยู่ด้วยกันแต่เราไม่สามารถสนิทสนมเหมือนคู่อื่นๆได้
เราต้องเว้นระยะห่าง...”
“พอแล้ว!” อวี้ชิงหลันจ้องมองเขา “คิดว่านักพรตเต๋าผู้ต่ำต้อยคนนี้ไม่รู้หรือไงว่าเจ้าแสร้งทำเป็นน่าสงสารอีกแล้ว?”
ไม่ใช่ว่านางต้องการที่จะรักษาระยะห่างจากเขา
แต่พวกเขาเพิ่งยืนยันความสัมพันธ์กัน มันยังไม่ถึงวันด้วยซ้ำและเขากลับต้องการให้นางเปิดเสื้อคลุมขึ้น? แค่คิดก็ทำให้นางตื่นตระหนก
เมื่อเห็นการแสดงออกที่สิ้นหวังของหลี่หราน
นางก็ทั้งโกรธและขบขัน แม้นางจะรู้ว่าหลี่หรานแสร้งทำแต่นางก็อดไม่ได้ที่จะใจอ่อน
“หัวขโมยตัวน้อยคนนี้กำลังจะบีบคอนักพรตเต๋าผู้ต่ำต้อยคนนี้จนตายจริงๆ...”
อวี้ชิงหลันลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่นางจะกระซิบข้างหูของเขาด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ
“ที่เอวของนักพรตเต๋าผู้ต่ำต้อยคนนี้... มีไฝสีแดงอยู่จริงๆ”
นางก้มหน้าลงอย่างเขินอาย
“จริงหรือ?” หลี่หรานตกตะลึง
นั่นไม่ได้หมายความว่าฉากที่เขาเห็นในภาพลวงตานั้นเป็นเรื่องจริงทั้งหมดหรอกหรือ?
เขานึกถึงขาที่เรียวยาวและเอวที่เพรียวบางนั้น...
ปรากฎว่าภายใต้เสื้อคลุมนักพรตเต๋าตัวโคร่งของนางมีร่างที่ร้อนแรงซ่อนอยู่?!
หลี่หรานเงยหน้าขึ้นและปิดจมูกพร้อมกับถอนหายใจ
“ช่างน่าเสียดาย ถ้าข้ารู้เร็วกว่านี้ข้าคงจะดูมากกว่านี้!”
แก้มของอวี้ชิงหลันร้อนผ่าวขณะที่นางอยากจะหาโพรงบนพื้นดิน
“ศิษย์อกตัญญู ตอนนี้เจ้าพอใจหรือยัง? น่าอับอายเสียจริง!”
น้ำเสียงขุ่นเคืองนั้นทำให้หัวใจของเขาเต้นเร็วขึ้น
หลี่หรานคิดอะไรบางอย่างได้และถามด้วยความสับสน
“แต่ศิษย์คนนี้ไม่เคยเห็นรูปร่างของท่านอาจารย์ ทำไมมันถึงถูกเปิดเผยโดยมารในใจ?”
อวี้ชิงหลันตอบว่า
“นักพรตเต๋าผู้ต่ำต้อยคนนี้ได้คิดเกี่ยวกับคำถามนี้เช่นกัน คำตอบเดียวคือหลางเยว่”
ในโลกนี้นอกจากตัวนางเองแล้วมีคนเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ได้เห็นร่างกายของนาง
นั่นคือหลินหลางเยว่
ในเวลานั้นอีกฝ่ายเพิ่งเข้านิกายและอายุเพียงเจ็ดหรือแปดปี
ทั้งสองเคยอาบน้ำด้วยกันอยู่หนึ่งครั้ง
อาจเป็นเพราะมารในใจได้บุกรุกส่วนหนึ่งในความทรงจำของหลินหลางเยว่
มันจึงปรากฏในภาพลวงตาของเขา
หลี่หรานลูบคางของเขา
“ใช่ มันสมเหตุสมผล ไม่แปลกใจเลยที่มันดูเหมือนจริงมาก...”
“หยุดคิดเรื่องนี้ได้แล้ว!” อวี้ชิงหลันพูดอย่างขุ่นเคือง “รีบๆลืมภาพพวกนั้นซะ!”
เมื่อคิดว่าเขาเห็นนางเปลือยกายในภาพลวงตาอย่างไร
นางรู้สึกว่าหัวใจของนางเต้นไม่เป็นจังหวะราวกับว่าเขามองทะลุเสื้อคลุมนักพรตของนาง
หลี่หรานส่ายหัว
“ข้าไม่สามารถลืมมันได้อย่างแน่นอน ถ้าท่านอาจารย์รู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมข้าก็จะแสดงให้ท่านดูเหมือนกัน”
อวี้ชิงหลันหน้าแดง
“ใครจะอยากดูของเจ้า!”
หลี่หรานถอนหายใจ
“ท่านแน่ใจหรือว่าไม่อยากดู? ฮ่าย ข้ารู้สึกเสียดายแทนท่านอาจารย์จริงๆ”
“เสียดายเรื่องอะไร?”
“เพราะข้าดูดีมาก”
“หลงตัวเอง!”
ทุกครั้งที่นางคุยกับผู้ชายคนนี้
อวี้ชิงหลันจะรู้สึกหมดหนทาง
นางไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างชายและหญิง
นางจะรับมือกับคนเสเพลอย่างหลี่หรานได้ยังไง?
“เอาล่ะ ข้าแค่ล้อเล่น” เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายทนไม่ได้อีกต่อไปหลี่หรานจึงตัดสินใจหยุด
เขาเดินไปที่โขดหินเรียบๆ
และด้วยความคิดสายลมก็พัดพาฝุ่นผงออกไป
เขานั่งบนนั้นและตบที่นั่งว่างข้างๆ
“ท่านอาจารย์มานั่งตรงนี้สิ มาคุยกันดีกว่า”
“เข้าใจแล้ว” อวี้ชิงหลันถอนหายใจด้วยความโล่งอกและร่อนกายลงข้างเขาอย่างสง่างาม
ทันทีที่นั่งลงนางก็ส่งเสียงร้องด้วยความตื่นตระหนก
หลี่หรานอุ้มนางขึ้นและวางไว้บนตักของเขาอย่างเบามือ
อวี้ชิงหลันพิงหน้าอกของเขาด้วยหัวใจที่เต้นแรง
ใบหน้าของนางเปลี่ยนเป็นสีแดงขณะที่นางพูดว่า “หัวขโมยน้อย เจ้าโกหกข้าอีกแล้ว
เจ้าไม่ได้บอกว่าเราจะคุยกันดีๆหรอกหรือ?”
หลี่หรานกอดเอวของนางและพูดด้วยรอยยิ้ม
“หินนี้เย็นเกินไป ข้าเกรงว่าท่านอาจารย์จะเป็นหวัด”
อวี้ชิงหลันจะมองไม่เห็นความคิดของเขาได้อย่างไร?
นางกลอกตาใส่เขา
“ช่างเป็นศิษย์ที่ดีเสียจริง”
หลี่หรานยิ้มอย่างมีเลศนัยและไม่ได้ทำตัวซุกซนขณะที่เขากอดนางอย่างเงียบๆ
อวี้ชิงหลันพิงหน้าอกของเขาและฟังเสียงหัวใจที่เต้นแรงตรงหน้า
ความตื่นตระหนกของนางค่อยๆหายไป
ดวงตาของนางพร่ามัวขณะที่นางพูดเบาๆ
“หัวขโมยน้อย เจ้าคิดว่านักพรตเต๋าผู้ต่ำต้อยคนนี้ไร้ยางอายหรือเปล่า?”
หลี่หรานตกตะลึง
“ทำไมท่านอาจารย์พูดอย่างนั้น? เพราะเราเป็นอาจารย์กับศิษย์กัน?”
อวี้ชิงหลันส่ายหัว
“ไม่ใช่แค่นั้น มันยังมีเรื่องของหลางเยว่ด้วย”
“เจ้าเป็นเต๋าแห่งสวรรค์ของหลางเยว่ เจ้ารู้หรือไม่ว่านี่หมายถึงอะไร?”
“จากการละทิ้งอารมณ์อย่างรุนแรงกลายเป็นจิตวิญญาณที่ครอบงำจิตใจของนาง”
“ยิ่งเข้าใกล้เจ้ามากเท่าไหร่หัวใจเต๋าของนางก็จะยิ่งมั่นคงมากขึ้นเท่านั้น”
นางถอนหายใจ
“หลางเยว่ถูกกำหนดให้แยกจากเจ้าไม่ได้ แต่ในฐานะอาจารย์ของนาง นักพรตเต๋าผู้ต่ำต้อยคนนี้กลับเลือกที่จะอยู่กับเจ้า...
นี่มันไม่ไร้ยางอายหรอกหรือ?”
หลี่หรานเกาหัวของเขา
“ข้าริเริ่มที่จะสารภาพรักกับท่านอาจารย์ ถ้าท่านอาจารย์ไร้ยางอายข้าก็คงไร้ยางอายอย่างยิ่งกว่า”
“หลินหลางเยว่ไม่สามารถอยู่ได้หากไม่มีศิษย์คนนี้ แต่ศิษย์คนนี้ก็ไม่สามารถอยู่ได้หากไม่มีท่านอาจารย์เช่นกัน”
“ไม่ว่ายังไงก็ตามข้าจะไม่มีวันปล่อยอาจารย์ชิงหลันไป”
เขากอดอวี้ชิงหลันแน่นราวกับว่ากลัวนางจะหนีไป
เมื่อเห็นสีหน้ากังวลของเขา
หัวใจของอวี้ชิงหลันก็แทบจะหลอมละลาย
“ช่างอยุติธรรมเสียนี่กระไร...”
นางกอดเอวที่แข็งแกร่งของหลี่หรานอย่างเขินอายและพูดอย่างงุ่มง่าม
“เจ้าคนไร้ยางอาย นักพรตเต๋าผู้ต่ำต้อยคนนี้ก็ไม่ต้องการไปจากเจ้า”
สำหรับหลางเยว่
นางควรจะเข้าใจได้ใช่ไหม?
ทั้งสองกอดกันเงียบๆ
รู้สึกถึงการเต้นของหัวใจและลมหายใจจากกันและกัน
หลี่หรานได้กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของนางและทันใดนั้นก็จำอะไรบางอย่างได้
“โอ้ ใช่แล้วอาจารย์ชิงหลัน ท่านบอกว่าท่านคุยกับอาจารย์ของข้าแล้ว?”
“ใช่” อวี้ชิงหลันตอบว่า “นางรู้เรื่องของเราแล้ว นักพรตเต๋าผู้ต่ำต้อยคนนี้จึงยอมรับออกไป”
“ยอมรับ?” หลี่หรานกลืนน้ำลายและพูดอย่างกระวนกระวาย
“ท่านหมายความว่า… นางรู้ทุกอย่างแล้ว?”
อวี้ชิงหลันพยักหน้ายืนยัน
“ใช่”
หลี่หรานพูดไม่ออก
“……”
/////
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved