คฤหาสน์ตระกูลหลี่
ฉินหรูเหยียนอดไม่ได้ที่จะส่ายหัวเมื่อเห็นเยว่เจียนหลี่กำลังฝึกฝนอย่างหนัก
“หัวหน้าศิษย์เยว่ เจ้าขยันเกินไปหรือเปล่า”
นอกเหนือจากกินและนอนในสองสามวันมานี้
นางจะทำสมาธิและบ่มเพาะ การฝึกฝนอย่างหนักของนางค่อนข้างมากผิดปกติ
เยว่เจียนหลี่ลืมตาขึ้นและหายใจออกราวกับลูกศรสีขาว
“ความคืบหน้าของเซียวชิงเกอนั้นเร็วเกินไป
ข้าต้องพยายามให้หนักขึ้น!”
พระสูตรรักษสาเป็นเทคนิคการบ่มเพาะระดับจักรพรรดิและไม่ได้ด้อยไปกว่าตำราผลาญสวรรค์ของนางมากนัก
พรสวรรค์โดยกำเนิดของเซียวชิงเกอนั้นไม่ธรรมดา
เมื่อรวมกับ ‘วิธีบ่มเพาะ’ ที่ค่อนข้างโกง นางจะถูกตามทันจริงๆหลังจากผ่านไประยะหนึ่ง
เยว่เจียนหลี่ไม่สามารถยอมรับได้
“เจ้านี่ช่างโง่เขลาจริงๆ!”
ฉินหรูเหยียนยิ้ม “ความก้าวหน้าของเซียวชิงเกอเกิดจากการบ่มเพาะคู่กับหลี่หราน
หากเจ้าไปอยู่กับหลี่หรานทุกคืน นางยังจะสามารถ ‘บ่มเพาะ’ ได้ยังไง?”
เยว่เจียนหลี่พูดเสียงเบา
“ข้าลองวิธีนั้นไปแล้ว...”
“หืม?” ฉินหรูเหยียนถามว่า “แล้วผลลัพธ์ล่ะ?”
ใบหน้าของเยว่เจียนหลี่เปลี่ยนเป็นสีแดงขณะที่นางพูดตะกุกตะกัก
“สะ...สุดท้ายเซียวชิงเกอก็ประสบความสำเร็จในการบ่มเพาะคู่อยู่ดี”
“ทำไม...”
ก่อนที่ฉินหรูเหยียนจะทันได้พูดจบประโยค
ทันใดนั้นนางก็มีปฏิกิริยาและใบหน้าของนางก็เปลี่ยนเป็นสีแดง
“อย่าบอกนะว่าเจ้าสองคน...”
เยว่เจียนหลี่อายมากจนนางไม่สามารถแม้แต่จะเงยหน้าขึ้น
ฉินหรูเหยียนมองออกไปนอกหน้าต่างที่ซึ่งหลี่หรานกำลังนอนอาบแดด
ลำคอของนางแห้งผาก
“นะ...นี่มันอุกอาจเกินไป!”
หลี่หรานนอนเอนกายอยู่บนเก้าอี้ในลานบ้านพร้อมกับอาบแดดอย่างเอื่อยเฉื่อย
ในขณะเดียวกันเซียวชิงเกอก็กำลังปอกองุ่นอยู่ด้านข้างและป้อนเขาเป็นครั้งคราว
ผมสีดำของนางถูกม้วนเป็นมวย
ใบหน้าที่สวยแต่เดิมของนางตอนนี้ยิ่งชัดเจนและสวยงามมากยิ่งขึ้น เผยให้เห็นกลิ่นอายที่บริสุทธิ์และศักดิ์สิทธิ์
หลังจากที่ทั้งสอง
‘บ่มเพาะ’
ในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา ฐานการบ่มเพาะของนางก็มั่นคงขึ้นเรื่อยๆจนเกือบจะถึงจุดสูงสุดของขอบเขตแก่นทองคำแล้ว
“หลี่หราน
จักรพรรดิเซิงได้เปิดประกาศคุณงามความดีของท่านต่อโลก ท่านได้กลายเป็นวีรบุรุษที่ยิ่งใหญ่ของเผ่าพันธุ์มนุษย์แล้วจริงๆ!”
ดวงตาของเซียวชิงเกอเต็มไปด้วยความชื่นชม
หลี่หรานส่ายหัว
“มันเป็นเพียงชื่อเสียงจอมปลอม”
ปีศาจสวรรค์ปราบโลกาบ้าบออะไร
มันกินได้หรือเปล่า?
น่าจะส่งสมบัติสวรรค์มาให้เขาเร็วๆยังจะดีซะกว่า
ในขณะนั้นเอง
เสียงหนึ่งดังขึ้นในหูของเขา “ศาลาพิรุณทางตอนใต้ของเมือง มาพบนักพรตเต๋าผู้ต่ำต้อยคนนี้”
“ใครเป็นคนพูด?” หลี่หรานตัวสั่นขณะที่เขาลุกขึ้นนั่ง
“มีใครพูดอะไรด้วยหรอ?” เซียวชิงเกอถาม
หลี่หรานป้องหูและพึมพำ
“เป็นไปได้ไหมว่าข้าประสาทหลอน? ดูเหมือนข้าจะได้ยินเสียงนักพรตเฒ่านางนั้น...”
“หากเจ้าไม่มาถึงภายในเวลาหนึ่งก้านธูป
นักพรตเต๋าผู้ต่ำต้อยคนนี้จะไปเยี่ยมเป็นการส่วนตัว!”
“นอกจากนี้
นักพรตเต๋าผู้ต่ำต้อยคนนี้เป็นนักพรตไม่ใช่แม่ชี!”
น้ำเสียงนางดูหงุดหงิดเล็กน้อย
หลี่หรานกลืนน้ำลาย
มันคืออวี้ชิงหลันจริงๆ!
ทำไมนางถึงมาที่เมืองอู่หยาง? นางมาล้างแค้นให้หลินหลางเยว่หรือเปล่า?
“ช่างเถอะ
เป็นเพียงเรื่องของเวลาก่อนที่เราจะเผชิญหน้ากัน” หลี่หรานถอนหายใจและยืนขึ้น
เซียวชิงเกอถามว่า
“หลี่หราน ท่านจะออกไปข้างนอกหรอ?”
หลี่หรานพยักหน้า
“ถ้าข้าไม่กลับมาหลังจากสี่ยาม อย่าลืมขอให้ท่านอาจารย์ล้างแค้นให้ข้าด้วย”
พูดจบเขาก็เดินออกไปอย่างหัวเสีย
—
ศาลาพิรุณ
นี่คือโรงน้ำชาที่ใหญ่ที่สุดในเมืองอู่หยาง
ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ การตกแต่ง หรือบรรยากาศ เรียกได้ว่ามีระดับมากเลยทีเดียว
โดยธรรมชาติแล้วหลี่หรานก็เป็นแขกประจำของที่นี่เช่นกัน
“ไอ๊หยา
ท่านปีศาจสวรรค์มาแล้ว เชิญเข้ามา เชิญเข้ามาก่อนเลยขอรับ!”
เมื่อผู้จัดการเห็นเขาเดินเข้ามาก็รีบออกมาต้อนรับ
นับตั้งแต่จักรพรรดิประกาศให้โลกรู้
ชื่อเสียงของหลี่หรานในเมืองอู่หยางก็โด่งดังอย่างหาที่เปรียบมิได้
นอกจากนี้ทัศนคติของทุกคนที่มีต่อเขายังเปลี่ยนจากความกลัวเป็นความเคารพ
“วันนี้นายน้อยหลี่อยู่ที่นี่
ลูกค้าทุกท่านจะไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น!” ผู้จัดการตะโกนอย่างตื่นเต้น
“สุดยอด!”
“นายน้อยหลี่อยู่ที่นี่!”
“นายน้อยหลี่ยังคงสง่างามเช่นเคย!”
“เป็นไปตามคาดจากปีศาจสวรรค์ปราบโลกา!”
ลูกค้าทุกคนยืนขึ้นเพื่อทักทายเขา
หลี่หรานพยักหน้าเป็นการตอบรับ
ในขณะนี้เอง
เขาเห็นร่างสีขาวบนชั้นสองและทำให้หัวใจของเขาสั่นไหว
เขารีบเดินขึ้นไปที่ชั้นบนและเห็นอวี้ชิงหลันสวมผ้าคลุมหน้านั่งอยู่เงียบๆริมหน้าต่าง
“นักพรตอวี้
เราเจอกันอีกแล้ว” หลี่หรานเดินไปนั่งตรงข้ามนาง
อวี้ชิงหลันเหลือบมองเขาและดวงตาของนางก็หรี่ลง
“เจ้าทะลวงระดับอีกแล้ว?”
ครั้งก่อนเขาอยู่ที่ขั้นแรกของขอบเขตกำเนิดจิตวิญญาณ
แต่ตอนนี้เขาอยู่ที่ขั้นกลาง
นอกจากนี้
กล้ามเนื้อและกระดูกของเขายังแข็งแรง พลังปราณและโลหิตของเขาก็เหมือนกับมังกร
ราวกับว่าร่างกายของเขาได้รับการสร้างใหม่!
แม้แต่นางก็ยังตกตะลึงกับความเร็วที่น่าสะพรึงกลัวในการบ่มเพาะนี้
หรือเขาจะเป็นเต๋าแห่งสวรรค์ได้จริงๆ?
หลี่หรานยิ้ม
“ข้าทะลวงมันได้ด้วยการฝึกฝนทั่วๆไป หรือบางทีข้าอาจจะเป็นอัจฉริยะ?”
อวี้ชิงหลันส่ายหัว
“ถ้าเจ้าหยิ่งยโสน้อยลง เจ้าอาจจะไปถึงจุดสูงสุดได้จริงๆ”
หลี่หรานยักไหล่
“นักพรตอวี้หมายความว่าท่านต้องการให้ข้าเป็นก้อนน้ำแข็งที่ไร้หัวใจเช่นเดียวกับท่าน? ถ้าเป็นแบบนั้นจะถึงจุดสูงสุดหรือไม่ข้าก็ไม่สนใจหรอก”
“ก้อนน้ำแข็งที่ไร้หัวใจ…”
นี่เป็นครั้งแรกที่อวี้ชิงหลันได้ยินคนพูดถึงนางแบบนี้
นางไม่โกรธและพูดอย่างเฉยเมยว่า
“เจ้ารู้ไหมว่าบุคลิกที่เย่อหยิ่งและจองหองนี้อาจทำให้เจ้าตายในสักวัน?”
“ถ้าใครต้องการฆ่าข้า
ข้าก็จะฆ่าพวกเขาก่อน” หลี่หรานไม่สนใจ “คนตายก็เหมือนนกบนท้องฟ้า ถ้าเขามีชีวิตอยู่หลายหมื่นปีโดยเปล่าประโยชน์
เขาก็คง…”
“พอแล้ว”
อวี้ชิงหลันอดไม่ได้ที่จะขัดจังหวะ
ถ้าพวกเขาคุยกันต่อไปมันจะกลายเป็นการโต้เถียง
ทำไมทุกครั้งที่นางคุยกับเขา นางมักจะถูกทำให้คล้อยตาม...
หลี่หรานถามว่า
“ครั้งนี้นักพรตอวี้มาหาข้าด้วยเรื่องอะไร?”
เป็นไปได้ไหมว่านางมาที่นี่เพื่อฆ่าเขา?
“นักพรตผู้ต่ำต้อยคนนี้มาที่นี่เพื่อเตือนสติเจ้า
เจ้าต้องไม่นำตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายโดยเด็ดขาด ไม่ว่ายังไงเจ้าก็ต้องมีชีวิตรอด”
อวี้ชิงหลันกล่าวว่า
“ถ้าเจ้าพบกับอันตรายและเหลิงอู่เหยียนไม่อยู่ที่นั่น เจ้าสามารถออกจากวิหารโหยวหลัวมาหาข้าได้”
“อา?” หลี่หรานผงะและเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ
“นักพรตอวี้กำลังเป็นห่วงข้า?”
อวี้ชิงหลันพยักหน้า
“ชีวิตของเจ้าไม่ได้เป็นเพียงของเจ้าเท่านั้น มันยังเกี่ยวพันกับข้าด้วย...”
ก่อนที่นางจะพูดจบประโยค
ใบหน้าของหลี่หรานก็เต็มไปด้วยความกลัว เขากำปกเสื้อคลุมแน่นราวกับกำลังเผชิญหน้ากับกลุ่มเด็กสาวที่หิวกระหาย
อวี้ชิงหลันขมวดคิ้ว
“เจ้าเป็นอะไร?”
หลี่หรานกลืนน้ำลายและพูดด้วยเสียงสั่นเครือ
“นักพรตอวี้ ท่านคงไม่ได้ชอบข้าใช่ไหม?”
ทำไมนางถึงมาที่เมืองอู่หยางเพียงเพื่อบอกว่านางเป็นห่วงเขา?
นางยังบอกอีกว่าให้เขาไปที่สถาบันเทียนซูเพื่อตามหานางหากเขาต้องเผชิญกับอันตราย
ช่างเป็นการรุกอย่างอุกอาจ!
อวี้ชิงหลันพูดไม่ออก
“……”
หลี่หรานพูดอย่างกระวนกระวายว่า
“อย่าคิดว่าท่านจะบังคับให้ข้ายอมจำนนได้เพียงเพราะท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับจักรพรรดิ! ข้ามีความภูมิใจในตัวเองและจะไม่ยอมอ่อนข้อ...
ทำไมท่านไม่ถอดผ้าคลุมหน้าออกก่อนล่ะ ข้าจะพิจารณามันหลังจากนั้น”
“หลางเยว่
อาจารย์ขอโทษ แต่เขาคงต้องตายตรงนี้แล้วล่ะ” อวี้ชิงหลันพูดกับตัวเองโดยปราศจากความรู้สึก
หลี่หราน:
∑(⊙▽⊙∣∣∣
/////
[ แม่ชี -> นักพรต ]
[ แม่ชี เป็นนักพรตหญิงในศาสนาพุทธฝ่ายเถรวาท นุ่งขาวห่มขาว โกนศีรษะ ถือศีลแปด อาศัยในวัดเช่นเดียวกับภิกษุ แต่มิได้อุปสมบท ]
[ นักพรตหญิง คือสตรีที่ปฏิญาณอุทิศตนใช้ชีวิตเพื่อศาสนา อาจจะถือวัตรคล้ายนักพรตที่เลือกสละทางโลกแล้วหันไปใช้ชีวิตกับการอธิษฐานและการเพ่งพินิจ ]
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved