ตอนที่ 172

คฤหาสน์ตระกูลหลี่

ฉินหรูเหยียนอดไม่ได้ที่จะส่ายหัวเมื่อเห็นเยว่เจียนหลี่กำลังฝึกฝนอย่างหนัก

“หัวหน้าศิษย์เยว่ เจ้าขยันเกินไปหรือเปล่า”

นอกเหนือจากกินและนอนในสองสามวันมานี้

นางจะทำสมาธิและบ่มเพาะ การฝึกฝนอย่างหนักของนางค่อนข้างมากผิดปกติ

เยว่เจียนหลี่ลืมตาขึ้นและหายใจออกราวกับลูกศรสีขาว

“ความคืบหน้าของเซียวชิงเกอนั้นเร็วเกินไป

ข้าต้องพยายามให้หนักขึ้น!”

พระสูตรรักษสาเป็นเทคนิคการบ่มเพาะระดับจักรพรรดิและไม่ได้ด้อยไปกว่าตำราผลาญสวรรค์ของนางมากนัก

พรสวรรค์โดยกำเนิดของเซียวชิงเกอนั้นไม่ธรรมดา

เมื่อรวมกับ ‘วิธีบ่มเพาะ’ ที่ค่อนข้างโกง นางจะถูกตามทันจริงๆหลังจากผ่านไประยะหนึ่ง

เยว่เจียนหลี่ไม่สามารถยอมรับได้

“เจ้านี่ช่างโง่เขลาจริงๆ!”

ฉินหรูเหยียนยิ้ม “ความก้าวหน้าของเซียวชิงเกอเกิดจากการบ่มเพาะคู่กับหลี่หราน

หากเจ้าไปอยู่กับหลี่หรานทุกคืน นางยังจะสามารถ ‘บ่มเพาะ’ ได้ยังไง?”

เยว่เจียนหลี่พูดเสียงเบา

“ข้าลองวิธีนั้นไปแล้ว...”

“หืม?” ฉินหรูเหยียนถามว่า “แล้วผลลัพธ์ล่ะ?”

ใบหน้าของเยว่เจียนหลี่เปลี่ยนเป็นสีแดงขณะที่นางพูดตะกุกตะกัก

“สะ...สุดท้ายเซียวชิงเกอก็ประสบความสำเร็จในการบ่มเพาะคู่อยู่ดี”

“ทำไม...”

ก่อนที่ฉินหรูเหยียนจะทันได้พูดจบประโยค

ทันใดนั้นนางก็มีปฏิกิริยาและใบหน้าของนางก็เปลี่ยนเป็นสีแดง

“อย่าบอกนะว่าเจ้าสองคน...”

เยว่เจียนหลี่อายมากจนนางไม่สามารถแม้แต่จะเงยหน้าขึ้น

ฉินหรูเหยียนมองออกไปนอกหน้าต่างที่ซึ่งหลี่หรานกำลังนอนอาบแดด

ลำคอของนางแห้งผาก

“นะ...นี่มันอุกอาจเกินไป!”

หลี่หรานนอนเอนกายอยู่บนเก้าอี้ในลานบ้านพร้อมกับอาบแดดอย่างเอื่อยเฉื่อย

ในขณะเดียวกันเซียวชิงเกอก็กำลังปอกองุ่นอยู่ด้านข้างและป้อนเขาเป็นครั้งคราว

ผมสีดำของนางถูกม้วนเป็นมวย

ใบหน้าที่สวยแต่เดิมของนางตอนนี้ยิ่งชัดเจนและสวยงามมากยิ่งขึ้น เผยให้เห็นกลิ่นอายที่บริสุทธิ์และศักดิ์สิทธิ์

หลังจากที่ทั้งสอง

‘บ่มเพาะ’

ในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา ฐานการบ่มเพาะของนางก็มั่นคงขึ้นเรื่อยๆจนเกือบจะถึงจุดสูงสุดของขอบเขตแก่นทองคำแล้ว

“หลี่หราน

จักรพรรดิเซิงได้เปิดประกาศคุณงามความดีของท่านต่อโลก ท่านได้กลายเป็นวีรบุรุษที่ยิ่งใหญ่ของเผ่าพันธุ์มนุษย์แล้วจริงๆ!”

ดวงตาของเซียวชิงเกอเต็มไปด้วยความชื่นชม

หลี่หรานส่ายหัว

“มันเป็นเพียงชื่อเสียงจอมปลอม”

ปีศาจสวรรค์ปราบโลกาบ้าบออะไร

มันกินได้หรือเปล่า?

น่าจะส่งสมบัติสวรรค์มาให้เขาเร็วๆยังจะดีซะกว่า

ในขณะนั้นเอง

เสียงหนึ่งดังขึ้นในหูของเขา “ศาลาพิรุณทางตอนใต้ของเมือง มาพบนักพรตเต๋าผู้ต่ำต้อยคนนี้”

“ใครเป็นคนพูด?” หลี่หรานตัวสั่นขณะที่เขาลุกขึ้นนั่ง

“มีใครพูดอะไรด้วยหรอ?” เซียวชิงเกอถาม

หลี่หรานป้องหูและพึมพำ

“เป็นไปได้ไหมว่าข้าประสาทหลอน? ดูเหมือนข้าจะได้ยินเสียงนักพรตเฒ่านางนั้น...”

“หากเจ้าไม่มาถึงภายในเวลาหนึ่งก้านธูป

นักพรตเต๋าผู้ต่ำต้อยคนนี้จะไปเยี่ยมเป็นการส่วนตัว!”

“นอกจากนี้

นักพรตเต๋าผู้ต่ำต้อยคนนี้เป็นนักพรตไม่ใช่แม่ชี!”

น้ำเสียงนางดูหงุดหงิดเล็กน้อย

หลี่หรานกลืนน้ำลาย

มันคืออวี้ชิงหลันจริงๆ!

ทำไมนางถึงมาที่เมืองอู่หยาง? นางมาล้างแค้นให้หลินหลางเยว่หรือเปล่า?

“ช่างเถอะ

เป็นเพียงเรื่องของเวลาก่อนที่เราจะเผชิญหน้ากัน” หลี่หรานถอนหายใจและยืนขึ้น

เซียวชิงเกอถามว่า

“หลี่หราน ท่านจะออกไปข้างนอกหรอ?”

หลี่หรานพยักหน้า

“ถ้าข้าไม่กลับมาหลังจากสี่ยาม อย่าลืมขอให้ท่านอาจารย์ล้างแค้นให้ข้าด้วย”

พูดจบเขาก็เดินออกไปอย่างหัวเสีย

ศาลาพิรุณ

นี่คือโรงน้ำชาที่ใหญ่ที่สุดในเมืองอู่หยาง

ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ การตกแต่ง หรือบรรยากาศ เรียกได้ว่ามีระดับมากเลยทีเดียว

โดยธรรมชาติแล้วหลี่หรานก็เป็นแขกประจำของที่นี่เช่นกัน

“ไอ๊หยา

ท่านปีศาจสวรรค์มาแล้ว เชิญเข้ามา เชิญเข้ามาก่อนเลยขอรับ!”

เมื่อผู้จัดการเห็นเขาเดินเข้ามาก็รีบออกมาต้อนรับ

นับตั้งแต่จักรพรรดิประกาศให้โลกรู้

ชื่อเสียงของหลี่หรานในเมืองอู่หยางก็โด่งดังอย่างหาที่เปรียบมิได้

นอกจากนี้ทัศนคติของทุกคนที่มีต่อเขายังเปลี่ยนจากความกลัวเป็นความเคารพ

“วันนี้นายน้อยหลี่อยู่ที่นี่

ลูกค้าทุกท่านจะไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น!” ผู้จัดการตะโกนอย่างตื่นเต้น

“สุดยอด!”

“นายน้อยหลี่อยู่ที่นี่!”

“นายน้อยหลี่ยังคงสง่างามเช่นเคย!”

“เป็นไปตามคาดจากปีศาจสวรรค์ปราบโลกา!”

ลูกค้าทุกคนยืนขึ้นเพื่อทักทายเขา

หลี่หรานพยักหน้าเป็นการตอบรับ

ในขณะนี้เอง

เขาเห็นร่างสีขาวบนชั้นสองและทำให้หัวใจของเขาสั่นไหว

เขารีบเดินขึ้นไปที่ชั้นบนและเห็นอวี้ชิงหลันสวมผ้าคลุมหน้านั่งอยู่เงียบๆริมหน้าต่าง

“นักพรตอวี้

เราเจอกันอีกแล้ว” หลี่หรานเดินไปนั่งตรงข้ามนาง

อวี้ชิงหลันเหลือบมองเขาและดวงตาของนางก็หรี่ลง

“เจ้าทะลวงระดับอีกแล้ว?”

ครั้งก่อนเขาอยู่ที่ขั้นแรกของขอบเขตกำเนิดจิตวิญญาณ

แต่ตอนนี้เขาอยู่ที่ขั้นกลาง

นอกจากนี้

กล้ามเนื้อและกระดูกของเขายังแข็งแรง พลังปราณและโลหิตของเขาก็เหมือนกับมังกร

ราวกับว่าร่างกายของเขาได้รับการสร้างใหม่!

แม้แต่นางก็ยังตกตะลึงกับความเร็วที่น่าสะพรึงกลัวในการบ่มเพาะนี้

หรือเขาจะเป็นเต๋าแห่งสวรรค์ได้จริงๆ?

หลี่หรานยิ้ม

“ข้าทะลวงมันได้ด้วยการฝึกฝนทั่วๆไป หรือบางทีข้าอาจจะเป็นอัจฉริยะ?”

อวี้ชิงหลันส่ายหัว

“ถ้าเจ้าหยิ่งยโสน้อยลง เจ้าอาจจะไปถึงจุดสูงสุดได้จริงๆ”

หลี่หรานยักไหล่

“นักพรตอวี้หมายความว่าท่านต้องการให้ข้าเป็นก้อนน้ำแข็งที่ไร้หัวใจเช่นเดียวกับท่าน? ถ้าเป็นแบบนั้นจะถึงจุดสูงสุดหรือไม่ข้าก็ไม่สนใจหรอก”

“ก้อนน้ำแข็งที่ไร้หัวใจ…”

นี่เป็นครั้งแรกที่อวี้ชิงหลันได้ยินคนพูดถึงนางแบบนี้

นางไม่โกรธและพูดอย่างเฉยเมยว่า

“เจ้ารู้ไหมว่าบุคลิกที่เย่อหยิ่งและจองหองนี้อาจทำให้เจ้าตายในสักวัน?”

“ถ้าใครต้องการฆ่าข้า

ข้าก็จะฆ่าพวกเขาก่อน” หลี่หรานไม่สนใจ “คนตายก็เหมือนนกบนท้องฟ้า ถ้าเขามีชีวิตอยู่หลายหมื่นปีโดยเปล่าประโยชน์

เขาก็คง…”

“พอแล้ว”

อวี้ชิงหลันอดไม่ได้ที่จะขัดจังหวะ

ถ้าพวกเขาคุยกันต่อไปมันจะกลายเป็นการโต้เถียง

ทำไมทุกครั้งที่นางคุยกับเขา นางมักจะถูกทำให้คล้อยตาม...

หลี่หรานถามว่า

“ครั้งนี้นักพรตอวี้มาหาข้าด้วยเรื่องอะไร?”

เป็นไปได้ไหมว่านางมาที่นี่เพื่อฆ่าเขา?

“นักพรตผู้ต่ำต้อยคนนี้มาที่นี่เพื่อเตือนสติเจ้า

เจ้าต้องไม่นำตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายโดยเด็ดขาด ไม่ว่ายังไงเจ้าก็ต้องมีชีวิตรอด”

อวี้ชิงหลันกล่าวว่า

“ถ้าเจ้าพบกับอันตรายและเหลิงอู่เหยียนไม่อยู่ที่นั่น เจ้าสามารถออกจากวิหารโหยวหลัวมาหาข้าได้”

“อา?” หลี่หรานผงะและเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ

“นักพรตอวี้กำลังเป็นห่วงข้า?”

อวี้ชิงหลันพยักหน้า

“ชีวิตของเจ้าไม่ได้เป็นเพียงของเจ้าเท่านั้น มันยังเกี่ยวพันกับข้าด้วย...”

ก่อนที่นางจะพูดจบประโยค

ใบหน้าของหลี่หรานก็เต็มไปด้วยความกลัว เขากำปกเสื้อคลุมแน่นราวกับกำลังเผชิญหน้ากับกลุ่มเด็กสาวที่หิวกระหาย

อวี้ชิงหลันขมวดคิ้ว

“เจ้าเป็นอะไร?”

หลี่หรานกลืนน้ำลายและพูดด้วยเสียงสั่นเครือ

“นักพรตอวี้ ท่านคงไม่ได้ชอบข้าใช่ไหม?”

ทำไมนางถึงมาที่เมืองอู่หยางเพียงเพื่อบอกว่านางเป็นห่วงเขา?

นางยังบอกอีกว่าให้เขาไปที่สถาบันเทียนซูเพื่อตามหานางหากเขาต้องเผชิญกับอันตราย

ช่างเป็นการรุกอย่างอุกอาจ!

อวี้ชิงหลันพูดไม่ออก

“……”

หลี่หรานพูดอย่างกระวนกระวายว่า

“อย่าคิดว่าท่านจะบังคับให้ข้ายอมจำนนได้เพียงเพราะท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับจักรพรรดิ! ข้ามีความภูมิใจในตัวเองและจะไม่ยอมอ่อนข้อ...

ทำไมท่านไม่ถอดผ้าคลุมหน้าออกก่อนล่ะ ข้าจะพิจารณามันหลังจากนั้น”

“หลางเยว่

อาจารย์ขอโทษ แต่เขาคงต้องตายตรงนี้แล้วล่ะ” อวี้ชิงหลันพูดกับตัวเองโดยปราศจากความรู้สึก

หลี่หราน:

∑(⊙▽⊙∣∣∣

/////

[ แม่ชี -> นักพรต ]

[ แม่ชี เป็นนักพรตหญิงในศาสนาพุทธฝ่ายเถรวาท นุ่งขาวห่มขาว โกนศีรษะ ถือศีลแปด อาศัยในวัดเช่นเดียวกับภิกษุ แต่มิได้อุปสมบท ]

[ นักพรตหญิง คือสตรีที่ปฏิญาณอุทิศตนใช้ชีวิตเพื่อศาสนา อาจจะถือวัตรคล้ายนักพรตที่เลือกสละทางโลกแล้วหันไปใช้ชีวิตกับการอธิษฐานและการเพ่งพินิจ ]