ตอนที่ 91

แม้ว่าศิลาผนึกมารจะทรงพลังและมีผลในการทะลวงผ่านทักษะและปราบปรามปีศาจ

แต่สามารถใช้ได้เฉพาะกับทักษะเต๋าจากผู้ที่อยู่ต่ำกว่าขอบเขตเหนือวิบัติเท่านั้น

เห็นได้ชัดว่าโล่แสงศักดิ์สิทธิ์ที่ปกป้องหลินหลางเยว่ไว้นั้นไม่ใช่สมบัติธรรมดา

นอกจากนี้

เขายังกังวลเกี่ยวกับความโกรธของตาแก่หลี่

ก้อนหินบนถุงมือของหลี่หรานนั้นเล็กเกินไป ถ้าเขาใช้มันกับทักษะปกติมันก็คงไม่เป็นไร

แต่หินคงจะแตกถ้าใช้กับทักษะเต๋าที่แข็งแกร่ง

ดังนั้นเขาจึงถอดถุงมือออกเพื่อไม่ให้มันเสียหาย

“ไม่มีความเป็นปฏิปักษ์ระหว่างเรา

ทำไมเราต้องสู้กันด้วย?” หลินหลางเยว่กล่าวว่า

นางสวยมากจริงๆ

ในตอนนี้ นางนอนอยู่ในหลุมพร้อมกับผมเผ้าที่ยุ่งเหยิง

ริมฝีปากของนางบางดุจดั่งชิ้นหยก และใบหน้าที่สวยงามของนางก็งดงามไร้ที่ติ

ต่างจากรูปลักษณ์ของนางฟ้าอมตะ

นางไม่มีความรู้สึกเย็นยะเยือกเหมือนน้ำแข็งอีกต่อไป

ตอนนี้ความงามของนางมีมากกว่าความสามารถในการยับยั้งความปรารถนาที่ซ่อนอยู่ของผู้คน

หลี่หรานพูดอย่างเฉยเมยว่า “ข้ามีสัญญากับตาแก่คนหนึ่งว่าจะทุบตีศิษย์ของผู้นำสถาบันเทียนซู”

“ตาแก่?” หลินหลางเยว่ขมวดคิ้ว

สถาบันเทียนซูไม่เคยสู้รบหรือปล้นสิ่งของจากใครและแยกตัวเองจากโลกมนุษย์

นางไม่เคยได้ยินว่านิกายของนางมีความแค้นกับใครมาก่อน

“อีกอย่าง…”

หลี่หรานพูดด้วยรอยยิ้มเย็นชา

“ข้าเกลียดเจ้า สตรีโสเภณีที่ต้องการทำให้ตัวเองดูเหมือนนางฟ้าชั้นสูง เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นจันทราที่ส่องสว่างอยู่บนฟากฟ้าหรือไง?

ถ้าเช่นนั้นข้าจะดึงมันลงมาเอง!”

“เจ้า!”

ร่องรอยของความโกรธฉายผ่านดวงตาของหลินหลางเยว่

ปีศาจตนนี้บอกว่านางเป็น...

นางไม่เคยได้รับความอัปยศอดสูเช่นนี้มาก่อน!

ดวงตาของหลี่หรานเป็นสีแดงราวกับโลหิต “เจ้าพร้อมไหม?”

“เอ๊ะ?” หลินหลางเยว่ตกตะลึง

กล้ามเนื้อของเขาเกร็งขึ้นพร้อมกับพลังปราณที่ปะทุออกมาจากร่างกาย

และปกคลุมด้วยชั้นของเปลวไฟบางๆ เขาทุบลงไปราวกับดาวหาง

บูม!

พื้นด้านล่างของนางระเบิดออก แต่ม่านพลังยังส่องประกายด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์ขณะปิดกั้นแรงกระแทกจากกำปั้น

หลินหลางเยว่ส่ายหัว “อย่าสิ้นเปลืองพลังงานของเจ้าเลย

นี่คือสมบัติล้ำค่า หยกวิญญาณเมฆา มันสามารถสกัดกั้นการโจมตีเต็มกำลังจากผู้บ่มเพาะขอบเขตกำเนิดจิตวิญญาณขั้นต้นได้

เจ้าไม่สามารถทำลายมันได้”

[TL: ‘กำเนิดจิตวิญญาณ’ คือขอบเขตหลังจาก ‘แก่นทองคำ’]

รอยยิ้มของหลี่หรานกลายเป็นน่าสะพรึงกลัว

“พูดมากเสียจริง”

จากนั้นอีกหลายหมัดก็ตามมา

บูม บูม บูม!

ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยพลังงานจากโลหิตราวกับว่าเขาเป็นสัตว์ร้ายที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

หมัดทั้งสองของเขาฟาดลงบนม่านพลังและแต่ละหมัดยังเร็วกว่าครั้งก่อนหน้า

อีกทั้งยังรุนแรงขึ้นด้วยพลังที่ทวีคูณในแต่ละครั้ง!

พื้นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

และราวกับว่าเกิดฝูงสัตว์อสูรคลั่งที่นี่ ซากปรักหักพังทั้งหมดล้วนสั่นไหว

แสงบนม่านพลังหรี่ลง

ในตอนแรกม่านพลังยังคงสามารถต้านทานได้

แต่ด้วยการโจมตีที่รุนแรงของเขา มันก็เริ่มแสดงรอยปริแตก

หลินหลางเยว่เปิดปากของนาง

ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความกลัว

นี่คือหยกวิญญาณเมฆา แต่มันกำลังจะถูกทำลายโดยความแข็งแกร่งทางกายภาพของผู้บ่มเพาะขอบเขตแก่นทองคำ?

แค่พลังที่สะท้อนกลับไปก็ควรจะฆ่าเขาได้แล้ว!

แคร่ก

เสียงปริแตกที่คมชัดดังขึ้นในใจนาง

ใบหน้าของหลินหลางเยว่ซีดเผือก ความกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนปกคลุมหัวใจของนางจนหายใจลำบาก

หัวใจของนางบีบรัดแน่นขณะที่นางมองดวงตาที่โหดเหี้ยมคู่นั้นผ่านม่านพลัง

ทันใดนั้นความคิดหนึ่งก็วาบเข้ามาในหัวของนาง

‘งั้นข้าก็กลัวความตายเชกเช่นผู้อื่น’

นางทำได้เพียงเฝ้าดูขณะที่ชายคนนั้นทุบลงมาทีละหมัด

ทุกครั้งที่ม่านพลังสั่นไหว

หัวใจของนางก็ยิ่งขดตัวมากขึ้น

ไม่ใช่ว่าหลินหลางเยว่ไม่เคยฆ่าใครมาก่อน

อย่างไรก็ตาม ศัตรูของนางถูกบดขยี้ในครั้งเดียว

นางไม่เคยพบกับการเผชิญหน้าโดยตรงเช่นนี้ที่เทียบได้กับการต่อสู้เป็นตายระหว่างสัตว์ร้าย

“ทักษะของเขาแข็งแกร่ง

และร่างกายของเขาก็ทรงพลัง จะมีสัตว์ประหลาดเช่นนี้ได้อย่างไร? ข้า... ไม่คู่ควรกับเขา...”

หัวใจแห่งเต๋าที่แน่วแน่ของนางสั่นคลอนเป็นครั้งแรก

ปัง!

กำปั้นของหลี่หรานทุบเข้ามาในช่องว่าง

เช่นเดียวกับเปลือกไข่ที่แตก ม่านแสงถูกปกคลุมด้วยรอยแตกมากมาย

จากนั้นมันก็กลายเป็นอณูแสงและสลายไป

หยกวิญญาณเมฆาที่สามารถป้องกันการโจมตีของผู้บ่มเพาะขอบเขตกำเนิดจิตวิญญาณได้ถูกทำลายลงแล้ว

ร่างของหลินหลางเยว่เปิดเผยออกมาอย่างสมบูรณ์

ใบหน้าของนางซีดเซียว

ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความกลัว นางนอนอยู่บนพื้นเหมือนดอกลิลลี่ที่บอบบาง

หลี่หรานยิ้มอย่างน่าสะพรึงกลัว “จันทราที่ส่องสว่างอยู่บนฟากฟ้า?

คอยดูสิว่าข้าจะดึงเจ้าลงมายังไง!”

กำปั้นของเขาทุบลงโดยไม่ลังเล!

เมื่อศิษย์ของเส้นทางอันชอบธรรมเห็นสิ่งนี้

หนังศีรษะของพวกเขาก็ชาหนึบ

นั่นคือหลินหลางเยว่!

ผู้มีร่างเต๋าโดยกำเนิด ศิษย์สายตรงของสถาบันเทียนซู

อัจฉริยะอันดับหนึ่งของเส้นทางอันชอบธรรม!

นางถูกหลี่หรานทุบลงไปที่พื้นได้อย่างไร?

หลังจากวันนี้

ข่าวจะแพร่กระจายไปทั่วดินแดนอันกว้างใหญ่อย่างแน่นอน

ชื่อเสียงของหลี่หรานจะกลายเป็นฝันร้ายของอัจฉริยะทั้งหมด!

“ใครกันจะสามารถต่อกรกับปีศาจเช่นนี้ได้?” ทุกคนรู้สึกไร้เรี่ยวแรง

ขาของลั่วย้งสั่นเทาและกางเกงของเขาก็เปียกโชก

น้องบังหยิงที่เรียกเขาว่าน้องชายคือเซิงจื่อแห่งวิหารโหยวหลัว!

“แก๊งฮาร์ดแบง? ยังดีที่ข้าไม่ได้พูดอะไรมากเกินไป

ไม่เช่นนั้นข้าคงกลายเป็นศพไปแล้ว!”

นอกซากปรักหักพัง

“ท่านเจ้าเมือง ท่านยังไม่ลงมืออีกหรือ?

ถ้าช้ากว่านี้ต้องมีคนตายแน่!”

เซียงเจิ้งกลืนน้ำลาย “แค่พูดน่ะมันง่าย ข้าจะเข้าไปโดนทุบตีแทนน่ะสิ!”

รองเจ้าเมืองเงียบลง “……”

ถึงกระนั้นเซียงเจิ้งก็ไม่อาจนั่งเฉยได้

ถ้าหลินหลางเยว่ตายที่นี่ เมืองชิงโจวจะต้องทนทุกข์ทรมานจากความโกรธแค้นของสถาบันเทียนซู

และนั่นจะเป็นหายนะ!

เซียงเจิ้งหายใจเข้าลึกๆ ค้ำจุนตัวเองไว้แล้วรีบวิ่งเข้าไปตะโกนว่า

“ท่านเซิงจื่อแห่งนิกายปีศาจ โปรดยั้งมือด้วย!”

“ไสหัวไป!”

ก่อนที่เขาจะพูดจบ เขาก็ถูกส่งลอยออกไป

เซียงเจิ้งพยายามลุกขึ้นยืนและถอนหายใจ “บัดซบ!”

เขาลอยขึ้นไปในอากาศ

เสื้อผ้าของเขาปลิวไสวไปตามสายลม เครื่องหมายสีน้ำเงินสว่างปรากฏขึ้นที่ระหว่างคิ้วของเขา

พายุที่มองไม่เห็นควบแน่นในมือของเขา

ก่อตัวเป็นพายุขนาดมหึมาบนมือ

มันถูกห่อหุ้มด้วยชั้นของกระแสอากาศที่หมุนวนและปล่อยพลังที่สะพรึงกลัวออกมา

“หยุด!”

เซียงเจิ้งคำรามอย่างโกรธเกรี้ยวในขณะที่ฝ่ามือพายุของเขากระแทกลง!

แผ่นดินและภูเขาสั่นสะเทือน!

ปัง!

ร่างหนึ่งฝ่าพายุเข้ามาปรากฏต่อหน้าเขาทันที

ดวงตาสีแดงเข้มมองเขาด้วยความเฉยเมย

มันเหมือนสัตว์ร้ายจากยุคดึกดำบรรพ์ที่ไม่มีความรู้สึกของมนุษย์แม้แต่น้อย

ลำคอของเซียงเจิ้งรัดแน่นขึ้น

เขาพูดด้วยรอยยิ้มลำบากใจ “โปรดใจเย็นๆก่อน ท่านเซิงจื่อ”

เมื่อเห็นว่าดวงตาสีขาวกำลังจะติดเชื้ออย่างสมบูรณ์

หลี่หรานก็หายใจเอาอากาศเย็นออกมาเต็มปาก และพลังงานในสายเลือดทั้งหมดของเขาก็ถูกเก็บกลับคืน

ดวงตาของเขาฟื้นคืนความชัดเจนอย่างสมบูรณ์

“เจ้าเป็นใคร?”

หลี่หรานขมวดคิ้ว

เซียงเจิ้งพยักหน้าและคำนับ “ข้าเสี่ยวเซียง

เป็นเจ้าเมืองชิงโจว ยินดีที่ได้พบ ท่านเซิงจื่อ”

[TL: เสี่ยวเซียง =

เซียงน้อย - คำว่า ‘เสี่ยว’ ไว้ให้ผู้อาวุโสใช้เรียกผู้เยาว์อย่างเอ็นดู]

“เมื่อกี้เจ้าเป็นคนโจมตีข้า?”

“มันจะเป็นไปได้ยังไง! นั่นเป็นเพราะท่านน่าจะร้อนเกินไป

ข้าแค่เอาลมมาเป่าให้เย็นลง!”

“???”

“หลินหลางเยว่ไปไหนแล้ว?”

หลี่หรานหันกลับไปและเห็นว่าอีกฝ่ายหายไปแล้ว

ในขณะนั้นเอง เสียงที่ราวกับไม่มีตัวตนของนางก็ดังมาจากระยะไกล

“หลี่หราน ข้าจะจดจำความอัปยศอดสูในวันนี้ไว้ ข้าจะตอบแทนมันคืนนับสิบเท่าในอนาคต!”

“เจ้ากล้าข่มขู่ข้า? ดูเหมือนว่าเจ้ายังได้รับบทเรียนไม่มากพอ!” หลี่หรานเลิกคิ้วและม้วนแขนเสื้อขึ้นเพื่อเตรียมไล่ตาม

“ท่านเซิงจื่อ หยุดก่อน!”

เซียงเจิ้งรีบหยุดเขาและแนะนำว่า “ท่านชนะแล้ว นี่คือสิ่งที่ทุกคนสามารถเห็นได้

ทำไมท่านยังต้องโต้เถียงกับนางด้วย? นอกจากนี้หลินหลางเยว่ยังเป็นสตรี

ท่านเป็นบุรุษจะรังแกสตรีได้เช่นไร มันคงไม่ดีแน่ถ้ามีคนมาได้ยินเรื่องนี้!”

หลี่หรานชำเลืองมองเขาและชูกำปั้นขึ้น “เจ้าจะไปรู้อะไร? สตรีคุ้นเคยกับความเจ็บปวด!”

เซียงเจิ้งพูดไม่ออก “…”

//////////

[TL: ระดับคร่าวๆที่เปิดเผยออกมาตอนนี้

– หลอมรวมลมปราณ -> สร้างรากฐาน ->

แก่นทองคำ -> กำเนิดจิตวิญญาณ ->

หนือวิบัติ -> จักรพรรดิ]