ตอนที่ 94

เมืองหวู่หยาง ที่พักอาศัยของตระกูลหลี่

“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”

เสียงหัวเราะของหลี่อู๋เซียงดังก้องไปทั่วทั้งคฤหาสน์

สมาชิกตระกูลหลี่ล้วนตกตะลึง

“เกิดอะไรขึ้นกับท่านบรรพบุรุษกัน?

เขาหัวเราะมาทั้งวันแล้ว...”

“ข้าไม่รู้ แต่ข้าก็ไม่กล้าถามเหมือนกัน!”

“ท่านบรรพบุรุษอยู่ในพื้นที่ลับมานานกว่าร้อยปี

เขาเป็นบ้าไปแล้วหรือเปล่า?”

“ข้าได้ยินมาว่าท่านบรรพบุรุษนั้นแก่มากแล้ว

เป็นไปได้ไหมว่าเขาเป็นโรคอัลไซเมอร์เหมือนกับผู้อาวุโสสอง?”

“ข้าไม่รู้ว่ามีอะไรผิดปกติกับท่านบรรพบุรุษหรือเปล่า...

แต่พวกเจ้าเบื่อที่จะมีชีวิตแล้วหรือไงถึงกล้านินทาท่านบรรพบุรุษ?”

หลี่เต้าหยวนก็กังวลเช่นกัน

ท่านบรรพบุรุษป่วยจริงๆ?

นี่ไม่ใช่ข่าวดีสำหรับตระกูลหลี่

ในพื้นที่ลับ ใบหน้าแก่ๆของหลี่อู๋เซียงยิ้มแย้มแจ่มใสราวกับดอกเบญจมาศ

“หลานชายที่ดี

หลานชายที่ดีของข้าอย่างแท้จริง!”

“ข้าบอกให้เขาทุบตีศิษย์ส่วนตัวของผู้นำสถาบันเทียนซูอย่างลวกๆ

และเขาก็ทุบตีนางจริงๆ!”

“อวี้ชิงหลันจะตายเพราะความโกรธหรือไม่?

ฮ่าฮ่า เจ้าขโมยสมบัติของตาแก่คนนี้ในตอนนั้น และตอนนี้ลูกหลานตระกูลหลี่ของข้าก็ทุบตีศิษย์ของเจ้า

ช่างเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างแท้จริง!”

เมื่อนึกถึงหลี่หราน หลี่อู๋เซียงก็พยักหน้าด้วยความชื่นชม

“แม้ว่าเจ้าเด็กนั่นจะค่อนข้างไร้ยางอายและหน้าหนามาก

แต่เขาก็รักษาสัญญา!”

“งั้นข้าก็จะทำตามสัญญาที่ให้ไว้เช่นกัน!”

“เซียวชิงเกอ

ข้าจะรับประกันความปลอดภัยของเจ้า!”

หลี่หรานต่อสู้เพียงชั่วขณะเท่านั้น

แต่การกระทำของเขากลับทำให้เกิดผลกระทบอย่างใหญ่หลวง

เขาดื่มกินอย่างสบายใจในคฤหาสน์เจ้าเมืองก่อนที่จะเตรียมตัวกลับนิกาย

ประตูเมืองชิงโจว

เซียงเจิ้งและรองเจ้าเมืองต่างยิ้มแย้ม “รักษาตัวด้วยท่านเซิงจื่อ

ไว้คราวหน้ามาเยี่ยมเยียนใหม่!”

“เอาล่ะๆ พวกเจ้าไปได้แล้ว”

หลี่หรานโบกมือไล่พวกเขา

ด้วยความคิด รถม้ามังกรขนาดมหึมาปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา

ม้าขาวหกตัวร้องออกมา มันมีปีกที่ซี่โครง

มีเขาบนหัว และมีแสงจางๆบนลำตัว

มันดูอัศจรรย์มาก

ตัวรถม้าถูกฝังด้วยไข่มุก ประดับด้วยเพชร

และสลักลวดลายมังกรกับนกฟีนิกซ์ขนาดใหญ่

บนรถม้ามีเกี้ยวสีทองขนาดใหญ่ สายลมพัดพาระฆังจนแกว่งไกว

เกิดเป็นวงแหวนที่สวยงามราวกับนกฟีนิกซ์

นี่เป็นรางวัลสำหรับภารกิจที่เขาได้รับระหว่างงานชุมนุมล่าปีศาจ—ราชรถมังกร

นี่คือสิ่งประดิษฐ์ที่ลอยได้

โดยปกติแล้วมันจะมีขนาดเล็ก แต่ตราบใดที่เติมพลังปราณเข้าไป

ผู้ใช้ก็สามารถเปลี่ยนมันให้กลายเป็นรถม้าได้

ตราบใดที่ราชรถมังกรถูกเปิดใช้งาน

มันสามารถบินได้ตามความต้องการของผู้ใช้ โดยที่ม้าจะไม่มีวันเหน็ดเหนื่อย

ค่ายกลที่แกะสลักบนรถม้าจะดูดซับพลังปรารโดยอัตโนมัติ

ดังนั้นหลี่หรานจึงไม่จำเป็นต้องเสียพลังปราณของเขาแม้แต่หยดเดียว

นอกจากนั้น

สิ่งประดิษฐ์นี้ยังมีความสามารถในการป้องกันบางอย่าง

ตามคำแนะนำของระบบ

มันสามารถต้านทานการโจมตีของผู้บ่มเพาะขอบเขตแก่นทองคำได้

แม้ว่าความสามารถในการป้องกันจะไม่แข็งแกร่งนัก

แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีเลย

หลี่หรานขึ้นไปบนรถม้าและนั่งลงบนเกี้ยวที่หรูหรา

ม้าทั้งหกยกขาขึ้นและส่งเสียงร้องออกมา

ขณะเดียวกันก็สยายปีกและดึงรถม้าขึ้นไปในอากาศ

ผู้คนที่อยู่รอบๆต่างส่งเสียงร้องด้วยความตกตะลึง

มีแม้กระทั่งบางคนที่คุกเข่าและโค้งคำนับ

โดยคิดว่าจักรพรรดิแห่งมวลมนุษย์ได้เสด็จลงมา

ในทางกลับกัน เซียงเจิ้งและรองเจ้าเมืองจับมือกันด้วยความตกใจและเฝ้าดูราชรถมังกรกลายเป็นจุดเล็กๆบนขอบฟ้า

“ช่างสุรุ่ยสุร่าย! สมกับเป็นเซิงจื่อแห่งวิหารโหยวหลัว!”

เซียงเจิ้งถอนหายใจ

รองเจ้าเมืองรู้สึกงงงวย

“มีเพียงราชวงศ์เท่านั้นที่สามารถใช้ราชรถของจักรพรรดิได้ ใช่ไหม?

เขาไม่หยิ่งผยองเกินไปหรือ?”

เซียงเจิ้งชำเลืองมองเขา

“เขามีสิทธิ์ที่จะหยิ่งผยอง ใครจะทำอะไรเขาได้? ในทางกลับกัน

เจ้ากล้าพูดว่าหลี่หรานหยิ่งผยอง? ไม่ใช่ว่าเจ้ากำลังอวดดีหรอกหรือ?”

รองเจ้าเมืองเงียบอีกครั้ง “……”

วันนี้ วิหารโหยวหลัวต้อนรับแขกพิเศษ

ในห้องพักผ่อนของผู้นำนิกาย เหลิงอู่เหยียนและแม่ชีเต๋ากำลังจ้องมองกันและกัน

ทั้งสองจ้องตากันเป็นเวลากว่าหนึ่งชั่วโมงโดยไม่กระพริบ

และบรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด

ใบหน้าของแม่ชีเต๋าถูกปิดบังไว้ด้วยผ้าคลุมและไม่สามารถมองเห็นใบหน้าของนางได้อย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม นัยน์ตาที่ใสราวกับหยาดน้ำของนางนั้นใสเหมือนกับว่านางสามารถจ้องมองทะลุไปถึงหัวใจของใครคนหนึ่งได้

ในท้ายที่สุด แม่ชีเต๋าก็เป็นฝ่ายละสายตาออกก่อน

เหลิงอู่เหยียนปรบมืออย่างมีความสุข “อวี้ชิงหลัน

เจ้าแพ้อีกแล้ว!”

ถ้าคนอื่นได้ยินคำพูดเหล่านี้

พวกเขาคงจะตกใจมาก

แม่ชีเต๋าในชุดสีขาวคือหัวหน้าสถาบันเทียนซู

อวี้ชิงหลัน!

ผู้นำทั้งสองของเส้นทางที่เป็นปฏิปักษ์กำลังจ้องมองกันและกัน?

คงไม่มีใครเชื่อว่าภาพเช่นนี้จะเกิดขึ้น

อวี้ชิงหลันส่ายหัวและพูดว่า

“เหลิงอู่เหยียน เจ้าควรเปลี่ยนชื่อเป็นเหลิงอู่เหลียว!”

[TL: 无聊(อู่เหลียว) แปลว่า น่าเบื่อ]

เหลิงอู่เหยียนจ้องมองนาง “เจ้าหัดมีอารมณ์ขันตั้งแต่เมื่อใดกัน?”

อวี้ชิงหลันพูดอย่างเฉยเมยว่า “ข้าไม่ได้ล้อเล่น

เจ้าช่างน่าเบื่อจริงๆ”

เหลิงอู่เหยียนตัด “เจ้าจ้องหน้าข้าไม่ได้แสดงว่าข้าน่าเบื่อ?

อวี้ชิงหลัน เจ้านี่ยังเสแสร้งไม่เปลี่ยนไปเลยจริงๆ”

อวี้ชิงหลันไม่โกรธและพูดอย่างใจเย็นว่า

“หรือเจ้าอยากเป็นปีศาจที่ถูกคนอื่นปฏิเสธมากกว่าเป็นผู้บ่มเพาะฝ่ายธรรมะที่เสแสร้ง?”

เหลิงอู่เหยียนส่ายหัวของนาง “ใครบอกเจ้าว่าข้าเป็นปีศาจ”

อวี้ชิงหลันตอบว่า “มันคือความคิดเห็นของคนทั้งโลก”

“คนทั้งโลก?”

เหลิงอู่เหยียนหัวเราะเยาะ “ความคิดของคนในโลกเกี่ยวอะไรกับข้า?”

“เส้นทางอันชอบธรรมแล้วไง?

เส้นทางปีศาจแล้วมันทำไม?”

“ตามความคิดของข้า ข้านี่แหละคือเส้นทางแห่งสวรรค์!”

ลมหายใจของอวี้ชิงหลันขาดห้วงไปครู่หนึ่งก่อนที่นางจะถอนหายใจและพูดว่า

“เจ้ายังคงหยิ่งผยองและไม่ยอมให้ใครอยู่ในสายตาเช่นเคย”

เหลิงอู่เหยียนยักไหล่ “นี่คือเต๋าของข้า”

อวี้ชิงหลันพูดไม่ออกอยู่ครู่หนึ่ง

บรรยากาศเริ่มกลับมาเงียบงัน

หลังจากนั้นไม่นาน เหลิงอู่เหยียนก็พูดว่า

“เจ้าคงไม่ได้มาที่นี่เพื่อหารือเกี่ยวกับเต๋าใช่ไหม?”

“ไม่”

การแสดงออกของอวี้ชิงหลันกลายเป็นซับซ้อน “เจ้าต้องการเริ่มสงครามกับสถาบัน

เทียนซูจริงๆ?”

เหลิงอู่เหยียนพ่นลม “ในเมื่อเจ้าอยากจัดการเซิงจื่อของข้า

ข้าก็ย่อมเล่นกับเจ้าโดยธรรมชาติ”

ร่องรอยของความโกรธวาบผ่านดวงตาของอวี้ชิงหลันและเสียงของนางก็รุนแรงยิ่งขึ้น

“เขาเป็นคนทำลายหัวใจแห่งเต๋าของหลินหลางเยว่!”

เหลิงอู่เหยียนไม่ถอยและมองนาง

“นั่นเป็นเพราะศิษย์ของเจ้ามีทักษะอ่อนด้อย!”

“เจ้า!” ออร่าของทั้งสองปะทะกัน

แม้สิ่งของในห้องโถงจะไม่ได้รับอันตรายใดๆ แต่เมฆเหนือยอดเขาปีศาจกลับหายไปแล้ว!

อวี้ชิงหลันระงับความโกรธของนาง

“หากเจ้าต้องการทำเช่นนี้ต่อไป การต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่ระหว่างเส้นทางอันชอบธรรมและเส้นทางปีศาจจะอุบัติขึ้น

เมื่อถึงเวลานั้น ดินแดนอันกว้างใหญ่จะกลายเป็นซากปรักหักพัง เจ้ากล้ากระทำบาปที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนั้นหรือไม่?”

เหลิงอู่เหยียนยังคงปฏิเสธที่จะถอยกลับ

“ข้าจะแบกรับมันทั้งหมด! แต่การจะแตะต้องหลี่หรานนั้นเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน!”

หน้าอกของอวี้ชิงหลันกระเพื่อมขึ้นลง

ความรู้สึกหมดหนทางผุดขึ้นมาในหัวใจของนาง

เหลิงอู่เหยียนคนนี้เป็นสตรีบ้าอย่างแท้จริง...

“ข้าต้องทำเช่นไรเจ้าถึงจะยอมหยุด?” น้ำเสียงของอวี้ชิงหลันอ่อนลง

เหลิงอู่เหยียนกอดอกของนางและพ่นลมออกทางจมูก

“ข้าจะหยุดเมื่อสถาบันเทียนซูยอมถอย”

“ไม่ ทุกคนในโลกกำลังเฝ้ามองอยู่

นี่เป็นการตบหน้าสถาบันเทียนซู” อวี้ชิงหลันส่ายหัวและปฏิเสธอย่างหนักแน่น

เหลิงอู่เหยียนยักไหล่ “เช่นนั้นก็ไม่มีอะไรที่พวกเราทำได้แล้ว

มาดูกันว่าใครจะฆ่าอีกฝ่ายได้ก่อนกัน”

ในขณะนั้นเอง

มีรายงานของศิษย์มาจากภายนอก “ท่านผู้นำนิกาย เซิงจื่อกลับมาแล้ว!”

ดวงตาของอวี้ชิงหลันกลายเป็นเย็นชา

“เขากลับมาแล้ว?” เหลิงอู่เหยียนรู้สึกประหลาดใจในขณะที่นางลุกขึ้นยืน

เมื่อสัมผัสได้ถึงการจ้องมองที่แปลกประหลาดของอวี้ชิงหลัน

นางก็กระแอมในลำคอและค่อยๆนั่งลง

อวี้ชิงหลันเพ่งมองนางและรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติกับสตรีปีศาจตรงหน้านี้

“คงไม่ใช่ว่าเจ้า...”

เหลิงอู่เหยียนส่ายหัวของนาง “ไม่ ข้าไม่ได้เป็นเช่นนั้น”

อวี้ชิงหลันลูบคางของนาง “เจ้าคงไม่ทิ้งข้าแล้วออกไปตอนนี้หรอกใช่ไหม?”

ใบหน้าของเหลิงอู่เหยียนเย็นชาราวกับน้ำแข็ง

“ใครสักคนมาส่งแขกออกไปด้วย”

//////////