ตอนที่ 139

“ศพโบราณพันปี?”

หลี่หรานลูบคางของเขา “ข้าอยากจะรู้นักว่ามันคือไร”

หดหู่ หม่นหมอง โสมม และชั่วร้าย

ร่างสีดำยืนอยู่ในห้องลับ และกลิ่นอายด้านลบก็แผ่พุ่งออกมาไม่รู้จับ

ทำให้ผู้คนรู้สึกเหมือนกำลังตกลงไปในห้องที่เย็นเยียบ

“มันคือใคร?

ออกมา!” หลินหลางเยว่ตะโกน

เงาดำไม่พูดอะไร นัยน์ตาสีเขียวซีดของมันเองก็ไร้อารมณ์

“นี่ควรเป็นหุ่นเชิดศพที่อวี้เย่กำลังปรับแต่ง

แต่มันไม่มีกลิ่นอายของอวี้เย่...”

“หุ่นเชิดศพ?”

หลินหลางเยว่ขมวดคิ้ว

เทคนิคการบ่มเพาะของนิกายเต๋าหยินไม่ใช่เทคนิคที่แข็งแกร่งที่สุด

แต่เป็นเทคนิคที่ชั่วร้ายและแปลกประหลาดที่สุดในบรรดานิกายทั้งหมด

สำหรับอวี้เย่ที่ทำให้เกิดความวุ่นวายครั้งใหญ่ได้นั้นคงไม่ใช่อะไรที่จัดการได้ง่ายๆ

ในเวลานี้เอง เงาดำเริ่มเคลื่อนไหว

ขณะที่มันเดินออกจากห้องลับอย่างช้าๆ

อุณหภูมิโดยรอบก็ลดลงทันที

ร่างของมันถูกไฟส่องสว่าง

เผยให้เห็นรูปลักษณ์ที่แท้จริง

มันเป็นซากศพชายชราหัวโล้นที่เหี่ยวเฉา

รูปร่างหน้าตาซีดเซียวราวกับถูกห่อหุ้มด้วยผิวหนังคน ชุดของมันเน่าเฟะ

แต่ก็ยังมองเห็นลวดลายของนักพรตได้อย่างเลือนราง

หลี่หรานเลิกคิ้ว “เป็นภิกษุที่มรณภาพแล้ว?”

กรรรจ์...

ลำคอของศพโบราณขยับและส่งเสียงคำรามออกมา

ดวงตาสีเขียวของมันขยับเล็กน้อยขณะที่เจตนาฆ่าอันเลือนรางถูกปล่อยออกมา

พร้อมกับสีหน้าเคร่งขรึม

ดาบยาวของหลินหลางเยว่ฉายแสงสีขาวราวกับชั้นน้ำแข็งที่ก่อตัวขึ้นในห้องลับ

แท่งน้ำแข็งหนาทึบควบแน่นในอากาศ ลอยหวีดหวิวไปทางศพโบราณ!

ปัง ปัง ปัง!

เสียงกระทบกันราวกับเสียงกลอง แต่มันกลับทำให้ศพผงะถอยหลังไปเพียงสองถึงสามก้าวเท่านั้น

ไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก

กรรรจ์!

ศพดูเหมือนจะโกรธจัดขณะที่มันเหวี่ยงหมัดใส่หลินหลางเยว่

“ทักษะเต๋าของสถาบันเทียนซู ผนึกพันธนาการปีศาจ!”

หลินหลางเยว่เปล่งเสียงตะโกนเบาๆและแสงสีขาวหลายสายก็ตรึงศพไว้

ไม่ว่าจะดิ้นรนอย่างไรก็ไม่อาจหลุดพ้นได้

บริเวณที่แสงสีขาวและศพโบราณสัมผัสกันนั้นเต็มไปด้วยควันราวกับว่ามีพลังงานบางอย่างกำลังแผดเผามัน

ในเวลาเดียวกัน ทักษะเต๋าทุกประเภทก็พรั่งพรูลงมา

ทำให้ปราณภายในห้องลับแผ่พุ่งอย่างรุนแรง!

ศพโบราณทำได้เพียงคำรามด้วยความโกรธ

หลินหลางเยว่เป็นฝ่ายได้เปรียบ

นางแข็งแกร่งมาก

ในฐานะอัจฉริยะอันดับหนึ่งของวิถีธรรม

นางเป็นอัจฉริยะที่มีพรสวรรค์ที่สุดในสถาบัน เทียนซูรองจากอวี้ชิงหลัน

เมื่อเทียบกับหลี่หรานเท่านั้นที่นางดูด้อยกว่ามาก

ในเวลานี้ หลี่หรานไม่ได้เข้าไปยุ่ง

เขากำลังตรวจสอบร่องรอยของอวี้เย่แทน

อย่างไรก็ตาม เขาไม่สามารถรู้สึกถึงกลิ่นอายใดๆเลยราวกับว่ามันหายไปในอากาศ

“แปลก มันหายไปไหน?”

หลี่หรานดูเหมือนจะคิดอะไรบางอย่างได้ในขณะที่เขาจ้องมองไปที่ศพโบราณพันปีที่กำลังถูกทุบตี

“มันอาจจะเป็น...”

กรรรจ์!

เสียงคำรามกึกก้องดังขึ้นในขณะที่ระลอกคลื่นที่มองไม่เห็นกระเพื่อมออกมา

ผิวหนังของศพโบราณค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีขี้เถ้าและค่อยๆผุพัง

ปัง!

โซ่แสงที่รัดมันไว้ขาดออก!

จู่ๆร่างกายของหลินหลางเยว่ก็อ่อนลงราวกับว่าพลังปราณของนางหมดไป

นางไม่สามารถใช้ทักษะได้แม้แต่น้อย

หัวใจของนางเต้นผิดจังหวะ “แย่แล้ว

สถานที่นี้ปนเปื้อนด้วยวิญญาณชั่วร้าย มีการใช้เทคนิคต้องห้ามที่นี่!”

กำปั้นของศพโบราณทุบมาทางนาง

ความแข็งแกร่งของกำปั้นนั้นแม้แต่อากาศก็ระเบิดออก

ดาบของหลินหลางเยว่พุ่งไปข้างหน้าและฟันที่ข้อมือของมัน

เคร้ง!

ด้วยเสียงที่คมชัดของการชนกันของโลหะ

ดาบถูกส่งลอยออกไปในขณะที่กำปั้นของศพโบราณนั้นไม่สามารถหยุดยั้งได้!

ปัง!

หลี่หรานยืนอยู่ข้างหน้านางและรับกำปั้นด้วยมือข้างเดียว

“ศพก็ควรทำตัวเหมือนศพ

ดังนั้นอย่าสร้างปัญหาด้วยการกลับมามีชีวิต!”

พลังโลหิตแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย

เขาส่งศพโบราณปลิวไปด้วยกำปั้นเดียว

ร่างของศพโบราณบิดตัวในอากาศและพุ่งเข้าหาเขาทันทีที่มันตกลงพื้น

บูม บูม บูม!

หนึ่งบุรุษและหนึ่งศพปะทะกันอย่างบ้าคลั่ง

ร่างสองร่างพุ่งออกไปจากห้องลับ

ถ้าไม่ใช่เพราะเทคนิคต้องห้ามที่เสริมความแข็งแกร่งให้กับสถานที่แห่งนี้

ภูเขาคงถูกทำลายไปแล้ว

ปัง!

หลี่หรานชกเข้าที่หัวของศพแล้วต่อยจนหน้ายุบ!

ศพโบราณส่งเสียงคำราม แต่การเคลื่อนไหวของมันไม่ได้หยุดลงและเตะส่งหลี่หรานบินออกไป

เขาล้มลงกับพื้น ใบหน้าซีดเซียวเล็กน้อย

ศพโบราณนี้ท้าทายการความสามารถอย่างคาดไม่ถึง

ร่างกายของมันแข็งแกร่งอย่างหาที่เปรียบมิได้

มันไม่ได้ด้อยไปกว่าพลังสายเลือดของเขาเลย

ที่สำคัญมันกำลังปล่อยคลื่นของพลังงานที่เย็นเยียบและชั่วร้ายออกมา

ทำให้พลังปราณและเลือดของเขาแข็งตัว และเขาไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เลย

หลี่หรานสะบัดมือขวาและหอกหยุนหลิงก็ปรากฏขึ้นในมือ

แม้ว่ามันจะเป็นไปไม่ได้ที่จะใช้พลังปราณเพื่อเปิดใช้งานทักษะ

แต่หอกก็เป็นอาวุธที่แหลมคมเช่นกัน

หนุ่งบุรุษหนึ่งศพเริ่มต่อสู้กันอีกครั้ง

หลี่หรานเห็นช่องโหว่และหอกสีเงินก็พุ่งเข้าไปสะบั้นแขนขวาของศพโบราณทันที!

โอ่วว!

ศพโบราณคำรามอย่างโกรธเกรี้ยว และพลังแห่งความตายสีดำสนิทก็กระจายออกจากบาดแผลอย่างรวดเร็ว

พลังแห่งความตายควบแน่นเป็นใบมีดยาวสีดำสนิทแทนที่แขนขวาของมัน

มันถูกห่อหุ้มด้วยพลังงานเย็นยะเยือกขณะที่มันพุ่งเข้าหาเขา

“บัดซบ! มันกลับพัฒนาขึ้น!”

หลี่หรานรู้สึกว่าการต่อสู้แบบนี้ไม่ใช่ทางเลือกที่ดี

อย่างไรก็ตาม

ในขณะนี้เขาถูกจำกัดด้วยเทคนิคต้องห้าม ดังนั้นแม้ว่าเขาจะมีทักษะทุกประเภทเขาก็ไม่สามารถใช้มันได้

ทันใดนั้นเขาก็สังเกตเห็นไข่มุกส่องแสงสีทองจางๆข้างหม้อที่แตกละเอียด

เมื่อรวมกับชุดนักพรตของศพเขาก็นึกถึงบางสิ่ง

ปัง!

หอกของหลี่หรานส่งศพโบราณปลิวไป

เขารีบวิ่งไปที่ด้านหลังของกำแพงและหยิบไข่มุกสีทองขึ้นมา

“ใช่แล้ว ข้าเดาไม่ผิด มันคือกระดูกพุทธะ!”

พลังจากฝ่ามือของเขาถูกปล่อยออกมา มันบดขยี้กระดูกพุทธะทันที

จากนั้นพลังพุทธะอันไร้ขอบเขตก็พุ่งเข้าสู่ร่างของเขา!

“พลังแห่งพุทธะนี้ก็เพียงพอแล้ว!”

หลี่หรานนั่งไขว่ห้างในอากาศ

นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ของเขาบิดเข้าหากัน

ก่อตัวเป็นอาคมผนึกที่หมุนวน

แสงแห่งพุทธะอันเรืองรองเบ่งบาน ขับไล่ปราณแห่งความตายโดยรอบราวกับดวงอาทิตย์ที่แผดเผา

ดวงตาของเขาหลุบต่ำและปิดลงช้าๆ จากนั้นวัชระมหาศาลก็ปรากฏขึ้นข้างหลังเขา!

ศพโบราณดูเหมือนจะรับรู้อะไรบางอย่างและพุ่งเข้าใส่เขา

แต่มันก็สายเกินไป

จู่ๆดวงตาของหลี่หรานก็เปิดขึ้น และแสงสีทองก็ส่องประกายออกมา

บูม บูม บูม!

เขาเปิดปากคำรามอย่างเกรี้ยวกราด

และเสียงของเขาก็ดังราวกับฟ้าร้อง

วัชระที่อยู่ข้างหลังเขาตอบโต้และฟันลงมาด้วยดาบแสงสีทอง

บูม!

ศพโบราณถูกตัดครึ่งในขณะที่กำลังคำราม

หุบเหวยาวหลายเมตรปรากฏขึ้นบนกำแพงหินที่แข็งแกร่ง

ภูเขาทั้งลูกสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

เพียงแค่ดาบเดียว

ในขณะเดียวกันกระดูกพุทธะก็กลายเป็นสีเทาก่อนที่จะถูกทำให้เป็นผงและสลายไป

พลังพุทธะเองก็ถูกใช้จนหมดสิ้น

หลี่หรานร่อนลงบนพื้นและมองไปที่ศพโบราณ

มันถูกผ่าเป็นสองท่อนจากเอวของมัน และปราณแห่งความตายจำนวนมากก็สลายไป

ความมืดหม่นบนตัวค่อยๆจางลง

ในทางกลับกัน

ดวงตาสีเขียวคู่นั้นค่อยๆชัดขึ้น และในที่สุดพวกมันก็กระพริบ!

“เอ๊ะ?”

หลี่หรานขมวดคิ้ว “ยังไม่ตาย?”

เขาหยิบหอกหยุนหลิงขึ้นมาและเล็งไปที่หัวของมัน

เตรียมพร้อมสำหรับการโจมตีที่โหดเหี้ยม

/////