ตอนที่ 228

ราชรถมังกรอันหรูหราแล่นผ่านท้องฟ้า

ดินแดนกว้างใหญ่ไพศาลและไร้ขอบเขต

แม้ว่าราชรถมังกรจะบินเร็วมาก

แต่ก็ยังใช้เวลาสามวันในการเดินทางจากใต้ขึ้นเหนือ

แผ่นดินสีเหลืองด้านล่างถูกปกคลุมด้วยหิมะ

และอุณหภูมิก็ลดลงอย่างมาก

มันเป็นสัญญาณว่าพวกเขากำลังออกจากทวีปกลางและเข้าสู่ดินแดนที่หนาวเย็นทางตอนเหนือ

ภายในเกี้ยวสีทอง

อวี้ชิงหลันนั่งอยู่ที่มุมเตียง ดวงตาของนางล่องลอย

หลี่หรานเกาหัว

“นักพรตอวี้ ท่านเดินละเมออีกแล้ว?”

อวี้ชิงหลันหน้าแดงและพูดอย่างเฉยเมย

“เก้าอี้ไม่ค่อยสบาย นักพรตเต๋าผู้ต่ำต้อยคนนี้เพียงขึ้นมาทำสมาธิ”

“เป็นเช่นนั้น?” หลี่หรานมองนางอย่างจริงจัง

สามารถเห็นได้ว่าใบหน้าสวยของนางแดงไปหมดและผมเผ้าของนางยุ่งเหยิงเล็กน้อย

ในเวลานี้

สีหน้าของนางดูเหมือนจะประหม่าเล็กน้อย ดวงตาที่สดใสของนางกะพริบเป็นระยะและริมฝีปากสีเชอร์รี่ก็โค้งขึ้น

นางดูเหมือนเด็กนิสัยเสีย

เขากลืนน้ำลาย

นักพรตเต๋าหญิงที่ไม่มีผ้าคลุมหน้าคนนี้อันตรายเกินไป

อวี้ชิงหลันลูบผมของนางและถามด้วยความสงสัย

“ทำไมเจ้าถึงจ้องนักพรตเต๋าผู้ต่ำต้อยคนนี้?”

“นักพรตอวี้

ท่านน่ารักจริงๆ” หลี่หรานพึมพำ

“……”

“ข้าขอหยิกหน้าท่านได้ไหม?”

“……”

ก่อนที่นางจะตอบ

เขาก็ยื่นมือออกไป

นางไม่รู้ว่าเป็นเพราะด้ายสีแดงหรือกำลังตกตะลึงกับความอวดดีของเขา

นางจึงไม่ได้หลบเลี่ยง

หลี่หรานหยิกมันเบาๆ

ผิวที่ขาวราวกับหิมะของนางสัมผัสกับมือของเขา

ใบหน้าเล็กๆของนางเนียนนุ่มและยืดหยุ่นเหมือนก้อนเมฆ

“นุ่มมาก”

“???” ดวงตาของอวี้ชิงหลันเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อ

หลี่หรานกลับมามีสติและตัวแข็งทื่อ

รอบด้านเงียบไปครู่หนึ่ง

อวี้ชิงหลันไม่ได้พูดอะไรในขณะที่นางยืนขึ้นและเดินออกจากห้อง

หลี่หรานมองไปที่มือขวาของเขาและลำคอก็กลายเป็นรัดแน่น

“ครั้งนี้ดูเหมือนว่าข้าจะเล่นมากเกินไป...”

อวี้ชิงหลันพิงประตูและระงับหัวใจที่เต้นแรงของนาง

ใบหน้าของนางแดงก่ำราวกับลูกแอปเปิ้ล

“เจ้าศิษย์คนนี้จะอวดดีเกินไปแล้ว!”

“นักพรตเต๋าผู้ต่ำต้อยคนนี้ถือได้ว่าเป็นอาจารย์ของเขา

แต่เขากลับกล้ายื่นมือมาหาข้า!” นางกุมใบหน้าที่กำลังลุกไหม้ ดวงตาของนางหลุกหลิกไปมา

ตั้งแต่ถอดผ้าคลุมหน้าออก

กอดนางบนยอดเขา หยิกแก้ม...

หลี่หรานกำลังเอาเปรียบนางทีละขั้น

“ข้าควรทำยังไงดี?” อวี้ชิงหลันรู้สึกหลางทาง

นางมีความรู้สึกว่าถ้านางยังอยู่กับหลี่หรานต่อไป

อะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้

“ไม่

ข้าต้องไปเดี๋ยวนี้ หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ไม่ต้องพูดถึงหัวใจเต๋า นักพรตเต๋าผู้ต่ำต้อยคนนี้คงไม่สามารถปกป้องตัวเองได้!”

ขณะที่นางกำลังจะบินออกไปนางก็ตัวแข็งทื่อ

ที่ปลายสุดสายตาคือเทือกเขาพันปีอันคดเคี้ยวที่สามารถมองเห็นได้ลางๆ

พวกเขาเกือบจะถึงที่หมายแล้ว

การเดินทางสามวันกำลังจะสิ้นสุดลง

อย่างไรก็ตาม

นางไม่ได้ถอนหายใจด้วยความโล่งอกอย่างที่ควร ตรงกันข้าม

หัวใจของนางกลับเปรี้ยวและขมขื่นราวกับว่านางค่อนข้าง... ไม่เต็มใจ?

อวี้ชิงหลันส่ายหัวและพึมพำกับตัวเอง

“เป็นไปไม่ได้ นักพรตเต๋าผู้ต่ำต้อยคนนี้จะลังเลที่จะแยกจากเขาได้ยังไง? นักพรตเต๋าผู้ต่ำต้อยคนนี้เกลียดเขาแทบตาย”

แม้ว่านางจะพูดเช่นนั้น

แต่นางก็ลังเลอยู่นานและไม่ยอมจากไป

“ข้าทำบาปอะไรกัน...”

นางเปิดประตูด้วยความหดหู่

หลี่หรานเดินไปเดินมาในเกี้ยว

“นางโกรธข้าหรือเปล่า? ข้าไม่ได้อยากจะยั่วยุนาง...”

“แต่มันรู้สึกดีจริงๆ!”

ในเวลานี้เอง

อวี้ชิงหลันเดินเข้ามาอย่างช้าๆ

หลี่หรานพูดอย่างประหม่า

“นักพรตอวี้…”

อวี้ชิงหลันไม่ได้โกรธจัดอย่างที่คิด

นางจ้องมองเขาด้วยใบหน้าแดงก่ำแทน “เจ้าหัวขโมยไร้ยางอาย นับวันเจ้ายิ่งอวดดีขึ้นเรื่อยๆ!”

หลี่หรานก้มหัวลงและพูดว่า

“ข้าขอโทษ ครั้งต่อไปข้าคงไม่กล้า”

“หือ?”

“...ข้าผิดไปแล้ว”

อวี้ชิงหลันพ่นลมอย่างเย็นชา

“นักพรตเต๋าผู้ต่ำต้อยคนนี้มีอะไรจะถามเจ้า เจ้าเคยเห็นศิษย์คนไหนพูดเรื่องไร้สาระหรือแตะต้องอาจารย์ของตัวเองหรือเปล่า?”

หลี่หรานเงียบกริบ

“……”

ท่านถามถูกคนแล้วล่ะ

ไม่ใช่แค่เขาเคยเห็นมาก่อน

เขายังเคย...

แค่ก แค่ก

หลี่หรานกระแอมในลำคอและพูดอย่างจริงจัง

“นักพรตอวี้พูดถูก ข้าเคารพอาจารย์ของข้าอยู่เสมอ นี่เป็นอุบัติเหตุจริงๆ

ข้าหวังว่าท่านจะไม่นำมันมาใส่ใจ”

อวี้ชิงหลันพยักหน้า

“ยิ่งไปกว่านั้น... เรากำลังจะถึงเทือกเขาซวนหลิงแล้ว เจ้ามีอะไรจะพูดกับนักพรตเต๋าผู้ต่ำต้อยคนนี้ไหม?”

มือบอบบางที่อยู่ข้างหลังนางกำแน่นเล็กน้อย

ดวงตาของนางค่อนข้างประหม่าและคาดหวัง

หลี่หรานพูดอย่างจริงจัง”

ถ้าอย่างนั้นข้าขอหยิกแก้มท่านอีกครั้งได้ไหม?”

“???” ดวงตาของอวี้ชิงหลันกระตุก

ผู้ชายคนนี้ไร้สาระจริงๆ!

นางสงบลงและพูดว่า

“ช่างเถอะ เจ้ายังจำข้อตกลงกับนักพรตเต๋าผู้ต่ำต้อยคนนี้ได้หรือไม่?”

หลี่หรานคิดอยู่ครู่หนึ่ง

“ท่านหมายถึงด้ายสีแดง?”

อวี้ชิงหลันพยักหน้า

“ถูกตัอง”

หลี่หรานพยักหน้า “ไม่ต้องห่วงนักพรตอวี้

ข้าจะไม่ติดต่อไปง่ายๆเว้นแต่จะมีเรื่องเร่งด่วน”

การปฏิสัมพันธ์กันในสองสามวันนี้ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองใกล้ชิดกันมากขึ้น

เขาเองก็ละอายใจที่จะรังแกนาง

“นักพรตเต๋าผู้ต่ำต้อยคนนี้ไม่ได้หมายความเช่นนั้น...”

อวี้ชิงหลันหันศีรษะไปทางอื่นและพูดเสียงแผ่ว

“นักพรตเต๋าผู้ต่ำต้อยคนนี้เพิ่งศึกษาความลึกลับของด้ายสีแดงเมื่อไม่นานมานี้

เพื่อที่จะร่วมมือกับการวิจัยของข้า เจ้าต้องเชื่อมต่อกับด้ายสีแดงวันละครั้ง”

“อา?” หลี่หรานตกตะลึง

“เชื่อมต่อวันละครั้ง?”

อวี้ชิงหลันพยักหน้าอย่างจริงจัง

“เจ้าต้องเชื่อมต่อวันละครั้งแต่ห้ามลูบมันเด็ดขาด เรื่องนี้... เจ้าต้องจำไว้ให้ดี”

“เข้าใจแล้ว”

หลี่หรานพยักหน้า “ข้าไม่มีปัญหากับเรื่องนั้น ข้าแค่กลัวว่านักพรตอวี้จะไม่สะดวกใจ”

อวี้ชิงหลันหน้าแดงเล็กน้อย

แต่ดวงตาของนางจริงจังมาก “นักพรตเต๋าผู้ต่ำต้อยคนนี้พบว่ามันสะดวกใจมาก”

จากนั้นนางก็เสริมว่า

“นอกจากนี้หากเจ้ากำลังทำอะไรไร้สาระ ห้ามเชื่อมต่อกับด้ายสีแดงนี้เด็ดขาด

เข้าใจไหม?”

หลี่หรานหน้าแดง

“ท่านเห็นข้าเป็นคนแบบนั้นหรอ?”

อวี้ชิงหลันจ้องมองไปที่เขา

“คิดว่าไงล่ะ?”

“…” หลี่หรานคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า

“ข้าเห็นด้วยกับสิ่งที่นักพรตอวี้พูด แต่ข้าก็มีคำขอเล็กน้อยเช่นกัน”

อวี้ชิงหลันถามด้วยความสงสัย

“คำขออะไร?”

เขาไม่ได้พูดอะไรแต่กลับยิ้มและอ้าแขนออก

อวี้ชิงหลันเข้าใจทันที

แก้มของนางแดงเล็กน้อยและดูประหม่ามาก

“เจ้ากำลังพยายามจะทำ...”

ก่อนที่นางจะพูดจบ นางก็ตกอยู่ในอ้อมกอดของเขาแล้ว

ร่างกายของนางเกร็งขึ้นทันที

และนางไม่รู้ว่าจะวางมือไว้ที่ไหน

ศีรษะของนางฝังอยู่ในหน้าอกของเขา

และเมื่อได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นแรง ขาของนางก็อ่อนยวบลงเล็กน้อย

“จะ...เจ้าศิษย์อกตัญญู

ไหนสัญญาที่ว่าจะเคารพอาจารย์ของเจ้าล่ะ?”

เสียงของนางเบาเหมือนยุง

หลี่หรานยิ้มและพูดว่า

“นักพรตอวี้ไม่รู้สึกถึงความกตัญญูของข้าหรือ?”

“…”

ขณะที่อวี้ชิงหลันกำลังจะพูด จู่ๆนางก็สัมผัสได้ถึงบางอย่างและหนีออกจากอ้อมแขนของเขาอย่างรวดเร็ว

หลี่หรานตกตะลึง

“เกิดอะไรขึ้น?”

อวี้ชิงหลันดูประหม่าและกระวนกระวายเล็กน้อย

“นางอยู่ที่นี่”

“ใคร?”

“อาจารย์ของเจ้า!”

/////