ตอนที่ 97

เหลิงอู่เหยียนซ่อนตัวและติดตามหลี่หรานกลับไปยังที่พักของเขา

นางยืนอยู่นอกประตูและลังเลเป็นเวลานาน

แต่สุดท้ายนางก็รั้งตัวเองไว้ไม่ให้ไปพบหน้าเขา

นางรู้จักเสน่ห์ของหลี่หรานดี

เขาหล่อเหลาและมีพรสวรรค์สูงส่ง

ครั้งนี้เขาเอาชนะหลินหลางเยว่และกลายเป็นปีศาจสวรรค์อันดับหนึ่งในการจัดอันดับปีศาจสวรรค์

ไม่รู้ว่ามีผู้บ่มเพาะสตรีมากมายเท่าไหร่ที่ต้องการผูกสัมพันธ์กับเขา

ไม่ต้องไปดูที่ไหนไกล แค่ในนิกายนี้

ศิษย์สตรีคนใดที่ไม่ปรารถนาในร่างกายของเซิงจื่อ?

ถ้าไม่ใช่เพราะข้อห้ามของนิกาย

บางอย่างที่อุกอาจยิ่งกว่านิกายเหอหวนอาจจะเกิดขึ้น

“อืมม ข้าไม่สามารถให้อภัยเขาได้โดยง่าย

ไม่เช่นนั้นข้าไม่รู้ว่าเขาจะล่อล่วงศิษย์สตรีอีกกี่นาง” เหลิงอู่เหยียนตัดสินใจได้และกลับไปที่ห้องพักของนางอย่างเงียบๆ

“เฮ้ออ~”

หลี่หรานเงยหน้าขึ้นและไม่ขยับไปไหน

“จบสิ้นแล้ว ท่านอาจารย์ไม่แม้แต่จะตอบสนองต่อของขวัญของข้า

ดูเหมือนว่านางจะโกรธจริงๆ...”

เขาเตรียมของขวัญอย่างระมัดระวัง

กว่าจะแกะสลักหินก้อนนั้นเสร็จ

เขาล้มเหลวนับไม่ถ้วน และแม้แต่ประตูหินในพื้นที่ลับของตระกูลหลี่ก็ถูกเขาตัดจนเกือบหมด

เดิมทีเขาคิดว่าเขาสามารถต่อสู้เพื่อประนีประนอมได้

แต่ใครจะไปคิดว่ามันหมือนกับการขว้างก้อนหินลงทะเลและไม่มีแม้แต่น้ำกระเซ็น

ในอดีต เหลิงอู่เหยียนมักจะโกรธและหึงหวง

แต่นางไม่เคยเย็นชาใส่เขา

“ทำไมนางไม่ทุบตีข้าสักสองสามครั้งแทนกันนะ”

หลี่หรานลูบผมของเขา

ขณะที่เขานึกย้อนถึงรายละเอียดว่าทั้งสองโต้ตอบกันอย่างไร

แสงสว่างก็วาบขึ้นในใจของเขา

“ใช่แล้ว!”

“สิ่งนี้จะทำให้นางเคลื่อนไหว!”

หลี่หรานกางกระดาษแผ่นหนึ่งและจุ่มพู่กันลงในหมึก

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็เริ่มเขียนและวาด

เมื่อพระอาทิตย์ตกดิน

ท้องฟ้าก็ค่อยๆมืดลง

ยอดเขาปีศาจยังสว่างไสวด้วยแสงไฟ

“ท่านเซิงจื่อ อย่าทำให้ข้าลำบากใจเลย

ผู้นำนิกายไม่ต้องการพบแขกจริงๆ” องครักษ์ดูทำอะไรไม่ถูก

หลี่หรานส่ายหัวและหยิบกล่องไม้จันทน์ออกมา

“ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อขอเข้าพบ แต่เพื่อรบกวนท่านมอบสิ่งนี้ให้กับผู้นำนิกาย”

องครักษ์รับมันและพยักหน้า “ได้เลย ไม่มีปัญหา”

หลี่หรานมองผ่านหน้าต่าง ไฟในพระราชวังสลัวเล็กน้อย

แต่เขามองไม่เห็นท่านอาจารย์

เหลิงอู่เหยียนนอนลงบนเตียงและตรวจสอบรูปปั้นหินในมืออย่างระมัดระวัง

“ข้าจะน่าเกลียดเช่นนี้ได้อย่างไร เจ้าโง่

เจ้าศิษย์โง่นี่”

แม้ปากจะพูดเช่นนั้นแต่นางก็ไม่สามารถซ่อนรอยยิ้มบนใบหน้าได้

เมื่อมองไปที่ตุ๊กตาลูกกวาดครึ่งตัวในรูปปั้นหิน

นางก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงฉากในเดทแรกของพวกเขา

หลี่หรานกัดหัวของตุ๊กตาลูกกวาด...

เหลิงอู่เหยียนหน้าแดงและหัวใจของนางก็เต้นไม่เป็นจังหวะ ขณะที่นางกลิ้งไปบนเตียงพร้อมกับรูปปั้นในอ้อมแขน

“เรา... จูบกัน?

“ไม่ ไม่มีทาง อย่างมากก็ถือเป็นการจูบทางอ้อมเท่านั้น”

“มันจะรู้สึกเช่นไรกันถ้าข้าจูบเขา...?”

ขณะที่เหลิงอู่เหยียนกำลังตกอยู่ในจินตนาการ

เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น

นางนั่งตัวตรงทันที

องครักษ์เดินเข้ามาอย่างระมัดระวังและพูดด้วยความเคารพว่า

“ท่านผู้นำนิกาย ขออภัยที่รบกวนเวลาพักผ่อนของท่าน”

“มีอะไร?” เหลิงอู่เหยียนถาม

องครักษ์ยื่นกล่องให้ “เซิงจื่อขอให้ข้ามอบสิ่งนี้ให้กับท่าน”

เหลิงอู่เหยียนตกตะลึง

‘ของขวัญชิ้นอื่น?’

“วางมันไว้”

“ทราบแล้ว” องครักษ์วางมันลงและจากไป

เหลิงอู่เหยียนหยิบกล่องไม้จันทน์ขึ้นมา

ดวงตาของนางเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

“จิ๊ เจ้าคิดว่าเจ้าสามารถกระตุ้นข้าได้ด้วยการให้ของขวัญอีกสองสามชิ้น?”

“มาดูกันว่าคราวนี้คืออะไร...”

นางมองดูกล่องอย่างระมัดระวังและรู้สึกว่ามันดูคุ้นเคยเล็กน้อย

ทันใดนั้นนางก็จำได้ว่ามันเหมือนกับกล่องยาที่หลี่หรานใส่ศิลาเงาไว้ด้านใน

เมื่อนึกถึงการสารภาพรักคราวนั้น

หัวใจของเหลิงอู่เหยียนก็เต้นระรัว

นางเปิดกล่องออก

ครั้งนี้ไม่พบสิ่งผิดปกติหรือแสงสว่างใดๆ นางเห็นเพียงหนังสือเล่มเล็กวางอยู่ด้านใน

มันเป็นปึกกระดาษฟางที่มัดรวมกัน

กระดาษยังได้รับการเสริมแรง

ทำให้มีความแข็งและยืดหยุ่นมากขึ้น

เหลิงอู่เหยียนเปิดหนังสือและเห็นภาพในนั้น

เป็นภาพวาดของสตรีนางหนึ่งที่กำลังมองดูรั้วกั้น

ข้างหน้านางคือภูเขาหิมะ

ลักษณะของภาพวาดนี้แปลกมาก

มันไม่ใช่ภาพวาดที่ได้รับความนิยมในโลกมนุษย์ แต่วาดด้วยแปรงขนจิ้งจอกปีศาจบางๆ

เป็นการใช้เส้นที่กระชับที่สุดและสามารถสร้างผลลัพธ์ที่สมจริงมาก

นางแสดงความงามอันเย็นชาของสตรีได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ดวงตาของเหลิงอู่เหยียนเป็นประกายด้วยความประหลาดใจ

“ข้าไม่ได้คาดหวังว่าหรานเอ๋อร์จะมีความสามารถเช่นนี้”

นางพลิกหน้าต่อไปและฉากก็ปรากฏขึ้นตรงหน้านาง

ตั้งแต่ตอนที่หลี่หรานสารภาพรักกับนาง ทั้งสองคนก็เริ่มใกล้ชิดกันทีละนิด

เหลิงอู่เหยียนค่อยๆพลิกหน้าดู

สีหน้าของนางบ้างก็เขินอาย บ้างก็มีความสุข บ้างก็ขุ่นเคือง

จนหน้าสุดท้ายของมันและนางยังคงต้องการดูมากกว่านี้

“ข้าไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะจดจำทุกช่วงเวลาในความสัมพันธ์ของเราได้...”

ริมฝีปากของเหลิงอู่เหยียนโค้งเป็นรอยยิ้มขณะที่ดวงตาของนางเป็นประกาย

ในขณะนี้เอง

นางสังเกตเห็นว่ายังมีเนื้อหาอยู่ที่ด้านหลังของหน้าสุดท้าย

มีประโยคสั้นๆถูกเขียนไว้

[ กดนิ้วหัวแม่มือชิดขอบแล้วพลิกดูอย่างรวดเร็ว

]

เหลิงอู่เหยียนตกตะลึง “คืออะไรกัน?”

นางทำตามที่เขาบอก

นางงอหนังสือ

กดนิ้วหัวแม่มือกับขอบแล้วค่อยๆปล่อยออก และหน้าหนังสือก็เกิดการพลิกอย่างรวดเร็ว

[TL: Flip Book(หนังสือกรีด) เป็นหนังสือภาพซึ่งออกแบบไว้เป็นพิเศษ ให้สามารถแสดงภาพเคลื่อนไหวได้เมื่อผู้อ่านทำการพลิกหน้าหนังสือไปเรื่อยๆอย่างรวดเร็ว

หรือเปิดด้วยการกรีดตัวเล่ม]

เหลิงอู่เหยียนตกตะลึง

เมื่อพลิกหน้าของภาพวาด

ตัวละครบนภาพก็เริ่มเคลื่อนไหว!

จากยอดเขาปีศาจ คำสารภาพรักของหลี่หราน

การฝึกต่อสู้ที่ ‘ไม่คาดคิด’ ด้านหลังภูเขา

จนถึงในเดทล่าสุด หลี่หรานกัดหัวตุ๊กตาลูกกวาดจนขาด

ทั้งสองเดินเล่นบนหิมะและทิ้งรอยเท้าไว้...

ภาพนิ่งค่อยๆกลายเป็นภาพเคลื่อนไหว

ทุกการเคลื่อนไหวล้วนมีชีวิตชีวา

แตกต่างจากที่เห็นครั้งแรกอย่างสิ้นเชิง

ราวกับเป็นกระสุนแห่งความวาบหวาม มันแตะสัมผัสหัวใจของเหลิงอู่เหยียนทันที

นางจับแก้มที่กำลังเผ้าไหม้

นัยน์ตาของนางเริ่มคลอเบ้า

“เจ้าศิษย์คนนี้...”

“ไม่ ข้าไม่สามารถทนได้อีกต่อไป ข้าต้องการพบเขาเดี๋ยวนี้!”

เหลิงอู่เหยียนไม่มีอารมณ์ที่จะลงโทษเขาอีกต่อไป

เรื่องการหมั้นนั้นถูกลืมไปแล้ว และความไม่พอใจทั้งหมดก็หายไป

ตอนนี้นางต้องการเจอกับหลี่หรานเท่านั้น แม้ว่าจะเป็นเพียงการนั่งสนทนากันก็ตาม...

“เข้ามานี่!” เหลิงอู่เหยียนเรียกออกมา

องค์รักษ์เดินเข้ามาและคุกเข่าลงข้างหนึ่ง

“นายท่านมีคำสั่งเช่นใด”

“หากเซิงจื่อกลับมาในสองวันนี้...”

เหลิงอู่เหยียนหันศีรษะและหูของนางก็เปลี่ยนเป็นสีแดง

“เจ้าไม่ได้รับอนุญาตให้หยุดเขาอีก”

ในห้องนอน

หลี่หรานมองยอดเขาปีศาจที่อยู่ห่างไกลนอกหน้าต่างและถอนหายใจเงียบๆ

“เฮ้ออ มันยากที่จะมีคนรัก... นับประสาอะไรกับที่นางเป็นผู้นำนิกาย”

ในขณะนั้นเอง อาฉินก็เคาะประตูและเดินเข้ามา

“ท่านเซิงจื่อ น้ำพร้อมแล้ว... เอ๊ะ? ทำไมท่านดูหม่นหมองเช่นนั้น?”

//////////