ตอนที่ 113

“อวี้ชิงหลัน?”

หลี่หรานตกตะลึง

“นั่นไม่ใช่หัวหน้าสถาบันเทียนซูหรอกหรือ? นางกำลังบ่มเพาะเต๋าไร้ใจ?”

วิถีธรรมนั้นเกี่ยวข้องกับการเอาใจใส่ในและช่วยเหลือโลกอยู่เสมอ

เส้นทางที่โหดเหี้ยม(ไร้หัวใจ)มักถูกมองว่าเป็นทางของปีศาจ

“แม่นยำกว่านั้นคือเต๋าแห่งการลืมเลือน”

เหลิงอู่เหยียนพูดอย่างเฉยเมยว่า

“สิ่งที่นางบ่มเพาะคือการลืมเลือนและเพิกเฉยต่อทุกสิ่ง

การรับรู้ความลับของสวรรค์และความวุ่นวายโลกมนุษย์ล้วนแต่เป็นภาระ”

เต๋าที่ยิ่งใหญ่นับพันมาบรรจบที่เป้าหมายเดียวกัน

กู่ฉิน หมากรุก คัดลายมือ วาดภาพ กิน ดื่ม

ประเวณี และการพนัน

ตราบใดที่มันเหมาะสมกับคนๆหนึ่ง คนๆนั้นก็สามารถบรรลุเต๋าได้

หากมีใครย่างเท้าเข้าสู่วิถีแห่งการกิน

คนๆนั้นจะได้รับความแข็งแกร่งของเต๋าแห่งความตะกละ แม้แต่ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ก็อาจถูกกลืนกินได้

เช่นเดียวกับที่เคยมีคนเสพติดสุรา

เขาดื่มไวน์มากมายจนเกิดการรู้แจ้ง

ส่วนเต๋าแห่งการพนัน มีโชคแห่งกรรมที่ยิ่งใหญ่รออยู่และเป็นรากฐานของเต๋าแห่งการทำนาย

สำหรับเต๋าแห่งประเวณี...

ไม่มีใครรู้ว่าบนเส้นทางนั้นเป็นอย่างไร

หลี่หรานอยากรู้อยากเห็นมาก

แต่เขาก็ยังไม่มีโอกาสลอง

ในทางกลับกัน เต๋าไร้ใจเป็นหนึ่งในเต๋าที่ยิ่งใหญ่

และไม่สามารถพูดได้ว่าดีหรือไม่ดี

หลี่หรานเกาหัวของเขา “เต๋าแห่งการลืมเลือน

ทำไมมันถึงฟังดูเหมือนแม่ชีแก่ๆเลย?”

“ใช่แล้ว

นางเป็นแค่แม่ชีชราน่ารังเกียจ!” เหลิงอู่เหยียนกล่าวอย่างเกลียดชัง

หลี่หรานตกตะลึง “ท่านอาจารย์มีความแค้นกับอวี้ชิงหลันหรือ?”

“นางคือคนที่ข้าเกลียดชังที่สุด

ถ้าไม่ใช่เพราะขาดโอกาส ข้าคงฆ่านางไปแล้ว!”

เหลิงอู่เหยียนกำหมัดของนางแน่น

สัญชาตญาณของหลี่หรานบอกว่ามีเรื่องราวดีๆระหว่างทั้งสอง

เหลิงอู่เหยียนคิดอะไรบางอย่างได้และพ่นลมออกมา

“ถ้าเพียงข้าสามารถลากอวี้ชิงหลันเข้าสู่โลกปุถุชนได้ ข้าอยากจะเห็นใบหน้าที่หยิ่งยโสนั้นว่าเป็นอย่างไรเมื่อข้าถูมันเข้ากับทรายจนเป็นสีแดง”

หลี่หรานตัวสั่น

ตามที่คาดจากปีศาจสาว

ความคิดของนางแตกต่างออกไป!

หน้าอกของเขาเต้นแรง “ไม่ต้องห่วงท่านอาจารย์

ข้าจะจัดการเรื่องนี้เอง ข้าจะแอบเข้าไปในสถาบันเทียนชูแล้วลากแม่ชีคนนั้นออกมา!”

“กล้าดียังไง!”

เหลิงอู่เหยียนบีบหูของเขาและพูดอย่างโกรธๆว่า “เจ้าเล่นกับข้าได้คนเดียวเท่านั้น

ห้ามมีความคิดฟุ้งซ่านกับผู้อื่น!”

เมื่อนางเห็นรอยยิ้มจางๆของหลี่หราน นางก็รีบปล่อยเขาด้วยใบหน้าแดงก่ำ

“ศิษย์อกตัญญู เจ้าแกล้งข้าอีกแล้ว...”

จากนั้นนางก็ส่ายหัว “อย่างไรก็ตาม หัวใจเต๋าของอวี้ชิงหลันนั้นมั่นคง

นางมีเพียงเต๋าแห่งสวรรค์ในใจ แม้แต่เจ้าสิบคนก็ไม่สามารถทำให้นางสั่นไหวได้”

หลี่หรานยิ้มและพูดว่า

“ศิษย์คนนี้ชอบเล่นกับท่านอาจารย์เท่านั้น ดังนั้นข้าจึงไม่สนใจแม่ชีเย็นชาแบบนั้น”

“จิ๊ ปากหวานเสียจริง” เหลิงอู่เหยียนกลอกตาใส่เขา

แต่ไม่สามารถซ่อนรอยยิ้มบนใบหน้าของนางได้

บางทีอาจเป็นเพราะอิทธิพลจากเต๋าแห่งเงาของเหลิงอู่เหยียน

ดูเหมือนว่าคนอื่นๆไม่สามารถสังเกตเห็นพวกเขาได้เลย

สิ่งนี้ทำให้พวกเขาเพลิดเพลินไปกับโลกโดยไม่ถูกรบกวน

ในขณะนั้นเอง เสียงหัวเราะสามารถได้ยินมาจากทางด้านหน้า

ผู้คนมากมายมารวมตัวกันที่หน้าต้นไม้ใหญ่ราวกับมีบางอย่างเกิดขึ้น

ดวงตาของเหลิงอู่เหยียนสว่างขึ้น

“มันคือต้นไม้แห่งคำอธิษฐาน!”

“อา?” หลี่หรานมีเครื่องหมายคำถามบนใบหน้าของเขา

“มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ?”

ทั้งสองเดินเข้าไปใกล้

มันคือต้นแปะก๊วยที่สูงใหญ่ ยอดของมันเขียวชอุ่มและเต็มไปด้วยใบ

ริบบิ้นและโคมไฟหลากสีแขวนอยู่บนกิ่งไม้

และมีส่วนหนึ่งทีเป็นสีเหลืองพันรอบลำต้น พวกมันสวยงามเป็นพิเศษภายใต้แสงจากโคมไฟ

คนที่อยู่ใต้ต้นไม้ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง

พวกเขายัดกระดาษโน้ตลงในซอง แขวนไว้บนก้อนหินทั้งสองด้านแล้วโยนมันขึ้นไปบนกิ่งไม้

ว่ากันว่ายิ่งซองสูงเท่าไรก็จะยิ่งบรรลุความปรารถนาได้ง่ายเท่านั้น

หลี่หรานมองไปที่เหลิงอู่เหยียนผู้กำลังตื่นเต้นแล้วหัวเราะ

“ท่านอาจารย์ ท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญขอบเขตจักรพรรดิแล้ว แต่ท่านยังเชื่อในสิ่งนี้อยู่อีกหรือ?”

“เจ้าจะไปรู้อะไร” เหลิงอู่เหยียนกลอกตาใส่เขา “ไม่มีใครสามารถบอกได้อย่างชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องลึกลับเช่นนี้

การขอพรก็ไม่เสียหายอะไรจริงไหม?”

“เอาล่ะๆ ท่านพูดถูก”

หลี่หรานไปซื้อธูปสองดอกและเขียนความปรารถนาลงไป

เขาใช้มือบังโน้ตและเขียนบางอย่างด้วยรอยยิ้มชั่วร้าย

“จิ๊ ลึกลับเสียจริง”

เหลิงอู่เหยียนพ่นลมออกทางจมูก

หลี่หรานส่ายหัวและพูดว่า

“ความปรารถนาของศิษย์สำคัญมาก ถ้าท่านเห็นมัน มันอาจจะไม่เป็นจริง”

เขายัดโน้ตลงในซองน้ำหอมและใช้มือขวาสะบัดมันเบาๆ

จากนั้นซองน้ำหอมก็แขวนอยู่บนกิ่งที่สูงที่สุดอย่างนุ่มนวล

เหลิงอู่เหยียนจ้องมองเขาด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ

‘เจ้าคิดว่าข้ามองไม่เห็นความปรารถนาเพียงแค่เอามือปิดมันไว้งั้นเหรอ?

กล้าดียังไงมาขอพรที่น่าอายเช่นนั้น...’

นางคิดเกี่ยวกับมันและเขียนความปรารถนาของนางลงไป

จากนั้นนางก็โยนซองขึ้นไปแขวนไว้ข้างๆหลี่หราน

หลี่หรานหันศีรษะของเขาและถามด้วยรอยยิ้ม

“ท่านอาจารย์ ท่านเขียนอะไรลงไป?”

“ถ้าข้าบอกเจ้า มันจะไม่เป็นจริง”

ใบหน้าของเหลิงอู่เหยียนเปลี่ยนเป็นสีแดงขณะที่นางเดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

หลังจากเดินเล่นเป็นเวลานาน

ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงสุดถนน

ในขณะนี้

พวกเขาอยู่ห่างจากฝูงชนที่อึกทึกครึกโครม บริเวณโดยรอบสว่างไสวไปด้วยแสงไฟและดูเหมือนจะเงียบสงบเป็นพิเศษ

เหลิงอู่เหยียน: “ข้าไม่คิดว่าจะซื้อของเสร็จเร็วขนาดนี้

ดูเหมือนว่าเดทที่สองของเรากำลังจะจบลง...”

“ใครพูดเช่นนั้นกัน? เดทของเราพึ่งเริ่มต้นขึ้น”

เขาสะบัดนิ้วมือเบาๆ

พร้อมกับเสียงเพรียกหา ราชรถมังกรขนาดมหึมาปรากฏขึ้นข้างๆพวกเขาทั้งสอง

ม้าทั้งหกส่งเสียงร้องและหายใจออก ขณะที่พวกมันถูไถไปกับสีข้างของเขาอย่างใกล้ชิดราวกับพวกมันมีชีวิตจริงๆ

เหลิงอู่เหยียนอดไม่ได้ที่จะจ้องมองไปที่รถม้าสีมุกอย่างว่างเปล่า

“สมบัติวิเศษประเภทบิน เจ้าไปเอามาจากไหนกัน?”

หลี่หรานให้คำตอบตามมาตรฐาน

“จากอาณาจักรลับ”

เหลิงอู่เหยียนส่ายหัวและยิ้มอย่างขมขื่น

เป็นโชคดีสำหรับคนอื่นๆแม้จะได้รับสมบัติเพียงเล็กน้อยหลังจากเข้าสู่อาณาจักรลับ

แต่เขากลับมีสมุนไพรอมตะ สมบัติวิเศษ เทคนิคการบ่มเพาะ และแม้แต่เพลิงสวรรค์

หลี่หรานพานางไปที่เกี้ยว

ม้าส่งเสียงพร้อมกันขณะลากราชรถมังกรขึ้นไปในอากาศ

ภายในเกี้ยวนั้นกว้างขวางและหรูหรามาก

มีโต๊ะ เก้าอี้ และเตียงเหมือนห้องนอนทั่วไป

ทั้งสองนั่งลงบนเตียงใหญ่นุ่มๆ พวกเขามองเห็นทิวทัศน์ภายนอกผ่านหน้าต่าง

แสงไฟของเมืองหลิงเฟิงส่องสลัวอยู่ใต้ฝ่าเท้าของพวกเขา

เหลิงอู่เหยียนยิ้ม

“เจ้าวางแผนที่จะพาข้าไปไหนกัน?”

“ศิษย์ของท่านเตรียมของขวัญไว้ให้ท่านอาจารย์แล้ว”

หลี่หรานกล่าว

“ของขวัญ?” เหลิงอู่เหยียนรู้สึกสงสัย

หลี่หรานปรับตำแหน่งของราชรถมังกรและเปิดหน้าต่างเกี้ยว

“ท่านจะรู้ด้วยตัวเอง”

“เจ้ากำลังมองไป...”

ก่อนที่เหลิงอู่เหยียนจะพูดจบประโยค

นางก็ได้ยินเสียงหวีดหวิวตามมาด้วยเสียงระเบิด

ลำแสงสาดพาดผ่านท้องฟ้ายามค่ำคืน

หลังจากขึ้นสู่ความสูงระดับหนึ่ง

มันก็ระเบิดออกเป็นแสงจำนวนนับไม่ถ้วน พร่างพรายราวกับฝนดาวตก

เหลิงอู่เหยียนตกตะลึง “นี่คือ...”

ก่อนที่นางจะทันได้ตอบโต้ นางก็ได้ยินเสียงหวีดหวิวตามมาอีกสองสามเสียง

ลำแสงพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้ามากขึ้นเรื่อยๆและบานสะพรั่งในอากาศ

จากนั้น

ภายใต้การจ้องมองที่ตกตะลึงของนาง จุดแสงทั้งหมดก็ก่อตัวเป็นภาพเหมือนขนาดใหญ่

เกือบจะครอบคลุมท้องฟ้ายามค่ำคืนทั้งหมด!

ไม่ใช่ว่ามันคือรูปลักษณ์ที่เย็นชาและสวยงามของนางหรอกหรือ?

หลี่หรานพิงหน้าต่างและมองนางด้วยรอยยิ้ม

ใบหน้าของเขาส่องประกายภายใต้แสงของดอกไม้ไฟ

“สวัสดีปีใหม่ ท่านอาจารย์”

/////

[ เมืองหลินเฟิง -> เมืองหลิงเฟิง ]