ตอนที่ 256

หญิงสาวทั้งสองมองไปที่หลี่หราน

ดวงตาของเซิงจื่อเซี่ยเป็นประกายด้วยยินดี

มุมปากของนางโค้งขึ้นเล็กน้อยราวกับว่านางมีความสุขมาก

อย่างไรก็ตาม

ดวงตาของเซิงอันอวี่นั้นหลบเลี่ยงเล็กน้อย สีหน้าของนางเขินอายและประหม่าเหมือนเด็กที่ทำอะไรผิด

หลี่หรานไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก

หลังจากทักทายเจ้าหญิงทั้งสองแล้วเขาก็หันไปมองหลี่เต้าหยวน

“ท่านพ่อ

ข้ากลับมาแล้ว คิดถึงข้าไหม?”

มุมปากของหลี่เต้าหยวนกระตุกและเขาพูดด้วยความยากลำบาก

“ใช่”

หลี่หรานยิ้มและพูดว่า

“สีหน้าของท่านดูเหมือนคนป่วยเลย ท่านทานมากเกินไปหรือเปล่า?”

“ช่วงนี้สภาพจิตใจของข้าไม่ค่อยดีนัก”

หลี่เต้าหยวนอดไม่ได้ที่จะถามว่า “หรานเอ๋อร์ เจ้ากลับบ้านบ่อยเกินไปหรือเปล่า?”

ไม่นานนักตั้งแต่เรื่องการยกเลิกงานหมั้น

เขากลับบ้านเป็นครั้งที่สามแล้ว

การกลับบ้านไม่ใช่เรื่องใหญ่

แต่ทุกครั้งที่เด็กคนนี้กลับมามันจะนำ ‘เซอร์ไพรส์’

ครั้งใหญ่มาให้เขาเสมอ

หลี่เต้าหยวนกังวลมากว่าหัวใจของเขาจะไม่สามารถทนได้

หลี่หรานยักไหล่

“ข้ากลับมาเพื่อเข้าร่วมงานชุมนุมสวรรค์อมตะ ข้าทำข้อตกลงกับสาวน้อยเซินหนิงไว้”

“เซินหนิง?” หลี่เต้าหยวนพยักหน้า

หลี่หรานเคยพูดถึงเรื่องนี้กับเขามาก่อน

“ด้วยเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ข้าสามารถช่วยเจ้าจัดการได้

ทำไมเจ้าต้องมาเป็นการส่วนตัว? จะเกิดอะไรขึ้นถ้าการบ่มเพาะของเจ้าล่าช้า? เจ้าควรรีบกลับไปที่นิกาย” หลี่เต้าหยวนเกลี้ยกล่อม

หลี่หรานยิ้ม

“ข้ามาที่นี่เพื่อพบท่าน ข้ากลัวว่าหากท่านไม่ได้เจอบุตรชายแสนดีคนนี้นานๆท่านจะเสียใจ”

รอยยิ้มของหลี่เต้าหยวนแข็งทื่อ

“เจ้าไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับบิดาคนนี้ การบ่มเพาะของเจ้าสำคัญกว่า”

“ความกตัญญูต้องมาก่อน

การบ่มเพาะจะสำคัญกว่าท่านได้ยังไง?”

เมื่อเห็นฉากนี้เซิงจื่อเซี่ยก็ชมเชย

“ท่านลุงหลี่ บรรยากาศในบ้านของท่านกลมกลืนกันมากเลย ท่านเป็นบิดาที่ใจดีและมีบุตรที่กตัญญูจริงๆ”

หลี่เต้าหยวนม้วนริมฝีปากของเขา

“จริงหรือ? ฮ่าฮ่า... เขาช่างเป็นลูกที่กตัญญูจริงๆ”

เซิงอันอวี่มองไปที่หลี่หรานอย่างเขินอาย

นางนึกถึงฉากที่น่าอายเหล่านั้น

หลี่หรานได้แสดงให้คนอื่นเห็นหรือเปล่า?

แล้วตัวเขาได้ดูมันไหม?

เขาได้ทำอะไรแปลกๆกับมันหรือเปล่า?

ทันทีที่นางนึกถึงคำถามเหล่านี้

ใบหน้าของนางก็ร้อนผ่าวราวกับจะเป็นไข้

หลี่หรานสังเกตเห็นการจ้องมองของนางและกระพริบตาให้ด้วยรอยยิ้ม

แก้มของเซิงอันอวี่เปลี่ยนเป็นแดงก่ำขณะที่นางก้มหน้าลงด้วยความตื่นตระหนก

ในขณะนี้

กระแสจิตจากอีกฝ่ายดังขึ้นในหัวของนาง ‘องค์หญิงเซิงไม่ต้องกังวล ข้าไม่เคยแสดงมันให้ใครเห็น’

เซิงอันอวี่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

‘ข้าเชื่อในตัวบุตรศักดิ์สิทธิ์หลี่...’

ก่อนที่นางจะพูดจบประโยค

เสียงของหลี่หรานก็ดังขึ้นอีกครั้ง ‘นอกจากตัวข้าเอง’

“……”

ร่างกายของเซิงอันอวี่สั่นสะท้าน สีแดงจากแก้มกระจายไปจนถึงใบหู

นางระงับความเขินอายและพูดเบาๆว่า

‘เจ้าเคยเห็นมันในห้องนอนแล้ว

มันไม่แตกต่างอะไรถ้าเจ้ามองมันอีกสองสามครั้ง...

ข้าแค่หวังว่าเจ้าจะไม่ทำอะไรแปลกๆกับมัน…’

หลี่หรานตกตะลึง

‘อะไรแปลกๆ?

องค์หญิงเซิงช่วยอธิบายให้ชัดเจนหน่อยได้ไหม?’

เซิงอันอวี่ก้มศีรษะลงและพูดว่า

‘บุตรศักดิ์สิทธิ์หลี่น่าจะรู้เรื่องนี้ดีกว่าข้า…’

เมื่อเห็นที่ท่าทางขี้อายนั้น

เขาก็ส่ายหัวด้วยความขบขัน

เห็นได้ชัดว่าเซิงอันอวี่เป็นบุตรสาวของจักรพรรดิ

แต่นางไม่มีความเย่อหยิ่งเลยแม้แต่น้อย กลับกัน นางบริสุทธิ์และบอบบางราวกับดอกไม้

ไม่มีใครทนรังแกนางได้ลงคอ

เซิงจื่อเซี่ยไม่ได้สังเกตเห็นปฏิกิริยาของพี่สาวและกล่าวว่า

“บุตรศักดิ์สิทธิ์หลี่ งานชุมนุมสวรรค์อมตะครั้งนี้มีขนาดใหญ่เป็นประวัติการณ์

นิกายระดับสูงสุดทั้งหมดมาถึงแล้วและเกือบทั้งหมดเป็นศิษย์หลัก”

หลี่หรานพยักหน้า

“ข้าพอจะได้ยินเรื่องนี้มาบ้าง ดูเหมือนว่าพวกเขาทุกคนต้องการสร้างความก้าวหน้าในงานชุมนุมครั้งนี้”

คนส่วนใหญ่ต้องการเข้าสู่นิกาย

อย่างไรก็ตาม

อัจฉริยะระดับสูงที่มีพรสวรรค์ล้ำเลิศคือเป้าหมายของการแข่งขันระหว่างนิกายต่างๆ

พวกเขาไม่ลังเลที่จะต่อสู้เพื่อมัน

ย้อนกลับไปในตอนนั้น

พรสวรรค์ระดับนักบุญของหลี่หรานได้ทำให้ดินแดนอันกว้างใหญ่ต้องสั่นสะเทือน นิกายระดับสูงสุดเกือบจะแตกหักกันเพราะเหตุนี้

และในที่สุดเขาก็เข้าร่วมกับวิหารโหยวหลัว

นอกจากนี้ยังมีหลินหลางเยว่ที่มีร่างเต๋าโดยกำเนิด

เยว่เจียนหลี่ที่มีเจตจำนงแห่งดาบฝังอยู่ในกระดูกและ เซียวชิงเกอที่มีพรสวรรค์ระดับเซียน...

[TL: ต่ำ->กลาง->สูง->สูงสุด->เซียน->นักบุญ]

มีเพียงนิกายระดับสูงสุดเท่านั้นที่มีคุณสมบัติในการแข่งขันกันเพื่ออัจฉริยะเหล่านี้

นิกายระดับหนึ่งและระดับสองอื่นๆทำได้เพียงยืนมอง

แน่นอนว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือความตั้งใจของผู้ทดสอบ

ดังนั้นชื่อเสียงและความนิยมของนิกายจึงเป็นตัวบ่งชี้ที่สำคัญเช่นกัน

เซิงจื่อเซี่ยยิ้มและพูดว่า

“แม้ว่าวิหารโหยวหลัวจะเป็นนิกายปีศาจแต่พวกเขาก็ไม่ได้ชื่อเสียงในด้านลบ

บุตรศักดิ์สิทธิ์หลี่เป็นวีรบุรุษของเผ่าพันธุ์มนุษย์และเป็นปีศาจที่ทรงพลัง เจ้าน่าจะได้รับอะไรดีๆกลับไปมากมาย”

หลี่หรานยิ้ม

“ขอบคุณสำหรับคำอวยพรขององค์หญิง”

เหตุผลหลักที่เขากลับมาครั้งนี้เป็นเพราะเซินหนิง

แต่ถ้าเขาสามารถสรรหาอัจฉริยะสองสามคนสำหรับนิกายได้มันก็เป็นเรื่องดีเช่นกัน

ในขณะนี้เอง

ข้ารับใช้คนหนึ่งมาเคาะประตู “นายท่าน มีแขกอยู่ข้างนอกเจ้าค่ะ”

หลี่เต้าหยวนขมวดคิ้ว

“เจ้าไม่เห็นองค์หญิงหรือไง? บอกอีกฝ่ายว่าคฤหาสน์ตระกูลหลี่ปิดในวันนี้เพื่อต้อนรับแขกสำคัญ”

“แต่...”

ข้ารับใช้ลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “คนๆนั้นบอกว่านางเป็นสหายของนายน้อย”

หลี่หรานเลิกคิ้วขึ้น

“คนๆนั้นชื่ออะไร? เป็นบุรุษหรือสตรี?”

ข้ารับใช้ตอบว่า

“เป็นสตรีเจ้าค่ะ ข้าไม่รู้จักชื่อของนาง นางบอกแค่ว่านางแซ่ฉิน”

หลี่หรานยิ้ม

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นใคร

“นางเป็นสหายของข้าเอง

ไปพานางเข้ามาได้”

“ทราบแล้วเจ้าค่ะ”

ข้ารับใช้ถอยกลับ

สักพักก็มีหญิงสาวทรงเสน่ห์เดินเข้ามาอย่างช้าๆ

นางสวมผ้าคลุมหน้าสีดำและรูปร่างที่เพรียวบางของนางสามารถมองเห็นได้ลางๆ

แม้จะมีผ้าคลุมหน้าสีดำปิดบังไว้

แต่มันก็ไม่สามารถซ่อนเสน่ห์อันน่าอัศจรรย์ของนางได้

มันคือฉินหรูเหยียน

ร่องรอยของความประหลาดใจฉายผ่านดวงตาของนางเมื่อนางเห็นหลี่หราน

“ฉินหรูเหยียนทักทายบุตรศักดิ์สิทธิ์หลี่

ท่านลุงหลี่... และองค์หญิงทั้งสองก็อยู่ที่นี่ด้วย?”

“ยินดีที่ได้พบ

สตรีศักดิ์สิทธิ์ฉิน” สองสาวยืนขึ้นและพยักหน้า

คิ้วของหลี่เต้าหยวนกระตุก

แต่เขายังคงพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ยินดีต้อนรับสตรีศักดิ์สิทธิ์ฉิน เชิญนั่งลงก่อน”

“ท่านลุงหลี่ไม่จำเป็นต้องสุภาพไป

เรียกผู้น้อยว่าหรูเหยียนก็ได้” ฉินหรูเหยียนนั่งบนเก้าอี้อย่างเชื่อฟัง

นางมองไปที่หลี่หราน

ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความไม่พอใจ

ผู้ชายคนนี้ทิ้งนางไว้ตามลำพังในโรงเตี๊ยม

และมันเป็นช่วงเวลาสำคัญที่นางอุตส่าห์รวบรวมความกล้าได้แล้ว!

หลี่หรานลูบจมูกของเขา

ดูละอายใจเล็กน้อย

ขณะที่เขากำลังจะอ้าปากพูด

ข้ารับใช้ก็เดินเข้ามาอีกครั้ง “นายน้อย เรามีแขกมาเยี่ยมอีกแล้วเจ้าค่ะ นางบอกว่าเป็นสหายของท่าน”

“อา?”

หลี่หรานตกตะลึง

“คราวนี้เป็นใคร”

ข้ารับใช้กล่าวว่า

“นางบอกว่านางแซ่เยว่เจ้าค่ะ”

หลี่หรานเข้าใจทันที

“ข้ารู้จักนาง ให้นางเข้ามา”

หลี่เต้าหยวนนั่งบนเก้าอี้และมองสตรีทั้งสี่ตรงหน้า

ดวงตาของเขาว่างเปล่า

องค์หญิงจินหยุน

องค์หญิงมังกรนที สตรีศักดิ์สิทธิ์ของนิกายเหอหวน และหัวหน้าศิษย์ของศาลาหมื่นดาบ

ทุกคนนั่งตรงหน้าเขาอย่างสงบเสงี่ยม

หลี่เต้าหยวนรู้สึกเหมือนหัวใจของเขากำลังจะหยุดเต้น

“มันคงไม่สายเกินไปที่จะตัดขาดความสัมพันธ์ระหว่างบิดากับบุตรใช่ไหม?”

/////