หญิงสาวทั้งสองมองไปที่หลี่หราน
ดวงตาของเซิงจื่อเซี่ยเป็นประกายด้วยยินดี
มุมปากของนางโค้งขึ้นเล็กน้อยราวกับว่านางมีความสุขมาก
อย่างไรก็ตาม
ดวงตาของเซิงอันอวี่นั้นหลบเลี่ยงเล็กน้อย สีหน้าของนางเขินอายและประหม่าเหมือนเด็กที่ทำอะไรผิด
หลี่หรานไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก
หลังจากทักทายเจ้าหญิงทั้งสองแล้วเขาก็หันไปมองหลี่เต้าหยวน
“ท่านพ่อ
ข้ากลับมาแล้ว คิดถึงข้าไหม?”
มุมปากของหลี่เต้าหยวนกระตุกและเขาพูดด้วยความยากลำบาก
“ใช่”
หลี่หรานยิ้มและพูดว่า
“สีหน้าของท่านดูเหมือนคนป่วยเลย ท่านทานมากเกินไปหรือเปล่า?”
“ช่วงนี้สภาพจิตใจของข้าไม่ค่อยดีนัก”
หลี่เต้าหยวนอดไม่ได้ที่จะถามว่า “หรานเอ๋อร์ เจ้ากลับบ้านบ่อยเกินไปหรือเปล่า?”
ไม่นานนักตั้งแต่เรื่องการยกเลิกงานหมั้น
เขากลับบ้านเป็นครั้งที่สามแล้ว
การกลับบ้านไม่ใช่เรื่องใหญ่
แต่ทุกครั้งที่เด็กคนนี้กลับมามันจะนำ ‘เซอร์ไพรส์’
ครั้งใหญ่มาให้เขาเสมอ
หลี่เต้าหยวนกังวลมากว่าหัวใจของเขาจะไม่สามารถทนได้
หลี่หรานยักไหล่
“ข้ากลับมาเพื่อเข้าร่วมงานชุมนุมสวรรค์อมตะ ข้าทำข้อตกลงกับสาวน้อยเซินหนิงไว้”
“เซินหนิง?” หลี่เต้าหยวนพยักหน้า
หลี่หรานเคยพูดถึงเรื่องนี้กับเขามาก่อน
“ด้วยเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ข้าสามารถช่วยเจ้าจัดการได้
ทำไมเจ้าต้องมาเป็นการส่วนตัว? จะเกิดอะไรขึ้นถ้าการบ่มเพาะของเจ้าล่าช้า? เจ้าควรรีบกลับไปที่นิกาย” หลี่เต้าหยวนเกลี้ยกล่อม
หลี่หรานยิ้ม
“ข้ามาที่นี่เพื่อพบท่าน ข้ากลัวว่าหากท่านไม่ได้เจอบุตรชายแสนดีคนนี้นานๆท่านจะเสียใจ”
รอยยิ้มของหลี่เต้าหยวนแข็งทื่อ
“เจ้าไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับบิดาคนนี้ การบ่มเพาะของเจ้าสำคัญกว่า”
“ความกตัญญูต้องมาก่อน
การบ่มเพาะจะสำคัญกว่าท่านได้ยังไง?”
เมื่อเห็นฉากนี้เซิงจื่อเซี่ยก็ชมเชย
“ท่านลุงหลี่ บรรยากาศในบ้านของท่านกลมกลืนกันมากเลย ท่านเป็นบิดาที่ใจดีและมีบุตรที่กตัญญูจริงๆ”
หลี่เต้าหยวนม้วนริมฝีปากของเขา
“จริงหรือ? ฮ่าฮ่า... เขาช่างเป็นลูกที่กตัญญูจริงๆ”
เซิงอันอวี่มองไปที่หลี่หรานอย่างเขินอาย
นางนึกถึงฉากที่น่าอายเหล่านั้น
หลี่หรานได้แสดงให้คนอื่นเห็นหรือเปล่า?
แล้วตัวเขาได้ดูมันไหม?
เขาได้ทำอะไรแปลกๆกับมันหรือเปล่า?
ทันทีที่นางนึกถึงคำถามเหล่านี้
ใบหน้าของนางก็ร้อนผ่าวราวกับจะเป็นไข้
หลี่หรานสังเกตเห็นการจ้องมองของนางและกระพริบตาให้ด้วยรอยยิ้ม
แก้มของเซิงอันอวี่เปลี่ยนเป็นแดงก่ำขณะที่นางก้มหน้าลงด้วยความตื่นตระหนก
ในขณะนี้
กระแสจิตจากอีกฝ่ายดังขึ้นในหัวของนาง ‘องค์หญิงเซิงไม่ต้องกังวล ข้าไม่เคยแสดงมันให้ใครเห็น’
เซิงอันอวี่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
‘ข้าเชื่อในตัวบุตรศักดิ์สิทธิ์หลี่...’
ก่อนที่นางจะพูดจบประโยค
เสียงของหลี่หรานก็ดังขึ้นอีกครั้ง ‘นอกจากตัวข้าเอง’
“……”
ร่างกายของเซิงอันอวี่สั่นสะท้าน สีแดงจากแก้มกระจายไปจนถึงใบหู
นางระงับความเขินอายและพูดเบาๆว่า
‘เจ้าเคยเห็นมันในห้องนอนแล้ว
มันไม่แตกต่างอะไรถ้าเจ้ามองมันอีกสองสามครั้ง...
ข้าแค่หวังว่าเจ้าจะไม่ทำอะไรแปลกๆกับมัน…’
หลี่หรานตกตะลึง
‘อะไรแปลกๆ?
องค์หญิงเซิงช่วยอธิบายให้ชัดเจนหน่อยได้ไหม?’
เซิงอันอวี่ก้มศีรษะลงและพูดว่า
‘บุตรศักดิ์สิทธิ์หลี่น่าจะรู้เรื่องนี้ดีกว่าข้า…’
เมื่อเห็นที่ท่าทางขี้อายนั้น
เขาก็ส่ายหัวด้วยความขบขัน
เห็นได้ชัดว่าเซิงอันอวี่เป็นบุตรสาวของจักรพรรดิ
แต่นางไม่มีความเย่อหยิ่งเลยแม้แต่น้อย กลับกัน นางบริสุทธิ์และบอบบางราวกับดอกไม้
ไม่มีใครทนรังแกนางได้ลงคอ
เซิงจื่อเซี่ยไม่ได้สังเกตเห็นปฏิกิริยาของพี่สาวและกล่าวว่า
“บุตรศักดิ์สิทธิ์หลี่ งานชุมนุมสวรรค์อมตะครั้งนี้มีขนาดใหญ่เป็นประวัติการณ์
นิกายระดับสูงสุดทั้งหมดมาถึงแล้วและเกือบทั้งหมดเป็นศิษย์หลัก”
หลี่หรานพยักหน้า
“ข้าพอจะได้ยินเรื่องนี้มาบ้าง ดูเหมือนว่าพวกเขาทุกคนต้องการสร้างความก้าวหน้าในงานชุมนุมครั้งนี้”
คนส่วนใหญ่ต้องการเข้าสู่นิกาย
อย่างไรก็ตาม
อัจฉริยะระดับสูงที่มีพรสวรรค์ล้ำเลิศคือเป้าหมายของการแข่งขันระหว่างนิกายต่างๆ
พวกเขาไม่ลังเลที่จะต่อสู้เพื่อมัน
ย้อนกลับไปในตอนนั้น
พรสวรรค์ระดับนักบุญของหลี่หรานได้ทำให้ดินแดนอันกว้างใหญ่ต้องสั่นสะเทือน นิกายระดับสูงสุดเกือบจะแตกหักกันเพราะเหตุนี้
และในที่สุดเขาก็เข้าร่วมกับวิหารโหยวหลัว
นอกจากนี้ยังมีหลินหลางเยว่ที่มีร่างเต๋าโดยกำเนิด
เยว่เจียนหลี่ที่มีเจตจำนงแห่งดาบฝังอยู่ในกระดูกและ เซียวชิงเกอที่มีพรสวรรค์ระดับเซียน...
[TL: ต่ำ->กลาง->สูง->สูงสุด->เซียน->นักบุญ]
มีเพียงนิกายระดับสูงสุดเท่านั้นที่มีคุณสมบัติในการแข่งขันกันเพื่ออัจฉริยะเหล่านี้
นิกายระดับหนึ่งและระดับสองอื่นๆทำได้เพียงยืนมอง
แน่นอนว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือความตั้งใจของผู้ทดสอบ
ดังนั้นชื่อเสียงและความนิยมของนิกายจึงเป็นตัวบ่งชี้ที่สำคัญเช่นกัน
เซิงจื่อเซี่ยยิ้มและพูดว่า
“แม้ว่าวิหารโหยวหลัวจะเป็นนิกายปีศาจแต่พวกเขาก็ไม่ได้ชื่อเสียงในด้านลบ
บุตรศักดิ์สิทธิ์หลี่เป็นวีรบุรุษของเผ่าพันธุ์มนุษย์และเป็นปีศาจที่ทรงพลัง เจ้าน่าจะได้รับอะไรดีๆกลับไปมากมาย”
หลี่หรานยิ้ม
“ขอบคุณสำหรับคำอวยพรขององค์หญิง”
เหตุผลหลักที่เขากลับมาครั้งนี้เป็นเพราะเซินหนิง
แต่ถ้าเขาสามารถสรรหาอัจฉริยะสองสามคนสำหรับนิกายได้มันก็เป็นเรื่องดีเช่นกัน
ในขณะนี้เอง
ข้ารับใช้คนหนึ่งมาเคาะประตู “นายท่าน มีแขกอยู่ข้างนอกเจ้าค่ะ”
หลี่เต้าหยวนขมวดคิ้ว
“เจ้าไม่เห็นองค์หญิงหรือไง? บอกอีกฝ่ายว่าคฤหาสน์ตระกูลหลี่ปิดในวันนี้เพื่อต้อนรับแขกสำคัญ”
“แต่...”
ข้ารับใช้ลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “คนๆนั้นบอกว่านางเป็นสหายของนายน้อย”
หลี่หรานเลิกคิ้วขึ้น
“คนๆนั้นชื่ออะไร? เป็นบุรุษหรือสตรี?”
ข้ารับใช้ตอบว่า
“เป็นสตรีเจ้าค่ะ ข้าไม่รู้จักชื่อของนาง นางบอกแค่ว่านางแซ่ฉิน”
หลี่หรานยิ้ม
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นใคร
“นางเป็นสหายของข้าเอง
ไปพานางเข้ามาได้”
“ทราบแล้วเจ้าค่ะ”
ข้ารับใช้ถอยกลับ
สักพักก็มีหญิงสาวทรงเสน่ห์เดินเข้ามาอย่างช้าๆ
นางสวมผ้าคลุมหน้าสีดำและรูปร่างที่เพรียวบางของนางสามารถมองเห็นได้ลางๆ
แม้จะมีผ้าคลุมหน้าสีดำปิดบังไว้
แต่มันก็ไม่สามารถซ่อนเสน่ห์อันน่าอัศจรรย์ของนางได้
มันคือฉินหรูเหยียน
ร่องรอยของความประหลาดใจฉายผ่านดวงตาของนางเมื่อนางเห็นหลี่หราน
“ฉินหรูเหยียนทักทายบุตรศักดิ์สิทธิ์หลี่
ท่านลุงหลี่... และองค์หญิงทั้งสองก็อยู่ที่นี่ด้วย?”
“ยินดีที่ได้พบ
สตรีศักดิ์สิทธิ์ฉิน” สองสาวยืนขึ้นและพยักหน้า
คิ้วของหลี่เต้าหยวนกระตุก
แต่เขายังคงพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ยินดีต้อนรับสตรีศักดิ์สิทธิ์ฉิน เชิญนั่งลงก่อน”
“ท่านลุงหลี่ไม่จำเป็นต้องสุภาพไป
เรียกผู้น้อยว่าหรูเหยียนก็ได้” ฉินหรูเหยียนนั่งบนเก้าอี้อย่างเชื่อฟัง
นางมองไปที่หลี่หราน
ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
ผู้ชายคนนี้ทิ้งนางไว้ตามลำพังในโรงเตี๊ยม
และมันเป็นช่วงเวลาสำคัญที่นางอุตส่าห์รวบรวมความกล้าได้แล้ว!
หลี่หรานลูบจมูกของเขา
ดูละอายใจเล็กน้อย
ขณะที่เขากำลังจะอ้าปากพูด
ข้ารับใช้ก็เดินเข้ามาอีกครั้ง “นายน้อย เรามีแขกมาเยี่ยมอีกแล้วเจ้าค่ะ นางบอกว่าเป็นสหายของท่าน”
“อา?”
หลี่หรานตกตะลึง
“คราวนี้เป็นใคร”
ข้ารับใช้กล่าวว่า
“นางบอกว่านางแซ่เยว่เจ้าค่ะ”
หลี่หรานเข้าใจทันที
“ข้ารู้จักนาง ให้นางเข้ามา”
—
หลี่เต้าหยวนนั่งบนเก้าอี้และมองสตรีทั้งสี่ตรงหน้า
ดวงตาของเขาว่างเปล่า
องค์หญิงจินหยุน
องค์หญิงมังกรนที สตรีศักดิ์สิทธิ์ของนิกายเหอหวน และหัวหน้าศิษย์ของศาลาหมื่นดาบ
ทุกคนนั่งตรงหน้าเขาอย่างสงบเสงี่ยม
หลี่เต้าหยวนรู้สึกเหมือนหัวใจของเขากำลังจะหยุดเต้น
“มันคงไม่สายเกินไปที่จะตัดขาดความสัมพันธ์ระหว่างบิดากับบุตรใช่ไหม?”
/////
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved