ตอนที่ 126

ทางเหนือของเมืองหนานเฟิง

เรือเหาะแล่นผ่านท้องฟ้า

ตัวเรือถูกแกะสลักด้วยมังกรและนกฟีนิกซ์

มันหรูหราอย่างหาที่เปรียบมิได้ เห็นได้ชัดว่ามันไม่ใช่สมบัติธรรมดา

สตรีวัยเยาว์สวมเสื้อคลุมสีเหลืองสดใส ชุดของนางปักด้วยลวดลายมังกร

ผมสีดำสยายลงมาราวกับน้ำตก โครงสร้างใบหน้าสมบูรณ์แบบ และคิ้วก็ละเอียดอ่อนราวกับภาพวาด

ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากองค์หญิงสามของตระกูลเซิง

เซิงจื่อเซี่ย!

“แม่ทัพหวาง อีกไกลแค่ไหนจะถึงเมืองหนานเฟิง?”

เซิงจื่อเซี่ยถาม

ด้านหลังนาง ชายกำยำในชุดเกราะป้องมือแล้วพูดว่า

“รายงานองค์หญิง ยังเหลืออีกสองร้อยกิโลเมตรพ่ะย่ะค่ะ”

เซิงจื่อเซี่ยพยักหน้า “ใกล้แล้วสินะ”

นับตั้งแต่ที่สัตว์อสูรแห่งเทือกเขาสือว่านเคลื่อนไหว

ราชสำนักก็ได้รับข่าวทันที

เมื่อได้ยินว่าหมู่บ้านแห่งหนึ่งถูกทำลายโดยสัตว์อสูร

เซิงจื่อเซี่ยก็อาสาที่จะมาตรวจสอบ

อย่างไรก็ตาม ดินแดนทางใต้อยู่ห่างจากทวีปกลางมากเกินไป

มันได้เข้าสู่ดินแดนที่เป็นของนิกายต่างๆแล้ว และไม่มีค่ายกลเคลื่อนย้ายของตระกูลเซิงที่นั่น

ดังนั้น นางจึงทำได้เพียงคลื่อนย้ายมายังเมืองที่ใกล้ที่สุดแล้วบินมาด้วยเรือเหาะ

หนึ่งวันและหนึ่งคืนผ่านไปแล้ว

“มีโอกาสที่สมบัติอมตะอาจบังเกิดขึ้น ดังนั้นนิกายต่างๆอาจมาถึงตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว”

นายพลหวังกล่าว “ตอนนี้คนจากวิถีธรรมและวิถีมารมารวมตัวกันที่เมืองหนานเฟิง องค์หญิงสามต้องระวังนะพ่ะย่ะค่ะ!”

เซิงจื่อเซี่ยส่ายหัว “ไม่เป็นไร

ข้าไม่สนใจสมบัติอมตะ ข้าหวังเพียงว่าชาวเมืองหนานเฟิงจะปลอดภัยดี”

ร่องรอยของความกังวลปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยของนาง

การเคลื่อนไหวที่ผิดปกตินี้ดึงดูดความสนใจของหลายนิกาย

จะต้องมีคนจำนวนมากจากนิกายปีศาจในเมืองหนานเฟิง

นั่นรวมถึงนิกายเซิงอวี่และนิกายเหอหวน... แม้แต่ปีศาจสวรรค์อันดับหนึ่งก็อาจอยู่ที่นี่!

พวกเขาเห็นชีวิตมนุษย์เป็นดั่งต้นหญ้า

หากพวกเขาเกิดความขัดแย้งกับคนจากวิถีธรรม ผู้บริสุทธิ์ในเมืองจะต้องทนทุกข์ทรมาน

พวกเขาทั้งหมดล้วนเป็นราษฎรของตระกูลเซิงของนาง!

“เร็วเข้า!” เซิงจื่อเซี่ยอดไม่ได้ที่จะกระตุ้น

ค่ายกลรวมปราณบนเรือเหาะสว่างขึ้นและบินไปยังเมืองหนานเฟิงด้วยความเร็วสูงสุด

หลังจากนั้นไม่นาน

เมืองใหญ่ก็ปรากฏขึ้นในสายตาของนาง

ในเวลานี้ แม่ทัพหวางอุทานว่า “องค์หญิงสาม

โปรดมองดูข้างล่างเร็ว!”

เมื่อเซิงจื่อเซี่ยได้ยินสิ่งนี้ นางก็มองลงไปและตกตะลึง

เป็นฉากที่น่าสังเวชอะไรเช่นนี้?

ซากศพนับไม่ถ้วนกองอยู่บนพื้น ทอดยาวไปตั้งแต่ประตูเมือง!

แขนขากระจัดกระจายไปทุกหนแห่ง

เลือดย้อมดินเหลืองจนเป็นสีแดงเข้ม แม้จะอยู่บนท้องฟ้า กลิ่นฉุนของเลือดก็ยังลอยขึ้นมากระทบจมูก

มองจากด้านบน

มันดูเหมือนพรมขนาดใหญ่ที่ทำจากเนื้อและเลือด!

เรือเหาะลดระดับลงอย่างช้าๆ

เซิงจื่อเซี่ยจ้องมองอย่างว่างเปล่าไปยังสถานที่ที่ดูเหมือนแดนนรกตรงหน้า

ซากศพของสัตว์อสูรทุกประเภทเหยียดยาวออกไปจนสุดสายตา

ตั้งแต่หมีป่าขนาดใหญ่ นกแปลกๆ... ไปจนถึงราชสีห์อสนีคลั่ง!

“นี่คือ... สัตว์อสูรที่โจมตีเมือง?”

ลำคอของแม่ทัพหวางตึงเครียดเล็กน้อย

แม้ว่าเขาจะอยู่ในสนามรบมานาน แต่เขาก็ไม่เคยเห็นฉากที่น่าสลดใจเช่นนี้มาก่อน

ทันใดนั้นเซิงจื่อเซี่ยก็กลับมามีสติ “แย่แล้ว

ชาวเมืองล่ะ!”

แม้แต่สัตว์อสูรยังบาดเจ็บล้มตายกันขนาดนี้

คนในเมืองนั้นจะไม่...

นางออกจากเรือเหาะและพุ่งไปยังเมืองหนานเฟิงด้วยความเร็วดุจสายฟ้า

“องค์หญิง ระวังปีศาจในเมืองด้วย!”

แม่ทัพหวางรีบตามไป

เซิงจื่อเซี่ยเพิ่งเข้ามาในเมืองและฉากตรงหน้าก็ทำให้นางตกตะลึง

เมืองนี้ไม่ได้กลายเป็นซากปรักหักพังอย่างที่นางคิด

ตรงกันข้าม มันกลับมีชีวิตชีวาเสียจนนางไม่อยากจะเชื่อ

ผู้บ่มเพาะหลายคนกำลังทำสมาธิอยู่ในลาน ชาวเมืองที่อยู่ข้างๆยุ่งอยู่กับการช่วยพวกเขาขนอาหารและน้ำ

นางเห็นแม้กระทั่งสาวกของวิถีธรรมกำลังช่วยวิถีมารรักษาบาดแผลของพวกเขา...

ในบางครั้งเสียงหัวเราะก็ดังขึ้น

และบรรยากาศก็กลมกลืนเกินกว่าจะเป็นความจริง

“นี่...”

เซิงจื่อเซี่ยพูดไม่ออก

เมื่อแม่ทัพหวางและคนอื่นๆมาถึง พวกเขาก็ตกตะลึงกับเหตุการณ์ตรงหน้า

เขาขยี้ตา “เกิด... เกิดอะไรขึ้น?

วิถีธรรมกับวิถีมารมาบรรจบกันได้อย่างไร? แล้วทำไมมนุษย์ธรรมดาถึงนั่งหัวเราะร่วมกับผู้บ่มเพาะ?”

เพียงหนึ่งวันผ่านไป ทั้งเมืองกลับกลายเป็นไม่คุ้นเคย!

“เจ้าเมืองหนานเฟิงอยู่ที่ไหน?

องค์หญิงเสด็จแล้ว!”

หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง

ทุกคนก็หันมามองพวกเขา

เมื่อเจ้าเมืองเห็นเซิงจื่อเซี่ยที่สวมชุดปักลายมังกร

เขาก็อดไม่ได้ที่จะตัวสั่นและรีบวิ่งไป

“ผู้ต่ำต้อยคนนี้เป็นเจ้าเมืองหนานเฟิง ยินดีที่ได้พบท่านองค์หญิงสาม!

ข้าไม่รู้ว่าองค์หญิงอยู่ที่นี่ ข้าหวังว่าองค์หญิงจะประทานอภัยให้ข้าด้วย!”

เครื่องแต่งกายชุดนี้บ่งบอกความเป็นตัวนางอยู่แล้ว

องค์หญิงแห่งตระกูลเซิง เซิงจื่อเซี่ย!

เซิงจื่อเซี่ยพยักหน้า “ไม่เป็นไร”

จากนั้นเจ้าเมืองก็ยืนขึ้น

“ข้าเห็นว่าสัตว์อสูรนอกเมืองบาดเจ็บล้มตายนับไม่ถ้วน

แต่ดูเหมือนเมืองจะปลอดภัยดี มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?” เซิงจื่อเซี่ยถาม

เจ้าเมืองตอบว่า “เมื่อคืนนี้สัตว์อสูรแห่งเทือกเขาสือว่านออกอาละวาดและเกิดเป็นคลื่นสัตว์อสูรมาโจมตีเมือง...”

เขาเล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้พวกเขาฟัง

เซิงจื่อเซี่ยตกตะลึง

ศพที่อยู่นอกเมืองนั้นเป็นหลักฐานชั้นดี

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้นางประหลาดใจคือผู้บ่มเพาะวิถีธรรมและวิถีมารกลับผนึกกำลังกันเพื่อต่อสู้กับสัตว์อสูรเพื่อปกป้องมนุษย์ธรรมดาหลายแสนคนในเมือง

นี่เป็นสิ่งที่ไม่สามารถแม้แต่จะจินตนาการได้!

ในขณะนั้นเอง นางเห็นหลินหลางเยว่ที่ยืนอยู่ด้านข้างและรีบเดินเข้าไปหา

“นางฟ้าหลิน!”

หลินหลางเยว่พยักหน้าเล็กน้อย “องค์หญิงเซิง”

เซิงจื่อเซี่ยโค้งคำนับอย่างสุดซึ้งและกล่าวด้วยความขอบคุณว่า

“ขอบคุณที่นำผู้บ่มเพาะมาปกป้องชาวบ้านของเมืองหนานเฟิง ในนามของราชวงศ์

ข้าขอขอบคุณอย่างจริงใจต่อเจ้า!”

จากมุมมองของนาง หลินหลางเยว่จะต้องเป็นผู้นำในการต่อสู้กับคลื่นสัตว์อสูร

มีเพียงอัจฉริยะอันดับหนึ่งเท่านั้นที่มีความแข็งแกร่งและความสามารถเช่นนี้

แต่โดยไม่คาดคิด หลินหลางเยว่กลับส่ายหัวและพูดว่า

“ข้าไม่ใช่ผู้นำ องค์หญิงเซิงควรจะขอบคุณคนผู้นั้น...”

“เอ๊ะ?”

เซิงจื่อเซี่ยงงงวย “นางฟ้าหลินหมายความว่าอย่างไร?”

ในขณะนี้เองที่ฝูงชนเงียบลงอย่างกะทันหัน

ผู้บ่มเพาะทั้งหมดยืนขึ้นและเปิดทาง

ชายผู้หล่อเหลาและแข็งแกร่งราวกับมังกรค่อยๆเดินมาอย่างช้าๆ

สภาพแวดล้อมเงียบสนิท ดวงตาของทุกคนเต็มไปด้วยความเคารพในทันที

เมื่อแม่ทัพหวางเห็นรูปร่างหน้าตาของบุคคลนั้น

คิ้วของเขาก็ขมวดขึ้น

เขาบังเซิงจื่อเซี่ยอย่างร้อนรนและดึงดาบออกมา

“องค์หญิง โปรดระวังด้วย เขาคือหลี่หราน บุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งนิกายปีศาจ!”

“หลี่หราน?!”

หัวใจขององครักษ์ที่มาด้วยกันต่างสั่นสะท้าน

ขณะที่พวกเขาดึงอาวุธออกมา

นี่คือปีศาจสวรรค์อันดับหนึ่งในตำนาน!

ก่อนที่เซิงจื่อเซี่ยจะทันได้พูดอะไร

คลื่นเสียงของโลหะกระทบกันก็ดังขึ้น

ผู้บ่มเพาะทั้งหมดเอาอาวุธของพวกเขาออกมาและก้าวมาข้างหน้า

พร้อมกับจ้องมองพวกเขาอย่างไม่เป็นมิตร!

ดวงตาของฉินหรูเหยียนเย็นชา

มือของนางเต็มไปด้วยพลังปราณพร้อมที่จะโจมตี

ดาบของเยว่เจียนหลี่เองก็สั่นราวกับว่ามันพร้อมจะสะบั้นคอของแม่ทัพหวางได้ในทุกวินาที!

วิถีธรรมและวิถีมารเผชิญหน้ากับกลุ่มคนของจักรพรรดิเพื่อหลี่หราน!

บรรยากาศรุนแรงและตึงเครียด!

“……”

แม่ทัพหวางกลืนน้ำลาย เขารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ

/////

[ เซิงจื่อ -> บุตรศักดิ์สิทธิ์ ไม่งั้นมันจะซ้ำกับชื่อ ‘เซิงจื่อเซี่ย’

]