ตอนที่ 226

ภายในเกี้ยวสีทอง

อวี้ชิงหลันซ่อนตัวอยู่ที่มุมหนึ่งและก้มหัวลง ใบหน้าสวยของนางแดงก่ำ

เมื่อนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้

นางหวังว่าจะหาโพรงบนพื้นและมุดลงไปได้

มันน่าอายเกินไป

เมื่อคืนนางกระวนกระวายใจจนต้องนั่งสมาธิ

แต่สุดท้ายนางกลับถูกหลี่หรานกอด

เดิมทีนางต้องการที่จะลุกขึ้นและหนีไป

แต่นางไม่รู้ว่าเพราะพวกเขาอยู่ใกล้กันเกินไปหรือไม่ ด้ายสีแดงบนข้อมือของนางจึงสว่างขึ้นโดยอัตโนมัติ

การสั่นไหวที่อธิบายไม่ได้นั้นทำให้หัวใจของนางเต้นแรง

ไม่ต้องพูดถึงการหลุดพ้นจากการกอด นางไม่สามารถแม้แต่จะเปล่งเสียงร้องออกมา

นางเป็นเหมือนหุ่นเชิดที่แข็งทื่อ

และนางก็หลับไปในอ้อมแขนของหลี่หราน

หากไม่ใช่เพราะลมหายใจของเขาสม่ำเสมอและมั่นคง

อี้ชิงหลันคงสงสัยว่าเขาจงใจทำสิ่งนี้

นอกจากนี้นางไม่รู้ว่าเขากำลังฝันถึงอะไร

มือและเท้าของเขาถึงไม่ซื่อสัตย์เลย...

‘เขาเป็นคนชั่วร้ายจริงๆ เขาไม่ลืมที่จะทำตัวหยาบคายแม้แต่ตอนนอน!’

นางไม่มีหน้าไปเจอใครอีกต่อไป

หลี่หรานมองนางด้วยความสับสน

“เดินละเมอ? นักพรตอวี้ขึ้นมาบนเตียงของข้าเมื่อคืนนี้?”

อวี้ชิงหลันได้ยินดังนั้นก็กัดริมฝีปากเล็กน้อย

ทำไมคำพูดนี้ฟังดูแปลกๆ?

นางจ้องไปที่หลี่หราน

“อะไรกัน ผู้บ่มเพาะระดับจักรพรรดิเดินละเมอไม่ได้หรือไง?”

“นั่นก็จริง”

หลี่หรานเกาหัว “แต่ในเมื่อนักพรตอวี้ตื่นแล้วทำไมท่านยังนั่งอยู่ตรงนั้น?”

“นักพรตเต๋าผู้ต่ำต้อยคนนี้…”

อวี้ชิงหลันหันศีรษะหนีและพูดเสียงแผ่ว

“ปิดด้ายสีแดงก่อน มิฉะนั้นนักพรตเต๋าผู้ต่ำต้อยคนนี้จะไม่สามารถใช้กำลังได้...”

“อา?” หลี่หรานมองไปที่ข้อมือของเขาและเห็นว่าด้ายสีแดงเรืองแสงจางๆ

“น่าแปลก มันเปิดเองโดยอัตโนมัติ?”

เขาตัดการเชื่อมต่อและแสงสีแดงค่อยๆหรี่ลง

จากนั้นอวี้ชิงหลันก็ฟื้นพละกำลังขึ้นมาบ้าง

แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง

หัวใจที่เต้นแรงอย่างอธิบายไม่ได้ของนางยังไม่บรรเทาลง

จิตใจของนางยังคงปั่นป่วนและไม่สามารถฟื้นคืนความสงบได้

อวี้ชิงหลันเหลือบมองเขาอย่างแผ่วเบา

“เจ้าหัวขโมยน้อย เจ้ารู้ไหมว่าด้ายสีแดงนี้สร้างปัญหาให้กับนักพรตเต๋าผู้ต่ำต้อยคนนี้มากแค่ไหน?”

หลี่หรานยิ้มอย่างละอายใจ

“มันเป็นอุบัติเหตุจริงๆ... แต่ข้ายังคงยืนยันคำเดิมว่าข้าอยากจะผูกมัดกับนักพรตอวี้”

เสียงของอวี้ชิงหลันเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง

“แน่นอนว่าเจ้าย่อมเต็มใจ

เพราะวิธีนี้มันจะง่ายกว่าที่จะสั่งนักพรตเต๋าผู้ต่ำต้อยคนนี้”

นางไม่รังเกียจที่จะยืนหยัดเพื่อหลี่หราน

อย่างไรก็ตาม

ด้ายสีแดงนี้มีไว้เพียงเพื่อทรมานนางเท่านั้น แต่มันกลับไม่มีผลใดๆต่อหลี่หรานเลย การควบคุมทั้งหมดอยู่ในมือของเขาซึ่งทำให้นางไม่สบายใจ

หลี่หรานส่ายหัวและพูดว่า

“ข้าคิดว่านักพรตอวี้เป็นสหายและไม่ได้ตั้งใจจะสั่งท่าน”

“สหาย?” อวี้ชิงหลันไม่ค่อยคุ้นเคยกับคำนี้

ในฐานะผู้นำของสถาบันเทียนซู

มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่มีสถานะเทียบเท่านาง

นางมีทั้งศิษย์

ศัตรู ผู้ศรัทธา ไปจนถึงผู้ที่เกลียดชัง...

อย่างไรก็ตาม

ดูเหมือนจะไม่มีใครเคยพูดว่าพวกเขาต้องการเป็นสหายกับนาง

ผู้บ่มเพาะขอบเขตกำเนิดจิตวิญญาณปฏิบัติกับผู้เชี่ยวชาญระดับจักรพรรดิในฐานะสหาย

มันดูไร้สาระสำหรับคนนอก แต่อวี้ชิงหลันรู้สึกอบอุ่นเล็กน้อย

ดวงตาของนางสั่นไหวและนางพูดเบาๆว่า

“ถ้าเช่นนั้นบอกข้าสิว่าทำไมเจ้าถึงต้องการผูกมัดกับนักพรตเต๋าผู้ต่ำต้อยคนนี้?”

ทันใดนั้นนางก็รู้สึกประหม่าและคาดหวัง

หลี่หรานพูดอย่างจริงจัง

“นักพรตอวี้คือผู้นำนิกายของวิถีธรรมส่วนข้าคือบุตรศักดิ์สิทธิ์ของนิกายปีศาจ พูดอย่างมีเหตุผล

ข้าไม่ควรจะมีปฏิสัมพันธ์ใดๆกับท่านในชั่วชีวิตนี้”

“แต่ตอนนี้ข้านั่งข้างๆท่านได้

ข้าได้เห็นใบหน้าที่น่ารักของท่าน และสัมผัสได้ถึงจิตใจที่อ่อนโยนของท่าน”

“สำหรับข้ามันคือด้ายแดงแห่งโชคชะตาอย่างแท้จริง”

“ข้ามีความสุขมากที่ได้รู้จักนักพรตอวี้”

อวี้ชิงหลันจ้องมองเขาอย่างว่างเปล่า

นางลนลานและปิดใบหน้าของนาง

แม้แต่ลำคอขาวผ่องของนางก็ถูกย้อมด้วยสีแดง และหัวใจของนางก็แทบจะกระโดดออกมา

เต๋าแห่งการลืมเลือนหรือความลับสวรรค์ใดๆไม่มีอยู่ในขณะนี้

นางจับทรวงอกด้วยดวงตาที่พร่ามัว

‘เจ้าคนน่ารำคาญ เจ้าพยายามทำลายการบ่มเพาะของนักพรตเต๋าผู้ต่ำต้อยคนนี้หรือ?’

หลี่หรานถามต่อว่า

“ถ้านักพรตอวี้เลือกได้อีกครั้ง ท่านจะจับด้ายสีแดงเส้นนั้นหรือเปล่า?”

อวี้ชิงหลันหันศีรษะหนีและกัดริมฝีปากเบาๆ

หลังจากนั้นไม่นานนางก็พูดเสียงแผ่วว่า

“ถ้าเลือกได้อีกครั้งนักพรตเต๋าผู้ต่ำต้อยคนนี้จะฆ่าเจ้าแน่นอน!”

ริมฝีปากของหลี่หรานกระตุก

“ท่านคงไม่ทำจริงๆหรอกใช่ไหม?”

ฮึ่ม!

ดวงตาของอวี้ชิงหลันเต็มไปด้วยความเกลียดชัง

นางออกตัวปกป้องหลี่หรานเพื่อเห็นแก่เส้นทางอมตะของหลินหลางเยว่

นางไม่เคยคิดว่านางจะถูกลากเข้ามาพัวพันถึงขนาดนี้

แม้จะพูดเช่นนั้นออกไปแต่ดวงตาของนางก็เป็นประกายสดใส

จิตสังหารจะมีอยู่จริงได้ยังไง?

อวี้ชิงหลันฟื้นพลังของนางขึ้นมาบางส่วนและมองดูเสื้อคลุมนักพรตที่ยุ่งเหยิงบนร่างกาย

ใบหน้าสวยของนางร้อนราวกับเป็นไข้

นางรีบลุกจากเตียงแล้วนั่งลงริมหน้าต่าง

หลี่หรานไม่สนใจ

เขายืนขึ้นและยืดกล้ามเนื้อพร้อมกับถอนหายใจอย่างสบายใจ

ด้วยระดับการบ่มเพาะในปัจจุบันของเขา

การกิน การนอน และการอาบน้ำนั้นไม่จำเป็นอีกต่อไป

แต่เขาก็ยังเต็มใจที่จะใช้เวลากับมัน

สำหรับเขาแล้วนี่เป็นความสุขโดยธรรมชาติ

การทำสมาธิและการบ่มเพาะนั้นน่าเบื่อเกินไป

ในขณะนี้เอง

อวี้ชิงหลันพูดขึ้นว่า “เจ้าหัวขโมยน้อย มานี่”

หลี่หรานเดินไปหานางและนั่งลง

“ท่านต้องการอะไร?”

อวี้ชิงหลันลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะหยิบเหรียญตราออกมาและวางไว้ข้างหน้าเขา

“นี่คือ?” หลี่หรานถาม

เขาหยิบมันขึ้นมาดู

เหรียญตราดูเหมือนจะทำจากหยกขาว

มีพื้นผิวโปร่งใสและให้ความรู้สึกที่นุ่มนวล บนนั้นถูกสลักไว้ว่า ‘เฟยหยุน’

อวี้ชิงหลันกระแอมและพูดว่า

“นี่คือเหรียญตราของสถาบันเทียนซู ด้วยเหรียญตรานี้เจ้าสามารถเข้าออกประตูของสถาบันเทียนซูและเทือกเขาเฟยหยุนได้อย่างอิสระ”

หลี่หรานตกตะลึง

“ทำไมนักพรตอวี้ถึงให้สิ่งนี้กับข้า?”

อวี้ชิงหลันไม่พอใจ

“ไม่ใช่ว่าเจ้ารู้สึกไม่สบายใจที่ข้าไม่ได้ให้ของขวัญเจ้าหรือไง? ในเมื่อเป็นแบบนั้นนักพรตเต๋าผู้ต่ำต้อยคนนี้ก็จะมอบให้เจ้า”

จริงๆแล้วนางได้เตรียมของชิ้นนี้ไว้นานแล้ว

แต่นางอายเกินกว่าจะมอบมัน...

หลี่หรานเก็บเหรียญตราและพูดอย่างจริงจัง

“ขอบคุณนักพรตอวี้ ข้าชอบมาก”

อวี้ชิงหลันดูลุกลี้ลุกลน

“จะ...เจ้าชอบอะไร?”

หลี่หรานยิ้มและพูดว่า

“ในอนาคตข้าจะไปที่เทือกเขาหยุนเฟิงบ่อยๆเพื่อเล่นกับท่าน”

อวี้ชิงหลันจ้องไปที่เขา

“นักพรตเต๋าผู้ต่ำต้อยคนนี้ไม่มีเวลามาเล่นกับเจ้า!”

“เข้าใจแล้ว”

“แต่ถ้าเจ้าว่างจริงๆก็มานั่งเล่นได้...”

หลี่หรานมองนางและพูดด้วยรอยยิ้ม

“อันที่จริงนักพรตอวี้ได้ให้ของขวัญข้ามานานแล้ว”

อวี้ชิงหลันถามด้วยความสับสน

“นักพรตเต๋าผู้ต่ำต้อยคนนี้ให้อะไรเจ้า?”

“คาถาชำระจิต”

หลี่หรานกล่าวว่า “ประสิทธิภาพของมันน่าทึ่งมาก มันเติมเต็มพลังวิญญาณได้อย่างรวดเร็ว”

อวี้ชิงหลันตกตะลึงขณะที่นางขมวดคิ้ว

“เจ้าสามารถใช้คาถาชำระจิตเพื่อเติมพลังวิญญาณได้?”

“ใช่แล้ว”

เมื่อเห็นว่านางไม่เชื่อเขา

หลี่หรานก็นั่งไขว่ห้างและโคจรคาถาชำระจิต

ดวงตาที่สดใสของอวี้ชิงหลันเต็มไปด้วยความประหลาดใจขณะที่นางมองดูชายตรงหน้าโคจรเทคนิคเต๋าบริสุทธิ์

‘เขาไม่จำเป็นต้องละทิ้งอารมณ์เพื่อใช้คาถาชำระจิต? เป็นไปได้ยังไง?’

‘คาถาชำระจิตสามารถฝึกฝนได้โดยศิษย์สายตรงเท่านั้น นี่หมายความว่าข้าเป็นอาจารย์ของเขาไปแล้ว?’

‘นักพรตเต๋าผู้ต่ำต้อยคนนี้นอนบนเตียงเดียวกับศิษย์ของตัวเอง... ข้าคงบ้าไปแล้วจริงๆ!’

/////