เยว่เจียนหลี่ยืนอยู่บนถนนและจ้องมองไปที่ทางเข้าของคฤหาสน์ตระกูลหลี่
ดวงตาของนางไม่ได้เต็มไปด้วยความเศร้าและความผิดหวัง
แต่เต็มไปด้วยประกายสดใส
ในที่สุดนางก็เผชิญหน้ากับหัวใจของนาง
“เขามีสัญญาแต่งงานแล้วไง?
ตราบใดที่หลี่หรานยังเป็นศิษย์ของวิหารโหยวหลัว เขาก็ไม่สามารถแต่งงานกับเซียวชิงเกอได้!”
“ข้ายังมีเวลาอีกมาก!”
“ถ้าข้าต้องการทำลายกฎนี้ ข้าเพียงแค่ต้องแข็งแกร่งกว่าเหลิงอู่เหยียน!”
เยว่เจียนหลี่อย่างมีเลศนัย “ช่างบังเอิญจริงๆ ข้าเก่งในเรื่องการพัฒนาตัวเองที่สุด!”
นางหันหลังกลับและจากไป
อาภรณ์สีเขียวของนางปลิวไสวอย่างไร้การควบคุม
อย่างไรก็ตาม
เยว่เจียนหลี่ไม่ทราบว่ากฎนี้ถูกทำลายไปนานแล้วโดยตัวของผู้ตั้งกฎเอง
—
บูม!
ประตูหินในพื้นที่ลับถูกเปิดออก หลี่หรานปกคลุมไปด้วยเลือดในขณะที่เขาเดินไปหาหลี่อู๋เซียง
“เจ้าโกรธอะไรตั้งแต่เช้าตรู่กัน?”
หลี่อู๋เซียงดื่มชาของเขาอย่างใจเย็น
แปะ!
หลี่หรานโยนเชือกอมตะลงบนโต๊ะ
“ข้าขอคืนสิ่งนี้!”
หลี่อู๋เซียงรู้สึกขบขัน “เจ้าใช้มันไปแล้ว?”
“ก็ใช่น่ะสิ!” หลี่หรานดูไม่พอใจ
“ข้าไม่คิดว่าท่านแก่ขนาดนี้แล้วยังเป็นคนโรคจิตอีก ท่านถึงกับหลอกข้าว่านี่คือเชือกอมตะ
น่าขายหน้าจริงๆ!”
“ใครหลอกเจ้ากัน?” หลี่อู๋เซียงพูดตามความเป็นจริง “คำอธิบายของข้าผิดตรงไหน? มันมัดนางได้ใช่ไหมล่ะ? ข้าพูดอะไรผิด?”
หลี่หรานไม่เคยเห็นคนไร้ยางอายเช่นนี้มาก่อน
“และเชือกนี้ก็เป็นสมบัติอย่างแท้จริง
แม้ว่ามันจะดูพึ่งพาไม่ได้ แต่ก็มีประโยชน์จริงๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้บ่มเพาะสตรี ไม่ว่าการบ่มเพาะของนางจะสูงเพียงใด
เจ้าก็สามารถมัดนางและแม้แต่ได้กลิ่นหอมอันน่าหลงใหล”
“พอๆ” หลี่หรานพูดอย่างดูถูกเหยียดหยาม “ท่านคงไม่ได้มาจากนิกายเหอหวนหรอกใช่ไหม? ท่านไร้ยางอายเกินไปแล้ว”
“ถ้าเจ้าไม่ต้องการ...”
หลี่อู๋เซียงยื่นมือออกไปและกำลังจะจับเชือก แต่ก่อนที่เขาจะพูดจบ หลี่หรานก็เอาเชือกกลับไปแล้ว
เขาพูดอย่างชอบธรรมว่า “ข้าไม่ไว้ใจท่านในเรื่องสัปดนเช่นนี้
ข้าจะดูแลมันเอง”
หลี่อู๋เซียงพยักหน้า
“เจ้าไร้ยางอายมากกว่าข้าเสียอีก หลานชาย”
หลี่หรานกระแอมในลำคอของเขาและพูดว่า “ไม่ว่ายังไงท่านก็หลอกลวงข้า ท่านต้องชดเชยให้ข้า”
มุมปากของหลี่อู๋เซียงกระตุก “เจ้ายังหน้าด้านไม่พอหรือไง?”
“ถ้าเช่นนั้นข้าจะไม่บ่มเพาะอีกต่อไป
ข้าจะไม่มีวันข้ามผ่านทัณฑ์สวรรค์ ท่านสามารถอยู่ที่นี่ตลอดไปเลยก็ได้”
“เจ้าทำแบบนั้นไม่ได้! เจ้าต้องการอะไร? ข้าบอกเจ้าไปแล้วว่าข้าไม่มีสมบัติชิ้นอื่น”
หลี่หรานส่ายหัวและพูดว่า
“ข้าไม่ต้องการสมบัติ ข้าแค่อยากให้ท่านปกป้องใครบางคน”
หลี่อู๋เซียงตกตะลึง “ใคร?”
“เซียวชิงเกอ”
หลี่หรานคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้แล้ว
เรื่องของเมืองหวู่หยางโดยพื้นฐานได้รับการแก้ไขแล้ว
เขากำลังจะกลับไปที่นิกาย ตระกูลหลี่มีบุคคุลระดับจักรพรรดิคอยดูแล
ดังนั้นเขาจึงไม่กังวล
อย่างไรก็ตาม เซียวชิงเกอนั้นต่างออกไป
การตายของบรรพบุรุษตระกูลเซียวหมายความว่านางสูญเสียที่พึ่งที่แข็งแกร่งที่สุดไปแล้ว
และนางไม่ได้รับการคุ้มครองจากนิกายใดๆ
แม้ว่าเมืองหวู่หยางจะถือว่าสงบสุข
แต่เขาก็กลัวปัจจัยที่คาดเดาไม่ได้
แต่ถ้าผู้เชี่ยวชาญระดับจักรพรรดิเช่นหลี่อู๋เซียงปกป้องนาง
เขาจะรู้สึกสบายใจขึ้นเล็กน้อย
“เป็นคู่หมั้นตัวน้อยของเจ้าใช่ไหม?
เจ้านี่ช่างโรแมนติกเสียจริง” หลี่อู๋เซียงลูบเคราของเขา
“ไม่ใช่ว่าข้าไม่สามารถปกป้องนางได้ แต่เจ้าต้องยอมรับเงื่อนไขสองข้อ”
“เงื่อนไขอะไร?” หลี่หรานถาม
หลี่อู๋เซียงกล่าวว่า “อย่างแรก ข้าจะรับประกันความปลอดภัยของนางเป็นเวลาสิบปีเท่านั้น
เจ้าจะต้องเข้าสู่ขอบเขตเหนือวิบัติให้ได้ภายในสิบปีนี้”
“ไม่มีปัญหา”
หลี่หรานไม่ลังเล
คำขอนี้จริงๆแล้วยากมาก
ไม่มีผู้เชี่ยวชาญขอบเขตเหนือวิบัติที่มีอายุต่ำกว่า
30 ปีในดินแดนอันกว้างใหญ่
แต่ไม่ว่าเขาจะทำสำเร็จหรือไม่
การคุ้มครองสิบปีก็เพียงพอแล้ว เขามั่นใจว่าเขาได้รับผลประโยชน์จากเรื่องนี้
“อย่างที่สอง ถ้าเจ้ามีโอกาสได้พบกับศิษย์ส่วนตัวของผู้นำสถาบันเทียนซู
จงทุบตีเขาให้ตาย!” ร่องรอยของความเกลียดชังปรากฏขึ้นในดวงตาของหลี่อู๋เซียง
“สถาบันเทียนซู?”
หลี่หรานตกตะลึง “ท่านมีความแค้นกับพวกเขา?”
มันเป็นหนึ่งในนิกายอันดับต้นๆของเส้นทางอันชอบธรรมและเป็นนิกายของผู้บ่มเพาะสตรี
หลี่อู๋เซียงพ่นลมอย่างเย็นชา “ผู้นำของสถาบันเทียนซู
อวี้ชิงหลานทำให้ข้าขุ่นเคือง... แต่เจ้าจะไม่สามารถเอาชนะนางได้อย่างแน่นอน
ดังนั้นเจ้าจะต้องทุบตีศิษย์ของนางแทน”
“เข้าใจแล้ว ข้ารับปาก” หลี่หรานพยักหน้า
คำขอนี้ไม่ใช่เรื่องยาก
สถาบันเทียนซูนั้นไม่ธรรมดา
และศิษย์ของพวกเขาก็แทบไม่ได้ก้าวเข้ามาในโลกมนุษย์ ดังนั้นโอกาสในการพบเจอกับผู้นำของสถาบันเทียนชูก็ยิ่งน้อยลงไปอีก
แต่แล้วถ้าเจอกันล่ะ?
ในฐานะปีศาจ เขาต้องการคำอธิบายสำหรับการทุบตีใครบางคนหรือไม่?
หลังออกจากพื้นที่ลับ หลี่หรานก็ไปที่คฤหาสน์ตระกูลเซียวอีกครั้ง
เขาส่ง ‘พระสูตรรักษสา’
ให้กับเซียวชิงเกอและกระตุ้นให้นางไปที่ตระกูลหลี่อย่างลับๆ
อย่างไรก็ตาม
หลังจากที่นางพบว่าหลี่หรานกำลังจะกลับไปที่นิกาย นางก็ไม่รั้งตัวเองไว้อีกต่อไป
นางเป็นเหมือนหมีโคอาล่าที่เกาะแขนของหลี่หรานไว้ไม่ยอมปล่อย
ดวงตาสีขาวดำของนางเป็นประกายด้วยน้ำตา
“หลี่หราน ข้าทนไม่ได้ที่ต้องแยกจากท่าน...”
หลี่หรานบีบใบหน้าที่สวยของนางและปลอบว่า
“ถ้าความสัมพันธ์นั้นยืนยาว ทำไมเจ้าต้องพะวงเช้าและเย็น?
เส้นทางสู่ความเป็นอมตะนั้นยาวไกล อายุขัยของเราก็เช่นกัน
นี่เป็นเพียงการสลับฉากเล็กน้อยเท่านั้น”
“ถ้าความสัมพันธ์นั้นยืนยาว ทำไมเจ้าต้องพะวงเช้าและเย็น...”
เซียวชิงเกอพึมพำคำเหล่านั้น ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความชื่นชม “ที่รัก ท่านช่างยอดเยี่ยมจริงๆ!”
“มันเป็นเพียงค่าเฉลี่ยเท่านั้น มันเขียนไว้ในหน้าที่สามของห่าวซือ”
หลี่หรานพูดอย่างไร้ยางอาย
[TL: 浩士(ห่าวซือ) น่าจะเป็นชื่อหนังสือสักเล่มหนึ่ง]
เซียวชิงเกอมองไปที่ ‘พระสูตรรักษสา’ และทันใดนั้นก็พูดว่า “หลี่หราน ข้าคิดวิธีที่ดีที่จะแต่งงานกับท่านได้แล้ว!”
“โอ้ ยังไงล่ะ?” หลี่หรานพูดอย่างอยากรู้อยากเห็น
เซียวชิงเกอวางมือบนเอวของนางแล้วพูดว่า “ตราบใดที่ข้าบ่มเพาะอย่างหนักและแข็งแกร่งกว่าอาจารย์ของท่าน ข้าจะสามารถบังคับให้นางเปลี่ยนกฎของนิกายได้
เพียงแค่นั้นเราก็แต่งงานกันได้แล้ว!”
“……”
หลี่หรานยกนิ้วให้
“ช่างเป็นความฝันที่ยิ่งใหญ่จริงๆ”
แข็งแกร่งกว่าเหลิงอู่เหยียน?
เขารู้ว่าท่านอาจารย์ของเขาน่ากลัวเพียงใด
แม้ว่าพรสวรรค์ของเขาจะแข็งแกร่งพอๆกับนาง
แต่เขาก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่เขาจะไปถึงขอบเขตของนางได้
และแม้ว่าทั้งคู่จะอยู่ในขอบเขตจักรพรรดิเหมือนกัน
แต่มันก็ยังมีช่องว่างขนาดใหญ่
มิฉะนั้นทำไมหลี่อู๋เซียงถึงกลัวจนแทบจะปัสสาวะราดเมื่อได้ยินชื่อของเหลิงอู่เหยียน?
“ก็แค่ขอบเขตจักรพรรดิไม่ใช่หรือ?
ถ้านางทำได้ ข้าก็ทำได้!”
เซียวชิงเกอเต็มไปด้วยความมั่นใจ
ในใจของนาง นางตั้งเป้าหมายที่จะ ‘เหนือกว่าเหลิงอู่เหยียน’
หลี่หรานมองไปที่นางและไม่กล้าพอที่จะปฏิเสธ...
—
มันไม่ง่ายเลยที่จะกล่าวคำอำลากับเซียวชิงเกอที่เกาะติดเหมือนกาว
หลี่หรานกลับบ้านและจัดระเบียบสิ่งต่างๆ
หลังจากพูดคุยกับหลี่เต้าหยวน
เขาก็ไปตรวจสอบเด็กหญิงตัวน้อยเซินหนิง
“เจ้าจำสิ่งที่ข้าบอกได้ไหม?” หลี่หรานถาม
เซินหนิงพยักหน้าอย่างจริงจัง “ข้าจำได้ ปีหน้าข้าจะไปทดสอบพรสวรรค์ของตนเอง ถ้าข้ามีพรสวรรค์ใดๆก็ตาม
ข้าจะไปหาท่าน”
“ดีมาก ข้าจะรอเจ้าที่เทือกเขาซวนหลิง”
การเริ่มต้นในเส้นทางการบ่มเพาะเป็นสิ่งที่โหดร้าย
หากเซินหนิงโชคดี
หลี่หรานก็ยินดีที่จะช่วยนางเปลี่ยนแปลงชะตากรรม อย่างไรก็ตาม แม้นางจะเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาจริงๆ
นางก็จะยังคงมีชีวิตที่ปลอดภัย
ขณะที่หลี่หรานกำลังจะจากไป มือเล็กๆก็แตะนิ้วหัวแม่มือของเขา
เขาหันกลับไปและเห็นเซินหนิงมองมาที่เขาอย่างเขินอาย
“นาย... นายน้อย ข้ามีคำขอเล็กน้อย...”
“คำขอ? พูดมาได้เลย” หลี่หรานถาม
เซินหนิงจับมือใหญ่ของเขาไปวางไว้บนหัวของนาง
จากนั้นก็ถูมันเบาๆพร้อมกับหรี่ตาลง
“ข้าขออยู่แบบนี้เพียงชั่วครู่”
//////////
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved