เช้าวันรุ่งขึ้น
ห้องโถงหลักของเทือกเขาหยุนเฟิง
ผู้ดูแลและผู้อาวุโสของสถาบันเทียนซูรวมตัวกันที่นี่และมองดูชายที่อยู่กลางห้องโถง
หลี่หราน
เขาไม่ได้มาที่นี่เป็นครั้งแรก
แต่บรรยากาศแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
ในตอนแรก
เนื่องจากสถานะของเขาในนิกายปีศาจ ผู้อาวุโสจึงตั้งแง่ใส่เขาอยู่ในใจ มีแม้แต่ร่องรอยของการดูถูก
ท้ายที่สุดแล้ววิถีธรรมและปีศาจต่างเป็นศัตรูกัน
และพวกเขาเป็นผู้บ่มเพาะที่ยึดถือในวิถีธรรม แม้ว่าหลี่หรานจะแสดงความเมตตาต่อสถาบันเทียนซู
แต่ก็เป็นการยากที่จะปัดเป่าอคติในใจของพวกเขา
อย่างไรก็ตาม
สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมากลับทำให้มุมมองของพวกเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
เพื่อช่วยหัวหน้าศิษย์หลิน
หลี่หรานไม่ลังเลที่จะเสี่ยงชีวิตและเข้าสู่ดินแดนอาสัญฆาต นอกจากนี้
เพื่อรักษาหัวใจเต๋าของนางให้มั่นคง จิตวิญญาณของเขาได้รับบาดเจ็บและสูญเสียการบ่มเพาะชั่วคราว
ไม่ต้องพูดถึงนิกายวิถีธรรมอื่นๆ
จะมีสักกี่คนในนิกายเดียวกันที่ทำเช่นนี้ได้?
นอกจากนี้หลี่หรานยังมีทักษะและความแข็งแกร่งที่น่าสะพรึงกลัว
อวตารขนาดมหึมา
3 ตน คือ พุทธะ เต๋า และปีศาจ นอกจากนี้ยังมีคาถาชำระจิตที่ฟังดูเหมือนเสียงของเต๋าที่ยิ่งใหญ่...
มันสั่นไหวหัวใจของผู้อาวุโสเป็นอย่างมาก
หล่อเหลาและไร้กกฎเกณฑ์
พรสวรรค์ที่ไม่มีใครเทียบได้ และจิตวิญญาณที่น่านับถือ
รุ่นเยาว์ที่สง่างามเช่นนี้มากเกินไปสำหรับเหล่านักพรตหญิง
พวกเขายังคิดว่ามันเป็นการดีที่หลี่หรานจะอยู่ในสถาบันเทียนซูต่อไป
“บุตรศักดิ์สิทธิ์หลี่”
นักพรตเต๋าผมขาวเดินเข้ามาและพูดว่า “ข้าได้ยินมาว่าเจ้ากำลังจะกลับไปที่นิกาย ข้าขอขอบคุณสำหรับความเมตตาของเจ้าที่มีต่อนิกายของข้า
ดังนั้นข้าจึงอยากจะให้ของขวัญบางอย่างแก่เจ้า โปรดรับมันไว้ด้วย”
นางหยิบขวดยาสีขาวบริสุทธิ์ออกมาจากอกของนาง
มันเปล่งแสงจางๆ
“นี่คือเม็ดยาฟื้นวิญญาณที่ข้าสกัดด้วยหญ้าไร้กังวล
มันสามารถทำให้จิตวิญญาณของเจ้ามั่นคงและเติมเต็มพลังวิญญาณ ต่อให้จิตวิญญาณของเจ้ากำลังจะพลังทลาย
มันก็สามารถรักษาพลังชีวิตของเจ้าได้”
นี่เป็นของดีอย่างแท้จริง
เช่นเดียวกับผลไม้วิญญาณ
มันสามารถช่วยชีวิตผู้คนในช่วงเวลาวิกฤตได้
หลี่หรานไม่รีรอและเอื้อมมือไปรับ
“ขอบคุณผู้อาวุโส ผู้เยาว์คนนี้จะรับมันไว้”
“ดีแล้ว”
ดวงตาของผู้อาวุโสสูงสุดเต็มไปด้วยรอยยิ้มขณะที่นางมองเขาด้วยความชื่นชม
หลังจากนั้นผู้อาวุโสคนอื่นๆก็เดินมาเช่นกัน
“บุตรศักดิ์สิทธิ์หลี่
นี่คือศิราไร้รากที่ข้าได้รับจากทะเลตะวันออก
มันสามารถทำให้จิตใจของเจ้าสงบและชำระจิตวิญญาณ...”
[TL: ศิรา แปลว่า น้ำ, ลำธาร]
“พู่วิญญาณอันนี้สามารถขับไล่ปีศาจได้...”
“หยกสามชุ่นนี้สามารถป้องกันการโจมตีได้หนึ่งครั้ง
ข้าขอมอบให้กับบุตรศักดิ์สิทธิ์หลี่...”
พวกเขาหยิบสมบัติออกมาทีละชิ้นจนห้องโถงเต็มไปด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์
หลี่หรานเกาหัวของเขา
นักพรตหญิงเหล่านี้ใจถึงจริงๆ
เนื่องจากประสบการณ์ก่อนหน้านี้ของเขา
ความประทับใจที่มีต่อวิถีธรรมจึงเป็นเรื่องไม่ดีมาโดยตลอด เขารู้สึกว่าคนกลุ่มนี้ค่อนข้างเสแสร้ง
อย่างไรก็ตาม
นี่ไม่ใช่กับสถาบันเทียนซู
แม้ว่านักพรตหญิงเหล่านี้จะดื้อรั้นและอวดรู้
แต่เมื่อพวกเขายอมรับใครสักคน พวกเขาจะปฏิบัติต่อคนๆนั้นเป็นอย่างดี
เมื่อเห็นหลี่หรานรับของขวัญ
ผู้อาวุโสก็เดินกลับไปด้วยความพึงพอใจ
ในเวลานี้
หลินหลางเยว่เดินมาอย่างช้าๆ
เสื้อผ้าสีขาวของนางสะอาดบริสุทธิ์
แต่ดวงตาที่สดใสของนางเต็มไปด้วยความไม่เต็มใจ
“ข้า...”
นางอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เหมือนกับว่ามันติดอยู่ในคอของนาง
หมอกในดวงตาของนางค่อยๆก่อตัว
และดวงตาของนางก็แดงเล็กน้อย
หลี่หรานลูบหัวนาง
“เอาล่ะ เจ้ายังคงเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่ง เจ้าต้องใส่ใจกับภาพลักษณ์ของตัวเอง”
หลินหลางเยว่ขยี้ตาและทำหน้ามุ่ย
“ตราบใดที่เจ้ายังอยู่ที่นี่ ใครจะกล้าอ้างสิทธิ์นั้น”
แม้จะเห็นการกระทำที่ใกล้ชิดของทั้งสอง
ผู้อาวุโสก็ยังคงสงบ
ท้ายที่สุดแล้วเขาเป็นผู้ช่วยชีวิตหัวหน้าศิษย์หลิน
ดังนั้นการสนิทสนมกันจึงไม่ใช่เรื่องใหญ่
การแสดงออกที่ซับซ้อนฉายผ่านดวงตาของอวี้ชิงหลัน
หลินหลางเยว่หยิบหยกขาวชิ้นหนึ่งออกมาจากคอของนาง
หยกนั้นโปร่งใสและดูอบอุ่น
มันมีคำว่า ‘บริสุทธิ์’ สลักอยู่และยังส่งกลิ่นหอมจางๆ
“ข้าไม่มีอะไรดีๆจะมอบให้...
นี่คือหยกชำระจิต การสวมใส่มันช่วยให้จิตใจและจิตวิญญาณสงบได้ มันเป็นของขวัญสำหรับเจ้า”
หลี่หรานยิ้มและพูดว่า
“ถ้าเจ้าให้สิ่งนี้กับข้า เจ้าจะทำอย่างไรเมื่อมีความคิดที่ทำให้ไขว้เขวในอนาคต?”
หลินหลางเยว่มองไปที่เขาและพูดอย่างจริงจัง
“เจ้าเป็นคนเดียวในหัวใจของข้า”
หลี่หรานตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งในขณะที่หัวใจของเขาเต้นไม่เป็นจังหวะ
ใครจะคิดว่าคนเย็นชาอย่างนางจะพูดคำที่เย้ายวนเช่นนี้?
หลินหลางเยว่มองหยกขาวในมือของเขาและพูดเสียงเบาด้วยใบหน้าสีแดง
“แม้ว่าหยกชำระจิตนี้จะไม่ได้มีคุณภาพสูง แต่ข้าก็บ่มเพาะอยู่กับมันมาโดยตลอด ทะนุถนอมมัน...”
นางสวมหยกนี้ตั้งแต่ยังเด็ก
หลังจากดูแลเอาใจใส่มาหลายปีมันก็เป็นส่วนหนึ่งของร่างกายนางไปแล้ว
ตอนนี้เห็นเขาเล่นกับมันในมือ
จู่ๆนางก็รู้สึกเขินอายเล็กน้อย
หลี่หรานพยักหน้า
“เข้าใจแล้ว ข้าจะเก็บมันไว้อย่างดี”
“อื้อ”
หลินหลางเยว่กล่าว
หลินหลางเยว่ลดศีรษะลง
ต่อจากนั้นผู้ดูแลที่เคยติดต่อกับเขาก็มาส่งมอบของขวัญ
แม้จะไม่ได้มีค่ามาก
แต่เขาก็บอกได้ว่ามันเต็มไปด้วยความจริงใจ
“ที่นี่ยินดีต้อนรับท่านทุกเมื่อ”
“ห้องในยอดเขาหลักถูกสร้างขึ้นใหม่และจะมีไว้เพื่อท่านเสมอ”
“ครั้งล่าสุดที่ท่านเล่าเรื่องห้องรักหอตะวันตก
ข้าก็คิดถึงแต่ท่าน ท่านสามารถมาที่นี่เมื่อมีเวลาได้ไหม?”
“บุตรศักดิ์สิทธิ์หลี่
ข้าขอกอดท่านได้ไหม...”
ผู้ดูแลตัวเล็กๆรายล้อมหลี่หรานอยู่ครู่หนึ่ง
แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้ติดต่อกันเป็นเวลานาน
แต่พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกไม่เต็มใจที่ต้องแยกจากชายหนุ่มรูปงามที่มีรอยยิ้มสดใสคนนี้
อวี้ชิงหลันมองฉากนี้ด้วยสีหน้าเย็นชา
นางรู้สึกหงุดหงิดโดยไม่มีเหตุผล
“เจ้าศิษย์อกตัญญูกลุ่มนี้
เพียงเพราะบุรุษคนหนึ่ง พวกเขาลืมแม้กระทั่งการบ่มเพาะ?”
“เจ้าหัวขโมยน้อยนั่นก็สร้างความสัมพันธ์กับสตรีไปทั่ว
ช่างน่ารังเกียจจริงๆ!”
นางกระแอมในลำคอและพูดอย่างเย็นชา
“เอาล่ะ ได้เวลาเดินทางกลับแล้ว อย่าชักช้า”
“เจ้าค่ะ!”
ผู้นำนิกายพูดออกมาแล้ว
ดังนั้นผู้ดูแลจึงถอยกลับอย่างเชื่อฟัง
“ไปกันเถอะบุตรศักดิ์สิทธิ์หลี่”
อวี้ชิงหลันเดินออกจากห้องโถง
“เข้าใจแล้ว”
หลี่หรานพยักหน้าและเดินตามนางไป
มองดูแผ่นหลังของพวกเขา
หลินหลางเยว่อดไม่ได้ที่จะเกาหัวของนาง
“ท่านอาจารย์ดูแปลกไปหรือเปล่านะ?”
บนยอดเขา
อวี้ชิงหลันมองไปที่หลี่หรานอย่างสงบ
“ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ
บุตรศักดิ์สิทธิ์หลี่ ข้าจะส่งเจ้ากลับเดี๋ยวนี้”
หลี่หรานยิ้มและพูดว่า
“ข้าช่วยนักพรตอวี้ตั้งมากมาย ท่านไม่มีของขวัญให้ข้าบ้างหรือ?”
อวี้ชิงหลันส่ายหัว
“เจ้าได้ดูดซับพลังวิญญาณมากกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์จากดินแดนอาสัญฆาต
นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะหักล้างความโปรดปรานระหว่างเรา”
พลังวิญญาณจำนวนมหาศาลนั้นไม่เพียงทำให้เขาสามารถเพิ่มพูนการบ่มเพาะอย่างมาก
แต่การบ่มเพาะในอนาคตของเขาก็จะราบรื่นเช่นกัน
ต้องใช้เวลาอย่างน้อยหลายร้อยปีกว่าพลังวิญญาณในนั้นจะฟื้นตัว
นี่เป็นของขวัญที่ยิ่งใหญ่จริงๆ
แม้ว่านางจะไม่ได้ตั้งใจมอบให้เขาก็ตาม
หลี่หรานถอนหายใจ
“แท้จริงแล้วนักพรตอวี้ยังคงเย็นชามาก”
“เย็นชา?” อวี้ชิงหลันกำมืออยู่ด้านหลังอย่างเงียบๆ
/////
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved