ตอนที่ 198

หลังจากผ่านไปไม่รู้ว่านานเท่าไหร่

หลี่หรานก็ลืมตาขึ้นด้วยความงุนงง

ร่างเล็กๆในตันเถียนของเขาทำงานไม่หยุดหย่อน

ขัดเกลาพลังวิญญาณมากมายในทะเลแห่งจิตของเขา หล่อเลี้ยงจิตวิญญาณของเขาอย่างต่อเนื่อง

จิตวิญญาณของเขาแข็งแกร่งขึ้นทุกวินาที

และการรับรู้กับสัมผัสทางวิญญาณของเขาก็พัฒนาขึ้นเช่นกัน

ความรู้สึกนี้แปลกมาก

ราวกับว่าเขาได้แช่ตัวอยู่ในน้ำอุ่น สบายตัวจนเขาอดไม่ได้ที่จะง่วงงุน

สติของเขายังไม่อยู่กับร่องกับรอย

ราวกับว่าเขากำลังเหยียบย่างอยู่บนเมฆ รู้สึกราวกับตกอยู่ในภวังค์

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงสะลืมสะลือมาก

นอกจากนี้

เนื่องจากจิตวิญญาณของเขายังไม่มั่นคง มันจึงยากสำหรับเขาที่จะมีสมาธิ แม้ว่าพลังวิญญาณในร่างกายของเขาจะเพิ่มขึ้นแต่เขาไม่สามารถใช้เทคนิคเต๋าได้

“เป็นการนอนหลับที่ดีจริงๆ!” หลี่หรานยืดตัวอย่างเกียจคร้าน

ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกจักจี้ที่แขน

เขามองลงไปและต้องตกตะลึง

หลินหลางเยว่ขดตัวอยู่ในอ้อมแขนของเขาเหมือนลูกแมว

ใบหน้าสวยของนางวางอยู่บนหน้าอกของเขา

ใบหน้าที่งดงามของนางนั้นขาวและบอบบางราวกับหยกไร้ตำหนิ

รอยแดงจางๆปรากฏบนใบหน้าเล็กๆนั้น ทำให้สัมผัสได้ถึงความน่ารักของนางอย่างแท้จริง

เขาไม่รู้ว่านางฝันถึงอะไร

มุมปากของนางโค้งขึ้นเล็กน้อย ท่าทางของนางสงบและดูพึงพอใจ

เส้นผมบางส่วนสยายอยู่บนแก้มของนาง

ราวกับเจ้าหญิงในภาพวาด

ลำคอของหลี่หรานขยับ

หลินหลางเยว่นั้นบริสุทธิ์และเย็นชาเสมอเหมือนดวงจันทร์ที่สว่างไสวบนท้องฟ้า

นางเคยเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?

ความขัดแย้งอันรุนแรงนี้ทำให้หัวใจของเขาเต้นรัว

หลี่หรานสะกิดนาง

“หลินหลางเยว่ตื่นได้แล้ว”

ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่ตอบสนอง

“เจ้าหลับลึกแค่ไหนกัน? ไม่ไว้ใจข้าเกินไปหน่อยเหรอ?”

หลี่หรานมองดูใบหน้าที่บอบบางของนางและอดไม่ได้ที่จะบีบมัน

“หลินหลางเยว่ ได้เวลาตื่นแล้ว พระอาทิตย์ส่องแสงแล้ว”

“อืมม...” นางพึมพำ ตาของนางไม่เปิดแต่แขนของนางรัดแน่นขึ้น

“……” หลี่หรานถอนหายใจ

ทำไมพวกนางถึงชอบทดสอบความมุ่งมั่นของเขา?

เมื่อเห็นนางไม่ตื่น

หลี่หรานจึงม้วนผมสีดำเล็กน้อยและปัดมันไปที่จมูกของนางเบาๆ

คิ้วของหลินหลางเยว่ขมวดเล็กน้อยขณะที่นางพ่นลมโดยไม่รู้ตัว

“เจ้ามันน่ารำคาญจริงๆ อย่ากวน...”

ทันใดนั้นนางก็นึกอะไรบางอย่างได้และเสียงของนางก็หยุดลงทันที

จากนั้นร่างกายของนางก็เกร็งขึ้น

ขนตาของนางกระพือเล็กน้อยและดวงตาของนางก็เปิดช่องว่าง

เมื่อนางเห็นท่าทางที่ใกล้ชิดของพวกเขา ใบหน้าสวยของนางก็เปลี่ยนเป็นสีแดง

นางรีบหลับตาและแสร้งทำเป็นหลับต่อ

“เอาล่ะๆ ข้าเห็นหมดแล้ว” หลี่หรานรู้สึกขบขัน

“ฮี่ฮี่!” หลินหลางเยว่ไม่สามารถเสแสร้งทำต่อไปได้ นางเปิดตาขึ้นและยิ้มอย่างงุ่มง่าม

หลี่หรานส่ายหัว

“ข้าจำได้ว่าเจ้าค่อนข้างเย็นชา ทำไมเจ้าถึงทำตัวเหมือนคนโง่ในตอนนี้?”

“โง่?” หลินหลางเยว่ย่นจมูกและพูดว่า “ข้าไม่ได้โง่

ข้าฉลาดจะตาย!”

หลี่หรานระเบิดเสียงหัวเราะ

ในอดีต

หลินหลางเยว่มีความคล้ายคลึงกับอวี้ชิงหลันมาก

นางเป็นเหมือนดวงจันทร์ที่อยู่ห่างไกล แต่ตอนนี้นางช่างอ่อนหวานและน่ารักเหมือนสาวน้อยข้างบ้าน

การเปลี่ยนแปลงนี้ใหญ่เกินไปจริงๆ

จริงๆแล้วหลินหลางเยว่ไม่ได้เปลี่ยนไปเลย

ก่อนหน้านี้ตอนที่นางบ่มเพาะเต๋าแห่งสวรรค์

นางจะพยายามสัมผัสถึงความลับของสวรรค์และตัดขาดจากโลกมนุษย์ที่วุ่นวาย

คนอื่นจะรู้สึกว่านางอยู่ห่างไกลออกไป

แต่ตอนนี้นางคิดว่าหลี่หรานเป็นเต๋าแห่งสวรรค์แล้ว

การบ่มเพาะคือหลี่หราน

และผู้ที่นางสัมผัสได้ก็คือหลี่หราน หัวใจเต๋าของนางไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ดังนั้นตัวตนของนางจึงให้ความรู้สึกใกล้ชิดเป็นพิเศษ

หลินหลางเยว่ยืนขึ้นอย่างเขินอาย

ด้วยเหตุผลบางอย่าง

อ้อมกอดของเขาจึงอบอุ่นและมั่นคงเสมอ แม้แต่ลมหายใจของเขาก็ทำให้นางหลงใหลมาก

เมื่อมองดูใบหน้าหล่อเหลาที่ยังคงซีดเซียว

นางก็ถามด้วยความเป็นห่วง “เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง? ดีขึ้นบ้างไหม?”

หลี่หรานส่ายหัว

“ข้าสบายดี”

“อย่าโกหกข้าสิ”

หลินหลางเยว่ก้มหัวและพูดอย่างรู้สึกผิดว่า

“เรื่องของจิตวิญญาณนั้นสำคัญมาก แม้แต่ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยก็ส่งผลต่อเส้นทางอมตะ

ครั้งนี้เจ้าได้รับบาดเจ็บเพื่อช่วยข้า ข้ากลัวว่า...”

น้ำเสียงของนางหม่นหมองและดวงตาของนางก็พร่ามัว

นางรู้สึกเหมือนกำลังจะร้องไห้ในวินาทีต่อไป

หลี่หรานตกตะลึง

จิตวิญญาณของเขาได้รับบาดเจ็บ? ตอนนี้จิตวิญญาณของเขาแข็งแกร่งกว่าเมื่อก่อนถึงสองเท่า

นอกจากนี้ยังมีพลังวิญญาณอีกครึ่งหนึ่งในทะเลแห่งจิตของเขา

ถ้าเขาดูดซับมันทั้งหมด จิตวิญญาณของเขาอาจจะพัฒนาขึ้นถึงระดับที่น่าสะพรึงกลัว

มันคงไม่มีอะไรดีไปกว่านี้แล้ว

“ข้าสบายดีจริงๆและข้ารู้สึกดีมาก”

“ดี?” หลินหลางเยว่ถามว่า

“ถ้าอย่างนั้นทำไมเจ้าไม่แสดงเทคนิคเต๋าให้ข้าดูล่ะ”

“เอ่อ… ข้าไม่สามารถทำมันได้ในตอนนี้”

“เจ้าไม่สามารถแม้แต่จะใช้เทคนิคเต๋าได้ และเจ้ายังคงบอกว่าสบายดี?”

หลินหลางเยว่พูดด้วยความโกรธ

หลี่หรานเกาหัวของเขาขณะมองไปที่เด็กสาวผู้มีดวงตาพร่ามัวตรงหน้า

เขาจะอธิบายเรื่องนี้กับนางยังไง?

หลินหลางเยว่ขยี้ตาของนางและดวงตาของนางก็ค่อยๆเปลี่ยนเป็นมั่นคง

นางพูดอย่างจริงจังว่า

“แต่ไม่ต้องห่วง ด้วยท่านอาจารย์อยู่ที่นี่ เจ้าจะฟื้นตัวได้อย่างแน่นอน”

“เจ้าหมายถึงนักพรตอวี้?” หลี่หรานยิ้มอย่างขมขื่นและพูดว่า

“ตอนนี้นางเกือบจะเกลียดข้าจนตายแล้ว”

เขาไม่เพียงเห็นร่ายเปลือยของนางเท่านั้น

แต่เขายังดูดกลืนวิญญาณที่เหลืออยู่ในพื้นที่ต้องห้ามไปเกือบทั้งหมดด้วย...

อวี้ชิงหลันอาจต้องการฆ่าเขาตอนนี้เลยก็ได้

“จะเป็นไปได้อย่างไร?” หลินหลางเยว่ส่ายหัว “ท่านอาจารย์ต้องขอบคุณที่เจ้าช่วยข้าในครั้งนี้

อย่ามองไปที่ความเย็นชาตามปกติของนาง จริงๆแล้วนางเป็นคนอบอุ่นมาก!”

“อบอุ่น?”

เมื่อนึกถึงสายตาเย็นชานั้น

หลี่หรานก็อดไม่ได้ที่จะสั่นเทา

คำว่าอบอุ่นนี้เกี่ยวข้องกับก้อนน้ำแข็งพันปีนั่นอย่างไร?

ในเวลานี้เอง

เขานึกถึงบางสิ่งและพูดว่า “โอ้ ใช่ มีบางอย่างที่ข้าอยากจะถามเจ้า”

“มีอะไรหรือหรอ?”

“นักพรตอวี้… มีไฝสีแดงที่เอวของนางหรือเปล่า?”

คำถามนี้สร้างปัญหาให้กับหลี่หรานมาเป็นเวลานาน

ฉากที่เขาเห็นในภาพลวงตานั้นเหมือนจริงมาก

มันไม่เหมือนว่าสมองของเขาจะสร้างขึ้นแม้แต่น้อย

แต่มารในใจจะแสดงฉากที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนได้อย่างไร?

หลินหลางเยว่ตกตะลึง

“เจ้ารู้ได้ยังไง?”

อะแฮ่ม!

ก่อนที่เขาจะพูดจบ

เสียงกระแอมก็ดังขึ้นจากด้านข้าง

ร่างกายของพวกเขาแข็งทื่อทันที

พวกเขาค่อยๆหันไปมองและเห็นอวี้ชิงหลันนั่งอยู่บนเก้าอี้พลางกอดอก

“พวกเจ้าคิดว่าอยู่กันตามลำพังหรือไง?”

“ท่านอาจารย์?” หลินหลางเยว่เปิดปากของนาง

หลี่หรานกลืนน้ำลายขณะที่ลำคอของเขาแน่นขึ้น

เขายิ้มอย่างกระอักกระอ่วนและพูดว่า

“นักพรตเต๋าอี้ ท่านมาตั้งแต่เมื่อไหร่? ทำไมถึงอยู่เงียบๆแบบนั้นล่ะ?”

อวี้ชิงหลันพูดอย่างเย็นชาว่า

“นักพรตเต๋าผู้ต่ำต้อยคนนี้อยู่ที่นี่ตลอดเวลา พวกเจ้าเลอะเลือนกันหรือไง?”

“ตลอดเวลา?” ใบหน้าของหลินหลางเยว่เปลี่ยนเป็นสีแดง

ถ้าอย่างนั้นไม่ใช่ว่าท่านอาจารย์เห็นท่าทางสนิทสนมของพวกเขาและการนอนร่วมเตียงเดียวกันแล้วหรอกหรือ?

ศีรษะของนางก้มต่ำลงไปอีก

ใบหน้าสวยของนางร้อนราวกับเป็นไข้

“น่าอายจัง...”

หลี่หรานขมวดคิ้วและพูดอย่างไม่พอใจ

“นักพรตเต๋าอวี้มีงานอดิเรกอย่างการแอบดูผู้คนนอนหลับด้วยหรอ?”

อวี้ชิงหลันกล่าวอย่างเฉยเมย

“นักพรตเต๋าผู้ต่ำต้อยคนนี้ยังมีงานอดิเรกเป็นการฆ่าคน เจ้าอยากลองดูไหม?”

“???”

หลี่หรานพูดอย่างร้อนรน

“มะ...ไม่เป็นไร”

/////