ตอนที่ 192

世人只知世尊之画,却不识不周山之石(一更)

ศพของเจ้าวังมังกรปิศาจหลงจงหรุ่ยและพวกนอนตายเกลื่อนนอกเวทีประมูล,ไม่มีใครเก็บ,และไม่มีใครกล้าเก็บอีกด้วย.

บนเวทีประมูล,ผู้เชี่ยวชาญของวังถามสวรรค์ได้นำภาพม้วนหนึ่งขึ้นมาอย่างระมัดระวัง,ใบหน้าของเขาที่เฝ้ามองม้วนภาพอย่างดี,ราวกับเกรงว่าภาพดังกล่าวจะหลุดลอยหายไป.

ทุกคนที่กลายเป็นเงียบ,จ้องมองม้วนภาพด้วยท่าทางกระวนกระวายใจ.

ซือจุ้นโบราณ,นี่คือตัวตนที่ไม่อาจพรรณนาถึงได้,ศิลปะทั้งสี่ที่ก้าวสู่ดินแดนที่น่าอัศจรรย์ใจ,เพียงแค่ลายมือของอีกฝ่าย,ก็เป็นปราณกระบี่ที่ไร้เทียมทานแล้ว.

เคยมีคนเอ่ยว่าได้รับรูปภาพของท่านมา,ทำให้ได้รับการตระหนักรู้ทักษะหลายอย่างสำเร็จวิชาที่ร้ายกาจหลากลายวิชาต่างกัน.

แม้แต่บางคนเองที่ได้รับภาพจากซือจุ้นโบราณ,สามารถตระหนักรู้ก้าวสู่ขอบเขตผู้บัญชาภพก็มี.

ภาพที่ค่อย ๆ คลี่ออก,ทุกคนที่ต้องยืนขึ้นส่งเสียงดังอื้ออึง.

ภาพดังกล่าว,แผ่กลิ่นอายกฎเกณฑ์ของโลกออกมา,เหล่ายอดฝีมือที่จับจ้องมองต่างก็สั่นสะท้านไปมา,ราวกับพบเข้ากับความลึกล้ำ,แม้แต่สั่นคลอนจิตวิญญาณของเขาด้วย.

เป็นเพียงแค่ภาพธรรมดาภาพหนึ่ง,แต่กับสั่นพ้องกับวิญญาณของทุกคน.

แน่นอนว่าภาพที่เห็นไม่ใช่ภูเขา,แต่กับเห็นมหาเต๋า.

ภาพคนเองก็ไม่ใช่คน,แต่เป็นอำนาจควบคุมมหาเต๋าที่เหนือกว่าทุกสรรพสิ่ง.

“ศิลานั่น,ดูเหมือนว่าจะมีพลังหมัดโบราณของเทพสงครามอยู่ด้วย.”

“ต้นไม้ต้นนั้น,มีทักษะกระบี่ไร้ที่เปรียบผสมอยู่ด้วย.

“ข้าเห็นอุกาบาติที่ล่วงหล่นนั่นมีเจตจำนงหอกที่น่าพรั่นพรึงอยู่!”ผู้คนต่างก็เอ่ยกล่าวด้วยความตื่นเต้น.

สหายแฝดดำขาวเองก็เต็มไปด้วยความดีใจเช่นกัน,หลังจากจ้องมองภาพดังกล่าว,พวกเขาราวกับมองเห็นมหาเต๋าผู้บัญชาภพแฝงอยู่.

เจ้าอาวาสอู๋เจ๋อนิกายอรหันต์ซู่มียังเอ่ยด้วยความตื่นเต้น”ภาพนี่,เป็นสมบัติหายาก.”

ลู่อี้ผิงถึงกับพูดไม่ออก.

เขาจำได้แล้ว,ภาพนี้ความจริงเป็นภาพของเขา,ทว่าเป็นหนึ่งในภาพที่เขาไม่ค่อยพอใจมากที่สุด,ในอดีตหลังจากเขาวาดเสร็จ,ไม่ถูกใจจึงได้โยนทิ้ง,ไม่คิดเลยว่ามันจะมาอยู่ที่นี่.

ไม่คาดคิดจริง ๆ ว่าวังถามสวรรค์กลับนำมันออกมาประมูลดั่งมหาสมบัติ.

วังกระทิงมังกรเขาทองคำ,หัวเราะออกมาเล็กน้อย,”ไม่คิดเลยว่าขยะที่ทิ้งไปแล้ว,คาดไม่ถึงว่าคนของวังถามสวรรค์กับเห็นเป็นสมบัตินำมาขาย.”

เจ้าอาวาสนิกายอรหันต์ซู่มีที่ตื่นเต้นก่อนหน้านี้แทบสำลักน้ำลายตัวเอง.

ภาพล้ำค่าไร้ที่เปรียบ,สำหรับเทพสงครามเก้าโคจรกับบอกว่าเป็นขยะอย่างงั้นรึ?

เขาที่อดไม่ได้เอ่ยออกมาว่า”ท่านเสี่ยวจิน,ภาพนี้,เขียนขึ้นจากน้ำหมึกท่านซื่อจุ้นโบราณ.”

วัวกระทิงมังกรเขาทองคำเห็นอู๋เจ๋อไม่อยากยอมรับ,จึงเผยยิ้ม”ข้ารู้,ทว่าความจริงนั้นมันเป็นหนึ่งในภาพวาดขยะที่สุดของซือจุ้น.”

อู๋เจ๋อที่เต็มไปด้วยความสงสัย,เป็นไปได้ว่าท่านเสี่ยวจินเคยเห็นภาพอื่น ๆ ของท่านซือจุ้นโบราณอย่างงั้นรึ?”

“ภาพนี้,เป็นหนึ่งในภาพที่ท่านซือจุ้นพึงพอใจที่สุด,”ผู้ดำเนินงานยังคงแนะนำ”ทุกคนคงเห็นกันแล้ว,ก้อนศิลา,ต้นไม้,ภูเขา,ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแต่มีอำนาจแห่งกฎที่ไร้ที่เปรียบซ๋อนอยู่,และยังมีทักษะที่แข็งแกร่งมากมายบรรจุอยู่ด้วย.”

“ภาพนี้,แม้แต่ผู้บัญชาภพยังสามารถนำไปตระหนักรู้,ศึกษาอำนาจแห่งกฎได้.”

การแนะนำที่ยาวเหยียดกว่าสิบนาที.

ภาพที่ถูกทิ้งขยะไปแล้ว.

กับเอ่ยราวกับว่ามันเป็นงานชิ้นเอกของลู่อี้ผิง,เป็นชิ้นงานที่เขาพอใจที่สุดซะได้.

“ภาพนี้,เริ่มต้นประมูลราคาที่หนึ่งรอยล้านศิลาวิญญาณเกรดสวรรค์.”หลังจากที่บรรยายสรรพคุณกว่าสิบนาทีก็เริ่มเอ่ยราคาตั้งต้น.

ร้อยล้านศิลาวิญญาณเกรดสวรรค์,แพงกว่าขลุ่ยหยกเทพธิดาโหลวสุ่ยถึงสิบเท่า,ทว่ากับไม่มีใครเอ่ยว่าเป็นของราคาแพงเลยแม้แต่น้อย,กระทั่งรู้สึกถูกราวกับให้แจกฟรีด้วยซ้ำ.

หลายคนที่จ้องมองไปยังห้องพักพิเศษของลู่อี้ผิง.

สมบัติล้ำค่าเช่นนี้,ผู้ยิ่งใหญ่ผู้นั้นจะสนใจหรือไม่?

หลายคนที่รออยู่นานเหมือนกัน,แต่กับไม่เห็นลู่อี้ผิงเอ่ยปาก.

ประมุขเผ่าวิญญาณรัตติกาลเย่โถวที่มองซ้ายขวา,ก่อนที่จะกัดฟันเอ่ยออกมาว่า”101 ล้าน.”

ประมุขเผ่ามนุษย์พฤกษาไม่เห็นลู่อี้ผิงเอ่ยปาก,ก็เริ่มเสนอราคาเช่นกัน.

ท้ายที่สุด,ภาพดังกล่าวก็ถูกประมูลไป 200 ล้าน โดยเผ่ายักษาทองคำ.

“ต้าเหรินที่ประมูลขลุ่ยไปก่อนหน้านี้,คาดไม่ถึงว่าจะไม่ประมูลภาพ? เป็นไปได้ว่าใช้ศิลาวิญญาณเกรดสวรรค์ไปหมดแล้วอย่างงั้นรึ?”

“ไม่ชอบภาพดังกล่าอย่างงั้นรึ?”

“เป็นไปไม่ได้,นี่คือผลงานชั้นยอดของท่านซือจุ้น,จะมีใครที่ไม่สนใจกัน.”

ผู้คนมากมายต่างก็คาดเดาไปต่าง ๆ นานา.

ประมุขยักษาทองคำที่ได้รับภาพ,หัวใจสั่นไหวไปมา.

หลังจากนั้น,ก็มีสินค้าอีกหลายอย่าง,และของประมูลสุดท้าย,เป็นก้อนศิลาสีเงิน,ศิลาเทือกเขาปู้โจวนั่นเอง.

“วังถามสวรรค์ของพวกเราได้รับศิลาจากเทือกเขาเทวะยุคปฐมกาล,แม้แต่อาจจะเป็นศิลาเทือกเขาปู้โจวในตำนาน.”ผู้ดำเนินงานเอ่ยด้วยความตื่นเต้น.

“ศิลาเทือกเขาปู้โจว?”

ผู้คนที่ได้ยินว่าศิลาก้อนนี้อาจจะเป็นชิ้นส่วนของเทือกเขาปู้โจว,ทันใดนั้นก็เกิดเสียงดังอื้ออึงขึ้นมาทันที.

เทือกเขาปู้โจว,แน่นอนว่านี่คือศิลาเทวะเปิดสวรรค์.

ตามตำนานเอ่ยว่าเทือกเขาปู้โจวนั้น,คือกายาของเทพผู้สร้าง.

นอกจากจากนี้ศิลาปู้โจวยังกำเนิดของวิเศษระดับเปิดสวรรค์มากมาย.

ตามที่ทุกคนรู้กัน,ของวิเศษล้ำค่านั้น,ยากที่จะใช้งาน,ยากที่จะมีผืนปฐพีแบกรับพลังได้,ยกตัวอย่างสมบัติระดับเปิดสวรรค์,ดินแดนธรรมดาทั่วไปไม่อาจแบกรับมันได้,เว้นแต่จะมีศิลาเทือกเขาปู้โจว.

ศิลาปู้โจวนั้นเป็นสิ่งที่มามาตั้งแต่ช่วงเวลาฮุ่นตุ้น,เป็นเหมือนกับโลกใบหนึ่งที่เหนือกว่าโลกใด ๆ ในโลกหล้า.

ดังนั้นการที่เอ่ยว่าศิลาสีเงินนี้อาจจะเป็นชิ้นส่วนเทือกเขาปู้โจว,ย่อมทำให้ทุกคนดวงตาลุกวาวขึ้นมา.

ผู้ดำเนินงานแสดงท่าทางตื่นเต้น,แต่ในใจได้แต่หัวเราะออกมา,ที่จริง แม้แต่วังถามสวรรค์ก็ไม่อาจบอกได้ว่านี่คือศิลาปู้โจวหรือไม่? นี่เป็นเพียงแค่การคาดเดาเท่านี้,ก็นั้นก็เรียกความสนใจได้แล้ว.

นอกจากนี้ถึงแม้นว่ามันจะเป็นชิ้นส่วนศิลาปู่โจว,แต่กับไร้ประโยชน์เป็นอย่างมาก,เพราะว่าศิลานี้ได้ตายไปแล้ว,วังถามสวรรค์ได้ศึกษามานานหลายปี แต่กับไม่อาจคืนชีวิตให้กับมันได้เลย.

ศิลาที่ไม่อาจคืนพลังชีวิตได้,ก็ไม่ต่างจากศิลาข้างทางทั่วไป.

ผู้ดำเนินงานที่เอ่ยกล่าวบรรยายมากมาย,และเอ่ยสรุปออกมาว่า”ศิลาก้อนนี้เริ่มต้นที่ราคาสี่ร้อยศิลาวิญญาณเกรดสวรรค์.”

400 ล้าน!

เพียงแค่ได้ยินราคาเริ่มต้น,ก็ทำให้ทุกคนแทบสลบไปกับพื้นแล้ว.

แม้แต่ประมุขเผ่ายักษาทองคำที่ประมูลภาพซือจุ้นยังได้แต่ส่ายหน้าไปมา.

ที่จริงพวกเขาไม่ได้โง่,ใครก็บอกได้ว่าศิลานี้ไม่มีพลังชีวิตแล้ว,แม้แต่วังถามสวรรค์ก็ไม่อาจคืนชีวิตมันได้,พวกเขาเองก็ย่อมไม่ต่างกัน,เกรงว่าสิ่งนี้ เป็นเพียงแค่ศิลาที่ตายไปแล้วเท่านั้น.

แทบจะไม่มีใครเอ่ยปากออกมา.

“500 ล้าน.”ลู่อี้ผิงที่เอ่ยออกมาอีกครั้ง.

ทุกคนที่จ้องมองไปยังห้องพิเศษของลู่อี้ผิงอีกครั้ง.

ก่อนหน้านี้,ทุกคนคาดเดาว่าลู่อี้ผิงคงใช้ศิลาวิญญาณซื้อขลุ่ยไปหมดแล้ว,ดังนั้นจึงไม่ได้ร่วมแย่งชิงซื้อภาพของซือจุ้นโบราณ,ทว่าตอนนี้,เห็นชัดเจนว่าไม่ใช่.

หลายคนที่ได้แต่ส่ายหน้า,เห็นชัดเจนว่าห้าร้อยล้านศิลาวิญญาณเกรดสวรรค์นั้นไม่คุ้มค่าเลยแม้แต่น้อย.

ท้ายที่สุด,ก็ไม่มีใครเสนอราคาสู้ลู่อี้ผิง.

ด้วยเหตุนี้การประมูลครั้งนี้จึงจบลง.

ขณะที่ทุกคนก้าวออกจากโรงประมูล,ด้านนอก,มีศพของหลงจงหรุ่ยและคนอื่น ๆ ของวังมังกรปิศาจนอนแห้งอยู่,เวลานี้ รู้สึกเย็นยะเยือบแม้แต่ชงักแข็งไปเหมือนกัน.