ตอนที่ 60

หลินเซวียนเห็นนักสู้หลายต่อหลายคนรีบมุ่งหน้าตรงไปยังกำแพงเมืองอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย

พวกเขาเคลื่อนที่อย่างเป็นระเบียบคล้ายว่าได้รับการฝึกมาเป็นอย่างดี เห็นได้ชัดเลยว่าพวกเขาไม่ได้ตื่นตระหนกแม้จะถูกฝูงอสูรโจมตีอย่างฉับพลัน

“กองพลก่อสร้างฝึกนักสู้มาเป็นอย่างดีจริงๆ”

หลินเซวียนหวนนึกไปถึงศึกป้องกันกำแพงเมืองทิศตะวันออกขององค์กรเจอร์มินอลขึ้นมา นักกู้ซากขององค์กรเจอร์มินอลนั้นต่างพากันมุ่งหน้าไปยังกำแพงเมืองด้วยท่าทีร้อนรน หลังจากคนนับสิบเสียชีวิตกำลังใจของนักกู้ซากก็เริ่มดิ่งลงเหว

เทียบกันแล้วไม่ว่าจะเป็นด้านสภาพจิตใจหรือผลลัพธ์การฝึก นักสู้เหล่านี้จากกองพลก่อสร้างล้วนเหนือกว่าองค์กรเจอร์มินอลทุกด้าน

ยังไงก็ตามหลินเซวียนพบปัญหาอยู่ข้อหนึ่งเช่นกัน

นั่นก็คือ...นักสู้ที่มุ่งหน้าตรงไปยังกำแพงเมืองนั้นมีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย

หลินเซวียนถอนหายใจแล้วกล่าวออกมา “เป็นอย่างที่ลู่หลัวบอกจริงๆด้วย กำลังพลส่วนใหญ่ถูกโยกย้ายไปยังพื้นที่แนวชายฝั่งที่ทางกองพลก่อสร้างควบคุมอยู่เพื่อรับมือกับอสูรที่ปะทุออกมาจากแดนลับเมืองบาดาล”

อสูรที่เข้าโจมตีหนนี้ไม่ได้แข็งแกร่งอะไรนัก อสูรที่มีระดับสูงสุดเป็นเพียงขอบเขตที่3เท่านั้น

บนกำแพงเมืองเครนขาวเองก็มีแนวป้องกันเหมือนที่องค์กรเจอร์มินอลมีป้อมปืนกลและป้อมปืนไฟอยู่เช่นเดียวกัน แนวป้องกันเหล่านี้เป็นสิ่งที่ถูกทิ้งเอาไว้ตั้งแต่ก่อนที่หายนะจากอสูรจะบังเกิด พวกเขาจึงสามารถนำมาใช้ได้หลังจากผ่านการซ่อมแซมและปรับปรุงแล้ว

ด้วยป้อมปืนไร้คนบังคับเหล่านี้และนักสู้บนกำแพงเมืองพวกเขาจึงใช้เวลาในการกวาดล้างอสูรนับหมื่นตัวไปเพียง30นาทีกว่าๆเท่านั้น

สีหน้าของเหล่านักสู้ขณะเดินลงจากกำแพงเมืองเพื่อลงไปเก็บกวาดสนามรบและเก็บไอเทมที่ดรอปจากอสูรต่างผ่อนคลายไร้กังวล

เหล่านักสู้สายวิชาชีพเองก็รีบปีนขึ้นมาบนกำแพงเมืองเพื่อเติมกระสุนให้กับป้อมปืนไร้คนบังคับ

ยังไงก็ตามก่อนที่พวกเขาจะทันได้เก็บกวาดสนามรบและเติมกระสุนจนเรียบร้อย พื้นดินกลับสั่นสะเทือนขึ้นมา

ท่ามกลางความมืดยามราตรีราวกับว่าจะมีกลุ่มเงาจำนวนมากกำลังมุ่งหน้าตรงเข้ามาด้วยความเร็วสูง

“กลับเข้ามาเร็ว!”

หัวหน้าทีมบนกำแพงเมืองรีบตะโกนออกมาด้วยความกังวล

โชคยังดีที่อสูรพวกนี้ยังอยู่ไกล นักสู้เหล่านี้ที่ออกไปเก็บกวาดสนามรบจึงสามารถกลับเข้ามาด้านในเมืองเครนขาวและปิดประตูใหญ่ได้อย่างปลอดภัย

หนนี้มีอสูรมากกว่า2หมื่นตัว ยังไงก็ตามระดับที่สูงที่สุดของพวกมันก็ยังคงเป็นขอบเขตที่3เหมือนเดิม

พวกเขาใช้เวลาไปอีกกว่า50นาทีกว่าจะเอาชนะได้ ตอนนี้เมืองเครนขาวยังคงปราศจากผู้เสียชีวิตแต่อัตราการเผาผลาญกระสุนของป้อมปืนไร้คนบังคับนั้นสูงมาก

เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนี้หลินเซวียนก็พอจะคาดเดาแผนการคร่าวๆขององค์กรเจอร์มินอลขึ้นมาได้บ้างแล้ว

พวกนั้นคิดจะใช้ฝูงอสูรระดับต่ำหลายละลอกเข้าโจมตีเมืองเครนขาวเพื่อให้นักสู้ในเมืองเครนขาวเหนื่อยล้าเสียก่อน

ถ้าแผนการเช่นนี้ถูกใช้หลายต่อหลายครั้งเข้า นักสู้ก็จะไม่สามารถทนได้ในท้ายที่สุด

หลินเซวียนรู้แน่นอนว่าเทศมนตรีอย่างเย่อู่ชิวก็ต้องรู้

ภายใต้คำสั่งของเย่อู่ชิว เหล่านักสู้ถูกแบ่งออกเป็นสามกลุ่ม กลุ่มแรกรับหน้าที่ป้องกันกำแพงเมืองทิศใต้ กลุ่มที่สองพักผ่อนและกลุ่มที่สามเตรียมตัว

ในเวลาเดียวกันท่ามกลางแดนรกร้างอันกว้างใหญ่ ผู้จัดการหมายเลข1 2และ3ต่างก็มารวมตัวกันอยู่ที่นี่

ด้านหลังของพวกเขาคือกลุ่มนักสู้ขอบเขตที่6 5 4และ3จำนวนมากจากองค์กรเจอร์มินอล

นักกู้ซากที่มีระดับต่ำกว่าขอบเขตที่2นั้นถูกทิ้งเอาไว้ในฐานขององค์กรโดยมีนักสู้ขอบเขตที่6จำนวนหนึ่งรั้งอยู่เพื่อคอยป้องกันฐาน

เหตุผลที่พวกเขาไม่ได้พาพวกนักกู้ซากมาด้วยก็เพราะจำนวนนักกู้ซากที่ชื่นชอบกองพลก่อสร้างและอยากจะมีชีวิตที่ดีนั้นมีอยู่เป็นจำนวนมาก ถ้าพวกเขาถูกพาออกมาเห็นแสงสว่างก็อาจจะเปลี่ยนกลายเป็นศัตรูได้ทันที

หยางเหว่ย เหวินเซี่ยง ลู่หลัวและคนอื่นๆทั้งหมดล้วนกลายเป็นนักสู้ขอบเขตที่6กันหมดแล้ว

หยางเหว่ยที่มองเห็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นไกลๆอดกล่าวออกมาไม่ได้ “ท่านครับดูเหมือนแผนการอสูรบุกจะไม่เห็นผลเท่าไหร่ ถึงเวลาที่พวกเราจะต้องบุกรึยัง?”

ผู้จัดการหมายเลข1หัวเราะ “ยังก่อน รออีกหน่อย...เวลายังไม่สุกงอม”

ผู้จัดการหมายเลข2ถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “หมายเลข1ไหนนายบอกว่าจะมีการส่งนักสู้ขอบเขตที่7จากศูนย์ใหญ่มาสองคนไง? พวกเขาอยู่ไหนล่ะ? ไม่มีพวกเขาอย่างมากพวกเราก็ได้แค่เสมอกับเมืองเครนขาวเท่านั้นแหละ”

ผู้จัดการหมายเลข1ยิ้มบาง “ฉันบอกไม่ได้ บอกได้แค่รออย่างเดียว”

ผู้จัดการหมายเลข2ส่ายหัว “เอาเถอะ”

สีหน้าของเขาไม่เปลี่ยนแปลงหากแต่ในใจนั้นกังวลยิ่งนัก

เขาบอกให้โล่วิญญาณมาส่งข้อมูลให้กับเมืองเครนขาว ในข้อมูลนั้นเขาบอกแค่ว่าศูนย์ใหญ่ขององค์กรเจอร์มินอลจะส่งนักสู้ขอบเขตที่7มายังฐานขององค์กรสองคน

ยังไงก็ตามเขากลับไม่รู้เลยว่าทำไมนักสู้ขอบเขตที่7ถึงยังไม่ปรากฏตัว

อย่าบอกนะว่าหมายเลข1ไปคุยกับพวกระดับสูงมาก่อนที่จะบุกโจมตี?

หลังจากนั้นซักพักจางเผิงก็กลับมา “รายงานครับ จำนวนของนักสู้บนกำแพงเมืองเครนขาวลดลงไปเป็นจำนวนมาก”

หมายเลข1พยักหน้า “ส่งอสูรทั้งหมดที่เหลือไป”

“รับทราบครับ!” จางเผิงพยักหน้า

เสียงฝีเท้าดังสนั่นหวั่นไหวพลันดังกึกก้องท่ามกลางความมืดพร้อมๆกับพื้นดินที่สั่นสะเทือนรุนแรงยิ่งกว่าที่ผ่านๆมา

ผู้จัดการหมายเลข1พยักหน้า “ทุกครับเตรียมตัวให้พร้อม! ฟังสัญญาณจากฉันและเตรียมตัวเข้าโจมตีกำแพงทั้งสามทิศทาง!”

“ครับ!” นักสู้ทุกคนขานรับพร้อมกัน

หัวใจของผู้จัดการหมายเลข2เต้นไม่เป็นส่ำ

เวรแล้ว

ไหนบอกว่าเป็นแผนก่อกวนไง?

ทำไมจู่ๆถึงปล่อยอสูรชุดสุดท้ายออกไปแล้วล่ะ?

ทำไมจู่ๆถึงแบ่งกำลังออกไปโจมตีเมืองเครนขาวเล่า?

หรือว่าหมายเลข1จะรู้แล้วว่าเขาเป็นสปาย?

ผู้จัดการหมายเลข2รู้สึกไม่สบายใจ

ผู้จัดการหมายเลข2สังเกตเห็นสีหน้าผิดปกติบนใบหน้าของอีกฝ่ายจึงบังเกิดความสงสัยขึ้นมา

แบล็คที่ดื่มเหล้าเข้าไปเป็นจำนวนมากเดินเข้ามาตบไหล่ของหมายเลข2อย่างแรง “นายเป็นอะไร? ขี้ขลาดกลัวตายขึ้นมารึไง? มีฉันอยูด้วยยังจะกลัวอะไรอีก?”

ผู้จัดการหมายเลข2ที่แทบจะกระอักเลือดออกมาพลันเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงกรุ่นโกรธ “พวกลูกน้อยฉันยังอยู่ด้วย ไว้หน้าฉันบ้างเถอะ”

ผู้จัดการหมายเลข1และหมายเลข3ที่ได้ยินคนทั้งสองคุยกันก็พลันยกยิ้มอย่างรู้ทัน

ความสงสัยบนใบหน้าของหมายเลข3เองก็จางหายไปด้วยเช่นกัน

ในทางกลับกัน บนกำแพงเมืองเครนขาวพลันต้องเผชิญกับการต่อสู้อันแสนยากลำบาก

หลินเซวียนเองก็ตกตะลึงไม่น้อย

ยังไงก็ตามเขาตอบสนองได้อย่างรวดเร็วและพลันสัมผัสได้ถึงแผนการอันเฉียบแหลมของผู้จัดการหมายเลข1

ฝูงอสูรกลุ่มแรกและกลุ่มที่สองนั้นเป็นเพียงกลุ่มเล็กๆและเลเวลของพวกมันก็ไม่ได้สูงมากนัก ดูเหมือนจะเป็นเพียงแผนก่อกวน หลังจากนั้นเขาก็รอให้ศัตรูปรับเปลี่ยนแผนการตามสถานการณ์โดยเดาไว้แล้วว่านักสู้ของเมืองเครนขาวจะแบ่งออกเป็นสามกลุ่มเพื่อป้องกันกำแพงเมือง จากนั้นเขาก็จะบดขยี้ศัตรูโดยตรงโดยการส่งอสูรทั้งหมดออกมาในชุดที่สาม!

เมื่อสัมผัสถึงอสูรนับแสนตัวที่ปรากฏตัวทางกำแพงทิศใต้เหล่านักสู้ชุดที่2และชุดที่3ต่างก็รีบรุดหน้าไปยังกำแพงเมืองในทันที ยังไงก็ตามพวกเขาก็ยังต้องใช้เวลากว่าจะไปถึงกำแพงเมือง

ในช่วงเวลาสั้นๆนี้ บนกำแพงเมืองเครนขาวเริ่มมีผู้เสียชีวิตบ้างแล้ว

ในเวลาเดียวกัน เสียงแจ้งเตือนกรีดร้องแสบแก้วหูยิ่งกว่าที่ผ่านๆมาก็พลันดังขึ้นมา

“นักสู้ขององค์กรเจอร์มินอลปรากฏตัวทางกำแพงทิศตะวันออก!”

“นักสู้ขององค์กรเจอร์มินอลปรากฏตัวทางกำแพงทิศตะวันตก!”

เย่อู่ชิวเดินออกมาจากบ้านและมาถึงกำแพงเมืองแล้วเช่นกัน

เธอรู้ดีกว่าใครว่าปัญหาของเมืองเครนขาวอยู่ที่ตรงไหน

พวกเขามีกำลังคนน้อยเกินไป

กำลังพลส่วนใหญ่นั้นถูกโยกย้ายไปเขตชายฝั่งเพื่อรับมือกับอสูรจากเมืองบาดาล คนที่เหลือคุ้มกันเมืองเครนขาวนั้นมีเพียง500นิดๆเท่านั้น

การที่คนจำนวน500คนจะป้องกันกำแพงเมืองทั้ง4ด้านได้นั้นเป็นอะไรที่ยากมาก

ในฐานะของนักสู้ขอบเขตที่7คนหนึ่งเธอย่อมไม่อาจเข้าร่วมการต่อสู้เร็วเกินไปได้ การปรากฏตัวของเธอจะเป็นการเผยตัวออกที่แจ้งขณะที่นักสู้ขอบเขตที่7ของอีกฝ่ายยังอยู่ในที่ลับ

ความแตกต่างระหว่างที่ลับและที่แจ้งนั้นชัดเจน

“โล่วิญญาณ หมาป่าเงินตั้งความหวังกับนายเอาไว้สูง นายช่วยป้องกันกำแพงเมืองทิศตะวันออกหรือทิศตะวันตกทีได้ไหม?” เย่อู่ชิวถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง

เธอรู้จักนิสัยของโล่วิญญาณดีจากจดหมายของหมายเลข2 ดังนั้นเธอจึงเอ่ยออกมาทันที “ฉันจะให้รูนระดับสีทองกับนายสามชิ้นตามที่นายต้องการเลย!”

หลินเซวียนดีใจยิ่งนัก “รับทราบ! ถ้างั้นผมจะป้องกันกำแพงเมืองทิศตะวันออกและตะวันตกเพียงคนเดียว! รางวัลขอเป็นรูนเกรดสีทองหกชิ้นแล้วกัน!”

เย่อู่ชิว “???”

แล้วเขาจะป้องกันกำแพงเมืองทั้งสองด้านเพียงลำพังได้ยังไง?