ตอนที่ 121

หนึ่งพันเมตรใต้พื้นดิน

ที่แห่งนี้ทั้งมืด หนาวเย็นและอับชื้น

ราวกับว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตใดยินดีจะอาศัยอยู่ที่นี่

กระทั่งจำนวนของพวกอสูรก็ยังลดลงอย่างมหาศาล

หลินเซวียนเดินไปตามเส้นทางที่อสรพิษเสี้ยวศิลาเคยมาและพบกับสถานที่ที่พวกวิญญาณกลุ่มใหญ่มารวมตัวกันได้อย่างง่ายดาย

ตอนนี้เขายืนอยู่ริมผา ใต้ผานั้นเต็มไปด้วยดวงตาสีเขียวเข้มเรืองรอง

วิญญาณส่วนใหญ่นั้นยังคงเฉยชาและไร้อารมณ์เหมือนครั้งล่าสุด

อย่างไรก็ตามหนนี้ดูเหมือนว่าเนื่องจากพวกมันได้กลิ่นคนเป็น พวกวิญญาณที่อยู่ใกล้ๆกับหลินเซวียนจึงพากันบ้าคลั่งขึ้นมา

ความโลภปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าเฉื่อยชานั้นราวกับหมาป่าโหย

นักสู้ชาวอินเดียกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่

เหตุใดคนผู้นี้ถึงพาเขามาที่นี่กัน?

นักสู้ชาวอินเดียพยายามร้องขอความเมตตาโดยหวังจะใช้ข้อมูลเกี่ยวกับอินเดียเพื่อแลกเปลี่ยนกับชีวิตของตัวเอง

อินเดียนั้นเดิมทีแล้วใช้วิธีการบีบให้ขุมกำลังใกล้เคียงรวมเข้าเป็นหนึ่งจนกลายเป็นอินเดียในปัจจุบัน ดังนั้นนักสู้ชาวอินเดียจึงมาจากหลากหลายองค์กรทำให้แยกย่อยออกเป็นหลายฝักฝ่าย

จึงเป็นเรื่องธรรมดาเวลาหากอยู่นอกเมืองหลวงที่พวกเขาจะไม่ทำตามคำสั่งซักเท่าไหร่

ในอินเดียนั้นมีสองฝ่ายหลักๆคือฝ่ายขุนนางและฝ่ายเจ้าหน้าที่ซึ่งขัดแข้งขัดขากันตลอด ฝ่ายขุนนางนั้นเป็นตัวแทนของพวกระดับสูงส่วนฝ่ายเจ้าหน้าที่เป็นตัวแทนของคนระดับล่าง สองฝ่ายนี้มักจะตีกันอยู่บ่อยๆ สิ่งเดียวที่ขาดไปก็คือพวกเขายังไม่ได้เริ่มทำรัฐประหารก็เท่านั้น

ทั้งสองฝ่ายนี้ยังแยกย่อยออกไปอีก บ้างก็เป็นมิตรกับภาคีอัศวินแห่งความจริง บ้างก็เป็นสหายกับกองกำลังขั้วโลก ฝ่ายอื่นก็สนิทสนมกับสมาคมผู้ปลดปล่อยและบ้างก็มีสัมพันธ์ที่ดีกับทุ่งราบมหาสวรรค์

นอกจากนี้ยังมีนักสู้ชาวอินเดียกลุ่มเล็กๆที่พากันโห่ร้องเพื่ออิสระอยู่ทุกวี่วันและไม่ทำตามคำสั่งจากเมืองหลวงเลยแม้แต่น้อย

นักสู้ชาวอินเดียผู้นี้เองก็มาจากฝ่ายเจ้าหน้าที่จึงไม่ค่อยถูกกับพวกฝ่ายขุนนางเป็นธรรมดา ถ้ามอบข้อมูลออกไปแล้วสามารถรักษาชีวิตเอาไว้ได้เขาก็ไม่รีรอที่จะเผยความลับของอินเดีย

เขามองมาที่ดาบพิษด้วยแววตาคาดหวังรอให้คนลึกลับผู้นี้กล่าวอะไรบางอย่าง

หลินเซวียนขมวดคิ้วเล็กน้อย

อีกฝ่ายพูดเชี่ยไรเนี่ย? เขาไม่เข้าใจเลยโว้ย!

หลินเซวียนควบคุมดาบพิษและคว้าร่างของนักสู้ชาวอินเดียด้วยมือข้างเดียวพร้อมกับค่อยๆเดินไปยังขอบผาที่ยื่นออกมาอย่างช้าๆ

เขามองไปยังเส้นแบ่งเขต

เส้นแบ่งเขตนั้นมากพอจะดึงดูดวิญญาณจำนวนมากมาได้โดยที่ตัวเขาไม่ตกอยู่ในอันตราย

เมื่อดาบพิษและนักสู้ชาวอินค่อยๆปีนลงมาอย่างช้าๆ จมูกของพวกวิญญาณจำนวนมากและมากขึ้นเรื่อยๆก็พากันเกิดปฏิกริยาพร้อมกับดวงตาสีเขียวเข้มที่จับจ้องมองมาทางทิศเดียวกัน

ในที่สุดหลังจากผ่านไปซักพัก วิญญาณที่อยู่ใกล้กับทั้งสองคนที่สุดก็กระโจนเข้ามาตามสัญชาตญาณ

การกระทำของมันกลายเป็นตัวจุดชนวนให้กับถังดินปืนอย่างไม่ต้องคิด

เพียงชั่วพริบตา วิญญาณทั้งหมดที่อยู่ใต้ผาก็พากันหลั่งไหลเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาสีเขียวที่เต็มไปด้วยความละโมบนับไม่ถ้วนจับจ้องมองคนทั้งสองราวกับปรารถนาที่จะถลกหนังพวกเขาทั้งเป็น

นักสู้ชาวอินเดียหวาดกลัวจนขนหัวลุก

แดนลับเมืองแสงสุริยันปลอดภัยกว่าแดนลับบรรพตเสี้ยววิญญาณอย่างทาบไม่ติดเลย เขาไม่เคยพบเจอภาพที่น่าสะพรึงขนาดนี้มาก่อนเลยด้วยซ้ำ

หลินเซวียนรู้แล้วว่าเป้าหมายของเขาสำเร็จแล้ว เขากระโดดขึ้นไปด้านบนในทันทีและด้วยพละกำลังขาของเขาทำให้ไม่นานนักก็มาถึงยอดผา

เขาหันกลับไปมองและพบว่าพวกวิญญาณยังคงไล่ตามเขามา

หลังจากนับจำนวนดูคร่าวๆแล้ว จำนวนของวิญญาณน่าจะเกิน20000ตนเห็นจะได้ จำนวนขนาดนี้ไม่ต่างจากจำนวนของวิญญาณที่เข้าโจมตีโคโลนี่หมายเลข3เมื่อคืนเลยซักนิด

หลินเซวียนพยักหน้าอย่างพึงพอใจและมุ่งตรงไปยังถ้ำที่พวกอินเดียรวมตัวกันอยู่

ความเร็วของเขาสูงมากและค่าการคงอยู่ก็ต่ำมากเช่นกัน ดังนั้นต่อให้เขาวิ่งก็ยังไม่เกิดเสียง

ไม่ต้องกล่าวถึงพวกวิญญาณที่คำรามอย่างไร้เสียงและบินอย่างไร้เสียงด้วยเลย

เขานำฝูงวิญญาณกลุ่มใหญ่มาถึงเป้าหมายอย่างรวดเร็ว

จากนั้นเขาก็จัดการน็อคนักสู้ชาวอินเดียที่พามาด้วยและโยนอีกฝ่ายเข้าไปด้านใน

เขาใช้ ‘อัสนีวาโย’ เพื่อเว้นระยะจากวิญญาณและรีบซ่อนตัวทันที

พวกวิญญาณดูเหมือนจะได้กลิ่นของมนุษย์ที่เข้มข้นขึ้นไปอีก ราวกับแมลงวันที่ได้กลิ่นเนื้อเน่า พวกมันเมินไม่สนใจหลินเซวียนและพากันหลั่งไหลเข้าไปในถ้ำที่พวกนักสู้ชาวอินเดียซ่อนตัวอยู่

ไม่นานนักเสียงร้องโวยวายด้วยความตื่นตระหนกก็ดังขึ้นมา ตามมาด้วยเสียงโหยหวน กรีดร้อง คำรามและเสียงการดิ้นรนอย่างสิ้นหวังขณะเผชิญหน้ากับความตาย

เสียงทุกประเภทผสมปนเปและดังกึกก้องไปทั่วทั้งถ้ำใต้ดินที่ความลึกกว่า800เมตร

ตูม!

จู่ๆเสียงระเบิดก็ดังขึ้น จากนั้นมังกรน้ำแข็งตัวหนึ่งก็พลันสังหารวิญญาณจำนวนมากและกระทั่งระเบิดกำแพงหินไปส่วนหนึ่ง

เงาร่างหนึ่งหลบหนีไปด้วยความหวาดกลัว

ร่างกายของอีกฝ่ายไม่มีการเปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อยหากแต่แขนขวาทั้งท่อนนั้นกลับเหี่ยวลีบ เลืดและเนื้อเองก็สูญสลายไปเกือบหมดเหลือเพียงผิวหนังบางๆติดกระดูกเท่านั้น

เมื่อครู่นั้นแขนขวาของเขาตกเป็นเป้าหมายของพวกวิญญาณ ในเวลาเพียงไม่ถึงสามวินาทีอีกฝ่ายก็ดูดพลังชีวิตจากแขนขวาเขาไปจนเกลี้ยง

โชคดีที่คทาของเขามีสกิลมังกรเหมันต์อยู่ มันระเบิดพวกวิญญาณที่ขวางทางและกำแพงหินส่วนหนึ่งจนทำให้เขามีโอกาสได้หลบหนี

พวกวิญญาณเองก็ไม่ไล่ตามแต่หันไปเพลิดเพลินกับเทศกาลเลือดและเนื้อต่อ

ระหว่างอาหารที่หลบหนีกับฝูงอาหารที่หลบหนีไม่ได้ พวกวิญญาณย่อมเลือกอย่างที่สองตามสัญชาตญาณ

ดังนั้นอีกฝ่ายจึงหลบหนีมาได้ในที่สุด

“เป็นแบบนี้ได้ยังไง?! ตามหลักแล้วในเมื่อพวกเรามีสิ่งนั้นพวกวิญญาณมันก็ไม่ควรจะหาพวกเราเจอสิวะ!”

นักสู้ชาวอินเดียผู้นี้เผยสีหน้าหวาดกลัว เสียงเพื่อนร่วมชาติที่ตกตายยังคงดังกึกก้องอยู่ในหูของเขา

เขาหันไปมองและพบว่าวิญญาณเข้าสู่ร่างของสหายของเขาผ่านทางปากและจมูก พวกมันเปลี่ยนคนให้กลายเป็นหุ่นเชิดและใช้เขาหยิบอาวุธขึ้นมาไล่เข่นฆ่าสังหารนักสู้คนอื่นๆ

“หนีเร็ว พวกเราต้องหนีเดี๋ยว! ฉันต้องรีบแจ้งทางศูนย์ใหญ่เกี่ยวกับเรื่องนี้!”

นักสู้ชาวอินเดียไม่กล้าหันกลับไปมองอีก การละทิ้งสหายนั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่แต่อย่างใด การเข้าจู่โจมอย่างฉับพลันของวิญญาณพวกนี้ต่างหากที่คู่ควรกับความสนใจของศูนย์ใหญ่

“หนี? คิดจะหนีไปไหนล่ะ?”

จากนั้นเขาก็พลันสัมผัสได้ว่ามีสายลมเย็นเยียบวูบผ่านลำคอของตัวเองไป ความเจ็บปวดแสนสาหัสแผ่ซ่านไปทั่วร่างในชั่วพริบตา

แข้งขาของเขาเริ่มอ่อนแรงและดวงตาของเริ่มพร่ามัว จู่ๆเขาก็พลันรู้สึกง่วงและชาหนึบไปทั่วร่าง

นักสู้ชาวอินเดียเพียงคนเดียวที่หลบหนีมาได้ถูกดาบพิษที่รออยู่ใกล้ๆมานานมากแล้วสังหารลง

ไม่นานนักวิญญาณเหล่านี้ก็พากันออกจากถ้ำด้วยความพึงพอใจและกลับไปยังใต้ดินระดับความลึกพันเมตรเหมือนเดิม

หลังจากวิญญาณทุกตัวทานบุฟเฟ่ต์จนอิ่มหนำและจากไปแล้ว หลินเซวียนก็ควบคุมให้ดาบพิษเดินเข้าไปในถ้ำ

ภาพที่เขาเห็นในถ้ำนั้นไม่อาจเรียกได้ว่าเงียบงันและสงบสุขแต่อย่างใด อย่างน้อยที่สุดก็อาจจะต้องใช้คำว่าน่าสังเวช

ซากศพกระจายเกลื่อนพื้นเลือดและเนื้อแห้งเหี่ยวอย่างสมบูรณ์ พลังชีวิตของพวกเขาถูกสูบไปจนสิ้นและกลายเป็นเพียงศพแห้งๆ

สิ่งที่น่าประหลาดยิ่งกว่าก็คือบนพื้นนั้นไม่มีเลือดอยู่เลยซักหยด

หลินเซวียนรู้สึกหนาวเหน็บไปทั้งใจ

ความเป็นไปได้เดียวก็คือกระทั่งเลือดบนพื้นพวกวิญญาณมันก็ยังเลียจนเกลี้ยง

ส่วนอุปกรณ์สวมใส่และหนังสือสกิลทั้งหลายแหล่ที่ดรอปอยู่บนพื้น หลินเซวียนพยายามข่มความโลภเอาไว้และไม่ได้เก็บมาทั้งหมด เขาเลือกเพียงหนังสือสกิลเกรดสีทองไม่กี่เล่มและอุปกรณ์เกรดสีทองไม่กี่ชิ้นที่เหมาะกับตัวเองเท่านั้น

เขาอยากจะจัดฉากให้เป็นการบุกของวิญญาณและใช้สถานการณ์นี้เพื่ออธิบายว่าเหตุใดถึงไม่มีผู้เหลือรอด

เช่นนี้แล้วพวกนักสู้ของอินเดียจะได้ไม่ระมัดระวังตัวมากนัก อย่างมากก็อาจจะแค่ใจสลายเรื่องที่จู่ๆพวกตนก็ดันไปยั่วยุวิญญาณก็เท่านั้น

หลังจากนั้นหลินเซวียนก็พบกับบางอย่างค่อนข้างสำคัญ

มันคือหัวกะโหลกคริสตัลของนกประหลาด

หลินเซวียนประหลาดใจเล็กน้อย

“เข้าใจล่ะ ใช้สิ่งนี้เพื่อสะกดกลิ่นของมนุษย์ที่นี่ไม่ให้รั่วไหลออกไปนี่เอง แบบนี้แล้วพวกมันเลยไม่ตกเป็นเป้าของพวกวิญญาณ”

“อินเดียนี่มีสมบัติแปลกๆอยู่เยอะเหมือนกันนะ”

หลินเซวียนไม่ได้แตะต้องของสิ่งนี้

วิญญาณจะสูบเพียงพลังชีวิตและย่อมไม่แตะต้องกะโหลกคริสตัลนี้แน่นอน

ถ้าเขาเอามันไปเรื่องคงแดงแน่

หลังจากจัดการเรียบร้อยแล้วหลินเซวียนก็ค่อยๆลุ่อย หลังจากยืนยันแล้วว่าไม่มีช่องโหว่ใดๆเขาก็จากไปทันที

“โชคไม่ดีแฮะที่หาข้อมูลที่เป็นประโยชน์ไม่ได้เลย ถ้าเจ้าพวกนี้ระบุพิกัดเอาไว้ว่านักสู้ของอินเดียไปมุดหัวกันอยู่ที่ไหนบนแผนที่ก็คงดี”

หลินเซวียนรู้สึกเสียดายเล็กน้อย

อย่างไรก็ตามเขาก็รู้สึกว่านักสู้ชาวอินเดียพวกนี้ก็ไม่น่าจะโง่ถึงขนาดนั้น ความเสี่ยงของการทำเช่นนั้นมันสูงเกินไป

ถ้ามีซักกลุ่มหนึ่งถูกสังหารและถูกกองพลก่อสร้างค้นพบร่องรอยเข้า ศัตรูคงจะเสาะหาตามเบาะแสและสามารถสังหารนักสู้ชาวอินเดียทั้งหมดที่ซ่อนตัวอยู่ได้

จากนั้นหลินเซวียนก็ให้ดาบพิษถอดอุปกรณ์สวมใส่ทั้งหมดออกและเก็บพวกมันเอาไว้ในมิติส่วนตัวก่อนจะยกเลิกร่างแยก

ถ้ำใต้ดินความลึก800เมตรกลับคืนสู่ความเงียบอีกคราหากแต่ครานี้เป็นความเงียบแบบเงียบสงัดของแท้

ภายในวัดร้างบนพื้นดิน หลินเซวียนตรวจสอบสินสงครามที่ได้มาด้วยความตื่นเต้น

หนังสือสกิลเกรดสีทอง – ระเบิดพลังเวทย์!

อุปกรณ์สวมใส่เกรดสีทอง - รองเท้าของเฮอร์มีส!

ความสามารถของระเบิดพลังเวทย์ก็คือ : เผาผลาญพลังเวทย์30%เพื่อทำให้อัตราการใช้พลังเวทย์ของเวทย์ทุกชนิดลดลง30%เป็นระยะเวลา20นาที คูลดาวน์ของเวทย์อื่นทุกชนิดเองก็ลดลง30%เช่นกัน

ความสามารถของรองเท้าของเฮอร์มีสคือ : ความเร็วในการเคลื่อนที่+30%และตัวรองเท้าจะได้รับเอ็ฟเฟ็คแบบสุ่มซึ่งจะคงอยู่เป็นเวลา1ชั่วโมงทุกๆ24ชั่วโมง สถานะในปัจจุบันคือ ‘อำนวยพร’ และค่าสถานะทั้งหมด+2%

ไม่ว่าจะเป็นระเบิดพลังเวทย์หรือรองเท้าของเฮอร์มีสต่างก็เป็นของดีทั้งคู่ ไม่แปลกใจเลยที่อินเดียส่งคนพวกนี้มายังบรรพตเสี้ยววิญญาณ พวกนี้เองก็มีดีเหมือนกัน

“ของเท้าของเฮอร์มีสคู่นี้ดรอปจากแดนลับของภาคีอัศวินแห่งความจริงไม่ใช่หรอ? สงสัยจริงๆว่านักสู้อินเดียพวกนี้ไปได้มาได้ยังไง...อย่าบอกนะว่าพวกนั้นแอบติดต่อกันอย่างลับๆ?”

หลินเซวียนเรียนรู้สกิลระเบิดพลังเวทย์และสวมใส่รองเท้าของเฮอร์มีสก่อนจะลุกขึ้นและเดินกลับไปยังโคโลนี่หมายเลข3

เมื่อตอนที่ดาบพิษกำลังลงมือเมื่อครู่ตัวเขาเองก็ได้ทำการยึดร่างของอสูรอีกตัวหนึ่งเรียบร้อยแล้ว

หลังจากเรียนรู้บทเรียนมาจากกอสรพิษเสี้ยวศิลาหนนี้เขาจึงเลือกใช้ยุงดูดเลือดแทน

มันมีขนาดเท่าฝ่ามือและเคลื่อนที่ได้เงียบเชียบยิ่งกว่าอสรพิษเสี้ยวศิลาเสียอีก

ด้วยยุงดูดเลือดตัวนี้เขาก็น่าจะพาที่หลบซ่อนของพวกนักสู้อินเดียซึ่งอยู่ใต้ดินได้เพิ่มอีก

“ถ้าขนาดถ้ำใต้ดินใกล้ๆกับโคโลนี่หมายเลข3ยังมีคนพวกนี้อยู่ ถ้างั้นโคโลนี่หมายเลข2กับ1ก็ต้องมี เกรงว่าคงต้องรีบไปเยี่ยมเยียนนักสู้ชาวอินเดียทั้งสองแห่งเหล่านี้ซะแล้ว”

ใช้เวลาไม่นานนักหลินเซวียนก็กลับมาถึงโคโลนี่หมายเลข3

แน่นอนว่ากลับมาแล้วเขาก็ไม่ได้อยู่เฉยๆ กลับกันเขาวางแผนว่าจะหาแก่นแท้ซักหน่อยจากการทำธุรกิจ

“หมาป่าเงินบอกว่าราคาของโพชั่นฟื้นฟูพลังชีวิตภายในโคโลนี่หมายเลข3ถีบตัวสูงขึ้น เราสามารถซื้อวัตถุดิบมาสร้างโพชั่นฟื้นฟูพลังชีวิตเพื่อทำเงินได้”

“ด้วยวิธีการนี้เลเวลของเราก็จะสามารถเพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็ว”

หนึ่งวันถัดมา

เงาร่างร่างหนึ่งได้ปรากฏตัวขึ้นที่ถ้ำใต้ดินความลึก800เมตร

คนผู้นี้ดูเหมือนกับนักสู้ชาวจีนทั่วๆไปและไม่คล้ายกับนักสู้อินเดียเลยแม้แต่น้อย

เขาปรับเส้นเสียงเล็กน้อยก่อนจะเดินตรงไปยังถ้ำ

“ทุกคนฉันซื้อแกงกระหรี่ที่พวกนายต้องการมาให้...”

ก่อนที่เขาจะกล่าวจบประโยคร่างของเขาก็พลันแข็งค้างและเผยสีหน้าหวาดกลัวออกมา

บนผนังถ้ำนั้นมีหลุมขนาดใหญ่จากการระเบิดปรากฏอยู่

หัวใจของเขาเต้นไม่เป็นส่ำ

เขากังวลอย่างหาที่เปรียบไม่ได้และวิ่งตรงเข้าไปด้านในถ้ำทันที

พริบตาต่อมาสิ่งที่เขาเห็นก็คือภาพอันน่าสะพรึง

สปายชาวอินเดียหยุดหายใจไปชั่วขณะ

นักสู้ชาวอินเดียจำนวนมากที่ล้วนต่างก็เป็นหัวกระทิกันทั้งนั้นกลับตกตายจนสิ้น!

ยิ่งไปกว่านั้นพลังชีวิตของพวกเขาน่าจะถูกดูดจนเกลี้ยงโดยพวกวิญญาณอย่างไม่ต้องสงสัย!

“แย่แล้ว! เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแล้วสิ!” สปายชาวอินเดียเร่งรีบจากไปเพื่อรายงานให้กับคนอื่นทราบในทันที