ตอนที่ 106

หลินเซวียนกระแอมเบาๆและแสร้งทำทีพูดออกมาไม่เป็นภาษา

หัวใจของแบล็คกับคนอื่นๆตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม

ยังไงซะนี่ก็คือการพูดคุยกับราชันย์แดนลับ

ถ้าอีกฝ่ายอารมร์ไม่ดีและจบลงด้วยการที่พวกมันโมโหขึ้นมาก็คงจบสิ้นกัน

สิ่งที่ตามมาจากการล้มเหลวในการสื่อสารกับพวกมันนั้นร้ายแรงมาก

พร้อมกับตอนที่ขยับปากกล่าว หลินเซวียนก็พลันควบคุมให้หมาป่าตัวผู้ซุกไซร้ไปที่หูของหมาป่าตัวเมีย

พริบตานั้นอารมณ์ของหมาป่าตัวเมียก็ดูจะอ่อนลง ดวงตาใหญ่โตราวกับระฆังของมันไม่ได้เต็มไปด้วยความโมโหและไม่พอใจอีกต่อไปแต่กลับดูเหมือนจะตื่นเต้นขึ้นมาเล็กน้อย

นักสู้ขอบเขตที่7ทุกคนต่างเบิกตากว้าง

“แม่เจ้า...โล่วิญญาณที่แท้กลับเชี่ยวชาญทักษะของผู้เลี้ยงอสูรจริงๆหรอเนี่ย?”

“เขาเกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์นี้ เรื่องแบบนี้มันเรียนรู้กันไม่ได้หรอก”

“ผู้เลี้ยงอสูรนั้นเป็นสกิลที่ไร้ประโยชน์ก็จริงแต่บางครั้งมันก็นำมาซึ่งผลลัพธ์อันน่าอัศจรรย์!”

แบล็คเองก็อุทานออกมาเช่นกัน “ไม่จริงน่านี่โล่วิญญาณทำสำเร็จจริงๆหรอเนี่ย?!”

หลินเซวียนแสร้งให้ร่างแยกของเขาอย่างระเบิดเพลิงถอนหายใจและบ่นออกมา “โล่วิญญาณนายซ่อนไพ่ตายเอาไว้ไม่ให้ฉันรู้กี่อย่างกันแน่? แท้จริงแล้วนายกลับสามารถสื่อสารกับราชันย์แดนลับได้จริงๆด้วย”

หมาป่าตัวผู้ครวญคราวข้างหูของตัวเมียและพริบตานั้นหมาป่าตัวเมียก็พลันลุกขึ้นยืนด้วยท่าทีตื่นเต้นแลเขินอาย

หมาป่าขนาดใหญ่ทั้งสองตัวสบตามองและเดินเคียงคู่กันเข้าไปยังป่าลึก

ในเมื่อบอสของพวกมันจากไปแล้วอสูรที่เหลือก็ย่อมตามไปติดๆ

ในเวลาไม่ถึงนาทีบริเวณลานกว้างนี้ก็ไม่เหลืออสูรตนใดอยู่อีก

แบล็คตบไหล่ของหลินเซวียนอย่างแรง “ทำได้ดีมาก!”

คนอื่นๆเองก็เดินเข้ามาและเอ่ยแสดงความขอบคุณเช่นเดียวกัน “โล่วิญญาณทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณนายจริงๆ ไม่อย่างนั้นพวกเราก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน”

หลินเซวียนโบกมือแสดงท่าทีว่าเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น

ในเวลานี้เอง หมาป่าทั้งสองตัวที่เดินเข้าไปในป่าลึกไม่ไกลนักพลันส่งเสียงกรีดร้องออกมาอย่างสาสมใจ

ต้นไม้จำนวนมากล้มครืนจนทำให้นกจำนวนมหาศาลที่เกาะอยู่บนกิ่งนั้นต้องบินหนีตายกันเตลิด

ทุกคน “...”

“นี่พวกมัน...?” สีหน้าของไป๋ชิงเหอดูแปลกประหลาดยิ่งนัก

“อย่างแรกเลยนะ ไม่ต้องไปสนใจเรื่องที่พวกมันมีอะไรกันจะดีกว่า” แบล็คกระแอมเบาๆ

“รีบติดตั้งรูนแห่งการปกปักษ์เถอะ พวกเรายังมีโซนเหนือของภูเขาอัสนีร่วงต้องไปจัดการอยู่อีก” แบล็คกล่าว

นักสู้ขอบเขตที่7ทุกคนรีบนำรูนแห่งการปกปักษ์ออกมาจากอุปกรณ์เก็บของและวางมันลงบนพื้นโล่งๆในทันที

ม่านพลังสีฟ้าอ่อนพลันบังเกิดขึ้นมาโดยมีรูนเป็นศูนย์กลางและปกคลุมอาณาบริเวณรอบๆ

รูนแห่งการปกปักษ์นั้นจะทำการดูดซับพลังงานจากในอากาศโดยอัตโนมัติ หากแต่ความเร็วในการดูดซับนั้นไม่ได้เร็งมากนักดังนั้นพวกเขาจึงจำเป็นต้องติดตั้งอุปกรณ์ฟื้นฟูพลังงานเพิ่มอีก

อสูรที่อ่อนแอนั้นจะหลีกหนีจากม่านพลังตามสัญชาตญาณ

หรือต่อให่พวกอสูรเข้าโจมตีม่นพลังพวกมันก็จะถูกเผาไหม้และต้องล่าถอยไปด้วยความหวาดกลัวอยู่ดี

เว้นเสียแต่ว่าอสูรจำนวนมากจะเข้าโจมตีม่านพลังพร้อมกันไม่อย่างนั้นแล้วม่านพลังก็จะไม่มีวันพังทลาย

การติดตั้งรูนแห่งการปกปักษ์ก็เทียบได้กับการวางฐานรากเวลาสร้างบ้านนั่นเอง

ในอนาคตนักสู้ที่เข้าออกจากแดนลับแห่งนี้จะนำวัตถุดิบสำหรับก่อสร้างติดมือมาด้วยและค่อยๆสร้างสถานีไร้ภัยขึ้นมาจากจุดเริ่มต้น

ตอนนี้นับได้ว่าเป็นเพียงขั้นตอนแรกเท่านั้นและยังต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อยสามถึงห้าเดือนกว่าจะเป็นรูปเป็นร่าง

“ขึ้นเหนือกันเถอะ”

แบล็คโบกมือนำทุกคนขึ้นไปทางเหนือของภูเขาอัสนีร่วงต่อไป

หลินเซวียนขบคิดอยู่ชั่วครู่จากนั้นเขาก็ตัดสินใจให้หมาป่าทั้งสองตัวมุ่งหน้าขึ้นเหนือเช่นเดียวกัน

ในเมื่อฉกฉวยโอกาสจากราชันย์หมาป่าตัวเมียได้ก็ย่อมแน่นอนว่าเขาย่อมไม่พลาดโอกาสนี้

กว่า40นาทีให้หลัง พวกเขาสังหารอสูรที่ขวางทางและมาถึงฐานทางทิศเหนือได้สำเร็จ

ร่องรอยการต่อสู้นองเลือดปรากฏขึ้นที่นี่

หนึ่งในนักสู้ขอบเขตที่7ได้เสียชีวิตไปแล้ว อีกสองคนที่เหลือเองก็ร่างโชกไปด้วยเลือด

พวกเขาทำได้เพียงสู้ไปพลางถอยเข้าไปหลบในม่านพลังงานจากรูนแห่งการปกปักษ์ไปพลาง อย่างไรก็ตามภายใต้การโจมตีของราชันย์แดนลับและเหล่าลูกสมุนทำให้ม่านพลังอ่อนแสงลงด้วยความเร็วที่เห็นได้ด้วยตาเปล่า

อีกไม่นานนักสู้ขอบเขตที่7ทั้งสองคนนี้ก็คงจะเสียชีวิตเช่นกัน

เมื่อพวกเขาเห็นหมาป่าขนาดตัวยาวกว่าเจ็ดเมตรปรากฏตัวขึ้นมา สีหน้าของพวกเขาก็ยิ่งสิ้นหวังขึ้นไปอีก

พวกเขาตอนนี้สภาพก็ไม่สู้ดีอยู่แล้ว

แต่นี่ยังมีราชันย์แดนลับมาเพิ่มอีกตั้งสองตัว

ไร้ยางอายสิ้นดี!

เมื่อแบล็คและคนอื่นมาถึงพวกเขาก็ติดสตั้นไปเช่นกัน

เวร

ราชันย์หมาป่าทั้งสองตัวปี้กันมาจนถึงนี่เลยเรอะ!?

แบล็คกัดฟันเอ่ยออกมา “โล่วิญญาณก่อนหน้านี้หมาป่าทั้งสองตัวนั้นก็เคยฟังนายมารอบหนึ่งแล้วใช่ไหม? ทำไมไม่ลองคุยกับพวกมันดูอีกครั้งล่ะ?”

เมื่อนักสู้ทั้งสองคนที่อยู่ในม่านพลังเห็นพวกหลินเซวียนพวกเขาก็เร่งตะโกนออกมาทันที “อย่าเข้ามา! อย่าเข้ามาเด็ดขาด!”

“พวกเราตายกันแน่นอนแล้ว พวกนายอย่าเอาตัวเข้ามาเอี่ยวด้วย!”

ความคิดของพวกเขานั้นเรียบง่ายมาก

ในตอนนี้มีราชันย์แดนลับถึง3ตัวและอสูรทั่วไปอีกกว่า700ตัวอยู่รอบๆ

จำนวนขนาดนี้ไม่ใช่แค่ปวดหัวแต่ต้องเรียกว่าสิ้นหวัง!

ถ้าแบล็ค โล่วิญญาณและระเบิดเพลิงเข้ามาช่วยพวกเขาพวกนั้นก็มีแต่จะถูกพวกอสูรเขมือบทั้งเป็น

ในฐานะของสมาชิกกองพลก่อสร้างแล้วพวกเขากล้าที่จะสละชีพแต่ไม่ยินดีจะเห็นเพื่อนร่วมรบต้องมาตายเพื่อช่วยพวกตน

ก่อนหน้านี้ไป๋ชิงเหอและซูซวนก็เคยทำเช่นนี้ ตอนนี้คนเหล่านี้ก็ทำแบบเดียวกัน

หลินเซวียนส่ายหัวและเดินตรงเข้าไป

“เวรเอ๊ย! ภาษามนุษย์ฟังไม่รู้เรื่องรึยังไง? รีบไปสิวะ! อย่าเข้ามา!”

“อย่าเข้ามา พวกเราช่วยนายไม่ได้นะ ปล่อยพวกเรารอความตายอยู่ที่นี่แหละพวกเราไม่อยากลากพวกนายเข้ามามีเอี่ยวด้วย!”

นักสู้ขอบเขตที่7ทั้งสองคนดูจะกังวลเป็นยิ่งนัก

พวกเขารู้สึกโมโหเหลือเกิน

เหตุใดเจ้าหนูนี่ถึงหัวดื้อขนาดนี้!?

“พวกนายทั้งสองคนน่ะเชื่อในตัวเขาเถอะ! เขามีทักษะของผู้เลี้ยงอสูร บางทีเขาอาจจะคุยกับราชันย์แดนลับได้ก็ได้” ไป๋ชิงเหอตะโกนบอก

“ผู้เลี้ยงอสูร? ของแบบนั้นมันของไร้ประโยชน์น่า! เจ้าคนที่ตายไปนั่นก็มีสกิลของผู้เลี้ยงอสูรเหมือนกัน เขาเดินเข้าไปหาราชันย์แดนลับแล้วเหยียดมือไปพยายามจะสื่อสารกับอีกฝ่ายแต่กลับโดนกินเข้าไปทั้งตัว!” นักสู้ชายที่อยู่ในม่านพลังตะโกนบอก

แบล็ค “...บางทีอาจจะขึ้นอยู่กับตัวบุคคลด้วย ถ้าคนที่มีทักษะของผู้เลี้ยงอสูรระดับสูงกว่าจะเป็นยังไงล่ะ?”

“เวรเอ๊ย เกลี้ยกล่อมเท่าไหร่ก็ไม่ฟังถ้างั้นก็ไม่มีทางเลือกแล้ว” นักสู้ชายกัดฟันแน่นพร้อมด้วยสีหน้าโกรธขึ้ง

นักสู้หญิงอีกคนถอนหายใจและเอ่ยออกมา “ถ้างั้นก็จะไม่เกลี้ยกล่อมแล้ว ทำอย่างที่อยากทำเถอะ ไม่เคยเจอใครคิดจะฆ่าตัวตายขนาดนี้มาก่อนเลย...”

ก่อนที่พวกเขาจะกล่าวจบ ราชันย์หมาป่าทั้งสองตัวก็พลันคำรามลั่นใส่ราชันย์แดนลับอีกตัวหนึ่งที่กำลังโจมตีใส่ม่านพลัง!

เสียงนี้ไม่ได้ฟังดูรื่นหูเหมือนเวลาที่พวกมันเยเย่กันก่อนหน้านี้เลยซักนิด เสียงคำรามนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยความกระหายเลือดเต็มพิกัด

ราชันย์แดนลับอีกตัวหนึ่งคือเสือดาวอัสนีบาตร เมื่อมันได้ยินเสียงคำรามนี้มันก็หยุดมือและหันหัวไปคำรามข่มขู่ทั้งสอง

ดูเหมือนมันกำลังกล่าวว่า ‘นี่มันอาณาเขตของตูข้า พวกเอ็งสองตัวมาทางไหนก็กลับไปทางนั้น’

“ฆ่าซะ!” หลินเซวียนตะโกนบอก

ราชันย์หมาป่าทั้งสองตัวกระโจนเข้าใส่อีกฝ่ายและเปิดปากกัดไปที่แผ่นหลังของเสือดาวเข้าเต็มคำ

คู่ผัวตัวเมียนี้ร่วมมือกันได้อย่างไร้ที่ติ

ตัวหนึ่งหลอกล่ออีกตัวหนึ่งโจมตี

ตัวหนึ่งก่อกวนอีกตัวหนึ่งกระโจนใส่

กระทั่งนักสู้สองคนในม่านพลังเองก็ยังติดสตั้นไปเช่นเดียวกัน

ไม่จริงน่านี่พวกมันตีกันเองจริงๆหรอเนี่ย?

แค่เพราะอีกฝ่ายบอกให้ทำเนี่ยนะ?

อย่าบอกนะว่าสกิลเลี้ยงอสูรของโล่วิญญาณทรงพลังถึงระดับนั้นจริงๆ?

แรงกระแทกจากการต่อสู้ระหว่างราชันย์แดนลับทั้งสามตัวนั้นรุนแรงเป็นอย่างมาก ภายใต้การสั่งการอย่างลับๆของหลินเซวียนทำให้การต่อสู้นั้นถูกดึงห่างออกไปจากสมาชิกของกองพลก่อสร้างมากขึ้นเรื่อยๆ

อสูรที่นำโดยราชันย์ทั้งสามที่เริ่มตีกันแล้วเช่นกันเมื่อเห็นว่าบอสของพวกมันแจ้นออกไปแล้วพวกมันก็รีบตามไปทันที

ในเวลาช่วงสั้นๆนักสู่ทั้งสองคนก็ถูกช่วยเอาไว้ได้และรอดชีวิตในที่สุด

ทั้งสองคนยังอยู่ในอาการมึนงงเล็กน้อยอยู่เลย

พวกเขาที่คิดไปว่าตนเองคงไม่รอดแล้วทำให้บนใบหน้าไม่เหลือความหวังอยู่เลย

กระทั่งตอนที่แบล็ค โล่วิญญาณและคนอื่นๆมาช่วยพวกเขาก็พยายามปฏิเสธอย่างเต็มที่ พวกเขาหวังว่าแบล็คกับคนอื่นๆจะหวงแหนชีวิตและไม่เอาชีวิตมาทิ้งอย่างไร้ค่า

ผลลัพธ์ที่ออกมามันเกินคาดยิ่งนัก!

บุรุษและสตรีโผกอดกันและร้องไห้ออกมา

“ขอบคุณ! ขอบคุณมากจริงๆ!”

พวกเขาวิ่งเข้ามาจับมือของโล่วิญญาณ ดวงตาของพวกเขาแดงก่ำและมีหยาดน้ำไหลออกมา

แม้ว่าพวกเขาจะแก่กว่าหลายปีและมีตำแหน่งที่สูงกว่าภายในกองพลแต่ก็ไม่อาจควบคุมตนเองได้อยู่ดี เว้นแต่คนที่พานพบประสบกับเหตุการณ์เฉียดตายจนชาชินแล้วไม่เช่นนั้นก็คงไม่มีทางข่มอารมณ์ได้อย่างแน่นอน

แบล็คและไป๋ชิงเหอเดินเข้ามาตบไหล่ของพวกเขา “เอาล่ะๆพวกเราปลอดภัยแล้ว ไม่ต้องกังวล”

“พักผ่อนเถอะ ผมจะไปดูว่าราชันย์แดนลับทั้งสามตัวนั่นเป็นยังไงบ้างแล้ว” หลินเซวียนเอ่ยและซอยเท้าเดินออกไปในทันที

แบล็คพยักหน้าและหยิบโพชั่นฟื้นฟูพลังชีวิตออกมาจากอุปกรณ์เก็บของก่อนจะยื่นมันให้กับนักสู้ทั้งสอง

คนทั้งสองคนนี้เห็นได้ชัดเลยว่าจำเป็นต้องได้รับการพักผ่อนถึงจะสู้ต่อไหว

อีกด้านหนึ่ง หลินเซวียนก็ได้ตามราชันย์หมาป่าทั้งสองมาจนทัน

ในเวลานี้กระดูกสันหลังของเสือดาวอัสนีบาตรถูกกัดจนแหว่งออกไปแล้วและตัวมันเองก็นอนแผ่อย่างอ่อนแรงอยู่บนพื้น

ราชันย์หมาป่าตัวเมียหมายจะกินมันแต่กลับถูกราชันย์หมาป่าตัวผู้หยุดเอาไว้

เมื่อเห็นหลินเซวียนปรากฏกาย ราชันย์หมาป่าตัวเมียก็เริ่มหัวร้อนขึ้นมาอีกครั้ง

มันรู้สึกว่ามนุษย์ผู้นี้ทำเกินไปแล้ว!

ทำไมถึงชอบโผล่มาใกล้ๆพวกมันอยู่ร่ำไปเช่นนี้!

เจ้ามนุษย์คนนี้ไม่เกรงกลัวว่าจะเป็นการยั่วยุพวกมันเลยรึไง?

หลินเซวียนรีบควบคุมให้ราชันย์หมาป่าตัวผู้ไซร้หูและใบหน้าของราชันย์หมาป่าตัวเมียในทันที ทำเช่นนี้ถึงทำให้มันสงบลงได้ในที่สุด

เขาเดินเข้ามาจนถึงร่างของเสือดาวอัสนีบาตร จากนั้นก็ทำการยกเลิกร่างอวตารที่มีระดับต่ำที่สุดไปและแทนที่มันด้วยเสือดาวอัสนีบารตแทน

เพียงเสี้ยววินาทีสั้นๆ บาดแผลถึงตายของเสือดาวอัสนีบาตรก็ถูกฟื้นฟู ร่างของมันกระโดดลุกขึ้นมายืนและหายเข้าไปในป่าอย่างรวดเร็ว

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ทำให้ราชันย์หมาป่าตัวเมียตกตะลึงไปชั่วครู่

อสูรที่ตายไปแล้วจู่ๆก็ลุกขึ้นยืนเนี่ยนะ?

“ฉันไปแล้ว พวกนายต่อกันเลย”

หลินเซวียนโบกมือและหมุนตัวจากไป

ไม่นานหลังจากนั้นเสียงกรีดร้องด้วยความสุขสมของหมาป่าก็ดังตามหลังมาติดๆ

หลังจากพักผ่อนอยู่ร่วมชั่วโมง กลุ่มนักสู้กลุ่มนี้ก็พากันมุ่งหน้าขึ้นสู่ยอดเขาหลัก

ทั้งสี่ทิศของภูเขาอัสนีร่วงนั้นถูกติดตั้งรูนแห่งการปกปักษ์เอาไว้แล้ว ตอนนี้ทั้งหมดที่เหลือก็คือการติดตั้งรูนแห่งการปกปักษ์ที่ยอดเขาหลักเท่านั้น

ตราบใดที่ภารกิจสุดท้ายลุล่วงพวกเขาก็จะได้ออกจากภูเขาอัสนีน่วงและไปพักผ่อนเสียที

หลายชั่วโมงต่อมา บนยอดเขาหลัก

ฉู่เผิงเฉิง เซี่ยงเทียนซิวและคนอื่นๆได้มาถึงความสูงระดับ500เมตรแล้ว

ที่นี่พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีจากอสูรอันทรงพลังในทุกระยะทางหนึ่งเมตร

อสูรที่ทรงพลังที่สุดเกือบทั้งหมดของภูเขาอัสนีร่วงนั้นล้วนอาศัยอยู่บนยอดเขาหลักทั้งสิ้น

ทีมของพวกเขาเริ่มมีการสูญเสียเกิดขึ้นบ้างแล้ว บวกกับกลางคืนของภูเขาอัสนีร่วงวนมาถึงทำให้ทุกคนไม่มีทางเลือกได้แต่ต้องหาที่ปลอดภัยเพื่อตั้งแคมป์

อย่างแรกก็เพื่อปรับอารมณ์ อย่างที่สองก็เพื่อฟื้นฟูพลังชีวิตและพลังเวทย์

ถ้าพวกเขายังใช้โพชั่นฟื้นฟูพลังชีวิตและโพชั่นฟื้นฟูพลังเวทย์ต่อไปอัตราการบริโภคก็จะสูงมาก ต่อให้พวกเขามีมากเพียงใดก็คงตามอัตราการบริโภคไม่ทัน

ในเวลาเดียวกันนี้เองหลินเซวียน แบล็คและคนอื่นๆเองก็เร่งรุดตามมา พวกเขาแกะรอยตามสัญลักษณ์ที่ถูกทิ้งเอาไว้บนต้นไม้และพบกับพวกเขาในที่สุด

หลังจากทราบว่าสามจากสี่ฐานถูกราชันย์แดนลับยึดครองและมีนักสู้ขอบเขตที่7เสียชีวิตไปหลายคน ฉู่เผิงเฉิงก็ถอนหายใจออกมา

แม้ว่าเขาจะพยายามหลีกเลี่ยงอย่างสุดตัวแล้วแต่ก็มีการสูญเสียเกิดขึ้นอยู่ดี

อย่างไรก็ตามเมื่อแบล็คเอ่ยถึงเรื่องที่โล่วิญญาณมีทักษะของผู้เลี้ยงอสูร ฉู่เผิงเฉิงก็ยินดียิ่งนัก

ไม่เพียงแต่เขาแต่นักสู้คนอื่นๆเองก็ประหลาดใจเช่นกัน

ไม่เพียงแต่โล่วิญญาณจะมีทักษะนี้เท่านั้นแต่ยังพูดคุยกับอีกฝ่ายได้สำเร็จถึงสองครั้งสองครา

ครั้งแรกเขาสามารถป้องปรามราชันย์แดนลับเอาไว้ได้สำเร็จ ครั้งที่สองเขาถึงขั้นชี้นำให้เกิดการต่อสู้ของราชันย์ทั้งสามได้เลยทีเดียว

มากความสามารถจริงๆ!