ตอนที่ 75

ไม่นานนักคนของกองพลก่อสร้างสาขาเมืองเครนขาวก็มาถึงด้านหน้าประตูแสงทางเข้าแดนลับในเวลาไม่นาน

บนพื้นรอบนอกประตูแสงนั้นมีศพของอสูรกองอยู่มากมายและมวลอากาศบริเวณนี้เองก็อบอวลไปด้วยกลิ่นเลือดคละคลุ้ง

นอกจากนี้ก็ยังมีเต็นท์ชั่วคราวถูกตั้งเอาไว้บนพื้นที่ว่างรอบๆและนักสู้ที่ได้รับบาดเจ็บมากมายที่กำลังถูกรักษาอยู่ในเต็นท์เหล่านี้

นักสู้ร่างสูงในชุดขาวผู้มีใบหน้าขึงขังยืนอยู่กลางลานโล่ง ทุกครั้งที่หมดระยะเวลาคูลดาวน์สกิลเขาก็จะทำการใช้สกิลฟื้นฟูระดับสูงในทันที

มวลพลังเวทย์สีมรกตลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าและเข้าสู่ร่างกายของผู้บาดเจ็บทำให้อาการบาดเจ็บของพวกเขาได้รับการเยียวยาในเวลาไม่นาน

เขาผู้นี้คือผู้อำนวยการของกองพลก่อสร้างสาขาเมืองหลงไห่ นักสู้เลเวล7ขอบเขตที่7 – ฉู่เผิงเฉิง

เมื่อเห็นว่าพวกเขามาถึงแล้วฉู่เผิงเฉิงกลับไม่ได้กล่าวสิ่งใด เขาเพียงแค่พยักหน้าให้จากที่ไกลและมุ่งมั่นใช้สกิลฟื้นฟูขั้นสูงเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บของคนหมู่มากต่อไป

หวังต้าฟู่กำลังจะกล่าวอะไรบางอย่างหากแต่ทันใดนั้นเครื่องมือสื่อสารบริเวณเอวของเขากลับสั่นขึ้นมาเสียก่อน

เขารีบหยิบมันขึ้นมารับสายและทันใดนั้นเองน้ำเสียงกังวลก็พลันดังออกมาจากปลายสาย “เหล่าหวังมีคนจากเมืองหลงไห่ของเราและเมืองหยางบางส่วนติดอยู่ในภูเขาลูกเล็กๆบนชั้นที่สี่ของภูเขาอัสนีร่วง! ข้างนอกนั้นมีใครอยู่บ้างไหม? รีบพาพวกเขาเข้ามาช่วยเร็วเข้า! คลื่นอสูรที่นี่มันจะดุร้ายเกินไปหน่อยแล้ว...”

ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบสัญญาณของเครื่องมือสื่อสารก็พลันถูกตัดไปเสียก่อน

มีโอกาสเป็นไปได้สูงมากที่นักสู้คนที่โทรมาจะถูกสังหารไปแล้ว

“นักสู้ของกองพลก่อสร้างสาขาเมืองเครนขาวทุกคนการช่วยคนนั้นสำคัญกว่าสิ่งใด ตามฉันมา!”

หวังต้าฟู่กัดฟันและสะบัดมือส่งสัญญาณให้พวกเขารุดหน้าเข้าไปยังประตูแสงสู่แดนลับ

“เฮ้ย! เหล่าหวังอาการบาดเจ็บของคุณยังไม่หายดีเลยนะ คุณจะเข้าไปที่ภูเขาอัสนีร่วงไม่ได้อีกแล้ว!” นักสู้สายพยาบาลอุทานออกมา

หวังต้าฟู่กล่าวเพียงว่า “อาการบาดเจ็บของฉันไว้ค่อยรักษาก็ได้แต่คนพวกนั้นที่ติดอยู่ในภูเขาอัสนีร่วงต้องถูกช่วยเหลือเดี๋ยวนี้!”

หัวใจของหลินเซวียนเกิดละลอกคลื่นสั่นไหว

ชายอ้วนผู้นี้แม้จะดูเหมือนคนเจ้าเล่ห์ในตอนแรกเห็นแต่เขากลับเป็นคนแรกที่พุ่งออกไปในสถานการณ์เช่นนี้ เขาไม่ลังเลแม้แต่น้อยและไม่คิดจะสนใจอาการบาดเจ็บของตัวเองด้วยซ้ำ

หลินเซวียนและคนอื่นๆตามเข้าไปยังแดนลับภูเขาอัสนีร่วงเช่นเดียวกัน

แดนลับขอบเขตที่6 – ภูเขาอัสนีร่วงคือหนึ่งในแดนลับจำนวนมากที่อยู่ในการครอบครองของเมืองหลงไห่

แดนลับแห่งนี้แตกต่างจากแดนลับขอบเขตที่6แห่งอื่นอยู่เล็กน้อยเนื่องจากมันไม่อนุญาติให้นักสู้ที่ระดับเหนือกว่าขอบเขตที่6เข้าไปได้

ถ้านักสู้ขอบเขตที่7เข้าไปก็จะถูกสายฟ้าจากภูเขาอัสนีร่วงฟาดใส่ในทันที

กองพลก่อสร้างสาขาเมืองหลงไห่เห็นได้ชัดว่ามีนักสู้ขอบเขตที่7หากแต่เนื่องจากกฏข้อนี้ทำให้พวกเขาทำได้เพียงคุ้มกันอยู่รอบนอกประตูแสงและไม่อาจเข้าไปได้

“สรุปโดยย่อเลยนะ ลักษณะเด่นของภูเขาอัสนีร่วงคือจะมีสายฟ้าผ่าลงมาได้ทุกพื้นที่ในทุกวินาที จุดสีเงินขาวจะปรากฏบนพื้นหนึ่งวินาทีก่อนที่สายฟ้าจะฟาดลงมา ดังนั้นนักสู้ที่รวดเร็วไม่พอส่วนใหญ่ก็มักจะหนักหนาสาหัสกันเสียหน่อย”

หวังต้าฟู่เดินออกไปเป็นคนแรก ทันทีที่เขาก้าวเดินออกไปเขาก็เริ่มอธิบายให้หลินเซวียนและคนอื่นๆฟัง

“ในตอนนี้มีนักสู้ขอบเขตที่6อย่างน้อย20คนติดอยู่ที่ชั้น4ของภูเขาอัสนีร่วง พวกเขาน่าจะต้องเผชิญกับคลื่นอสูรของภูเขาอัสนีร่วงจำนวนมากเข้าจู่โจม”

หวังต้าฟู่กล่าวเสียงต่ำ “เป้าหมายแรกของพวกเราคือช่วยพวกเขาออกจากสถานการณ์นี้ก่อนแล้วโอกาสหน้าค่อยหาเหตุผลว่าทำไมถึงเกิดเรื่องผิดปกติขึ้นที่ภูเขาอัสนีร่วง”

“ทุกคนเข้าใจนะ?”

ทุกคนรวมไปถึงหลินเซวียนพยักหน้า “เข้าใจแล้ว”

ในเวลานี้เองหลินเซวียนก็พลันสังเกตเห็นเลือดที่เริ่มไหลออกมาจากบริเวณเอวของหวังต้าฟู่

ยิ่งไปกว่านั้นมันยังไหลนองจนเปียกชุ่มเป็นจุดใหญ่ในเวลาอันสั้นอีกด้วย

เห็นได้ชัดเลยว่าหวังต้าฟู่ได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้ในภูเขาอัสนีร่วงมาไม่น้อย เขาพึ่งจะออกมาพักชั่วครู่กลับต้องพบว่าคนจากกองพลก่อสร้างเมืองเครนขาวมาถึงแล้วจึงรีบไปรับพวกเขามา

อย่างไรก็ตามตอนนี้เขากลับต้องกลับเข้ามาในแดนลับอีกครั้งเพื่อช่วยคนที่กำลังถูกอสูรรุมล้อม

“นั่นไงจุดสีเงินขาว!”

จู่ๆลู่หลัวก็ตะโกนออกมา

ทุกคนกระจายตัวกันออกไปทันที

หลินเซวียนก้มหน้ามองและพบกับจุดแสงขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ1เมตร

วินาทีต่อมา

สายฟ้าสีเงินขาวเส้นหนาเท่าชามข้าวก็ฟาดผ่าลงมาจากท้องฟ้าเข้าใส่จุดแสงเมื่อครู่อย่างรุนแรง

หลังจากนั้นก็เหมือนว่าจะมีประกายสายฟ้าเล็กๆกระจายไปทั่วชั้นบรรยากาศ

ทุกคนเองก็ดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายสายฟ้าเข้มข้น

“ทุกคนแยกกันออกเป็นสองกลุ่มเถอะ คลื่นอสูรน่าจะรวมตัวกันอยู่ที่ชั้น4แล้ว พวกเราค่อยไปเจอกันอีกครั้งหลังถึงชั้นที่4แล้ว ไม่อย่างนั้นโอกาสที่จะดึงดูดสายฟ้าลงมาจะยิ่งเพิ่มขึ้นอีกถ้าจำนวนคนมีเยอะ”

หวังต้าฟู่ตะโกนบอกและจากไปพร้อมกับหมาป่าเงิน

นักสู้คนอื่นๆเองก็เริ่มจับกลุ่มกัน

หลินเซวียนแน่นอนว่าย่อมต้องร่วมทีมกับพี่น้องที่แสนดีของเขาอย่างระเบิดเพลิง

ปาร์ตี้สองคนจำนวนนับสิบกระจายตัวกันเข้าไปยังภูเขาอัสนีร่วงอย่างรวดเร็ว

บนชั้นที่หนึ่งของภูเขาอัสนีร่วงแห่งนี้ หลินเซวียนพบเข้ากับอสูรเลเวล1ขอบเขตที่6จำนวนไม่น้อยหลังจากเดินมาได้เพียงไม่กี่ก้าว

อสูรเหล่านี้ล้วนถูกปกคลุมเอาไว้ด้วยพลังสายฟ้าหนาแน่น

หลินเซวียนเห็นว่าสายฟ้าฟาดลงมาใส่พวกมันหากแต่กลับไม่อาจสร้างความเสียหายใด กลับกันเสียด้วยซ้ำสายฟ้านี้กลับทำให้พวกมันรู้สึกสบายตัวด้วยซ้ำไป

หลังจากถูกสายฟ้าฟาดใส่ความแข็งแกร่งของพวกมันก็ดูเหมือนจะเพิ่มขึ้น

อสูรจำนวนไม่น้อยคำรามลั่นและพุ่งตรงเข้าหาพวกเขา

ร่างหลักของหลินเซวียนได้ทำการเปลี่ยนอุปกรณ์สวมใส่เรียบร้อยแล้ว

ตอนนี้เขาสวมใส่ชุดเซ็ตโล่ยักษ์ด้านในและใส่ชุดเซ็ตจ้าวเหนือหัวด้านนอก

ชุดเซ็ตโล่ยักษ์นั้นไม่ได้มีความสามารถน่าทึ่งอะไรมากมายนักแต่มีค่าต้านทานธาตุที่สูงโดดมาก

จากนั้นหลินเซวียนก็นำโล่นักล่ามังกรขึ้นมาป้องกันการโจมตีของพวกอสูร

ปัง!

ความเสียหายจากสายฟ้าที่เกิดจากอสูรพวกนี้เรียกได้ว่าน้อยนิดมาก

“ดูเหมือนค่าต้านทานสายฟ้าเราเองก็ไม่เลว”

เมื่อเห็นว่าอสูรพวกนี้ไม่อาจทำอะไรเขาได้หลินเซวียนจึงไม่คิดจะหยุดอีกต่อไปและมุ่งหน้าขึ้นไปยังชั้นที่สูงกว่าในทันที

เขาไม่ได้หยุดอยู่ที่ชั้นสองหากแต่ขึ้นไปจนถึงชั้นสามของภูเขาอัสนีร่วง

ความหนาแน่นของอสูรที่ชั้นนี้ดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดและเขายังพอจะได้ยินเสียงการต่อสู้ที่เกิดขึ้นจากที่ไกลๆด้วย

ในเวลานี้เองจุดแสงสีเงินขาวก็พลันปรากฏขึ้นใต้เท้าของเขาพอดี

หัวใจของหลินเซวียนเต้นระรัว “สงสัยอยู่พอดีเลยว่าสายฟ้านี่แข็งแกร่งขนาดไหน...ลองดูหน่อยดีไหม?”

เขาตระเตรียมโพชั่นฟื้นฟูพลังชีวิตระดับสูงเอาไว้พร้อมสรรพ ถ้าสายฟ้านี้ทำให้พลังชีวิตของเขาลดลงต่ำเขาก็จะกระดกโพชั่นนี้ทันที

ภายในมิติส่วนตัวของเขานั้น โต๊ะผสมยายังคงผสมโพชั่นหลากชนิดออกมาอยู่เรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นโพชั่นฟื้นฟูพลังชีวิตระดับสูงหรือโพชั่นพลังอสูรระดับสูง

ตูม!

สายฟ้าฟาดเข้าใส่ร่างของหลินเซวียนอย่างดุดัน

เพียงเสี้ยวพริบตาเดียวพลังชีวิตของเขาก็ลดลงไปกว่าหนึ่งในห้า

ความรู้สึกชาหนึบแล่นพล่านไปทั่วร่าง

“เข้าใจแล้ว สายฟ้าฟาดนี่สร้างความเสียหายได้2รูปแบบ แบบที่หนึ่งคือความเสียหายธาตุสายฟ้าและอีกแบบหนึ่งคือความเสียหายจริง ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหวังต้าฟู่ถึงบอกว่าอย่าได้ฝืนรับแต่ให้หลบให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้”

ความเสียหายจริงนั้นจะสร้างความเสียหายโดยไม่สนใจค่าต้านทานธาตุใดๆทั้งสิ้น

ถ้าสายฟ้าฟาดลงมาถี่มากพอกระทั่งนักสู้ขอบเขตที่7ก็อาจจะตายได้ทันทีแม้จะมีพลังชีวิตมากมายก็ตาม ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพวกนักสู้ขอบเขตที่7ถึงไม่สามารถเข้ามาได้

ในเมื่อเข้าใจกระบวนการของสายฟ้าฟาดแล้วหลินเซวียนก็ไม่อ้อยอิ่งอีกต่อไป เขารุดหน้าไปยังชั้นที่สี่ในทันที

บนชั้นที่4

สมาชิกกว่า20คนจากกองพลก่อสร้างติดอยู่บนภูเขาลูกเล็กๆแห่งหนึ่ง ด้านล่างของพวกเขานั้นคือฝูงอสูรที่นับดูแล้วน่าจะมีจำนวนเกินหมื่น

ภูเขาอัสนีร่วงนั้นยังมีอสูรอยู่อีกมากที่เตร่ไปมารอบๆ อสูรเหล่านี้มารวมตัวกันที่นี่ก็เพราะได้กลิ่นเลือดที่ไม่เคยได้กลิ่นมาก่อนก็เท่านั้น

ถ้ายังลากยาวต่อไปจำนวนของอสูรก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆประหนึ่งฉลามได้กลิ่นเลือด

ยิ่งไปกว่านั้นเนื่องจากพวกเขาทุกคนมารวมตัวกันอยู่ที่นี่ทำไมดึงดูดสายฟ้าให้ฟาดลงมาอีกคำรบ

โดยค่าเฉลี่ยแล้วสายฟ้าจะฟาดลงมาทุกสิบวินาที หากแต่คนเหล่านี้ไม่มีที่จะซ่อนตัวจึงทำได้เพียงให้คนที่มีค่าต้านทานธาตุสายฟ้าสูงที่สุดฝืนรับเอาไว้

เช่นนี้แล้วเกือบทุกคนจึงได้รับบาดเจ็บกันถ้วนหน้า โพชั่นฟื้นฟูพลังชีวิตเองก็เหลือน้อยกว่าครึ่งเนื่องจากต้องทนรับมาเป็นเวลานานและใกล้หมดเต็มทีแล้ว

นักสู้เลเวล9ขอบเขตที่6ซึ่งเป็นผู้นำอย่าง – ไป๋ชิงเหอใช้ดาบในมือผ่าครึ่งหมอกสายฟ้าและตะโกนออกมา “กำลังเสริมยังไม่มีอีกหรอ? ไหนว่าคนจากเมืองเครนขาวมาถึงแล้วไง?!”

ความทนทานของชุดเกราะของเขาลดลงไปกว่าครึ่งแล้ว ทั่วทั้งร่างเองก็เกลื่อนไปด้วยรอยแยกและผิดหนังก็มีเลือดไหลออกมาไม่หยุด

ควรจะรู้ด้วยว่าเขานั้นไม่ใช่นักสู้ที่เน้นหนักไปทางด้านความอดทนเหมือนกับหลินเซวียน เขาเน้นไปที่พละกำลังมากกว่าและจัดได้ว่าเป็นนักดาบที่มีค่าพละกำลังสูงมากคนหนึ่ง

หากแต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังไม่ถอย กลับกันเขายังคงยืนอยู่แถวหน้าเพื่อให้มั่นใจว่าคนด้านในที่กำลังมุ่งสมาธิไปกับการร่ายเวทย์มนตร์และโจมตีระยะไกลสามารถโจมตีได้อย่างมั่นคง

“พวกเขาน่าจะมาถึงเร็วๆนี้แล้ว ทุกคนพยายามกันอีกหน่อย!” หมอเพียงคนเดียวในทีมซึ่งมีชื่อว่าซูซวนรีดเค้นพลังเวทย์หยาดสุดท้ายของเธอออกมาเพื่อร่ายเวทย์ฟื้นฟู