ภายในพื้นที่อยู่อาศัยของเมืองหลงไห่
ที่แห่งนี้มีบ้านอยู่หลายหลังที่ถูกทำความสะอาดและใช้เป็นที่อยู่อาศัยชั่วคราวสำหรับคนจากเมืองเครนขาวและเมืองหยาง
“โชคดีที่โล่วิญญาณกับระเบิดเพลิงกำจัดอสูรไปได้เยอะมากทำให้คืนนี้ไม่มีอสูรตัวไหนฝ่าประตูแสงออกมาเลย คืนนี้เวรกลางคืนจะเป็นหน้าที่ของคนจากเมืองหลงไห่ของเราเอง ทุกคนหลับให้สบายเถอะ!”
ฉู่เผิงเฉิงดื่มไปเล็กน้อยและดูท่าทีมีความสุขยิ่งนัก
โดยเฉพาะหลังจากรู้ว่าโล่วิญญาณและระเบิดเพลิงสามารถกลับออกมาจากแดนลับได้อย่างปลอดภัยและสังหารอสูรไปมากมายเขาก็ยิ่งมีความสุข
ทุกๆคนต่างพากันเดินไปยังห้องของตัวเอง
บ้านมีอยู่ไม่กี่หลังดังนั้นแน่นอนว่าย่อมต้องแชร์กันอยู่ ยิ่งไปกว่านั้นน้ำและไฟยังถูกติดต้องเอาไว้อย่างพิถีพิถัน ในชั้นหนังสือแต่ละห้องเองก็มีหนังสือก่อนยุคภัยพิบัติอยู่มากมาย ถ้าสมาชิกคนใดข่มตาไม่หลับก็สามารถอ่านเพื่อคลายความเบื่อหน่ายได้บ้าง
อย่างไรก็ตามเมื่อทุกคนเห็นว่าโล่วิญญาณและระเบิดเพลิงเข้าไปในบ้านหลังเดียวกัน พวกเขาจะสูงหรือต่ำก็ล้วนตกตะลึงทั้งสิ้น
โดยเฉพาะกับสตรีอย่างซูซวน ดวงตางดงามของเธอเบิกกว้างราวกับไข่ห่าน
หลังจากโล่วิญญาณและระเบิดเพลิงปิดประตูบ้าน ซูซวนก็ถามขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ “ลู่หลัวที่เมืองเครนขาวพวกเขาก็เป็นแบบนี้หรอ?”
ลู่หลัวส่ายหัว “ไม่หรอก...”
ซูซวนถอนหายใจโล่งอก
สีหน้าของลู่หลัวดูปั้นยากขึ้นมา “ในเมืองเครนขาวพวกเขาอาศัยอยู่กับผู้ชายอีกคนหนึ่ง”
“เฮือก...!” ซูซวนอ้าปากค้าง
เห็นได้ชัดเลยว่าไป๋ชิงเหอไม่เคยเห็นการอยู่ร่วมกันของเพศเดียวกันเช่นนี้มาก่อน ใบหน้าเคร่งขรึมของเขายังอดบิดกระตุกถี่ยิบไม่ได้ก่อนจะรีบสาวเท้ากลับไปยังห้องของตัวเอง
ภายในห้อง
ถึงแม้จะปิดประตูแล้วหลินเซวียนก็ยังไม่ได้คลายสกิลร่างแยกขั้นสูงแต่อย่างใด กลับกันเขาปล่อยให้ระเบิดเพลิงนอนเอกเขนกอยู่บนเตียงอีกหลังไป
พวกโรคจิตนั้นมีจำนวนมากขึ้นทุกปีโดยเฉพาะในช่วงวันสิ้นโลกเช่นนี้
ถ้ามีคนอย่างแบล็คหรือโจวเฟิงปีนผ่านหน้าต่างเข้ามาและพบว่าเขาอยู่คนเดียวในห้องนั่นคงเป็นปัญหาแน่
เพื่อความระมัดระวังหลินเซวียนจึงตัดสินใจใช้งานสกิลร่างแยกขั้นสูงต่อไป
“ได้เวลานอนแล้ว! พรุ่งนี้ค่อยดูรายรับแล้วกัน” หลินเซวียนเข้าสู่แดนฝันของตัวเองอย่างมีความสุข
..
ค่ำคืนนั้นผ่านไปอย่างเงียบสงบ ไม่มีอสูรตนใดจากภูเขาอัสนีร่วงฝ่าประตูแสงออกมาแต่อย่างใด
หลินเซวียนลุกขึ้นจากเตียงและพึมพำเสียงแผ่ว “รวบรวม”
[สิงโตอัสนีได้ฝึกฝนมาแล้วสิบชั่วโมงและถึงขีดจำกัดของระยะเวลาฝึกฝนแล้ว ได้รับ – 8.28ล้านเหรียญทั่วไป , 41.4ล้านแต้มค่าประสบการณ์ , หนังสือสกิลขอบเขตที่6สี่เล่ม , อุปกรณ์สวมใส่ขอบเขตที่6เจ็ดชิ้น , รูนขอบเขตที่6ห้าก้อน , หินอัสนี3ก้อน , แมลงรูน1ใบ , คริสตัลหนัก2ก้อน , ดอกเหมันต์ทมิฬ2ดอก , และม้วนคัมภีร์อาชีพ1ม้วน : ท่านต้องการรวบรวมหรือไม่?]
[งูเหลือมอัสนีได้ฝึกฝนมาแล้วสิบชั่วโมงและถึงขีดจำกัดของระยะเวลาฝึกฝนแล้ว ได้รับ – 8.28ล้านเหรียญทั่วไป , 41.4ล้านแต้มค่าประสบการณ์ , หนังสือสกิลขอบเขตที่6สองเล่ม , อุปกรณ์สวมใส่ขอบเขตที่6สี่ชิ้น , รูนขอบเขตที่6เก้าก้อน , แมลงรูน1ใบ , คริสตัลหนัก4ก้อน , และดอกเหมันต์ทมิฬ1ดอก : ท่านต้องการรวบรวมหรือไม่?]
[เต่าอัสนีร่ำร้องได้ทำการฝึกฝน...]
[หมีกงเล็บเหล็กได้ทำการฝึกฝน...]
ผลประกอบการจากร่างอวตารเจ็ดตัวหลั่งไหลเข้ามากองอยู่ภายในมิติส่วนตัวของเขาราวกับคลื่นน้ำ
หลินเซวียนพลันต้องตาพร่าไปกับมวลแสงวิบวับของไอเทมเหล่านี้
เขาถูมือไปมาด้วยความตื่นเต้นและเริ่มตรวจสอบผลประกอบการที่ได้มาอย่างตั้งอกตั้งใจ
หินอัสนี : ความเสียหายธาตุไฟฟ้า+1%
แมลงรูน : เพิ่มอัตราการดรอปรูน+1%
คริสตัลหนัก : พลังจิตวิญญาณ+1
ดอกเหมันต์ทมิฬ : ค่าต้านทานน้ำแข็ง+1%
“ดูเหมือนผลประกอบการจากภูเขาอัสนีร่วงจะค่อนข้างเยอะทีเดียว หินอัสนีกับดอกเหมันต์ทมิฬความสามารถก็เดิมๆแต่แมลงรูนนี่ค่อนข้างดีเลย สิ่งที่ฉันขาดแคลนมากที่สุดก็คือรูนนี่แหละ นอกจากนี้คริสตัลหนักเองก็เป็นมณีในหมู่ของดีเลยก็ว่าได้!”
หลินเซวียนทำการใช้งานไอเทมค่าสถานะเหล่านี้ในลมหายใจเดียว
แน่นอนว่าไอเทมค่าสถานะนั้นสามารถใช้ได้อย่างจำกัด ยกตัวอย่างเช่นไอเทมอย่างคริสตัลหินลึกล้ำและคริสตัลหนักที่เพิ่มค่าความอดทนกับค่าพลังจิตวิญญาณโดยตรงพวกนี้อย่างมากที่สุดก็เพิ่มค่าความอดทนและค่าพลังจิตวิญญาณได้เพียง50แต้มเท่านั้น
ส่วนขีดจำกัดของไอเทมค่าสถานะที่เพิ่มอัตราการดรอปเหรียญ ค่าประสบการณ์ หนังสือสกิล อุปกรณ์สวมใส่และรูนนั้นจะเพิ่มได้เพียง20%เท่านั้น มากกว่านี้ถึงใช้ไปก็ไร้ความหมาย
ส่วนค่าสถานะอย่างต้านทานสายฟ้าและความเสียหายสายฟ้านั้นขีดจำกัดสูงสุดอยู่ที่50%
ส่วนความเร็วในการโจมตีกับความเร็วในการเคลื่อนที่เองก็มีขีดจำกัดของพวกมันเหมือนกัน
ยิ่งไปกว่านั้นไอเทมค่าสถานะในแต่ละแดนลับนั้นจะใช้ได้เพียงอย่างละ10ชิ้นเท่านั้น มากกว่านี้ถึงใช้ไปก็ไร้ประโยชน์ นักสู้จำต้องเข้าไปยังแดนลับแห่งอื่นเพื่อหาไอเทมค่าสถานะใหม่ๆหรือไม่ก็แลกเปลี่ยนกับผู้อื่น
ไอเทมค่าสถานะที่ร่างอวตารทั้งเจ็ดหามาได้นั้นมากพอให้หลินเซวียนใช้คนเดียวเท่านั้น หลังจากใช้พวกมันจนหมดค่าสถานะพื้นฐานของเขาก็เป็นดังนี้ : ความอดทน379 , พละกำลัง110 , พลังจิตวิญญาณ120 , ความเร็ว110
ส่วนสกิลนั้น สกิลส่วนใหญ่ที่ดรอปจากภูเขาอัสนีร่วงล้วนเป็นธาตุสายฟ้าทั้งสิ้น
พายุสายฟ้าเป็นสกิลAOE(วงกว้าง)ขนาดใหญ่ที่เหนือกว่าระเบิดเพลิงอย่างทาบไม่ติด
โล่สายฟ้าเป็นสกิลป้องกันที่หาได้ยากสำหรับจอมเวทย์ มันสามารถดูดซับความเสียหายธาตุสายฟ้าได้อย่างมหาศาล ส่วนความเสียหายกายภาพ ความเสียหายเวทย์มนตร์และความเสียหายจากธาตุอื่นๆเองก็ดูดซับได้ดีในระดับนึง
หอกสายฟ้าเป็นสกิลระยะประชิดที่เหมาะสำหรับนักรบอสูรที่โดดเด่นทั้งด้านพละกำลังและพลังจิตวิญญาณ
นอกจากนี้ยังมีสกิลแฟลชด้วย!
ไม่ว่าจะเป็นนักสู้ประเภทไหนสกิลแฟลชก็ยังถือว่าเป็นทั้งสกิลช่วยชีวิตและสกิลสวนกลับชั้นเลิศ
บ้างก็ใช้แฟลชเพื่อหลบหนีและบ้างก็ใช้แฟลชเพื่อสังหาร ทั้งหมดทั้งมวลนั้นขึ้นอยู่กับว่าจะใช้มันยังไง
—
[ชื่อ : แฟลช]
[ระดับ : เลเวล1ขอบเขตที่6]
[เกรด : ขาวทั่วไป]
[ความสามารถ : เคลื่อนย้ายไปยังจุดใดก็ได้ในรัศมี10เมตร ระยะเวลาคูลดาวน์ : 24ชั่วโมง]
—
เมื่อเห็นสกิลนี้หลินเซวียนก็ดีใจยิ่งนัก
นี่เป็นสกิลที่มีประโยชน์มาก
ที่สำคัญที่สุดก็คือสำหรับนักสู้ทั่วๆไปแล้วอย่างมากพวกเขาก็หาได้เพียงแฟลชเกรดสีฟ้าเท่านั้น
หากแต่หลินเซวียนนั้นมีร่างอวตารอยู่มากมายที่คอยฟาร์มทั้งวันทั้งคืน ไม่ช้าก็เร็วยังไงเขาก็น่อมต้องฟาร์มจนได้สกิลแฟลชเกรดสีทอง
เมื่อใดที่เกรดของมันไปถึงสีทองความสามารถย่อมเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
ระยะของแฟลชน่าจะเพิ่มขึ้นและคูลดาวน์เองก็คงลดน้อยลง
ตราบใดที่ใช้มันได้ดีมันก็ย่อมกลายเป็นอาวุธชั้นเลิศที่ช่วยให้สามารถมีชัยได้ทันทีหากอีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว!
ส่วนอุปกรณ์สวมใส่ที่ดรอปมาจากภูเขาอัสนีร่วงนั้นทั้งหมดล้วนเป็นไอเทมเดี่ยวทั้งสิ้นไม่มีชุดเซ็ตเลยซักชิ้น หลินเซวียนจึงไม่สนใจพวกมันแม้แต่น้อย
อย่างสุดท้ายก็คือรูน แดนลับแห่งนี้มีเซ็ตรูนของ – อัสนีสลายความมืดดรอป หากแต่หลินเซวียนนั้นมีเซ็ตรูนนี้ครบแล้ว
หลินเซวียนผลักประตูเดินออกไปจากห้องเพื่อรับแสงอรุณยามเช้า
ซูซวนเองก็เปิดประตูออกมาจากห้องของเธอและป๊ะเข้ากับสายตาที่มองมาของหลินเซวียนพอดี
หลินเซวียนพยักหน้าทักทายหากแต่ใบหน้าของซูซวนกลับแดงก่ำพร้อมกับรีบวิ่งหนีไป
หลินเซวียนหัวเราะออกมา
สตรีผู้นี้...อายอะไรล่ะนั่น? ก็แค่บุรุษสองคนนอนด้วยกันไม่ใช่รึไง?
หลังจากทานอาหารเช้าที่ทางโรงอาหารของเมืองหลงไห่เตรียมเอาไว้ให้เสร็จแล้ว ทุกคนก็กลับเข้าไปยังแดนลับภูเขาอัสนีร่วงอีกหน
เนื่องจากนักสู้จำนวนมากได้พักผ่อนและฟื้นฟูจากอาการบาดเจ็บที่ได้รับมาเมื่อวานแล้วทำให้มีนักสู้ขอบเขตที่6ถึง80คนที่เข้าสู่ภูเขาอัสนีร่วงครั้งนี้
แน่นอนว่านี่คือขุมพลังระดับขอบเขตที่6ส่วนใหญ่ของเมืองเครนขาว เมืองหลงไห่และเมืองหยาง
หลังจากเข้าสู่แดนลับย่อมเป็นไปไม่ได้ที่คนทั้งหมดจะรวมกลุ่มตะลุยไปด้วยกัน มิฉะนั้นแล้วประสิทธิภาพในการสังหารคงย่ำแย่ยิ่ง พวกเขาจำเป็นต้องแยกกันเป็นหลายๆกลุ่มเพื่อออกล่าอสูร
เมื่อวานนั้นเหตุเกิดจากมีอสูรมารวมตัวกันมากมายเนื่องจากกลิ่นเลือดทำให้ไป๋ชิงเหอ ซูซวนและคนอื่นๆถูกล้อมเอาไว้และเกือบตาย
หวังต้าฟู่กระแอมเบาๆและลูบผมที่เหลือไม่กี่เส้นบนหัวจนกระทั่งมันส่องแสงวิบวับออกมา จากนั้นเขาก็เดินตรงเข้ามาหาโล่วิญญาณกับระเบิดเพลิง
ลู่หลัวยิ้มอย่างรู้ทัน “คุณอยากจะร่วมทีมกับพวกเขาล่ะสิ?”
หวังต้าฟู่ชะงักไปและเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงระแวดระวัง “เธอเองก็เหมือนกันสินะ?”
ลู่หลัวส่ายหัวด้วยสีหน้ากังวล “พวกเราคงไม่สามารถหรอก ความสัมพันธ์ของพวกเขานั้นหนักแน่นดุจหินผาและไม่ยอมให้มีมือที่สามเข้าไปแทรกแซงแน่”
ทันทีที่ประโยคนี้ถูกกล่าวจนจบคนทั้งสองก็สังเกตเห็นไป๋ชิงเหอที่ปรับสีหน้าท่าทีและพยายามยิ้มอย่างอ่อนโยนก่อนจะเดินตรงเข้าไปหาคนทั้งคู่
“สุภาพบุรุษทั้งสองมาร่วมทีมกับพวกเราไหม? พวกนายทั้งคู่มีความสามารถในการต่อสู้ที่โดดเด่น ฉันให้พวกนายเลือกไอเทมได้ก่อนเลย”
ไป๋ชิงเหอเป็นคนซีเรียสจริงจังอยู่ตลอดเวลาดังนั้นจึงยากนักที่เขาจะเอ่ยปากชักชวนใครซักคน
เมื่อได้ยินเช่นนี้หลินเซวียนก็ส่ายหัวเป็นแม่นมั่นและมองไปที่ระเบิดเพลิง “แล้วนายล่ะว่าไง?”
ระเบิดเพลิงเองก็ส่ายหัวเช่นกัน “เราทั้งคู่เข้ากันได้ดีอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องร่วมมือกันใครหรือจำเป็นต้องมีคนอื่นอีก”
สีหน้าของไป๋ชิงเหอแข็งค้าง “ถ้างั้นก็...ไม่เป็นไร”
ลู่หลัวยักไหล่ “เห็นมะ?”
หวังต้าฟู่เอ่ยอย่างโศกเศร้า “หมาป่าเงินมาร่วมทีมกันเถอะ”
หมาป่าเงินที่ตกเป็นตัวสำรองไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี
หวังต้าฟู่มองแผ่นหลังของโล่วิญญาณกับระเบิดเพลิงด้วยสายตาริษยาที่แฝงอยู่เล็กน้อย “ยังไงก็เถอะความสัมพันธ์ของทั้งคู่นั่นดีจริงๆ คล้ายกับนายกับแบล็คเมื่อตอนนั้นเลย”
หมาป่าเงินส่ายหัว “ก็ใช่แต่เจ้าแบล็คนั่นมักจะมากับคำด่าใหม่ๆทุกวันแต่ฉันนี่สิไม่เคยพูดคำหยาบเลยซักครั้ง”
หลังจากโล่วิญญาณกับระเบิดเพลิงจากไป นักสู้คนอื่นๆเองก็แยกย้ายกันออกไปล่าอสูรเช่นเดียวกัน
แน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะตั้งทีมสองคนได้เหมือนกับหลินเซวียน พวกเขาจำเป็นต้องฟอร์มทีมอย่างน้อยถึง4คน ยิ่งไปกว่านั้นยังต้องมีหัวหน้าทีมที่มีระดับอย่างน้อยเลเวล7ขอบเขตที่6ขึ้นไปอยู่ในทีมอีกด้วย
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved