ตอนที่ 78

อีกด้านหนึ่ง ไป๋ชิงเหอ หวังต้าฟู่ หมาป่าเงินและคนอื่นๆได้ผ่านเข้าประตูแสงมาอีกครั้งและกำลังมุ่งหน้าขึ้นไปยังที่สูงของภูเขาอัสนีร่วง

“โล่วิญญาณ! ระเบิดเพลิง!”

ทุกคนพากันตะโกนออกมาขณะเดินทาง

อย่างไรก็ตามเสียงเหล่านี้กลับถูกสายฟ้าจำนวนนับไม่ถ้วนกลบจนไม่เหลือในชั่วพริบตา

หากจะแข่งกับเสียงฟ้าผ่าคงเป็นการเสียเวลาฟรีๆ

เนื่องจากอสูรพวกนั้นถูกโล่วิญญาณและระเบิดเพลิงล่ออกไปหมดแล้วพวกเขาจึงมาถึงชั้นที่4ได้อย่างไร้อุปสรรค

อย่างไรก็ตามหลังจากมาถึงชั้นที่4พวกเขาก็พบกับภาพอันน่าตกตะลึง

ไกลสุดเท่าที่สายตาของพวกเขาสามารถมองเห็นได้นั้นเต็มไปด้วยซากศพไหม้เกรียมของอสูรอยู่ทุกหนทุกแห่งและอากาศเองก็เต็มไปด้วยกลิ่นเนื้อย่างหอมหวล

เหวินเซี่ยงย่อตัวลงและตัดส่วนหนึ่งของเนื้ออสูรออกมาก่อนจะโยนเข้าปาก “โว้ว...พอกินเข้าไปรู้สึกได้ถึงกระแสไฟฟ้าเลย อร่อยนะเนี่ย!”

คนอื่นๆ “...”

“ทั้งหมดนี่เป็นฝีมือของระเบิดเพลิงงั้นหรอ?” ซูซวนเอ่ยออกมาด้วยความตกตะลึง

ไป๋ชิงเหอผู้ที่จริงจังอยู่ตลอดเวลายังอดเบ้ปากไม่ได้ “เขาต้องมีโพชั่นฟื้นฟูพลังเวทย์มากมายแน่ๆ”

แม้ว่าไป๋ชิงเหอจะมุ่งเน้นไปที่ด้านพละกำลังแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าตัวเขาจะไม่รู้เรื่องอัตราการใช้พลังเวทย์ของสกิลระเบิดเพลิง

สกิลนี้กินมานาผู้ใช้ถึง30%ต่อการใช้หนึ่งครั้ง

หรือก็คือตัวของระเบิดเพลิงนั้นมีพลังเวทย์พอใช้สกิลนี้ได้แค่สามครั้งเท่านั้น ถึงแม้พลังเวทย์จะฟื้นฟูอย่างรวดเร็วแต่ยังไงก็ตามไม่ทันอัตราการเผาผลาญระดับนี้แน่นอน

และด้วยศพไหม้เกรียมนับไม่ถ้วนเหล่านี้ถ้าไม่ใช้สกิลระเบิดเพลิงอย่างน้อยซักหลายร้อยครั้งคงเป็นไปไม่ได้แน่ๆ

ไป๋ชิงเหอคิดได้เพียงว่าระเบิดเพลิงน่าจะต้องมีโพชั่นฟื้นฟูพลังเวทย์มหาศาล

ยิ่งไปกว่านั้นเพื่อช่วยเหลือผู้คน ระเบิดเพลิงยินดีที่จะใช้โพชั่นฟื้นฟูพลังเวทย์จำนวนมากขนาดนี้โดยไม่ตะหนี่!

ไป๋ชิงเหอยิ่งรู้สึกสะเทือนใจเข้าไปใหญ่

...

หมาป่าเงินเองก็ชื่นชมระเบิดเพลิงไม่น้อย

ในฐานะของนักสู้ที่มุ่งเน้นและเรียนรู้สกิลธาตุหลายชนิด ความเข้าใจในด้านเวทย์มนตร์ของเขาจึงลึกซึ้งกว่าไป๋ชิงเหอ เขายังรู้ดีกว่าไป๋ชิงเหอด้วยว่าค่าพลังจิตและพลังเวทย์ของระเบิดเพลิงนั้นสูงเพียงใดจึงได้ทำให้เกิดภาพอันน่าตะลึงเช่นนี้ได้

หวังต้าฟู่กระซิบข้างหูเขา “หมาป่าเงินบอกอะไรฉันอย่างนึงสิ”

“พูด”

“ทำไมนายไม่ย้ายโล่วิญญาณกับระเบิดเพลิงมาที่เมืองหลงไห่ของพวกเราล่ะ...”

“แม่เอ็งสิ! ฉันจะสู้กับแกตรงนี้แหละ!” หมาป่าเงินคำรามลั่น

หวังต้าฟู่กระแอมแห้งๆ “ความสัมพันธ์ตลอดหลายปีที่ผ่านมาของเรา...”

หมาป่าเงิน “แกเป็นใคร? ฉันไม่รู้จักแก”

หวังต้าฟู่ “...”

คนอื่นๆพากันยิ้มขำเมื่อเห็นภาพนี้หากแต่พวกเขาจำต้องสะกดเสียงหัวเราะเอาไว้ ลู่หลัวกลั้นเสียงหัวเราะจนถึงขั้นน้ำตาไหลออกมาเลยทีเดียว

“โล่วิญญาณกับระเบิดเพลิงน่าจะยังอยู่บนชั้นที่4 แยกกันออกไปตามหาเถอะ พยายามติดต่อพวกเขาผ่านเครื่องมือสื่อสาร”

นักสู้กว่ายี่สิบคนแยกกันออกเป็นสองทีมและเริ่มการค้นหาแบบปูพรมทั่วชั้น4

ครึ่งชั่วโมงให้หลังพวกเขาก็มาพบกันอีกครั้งที่อีกด้านหนึ่งของภูเขา

“เชี่ย...ตลอดทางมานี่ฉันเห็นซากของอสูรจำนวนเท่าไหร่แล้วเนี่ย?” หวังต้าฟู่กลืนน้ำลาย

ซูซวนขมวดคิ้ว “ฉันเดาว่าน่าจะมากกว่า8000 ยากจะคิดจริงๆว่าระเบิดเพลิงทำได้ยังไง”

หวังต้าฟู่ปิดปากแล้วเอ่ยออกมา “ระเบิดเพลิงทรงพลังมากจริงๆแต่พวกเราก็ต้องให้เครดิตโล่วิญญาณด้วย ทั้งสองคนนี้คืออัจฉริยะขนานแท้”

“ยังไงก็ตามจนถึงตอนนี้พวกเรายังไม่เจอโล่วิญญาณกับระเบิดเพลิงเลย อีกฝั่งหนึ่งจะเจอกับพวกเขารึยังก็ไม่รู้” ซงจ้งส่ายหัว

“หืม...เจอพวกนั้นแล้ว” หวังต้าฟู่มองเห็นไป๋ชิงเหอ หมาป่าเงินและคนอื่นๆอยู่ห่างออกไปแต่กลับไม่เห็นเงาร่างในชุดเกราะสีดำและชุดคลุมสีดำท่ามกลางฝูงชนเลย

หัวใจของหวังต้าฟู่สั่นสะท้าน

คนทั้งสองกลุ่มกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง

สิ่งแรกที่พวกเขาเอ่ยเมื่อพบกันก็คือ...

“พวกนายเจอโล่วิญญาณกับระเบิดเพลิงรึยัง?”

เมื่อได้ยินคำถามของอีกฝ่ายที่ถามออกมาอย่างพร้อมเพรียงกันสีหน้าของพวกเขาก็พลันย่ำแย่ลง

หมาป่าเงินที่เดิมทีมั่นใจในตัวของโล่วิญญาณและระเบิดเพลิงยิ่งนักในที่สุดก็เริ่มกังวลขึ้นมาเล็กน้อย

อย่าบอกนะ...

ซูซวนเองก็กังวลจนไม่อาจสงบใจลงได้

โล่วิญญาณกับระเบิดเพลิงยินดีเป็นตัวล่อพวกอสูรออกไปเพื่อช่วยพวกเธอ

ถ้าคนทั้งสองตายเธอคงรู้สึกเสียใจไปตลอดชีวิต!

ไป๋ชิงเหอขมวดคิ้วมุ่น “มาลองแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันก่อนเถอะ คิดว่าทั้งสองคนนั้นหายไปไหน?”

“หรือว่าพวกนั้นตามหลังพวกเราไปแล้วกลับไปยังเมืองหลงไห่ผ่านทางประตูแสงแล้ว?” ซงจ้งเป็นคนแรกที่เสนอความคิดเห็น

หวังต้าฟู่หยิบเครื่องมือสื่อสารออกมาและเอ่ยด้วยน้ำเสียงอับจน “ฉันติดต่อไปหาบอสฉู่แล้ว เขาไม่เห็นว่ามีใครออกไปจากประตูแสงเลยซักคนเดียว”

ลู่หลัวชูมือขึ้นและเอ่ยออกมา “หรือว่าพวกนั้นจะหาที่ปลอดภัยเพื่อซ่อนตัว? เสียงสายฟ้าดังสนั่นขนาดนี้เป็นธรรมดาที่พวกนั้นจะไม่ได้ยินเสียงพวกเรา”

“นั่นฟังดูเป็นไปได้” หมาป่าเงินพยักหน้า

เหวินเซี่ยงเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ทุกคนฉันพอจะเดาอะไรบางอย่างได้”

“พูดมา”

“บางทีพวกนั้นอาจจะขึ้นไปชั้นที่สูงกว่านี้รึเปล่า?”

“หา?!” นอกจากคนของกองพลก่อสร้างสาขาเมืองเครนขาว มุมปากของไป๋ชิงเหอ ซูซวนและหวังต้าฟูกับคนอื่นๆล้วนกระตุกถี่ยิบ

ไป๋ชิงเหอส่ายหัวในทันที “เป็นไปไม่ได้! ยิ่งขึ้นไปสูงเท่าไหร่ก็ยิ่งอันตรายมากเท่านั้น พวกนั้นน่าจะใช้พลังไปเยอะแล้วจากการล่ออสูรออกไปและสังหารพวกมันไปมากมาย พวกนั้นจะขึ้นไปสูงกว่านี้ได้ยังไง?”

หวังต้าฟู่เองก็ถามออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ระดับของโล่วิญญาณกับระเบิดเพลิงอยู่ที่เท่าไหร่?”

หมาป่าเงินเกาหัว “ในช่วงการต่อสู้ปกป้องเมืองเครนขาวคิดว่าน่าจะเป็นนักสู้เลเวล1ขอบเขตที่6 ตอนนี้ก็น่าจะยังเท่าเดิม”

หวังต้าฟู่ยิ่งส่ายหัวหนักกว่าเดิม “นั่นยิ่งเป็นไปไม่ได้เข้าไปใหญ่ มีแค่ไม่กี่คนเท่านั้นแหละที่กระโดดข้ามเลเวลไปยังพื้นที่ที่อันตรายยิ่งกว่าเดิมโดยเฉพาะกับแดนลับอย่างภูเขาอัสนีร่วงด้วยแล้ว กระทั่งเหล่าไป๋ที่ทรงพลังถึงเลเวล9เขาก็ยังกล้าฟาร์มแค่ชั้นที่6หรือ7เท่านั้นเอง”

ไป๋ชิงเหอพยักหน้า “ถูกแล้ว ยิ่งขึ้นไปชั้นสูงก็ยิ่งไปไม่ต่างอะไรจากการฆ่าตัวตาย”

หวังต้าฟู่นวดขมับแล้วเอ่ยอย่างสิ้นหวัง “เอาแบบนี้เป็นยังไง? พวกเราจะลองตามหาตามเส้นทางปกติอีกรอบและลองดูว่าพวกเราพลาดตรงจุดไหนไปบ้าง ถ้าพวกเราหาไม่เจอจริงๆถ้างั้นก็คงเป็นไปไม่ได้แล้ว”

หนึ่งชั่วโมงให้ นักสู้กลุ่มนี้ก็มาพบกันอีกครั้งที่อีกด้านหนึ่งของภูเขาอัสนีร่วง

สีหน้าของพวกเขาทุกคนต่างสิ้นหวังกันเต็มที

ความจริงแล้วพวกเขาทุกคนล้วนบังเกิดความคิดน่าสะพรึงขึ้นมาแต่ก็ไม่กล้ากล่าวออกไป พวกเขาขอยอมเชื่อว่าโล่วิญญาณกับระเบิดเพลิงขึ้นไปยังชั้นสูงกว่ายังดีกว่าเดาว่าพวกเขาตายท่ามกลางฝูงอสูรไปแล้ว

ซูซวนเอ่ยเสียงเครียด “ด้วยกำลังคนแค่นี้ของพวกเราคงไปได้แค่ชั้นห้าเท่านั้น ยังไงก็ตามถ้าขึ้นไปที่ชั้นหกคงได้รับบาดเจ็บหนักกันแน่”

ในเวลานี้เองพวกเขาทุกคนพลันสังเกตเห็นเงาร่างสองร่างที่กำลังเดินลงมาจากภูเขาด้วยกัน

เงาร่างหนึ่งนั้นซ่อนอยู่ในชุดเกราะสีดำ

อีกร่างหนึ่งนั้นสวมใส่ชุดคลุมสีดำซ่อนเร้นทั้งกาย

คนทั้งสองยังคงไร้รอยขรดข่วนและไม่มีแม้แต่รอยเลือดบนร่างกาย

เมื่อเห็นว่าโล่วิญญาณกับระเบิดเพลิงเดินลงมาจากชั้นบนพวกเขาทุกคนต่างพากันอ้าปากค้าง

หมาป่าเงินสบถออกมาทันที “เวร...ไอ้พวกนี้มันขึ้นไปอยู่ชั้นห้ามาจริงหรอเนี่ย?”

“พวกคุณมากันหมดเลยหรอ? ไม่ใช่ว่าพวกผมบอกให้ออกไปพักผ่อนกันรึไง?” หลินเซวียนเอ่ย

หวังต้าฟู่รีบสาวเท้าเข้ามาหาเขา “พวกนายไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”

ระเบิดเพลิงยิ่งและเอ่ย “ทำไมถึงต้องเป็นอะไรด้วยล่ะ?”

ซูซวนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงกังวล “แล้ว...พวกนายหนีจากฝูงอสูรได้ยังไง? พวกเราออกตามหาพวกนายที่ชั้นสี่มาร่วมชั่วโมงแล้ว นี่กังวลแทบตายแล้วเนี่ย”

หลินเซวียนหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้

เมื่อเห็นสีหน้าเบาใจของทุกคนเขาก็พลันรู้สึกอบอุ่นหัวใจขึ้นมา

เขาไม่คิดเลยว่าสมาชิกของกองพลก่อสร้างเหล่านี้จะกลับมาตามหาเขาอย่างไม่ลังเลเช่นนี้

เห็นได้ชัดเลยว่าพวกเขายังไม่ได้เติมพลังชีวิตด้วยซ้ำ ยิ่งไปกว่านั้นอาการบาดเจ็บเองก็ยังไม่หายดี

คนพวกนี้...

“หลังจากใช้โพชั่นฟื้นฟูพลังเวทย์และพลังเวทย์ของระเบิดเพลิงจนหมดพวกเราก็กัดฟันขึ้นไปที่ชั้นห้า โชคดีที่บนนั้นเราไม่เจออสูรเยอะมากนัก หลังจากสลัดอสูรหลายพันตัวหลุดพวกเราก็หาถ้ำที่ดูปลอดภัยแห่งหนึ่งเพื่อหลบซ่อนตัวแล้วก็ซ่อนอยู่จนกระทั่งออกมานี่แหละ”

หลินเซวียนเอ่ยประโยคที่เตรียมเอาไว้แล้วออกมา

ถ้าบอกไปตามตรงว่าเขาขึ้นไปที่ชั้นหกมาแทนที่จะเป็นชั้นห้า คนพวกนี้คงจะหวาดกลัวจนกรามค้างแน่

ยิ่งไปกว่านั้นตัวน่าสงสัยสุดๆในสายตาของหลินเซวียนอย่างซงจ้งเองก็อยู่ในฝูงชนด้วย หลินเซวียนย่อมไม่อยากจะเผยความสามารถออกไปมากนักจึงตัดสินใจโกหกออกไป

“เอาล่ะๆๆ ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว ดียิ่ง! กลับไปหาอะไรกินกันเถอะ!” หมาป่าเงินตบไหล่ของเขาอย่างแรงด้วยแววตาที่ดูแดงๆขึ้นมาเล็กน้อยราวกับคนจะร้องไห้