ตอนที่ 55

ผู้จัดการหมายเลข3กล้ำกลืนความเจ็บปวดและฝืนลุกขึ้น เขาใช้ดาบพิษเหมันต์เตรียมโจมตีอีกครั้งหากชายชุดคลุมกระโจนเข้ามา

เขายังไม่ได้ใช้สกิลที่ทรงพลังที่สุดที่มีอย่าง ‘จู่โจมกระหายเลือด’ เลย ที่เขาไม่ได้ใช้ในตอนแรกเพราะคิดว่าไม่คุ้มค่าถ้าจะใช้มันสังหารจอมเวทย์ไฟคนหนึ่ง

หากแต่ตอนนี้เขาจำเป็นต้องใช้แล้ว ถ้าอีกฝ่ายกระโจนเข้ามาจริงๆเขาก็ไม่มีทางเลือกได้แต่ต้องใช้สกิลนี้สู้

หลังจากเปิดใช้งานสกิลนี้เขาจะได้รับค่าสถานะที่สูงที่สุด+15% อัตราการโจมตีติดคริติคอล+20% ความเร็วในการเคลื่อนที่+20% ความเสียหายจากการโจมตีคริติคอล+90%และดูดเลือด70%!

ความเร็วของเขาจะพุ่งทะยานขึ้นไปสูงถึง447แต้ม!

ในเมื่อระเบิดเพลิงใช้สกิลระเบิดเพลิงที่ทรงพลังเช่นนี้ไปแล้วอีกฝ่ายก็น่าจะใช้ได้เพียงบอลเพลิง วงแหวนเพลิงและสกิลคนอื่นๆเท่านั้น สกิลพวกนี้สร้างความเสียหายได้ไม่สูงมากนัก

ยังไงก็ตามเขากลับคิดผิด แทนที่จะกระโจนเข้ามาเอาชีวิตเขาหลังจากเขาได้รับบาดเจ็บอีกฝ่ายกลับหายตัวไปเสียอย่างนั้น

ผู้จัดการหมายเลข3มองไปรอบๆด้วยความสับสน เขาสัมผัสไม่ได้ถึงสิ่งใดเลยซึ่งนั่นก็หมายความว่าไม่มีศัตรูอยู่รอบๆนี้แล้วจริงๆ

“หนีไปแล้ว?”

ดวงตาและหูของโม่หยวนยังคงสั่นไหวไม่คลาย

ผู้จัดการหมายเลข3เก็บดาบพิษเหมันต์และขมวดคิ้วมุ่น

ในเวลานี้เองเสียงย่ำเท้าก็ดังขึ้นมา

“พวกเรามาสนับสนุนแล้ว!”

ผู้จัดการหมายเลข2และแบล็คมาถึงทีละคน

ผู้จัดการหมายเลข2กุลีกุจอโยนโพชั่นฟื้นฟูพลังชีวิตชั้นยอดให้กับหมายเลข3 หมายเลข3เองก็ไม่ได้ปฏิเสธและดื่มมันลงไปทันที

ผิวหนังด้านหลังของเขาที่ไหม้เกรียมฟื้นฟูกลับมาอย่างรวดเร็ว ผิดที่ตายหลุดลอกออกและถูกแทนที่ด้วยผิวสีชมพูแทน

“ฝีมือระเบิดเพลิงสินะ?” หมายเลข2เอ่ยถาม

หมายเลข3พยักหน้า

“นายฆ่าเขาไม่ได้?” แบล็คยิ้มอย่างมีนัยยะ

เส้นเลือดบนหน้าผากของหมายเลข3โป่งพองแต่เขาก็ทำได้เพียงพยักหน้ารับอย่างจำยอม

เขาเอ่ยออกมาตามตรงว่าเขาสามารถขับไล่ระเบิดเพลิงออกไปได้

แบล็คยักไหล่และเอ่ยขึ้น “เมืองทะเลสาบตะวันออกเล็กๆนี่เต็มไปด้วยเสือซ่อนมังกรหมอบจริงๆ ฉันเกรงว่าพวกนายจะประเมินชายที่ชื่อระเบิดเพลิงต่ำไปมาก”

ผู้จัดการหมายเลข2ถอนหายใจ “ทีแรกฉันคิดว่าเขามีเลเวลราวๆเลเวล4ขอบเขตที่6เท่านั้น ตอนนี้ดูเหมือนอีกฝ่ายจะมีระดับอย่างน้อยเลเวล7ขอบเขตที่6”

“ผู้เชี่ยวชาญที่มีความแข็งแกร่งระดับนี้ย่อมไม่ใช่หมาป่าเดียวดายแน่ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าอีกฝ่ายเป็นคนของกองพลก่อสร้างแน่นอน” ผู้จัดการหมายเลข3เอ่ยเสียงเย็น

ผู้จัดการหมายเลข2พยักหน้า “ตามนั้น”

หมายเลข3เอ่ยต่อ “พวกเราต้องเข้าจู่โจมเมืองเครนขาวก่อนเวลา ไม่อย่างนั้นเจ้าระเบิดเพลิงผู้นี้คงจะสร้างปัญหาซ้ำแล้วซ้ำอีก นั่นจะเป็นภัยคุกคามซ่อนเร้นอันใหญ่หลวงของพวกเรา”

ผู้จัดการหมายเลข2พยักหน้ารับคำ “สิ่งที่นายพูดมาก็ฟังดูสมเหตุสมผลแต่ว่าเรื่องนี้จำเป็นต้องคุยข้ามคืนกันอีกที พวกเราต้องดูก่อนว่าหมายเลข1จะว่ายังไง”

ทั่วทั้งฐานองค์กรเจอร์มินอลไม่ได้หลับกันเลยซักคน ทุกๆคนต่างพูดคุยเกี่ยวกับเพลิงคลั่งที่ปรากฏขึ้นในแดนรกร้างอย่างออกรส

ระเบิดเพลิง! ดูเหมือนจะเป็นระเบิดเพลิงผู้นี้นี่แหละที่สังหารลั่วหลี่สวีเมื่อคืน!

เมื่อพวกเขาเห็นผู้จัดการหมายเลข2 แบล็คและคนอื่นๆกลับมามือเปล่าพวกเขาก็ยิ่งตกตะลึง

ระเบิดเพลิงผู้นี้เก่งฉกาจเพียงนั้นจริงๆหรือนี่?

ผู้จัดการ2คนถูกส่งออกไปแต่กลับจับตัวอีกฝ่ายกลับมาไม่ได้

ไม่นานนัก บนชั้นบนสุดขององค์กรเจอร์มินอล การถกเถียงอย่างออกรสออกชาติก็ได้เริ่มต้นขึ้นทันทีที่ห้องทำงานของผู้จัดการหมายเลข1

การปรากฏตัวอย่างฉับพลันของระเบิดเพลิงทำให้ผู้จัดการทั้งสามคนนั้นแตกตื่นกันขึ้นมา

คนผู้นี้ทรงพลังมาก

ผู้จัดการหมายเลข3ยากนักที่จะแพ้ให้กับนักสู้ในเลเวลเดียวกันแต่หนนี้เขากลับเอาชนะอีกฝ่ายไม่ได้ เขาทำได้เพียงมองอีกฝ่ายหลบหนีไปเท่านั้น

สามารถจินตนาการได้เลยว่าผลที่ตามมาจะเป็นยังไงถ้าคนที่เผชิญหน้ากับระเบิดเพลิงไม่ใช่ผู้จัดการหมายเลข3แต่เป็นพวกนักสู้ขอบเขตที่6หรือขอบเขตที่5ที่เพิ่งจะเลื่อนขั้นขึ้นมาหมาดๆ

คนเหล่านี้คงจะตายทันทีหลังจากถูกระเบิดเพลิงโจมตีใส่ไม่กี่ครั้ง

“ดูจากการที่หมอนี่ปรากฏตัวครั้งนี้เขาจะต้องถูกส่งมาจากกองพลก่อสร้างเพื่อทำลายองค์กรเจอร์มินอลของพวกเราเป็นแน่! ความคิดของฉันก็คือเราต้องตัดรากถอนโคนและบุกยุดเมืองเครนขาวก่อนแล้วค่อยจัดการกับระเบิดเพลิง” ผู้จัดการหมายเลข3เอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

ผู้จัดการหมายเลข2ตอบ “แต่ถ้าระหว่างที่เราบุกโจมตีเมืองเครนขาวแล้วฐานถูกระเบิดเพลิงเข้าโจมตีล่ะ? สมาชิกทีมของพวกเราก็กระจายตัวกันออกไปแล้วและไม่มีทางรับมือกับทุกอย่างได้แน่นอน ฉันว่าพวกเราควรจะค่อยเป็นค่อยๆและรอให้จำนวนของนักสู้ขอบเขตที่6เพิ่มมากขึ้นกว่านี้เสียก่อน”

แน่นอนว่าเขาหมายถึงพวกนักสู้ขอบเขตที่5ที่ไม่มีหวังจะเลื่อนขั้นได้อย่างสมบูรณ์ คนเหล่านี้ไม่อาจจัดการกับราชันย์แดนลับมากประสบการณ์ได้อยู่แล้ว ดังนั้นคนพวกนี้ยิ่งเลื่อนขั้นเร็วเท่าไหร่ก็ดีเท่านั้น

ถ้าจำนวนของนักสู้ขอบเขตที่6เพิ่มมากขึ้นโอกาสในการคว้าชัยก็จะเพิ่มตามไปด้วย ยังไงซะถ้าผู้เชี่ยวชาญขอบเขตที่6คนหนึ่งไม่สามารถจัดการกับระเบิดเพลิงลงได้ก็ลองใช้สองหรือสามคนดูสิจริงไหม? ถ้ามีขอบเขตที่6ซักสี่หรือห้าคนระเบิดเพลิงก็คงจะลังเลที่จะโจมตีแล้วมั้ง?

“ไม่ได้! ยิ่งเตะถ่วงออกไปพวกเราก็ยิ่งเสียเปรียบ! ถ้ากองพลก่อสร้างได้พักหายใจในการต่อสู้กับแดนลับเมืองบาดาลและหันมาเป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตีพวกเราจะทำยังไง?” ผู้จัดการหมายเลข3ตบโต๊ะเสียงดังสนั่น

ผู้จัดการหมายเลข2เองก็ไม่ยอมเช่นกัน “พวกเรามีทรัพยากรและพลังรบไม่พอ! นายคิดว่าสมาชิกของกองพลก่อสร้างในเมืองเครนขาวเป็นเป้านิ่งรอให้นายไปฆ่าทิ้งได้ง่ายๆรึไง?”

คนทั้งสองถกเถียงกันอย่างรุนแรง

ผู้จัดการหมายเลข1หันหลังรับฟังพวกเขาอย่างเงียบๆโดยมองไปยังแดนรกร้างอันมืดมิดด้านนอกหน้าต่าง

ท้ายที่สุดการถกเถียงของทั้งสองคนก็จบลงด้วยการจ้องเขม็งไปที่หมายเลข1

“หมายเลข1ตัดสินใจมาซะ ฉันไม่อยากจะเปลืองน้ำลายกับหมอนี่แล้ว” หมายเลข3เอ่ยด้วยความไม่พอใจ

หมายเลข1เคาะโต๊ะเป็นจังหวะเบาๆ “รออีกวันนึงก่อน ให้กองหนุนของเรามาถึงก่อนเถอะ”

แววตาของหมายเลข2คมกล้าขึ้นมาทันที “กำลังเสริมงั้นหรอ?”

“ถูกต้อง ทางศูนย์ใหญ่ได้ส่งนักสู้ขอบเขตที่7มาให้พวกเราสองคน” ผู้จัดการหมายเลข1เอ่ยเสียงเรียบ “บวกกับแบล็คด้วยเท่ากับเรามีนักสู้ขอบเขตที่7ถึงสามคน และจากรายงานของสายลับในเมืองเครนขาวดูเหมือนที่นั่นจะมีขอบเขตที่7อยู่แค่คนเดียวเท่านั้น”

“บวกกับทางศูนย์ใหญ่ได้แจ้งมาด้วยว่ากองพลก่อสร้างนั้นจะต้องสู้กับอสูรจากเมืองบาดาลไปอีกอย่างน้อยห้าปี สมาชิกของพวกเขาจะถูกส่งไปยังแนวหน้าและไม่อาจละความสนใจมาที่แนวหลังได้ หลังจากพวกเรายึดเมืองเครนขาวได้แล้วไม่เพียงแต่ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องการตอบโต้ของกองพลก่อสร้างเท่านั้นแต่ยังใช้เมืองเครนขาวเป็นแท่นยืนในการโจมตีเมืองอื่นๆภายใต้การควบคุมของกองพลก่อสร้างต่อได้อีกด้วย”

หัวใจของผู้จัดการหมายเลข2เต้นไม่เป็นส่ำ

ทางศูนย์หลักนั้นยากนักที่จะลงมือแต่จู่ๆกลับเลือกลงมือเอาเวลานี้งั้นรึ?

ผู้จัดการหมายเลข2รู้เกี่ยวกับศูนย์ใหญ่ที่ว่านี้เพียงน้อยนิด เขารู้เพียงว่าผู้จัดการหมายเลข1นั้นถูกส่งมายังเมืองชายขอบอย่างเมืองทะเลสาบตะวันออกโดยศูนย์ใหญ่ขององค์กร ในอดีตครานั้นเมื่อตอนที่ทางกองพลก่อสร้างเริ่มมีกำลังคนถดถอยชายผู้นี้ก็ได้เข้าบุกยึดเมืองทะเลสาบตะวันออกในคาวเดียวและก่อตั้งฐานขององค์กรเจอร์มินอลขึ้นที่นี่

กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ผู้จัดการหมายเลข2นั้นคือผู้สืบทอดของทางองค์กรเจอร์มินอลอย่างแท้จริง

ผู้จัดการหมายเลข2และ3เข้าร่วมกับองค์กรหลังจากนั้น

ผู้จัดการหมายเลข2เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “งดงามมาก! ฉันรู้อยู่แล้วว่าศูนย์ใหญ่จะต้องลงมือ”

“กลับไปพักเถอะ การต่อสู้ใกล้จะเริ่มขึ้นแล้ว” หมายเลข1ยิ้ม

หลังจากเดินออกจากห้องทำงานของหมายเลข1กลับมายังห้องของตัวเองแล้ว สีหน้าของผู้จัดการหมายเลข2ก็พลันเปลี่ยนไป

แบล็คหยิบถ้วยขึ้นมาเทเหล้าและเริ่มดื่ม หลังจากดื่มแล้วเขาก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแฝงแววโมโหเล็กน้อย “ทำไมไวน์นี่ไม่มีรสชาติเลยเนี่ย?”

ผู้จัดการหมายเลข2 “...นั่นน้ำเปล่า” จากนั้นแบล็คก็ส่งเสียง ‘อ้าว’ ออกมาคราหนึ่งก่อนจะหยิบเอ้อกั๋วโถวดาวแดงออกมาจากใต้ลิ้นชักและดื่มเข้าไปอย่างหนักหน่วง

“ระเบิดเพลิงเป็นหนึ่งในคนของพวกเรารึเปล่า?” หมายเลข2อดถามออกมาไม่ได้

แบล็ค “ฉันเป็นแค่คนคุ้มกัน ทำไมถึงมาถามฉันล่ะ?”

ผู้จัดการหมายเลข2เดินกลับไปกลับมาและก็อดถามออกมาอีกครั้งไม่ได้ “ถ้างั้นทำไมทางศูนย์ใหญ่ขององค์กรเจอร์มินอลต้องส่งนักสู้ขอบเขตที่7มาที่นี่ถึงสองคน?”

“ถ้าถามอีกครั้งฉันจะต่อยหน้านาย” แบล็คกล่าวด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด ผู้จัดการหมายเลข2หัวเราะออกมาแห้งๆ “ฉันกำลังคิดหาวิธีส่งข้อมูลนี้กลับไปให้กับพวกเขา...ควรจะส่งลู่หลัวไปอีกครั้งดีไหม? นั่นจะเป็นการเสี่ยงต่อการเปิดเผยตัวตนหรือเปล่า...นี่อย่าตีฉันสิ...ฉันถามตัวเองต่างหากเล่า! โอ๊ยๆ!”

แบล็คที่จัดการเอ้อกั๋วโถวจนหมดขวดในลมหายใจเดียวตอบ “โล่วิญญาณไงลองไปหาหมอนั่นสิ”