ตอนที่ 119

หลินเซวียนเร่งรุดไปยังเตาปฏิกรณ์ของหอคอยสายฟ้า

ความร้อนที่นี่พุ่งสูงมากและอุณหภูมิเองก็ร้อนลวกยิ่งนัก

มีนักสู้ระดับต่ำกว่าสิบคนอยู่ที่นี่และกำลังตักถ่านหินยัดเข้าไป

แม้ว่าบรรพตเสี้ยววิญญาณจะเป็นแดนลับมหึมาแต่ก็ยังมีนักสู้ระดับต่ำอยู่เป็นจำนวนมาก

หน้าที่ของพวกเขาส่วนใหญ่จะเป็นด้านการจัดหาอาหาร งานจิปาถะและงานบริการอื่นๆ บางคนก็รับหน้าที่หลอมอุปกรณ์หรือปรุงโพชั่น

ถ้าพวกเขาอยากจะรับสมัครนักสู้ระดับสูงมาทำงานพวกนี้คงต้องใช้แก่นแท้ในการจ้างแทนเหรียญทั่วไป

กองพลก่อสร้างคงประคองรายจ่ายไม่ไหว ดังนั้นพวกเขาจึงทำได้เพียงชักชวนนักสู้ระดับต่ำมาจากภายนอก

ดวงตาของนักสู้ระดับต่ำเหล่านี้ในตอนนี้ล้วนแดงก่ำจากฝุ่นควันและมีน้ำตาหยดลงมาอย่างต่อเนื่อง

หากแต่ถ่านหินกลับหมดลงแล้ว

“ถ่านหมดแล้ว!“

“ทำยังไงดี? หอคอยอัสนียังต้องชาร์จพลังงานอีก20%เลยนะถึงจะเต็ม พวกเราไม่สามารถกลบความแตกต่างนี้ได้แน่!”

“หนีกันเถอะยังไงซะพวกเราก็เป็นแค่นักสู้ระดับต่ำ ต่อให้กำแพงเมืองพังก็ไม่ใช่ความผิดพวกเราอยู่แล้ว”

เมื่อหลินเซวียนมาถึงที่นี่ก็พบว่ามีนักสู้ระดับต่ำหลายคนหลบหนีไปแล้ว เหลือเพียงนักสู้ที่มีท่าทางกังวลไม่กี่คนที่พากันเดินไปเดินมาเท่านั้น

ภายใต้สายตาตกตะลึงของพวกเขา หลินเซวียนมุ่งตรงเข้าหาเตาปฏิกรณ์และหยิบไอเทมซึ่งเปล่งแสงสีฟ้าขึ้นมาก่อนจะยัดมันลงไป

นักสู้รอบๆพากันส่ายหัวอย่างสิ้นหวัง

“ไร้ประโยชน์แล้ว นอกจากถ่านหิน น้ำมันและก๊าซธรรมชาติมีแค่ไอเทมเกรดสีทองจากแดนลับมหึมาเท่านั้นที่สามารถใช้แทนพลังงานได้ พวกเราลองกับทุกอย่างที่พวกเรามีไปแล้ว” นักสู้ขอบเขตที่4เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ฉันเองก็โยนอุปกรณ์เข้าไปตั้งหลายชิ้นแต่กลับไม่มีปฏิกริยาตอบสนองเลย”

หลินเซวียนมองไปที่คนผู้นั้น “นายเป็นคนของกองพลก่อสร้างรึเปล่า?”

“ไม่”

“ถ้างั้นทำไมถึงต้องพยายามขนาดนั้น? กระทั่งยอมโยนอุปกรณ์สวมใส่ของตัวเองเข้าไปเพื่อทดสอบว่ามันใช้งานได้หรือไม่เนี่ยนะ?”

นักสู้ขอบเขตที่4ผู้นั้นถอนหายใจออกมา “ถ้ากำแพงเมืองพังลงวิญญาณจำนวนมากก็จะหลั่งไหลเข้ามาและพวกเราก็ไม่มีทางหยุดพวกมันได้ ถึงตอนนั้นนักสู้ระดับต่ำอย่างเราย่อมไม่มีใครคิดจะปกป้องอยู่แล้ว”

“ดังนั้นฉันเลยลองทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ ยังไงซะชะตากรรมของพวกเราก็ถูกผูกติดเอาไว้กับโคโลนี่แห่งนี้”

หลินเซวียนพยักหน้า “นายเป็นคนที่มองโลกตามความเป็นจริงจริงๆ”

นักสู้ระดับต่ำที่หลบหนีไปและนักสู้ระดับสูงที่ลอบล่าถอยจากกำแพงเมืองอย่างเงียบๆนั้นล้วนเป็นพวกที่มีสายตาแคบสั้น

ถ้ากำแพงเมืองพังลง โคโลนี่แห่งนี้ก็จบเห่

หนทางเดียวที่จะทำให้มั่นใจได้ว่ากำแพงเมืองจะยังคงอยู่คือการเปิดใช้งานหอคอยสายฟ้าทั้งสาม!

โตโลนี่หมายเลข3อยู่ห่างจากหมายเลข2หลายสิบกิโล

มีนักสู้ขอบเขตที่7เพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถหลบหนีไปยังโคโลนี่หมายเลข2ได้ภายใต้การโจมตีของพวกวิญญาณ

“เมื่อกี้คุณโยนอะไรเข้าไป? มันใช้เป็นพลังงานได้ด้วยหรอ?” นักสู้ขอบเขตที่4ถามขึ้น

หลินเซวียนใช้สกิลตรวจสอบขั้นสูงกับหอคอยสายฟ้าอีกครั้งหนึ่งและพยักหน้า “ไม่เพียงแต่ใช้เป็นเชื้อเพลิงได้แต่ยังเพิ่มความเร็วในการชาร์จพลังงานด้วย”

ศิลาไขกระดูกสายฟ้านั้นสามารถเติมพลังงานได้มากถึง10%!

“อีกหนึ่งก้อนก็จบแล้ว!”

หลินเซวียนโยนเข้าไปอีกก้อนหนึ่ง

พริบตาต่อมาหอคอยสายฟ้าก็พลันส่งเสียงคำรามออกมาอย่างรุนแรงราวกับอัดแน่นไปด้วยพลังงาน

นักสู้บนกำแพงเมืองพากันเงยหน้ามองด้วยความประหลาดใจก่อนจะตะโกนออกมาอย่างตื่นเต้น “หอคอยสายฟ้าชาร์จเสร็จแล้ว!”

ผู้นำกำแพงทิศตะวันออกเองก็ประหลาดใจมากเช่นกัน “ดีมาก! ทุกคนใช้ข้อได้เปรียบจากหอคอยสายฟ้า กำจัดพวกวิญญาณให้เกลี้ยง!”

วิญญาณที่เข้าใกล้ชายของของหอคอยสายฟ้าและพยายามใช้สกิลระเบิดตัวเองกลับถูกหอคอยสายฟ้าช็อตจนกลายเป็นฝุ่นโดยไม่มีโอกาสได้ใช้สกิลด้วยซ้ำ

หว่านโหยวซียังออกแบบให้หอคอยสายฟ้านั้นจำแนกมนุษย์เป็นพิเศษและโจมตีเพียงวิญญาณเท่านั้น

เช่นนี้แล้วนักสู้ชาวมนุษย์จึงสามารถรวมตัวกันอยู่ใต้หอคอยสายฟ้าได้และค่อยๆได้เปรียบมากขึ้นทีละน้อยๆ

ตูม! ตูม! ตูม!

โซ่สายฟ้าปะทุออกมาและมีวิญญาณจำนวนมากที่ถูกโจมตี ร่างกายของพวกมันพลันแข็งค้างไปในทันที

เมื่อเห็นเช่นนี้เหล่านักสู้จึงพากันใช้โอกาสนี้รุมโจมตี

กระทั่งนักสู้ที่หมายจะถอยก็ยังพากันย้อนกลับมาทันทีที่เห็นเหตุการณ์และพากันโยนสกิลลงไป

ตูม!

หอคอยสายฟ้าปลดปล่อยสุดยอดโซ่สายฟ้าลงไปจากกำแพงเมือง วิญญาณจำนวนกว่าครึ่งภายในรัศมี50เมตรถูกสังหารในพริบตาและอีกครึ่งหนึ่งเองก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส!

วิญญาณที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสยังติดสถานะตาบอดและไม่สามารถสวนกลับได้อีกด้วย หลังจากนั้นพวกมันก็ตายลงอย่างรวดเร็วภายใต้สกิลที่โถมกระหน่ำลงมาของเหล่านักสู้

เมื่อนักสู้ขอบเขตที่4ได้ยินเสียงประหลาดใจดังมาจากกำแพงเมือง เขาก็อุทานออกมาด้วยความประหลาดใจเช่นกัน “ได้ผลจริงๆงั้นหรอ?!”

เขาอยากจะขอบคุณชายหนุ่มนักสู้ขอบเขตที่7คนเมื่อกี้หากแต่กลับพบว่าอีกฝ่ายนั้นหายตัวไปแล้ว

หลินเซวียนเปิดใช้งาน ‘อัสนีวาโย’ และมุ่งหน้าตรไปยังหอคอยสายฟ้าอีกสองหอและทำแบบเดียวกันคือโยนศิลาไขกระดูกสายฟ้าสองก้อนลงไปในเตาปฏิกรณ์

หอคอยสายฟ้าทั้งสองหอพลันถูกเติมเต็มพลังงานจนเต็มในเวลาสั้นๆ

สายฟ้าอันน่าสะพรึงโถมกระหน่ำลงจากกำแพงเมือง!

ผู้นำกำแพงทิศตะวันออกเองก็ตกตะลึงไปเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าจู่ๆหอคอยสายฟ้าเหล่านั้นก็อัดแน่นไปด้วยพลังอำนาจถึงเพียงนั้น

“ทำไมพลังของหอคอยสายฟ้าพวกนี้ถึงดูแข็งแกร่งกว่าปกติ? แปลกมาก”

จนถึงตอนนี้หลินเซวียนได้ทำการยัดศิลาไขกระดูกสายฟ้าเข้าไปในหอคอยสายฟ้าทั้งสามหอบนกำแพงทิศตะวันออกจนครบแล้ว ไม่นานนักเขาก็ปรากฏตัวอีกครั้งที่เบื้องหน้าของผู้นำกำแพง

“นอกจากกำแพงทิศตะวันออกแล้ว กำแพงด้านอื่นเองก็ถูกพวกวิญญาณโจมตีด้วยรึเปล่า?”

ผู้นำกำแพงทิศตะวันออกส่ายหัว “ฉันไม่ได้รับคำร้องขอความช่วยเหลือ ควรจะมีเพียงฝั่งเราเท่านั้นที่ถูกโจมตีเช่นนี้”

ได้ยินดังนี้หลินเซวียนจึงถอนหายใจโล่งอก

“กำลังเสริมมาแล้ว!”

ในเวลานั้นเองผู้นำกำแพงพลันพบว่ามีนักสู้หลายคนหลั่งไหลมาจากกำแพงทั้งสามด้านที่เหลือ

ผู้ที่นำคนมาคือเหล่าอู๋ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบลงทะเบียนเข้าเมืองนั่นเอง

“พวกเรามาแล้ว! คงยังไม่สายไปใช่ไหม!? หืม?” เหล่าอู๋ปีนขึ้นมาบนกำแพงพร้อมด้วยขวานยักษ์ในมือแต่เขากลับต้องตกตะลึงเมื่อเห็นว่าคลื่นวิญญาณนั้นถูกขับไล่ไปแล้ว

“หอคอยสายฟ้าฝั่งนายดูเหมือนจะชาร์จพลังเร็วน่าดู...พวกนายใช้หอคอยสายฟ้าขับไล่พวกวิญญาณออกไปงั้นหรอ?” เหล่าอู๋ลดขวานลง

ผู้นำกำแพงพยักหน้า “ทั้งหมดต้องขอบคุณนักสู้โค้ดเนมส์โล่ผู้นี้ ผมไม่รู้หรอกว่าเขาใช้ไอเทมเกรดสีทองอะไรโยนเข้าไปในเตาปฏิกรณ์ของหอคอยสายฟ้า หากแต่หลังจากเขาโยนไอเทมของเขาเข้าไปความเร็วในการชาร์จพลังงานของหอคอยสายฟ้าก็เร็วขึ้นมาก ต้องขอบคุณเขาทำให้พวกเราสามารถประคองสถานการณ์เอาไว้ได้ก่อนที่แนวรับจะพังทลายลง”

เหล่าอู๋มองไปที่หลินเซวียนด้วยความประหลาดใจ “ฉันจำนายได้ นายคือหนึ่งในคนที่เหล่าหลี่พามา”

หลินเซวียนพยักหน้า

“นายใช้ไอเทมเกรดสีทองอะไร? ไม่ต้องห่วงกองพลก่อสร้างจะไม่ลืมบุญคุณนี้ พวกเราจะเรียบเรียงแต้มบุญให้นายในคืนนี้เลย” เหล่าอู๋เอ่ยปลอบ

“ศิลาไขกระดูกสายฟ้าจากภูเขาอัสนีร่วงน่ะครับ”

หลินเซวียนเองก็ไม่คิดจะซ่อน

ข่าวคราวเรื่องที่ภูเขาอัสนีร่วงเลื่อนขั้นเป็นแดนลับมหึมานั้นได้แผ่กระจ่ายไปทั่วทั้งกองพลก่อสร้างแล้ว เหล่านักสู้เองจึงรู้เกี่ยวกับไอเทมที่ดรอปจากภูเขาอัสนีร่วงบ้างแล้วเช่นกัน

“เป็นศิลาไขกระดูกอัสนีนี่เอง ไม่แปลกใจเลย! เจ้าสิ่งนี้เหมาะแก่การใช้เป็นเชื้อเพลิงของหอคอยสายฟ้าที่สุดจริงๆนั่นแหละ” เหล่าอู่พยักหน้าซ้ำๆ

“ไม่ใช่แค่ผมหรอก ศิลาไขกระดูกอัสนีบางชิ้นก็ได้มาจากเหล่าสหายของผมเหมือนกัน” หลินเซวียนชี้ไปที่พวกเย่อู่ชิวซึ่งกำลังสู้กับพวกวิญญาณอย่างเอาเป็นเอาตายบนกำแพงเมือง

เหล่าอู่หัวเราะเสียงดังสนั่น “ดี! คนที่เหล่าหลี่พามาไม่เลวเลยจริงๆ! ฉันจะไม่ลืมแต้มบุญของพวกเธออย่างแน่นอนดังนั้นไม่ต้องกังวล!”

เขาตบไหล่ของหลินเซวียนเพื่อให้มั่นใจและหมุนตัวจากไปเพื่อตรวจตรากำแพงเมืองทิศอื่นต่อ

หอคอยทั้งสามบนกำแพงเมืองทิศตะวันออกนั้นสำแดงพลังอำนาจออกมาอย่างเต็มพิกัดแล้ว วิญญาณพวกนี้ย่อมไม่มีทางเข้าใกล้รัศมีสิบเมตรจากกำแพงเมืองได้อีกต่อไป

อสูรวิญญาณผสมที่อยู่ไกลออกไปจ้องมองมาที่หอคอยสายฟ้าด้วยด้วยสายตาดุดันและคำรามออกมาก่อนจะหายตัวกลับเข้าไปในความมืด

หลังจากมันจากไป พลังรบของพวกวิญญาณก็ลดลงอย่างมีนัยยะ

แม้ว่าพวกมันจะยังเข้าโจมตีกำแพงเมืองอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยแต่ก็ไม่หลงเหลือความต้องการจะต่อสู้อีกต่อไปแล้ว

หนึ่งชั่วโมงให้หลัง วิญญาณทั้งหมดที่เข้าโจมตีโคโลนี่หมายเลข3ก็ถูกกำจัดจนสิ้น

นักสู้ทุกคนพากันถอนหายใจโล่งอก

พวกเขารู้สึกราวกับว่าพวกตนรอดชีวิตจากหายนะมาได้

อย่างไรก็ตามหลังจากการต่อสู้ครั้งนี้ จำนวนของผู้เสียชีวิตกลับทำให้หลายๆคนต้องเงียบงัน

นักสู้พลเรือน14คนเสียชีวิตและอีก32คนได้รับบาดเจ็บสาหัส

นักสู้ของกองพลก่อสร้าง37คนเสียชีวิตและมีอีก11คนได้รับบาดเจ็บสาหัส

พวกเขาเหล่านี้ล้วนเป็นนักสู้ขอบเขตที่7!

เทียบกันแล้วนักสู้ของกองพลก่อสร้างนั้นคือนักสู้ที่ถูกฝึกมาเป็นอย่างดีมากกว่านักสู้พลเรือน อย่างไรก็ตามเพื่อปกป้องหอคอยสายฟ้าแล้วพวกเขาหลายคนจึงเสียชีวิตลงภายใต้การระเบิดตัวเองของพวกวิญญาณ

หลังจากการต่อสู้สิ้นสุด ผู้นำกำแพงทิศตะวันออกก็ได้ทำการจัดแจงเวรยามในค่ำคืนนี้ ส่วนนักสู้คนอื่นๆก็พากันลากสังขารกลับไปยังที่พักของตนเอง

ระหว่างทางกลับที่พักนั้นหลินเซวียนและคนอื่นๆลองตรวจสอบกำไลข้อมือของพวกตนดู

พวกเขาพบว่าแต้มบุญสะสมในบรรพตเสี้ยววิญญาณนั้นเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก

ทุกคนล้วนได้แต้มบุญมาอย่างน้อยคนละ2000แต้ม

เนื่องจากผลงานช็อคโลกของระเบิดเพลิงทำให้เขาได้แต้มบุญมาถึง3000แต้ม

“ศิลาไขกระดูกสายฟ้าเป็นของดีจริงๆ มันเหมาะแก่การเป็นเชื้อเพลิงของหอคอยสายฟ้ายิ่งนัก ฉันคำนวนว่ากองพลก่อสร้างน่าจะเพิ่มการค้นหาศิลาไขกระดูกสายฟ้ามากขึ้นแน่ๆในอนาคต” หมาป่าเงินเอ่ยยิ้มๆ

ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย

คราแรกนั้นพวกเขาคิดเพียงว่าศิลาไขกระดูกสายฟ้าเป็นเพียงไพ่ตายช่วยชีวิตสำหรับจอมเวทย์ที่เชี่ยวชาญเวทย์สายฟ้าเท่านั้น

จนมาได้ยินคำกล่าวของผู้นำกำแพงพวกเขาถึงทราบความจริงในที่สุด

ไม่ใช่ว่าศิลาไขกระดูกสายฟ้าเป็นไอเทมเกรดสีทองที่มีคุณสมบัติธาตุสายฟ้าหรอกรึ?! มันคือเชื้อเพลิงอันสมบูรณ์แบบสำหรับหอคอยสายฟ้าชัดๆ!

“ทุกคนไปพักผ่อนเถอะ พวกเรายังต้องลอบตรวจสอบสถานการณ์ผิดปกติภายในโคโลนี่หมายเลข3ในวันพรุ่งนี้ต่ออีก” เย่อู่ชิวบอกลาคนอื่นๆและกลับเข้าห้องของตัวเอง

หลินเซวียนและคนอื่นเองก็กลับเข้าห้องเช่นกัน หลังจากชำระล้างร่างกายแล้วพวกเขาก็ทิ้งตัวลงบนเตียงเพื่อพักผ่อน

ราตรีนั้นยาวนาน หลินเซวียนไม่ง่วงเลยหลังจากเพิ่งผ่านการต่อสู้มา เขาจึงตรวจสอบสถานการณ์ในถ้ำใต้ดินผ่านทางมุมมองของอสรพิษเสี้ยวศิลา

เมื่อเขาเพ่งมองผ่านมุมมองของอสรพิษเสี้ยวศิลาเขาก็พลันต้องตกตะลึง

เชี่ย นี่มันห่าเหวอะไรเนี่ย?!

อสรพิษเสี้ยวศิลากวาดตามองไปรอบๆ พื้นที่ใต้ดินที่มืดสลัวแห่งนี้กลับอัดแน่นไปด้วยวิญญาณจำนวนมาก!

วิญญาณเหล่านี้มีดวงตาและใบหน้าว่างเปล่า พวกมันลอยอยู่กับที่ด้วยท่าทีทื่อมะลื่อและไม่เคลื่อนไหวเลยแม้แต่น้อย

อย่างไรก็ตามอสรพิษเสี้ยววิญญาณเองก็ไม่ได้ถูกพวกวิญญาณโจมตีเช่นกัน

หนังศีรษะของหลินเซวียนชาหนึบ

นี่เขาพึ่งจะเหยียบเข้ามาในรังของพวกวิญญาณรึไงเนี่ย?

ในบรรพตเสี้ยววิญญาณมีวิญญาณอยู่เยอะขนาดนี้เชียว?

หลินเซวียนควบคุมให้อสรพิษเสี้ยวศิลาคลานไปรอบๆ

อย่างแรกเลยคือเขาอยากจะรู้ว่าในถ้ำใต้ดินแห่งนี้มีวิญญาณรวมตัวกันอยู่กี่พันตัว

อสรพิษเสี้ยวศิลาคลานไปมาบนพื้นดินไม่หยุด

ระหว่างทางนั้นพวกเขาพบกับวิญญาณน้อยลงเรื่อยๆ ท้ายที่สุดพวกมันก็หายไปอย่างสมบูรณ์

หลังจากอสรพิษคลานมาได้กว่าสองชั่วโมง ในที่สุดหลินเซวียนก็เริ่มเห็นแสงจันทร์สาดส่องลงมา

“ด้วยความเร็วของอสรพิษเสี้ยวศิลาแล้ว...วิญญาณพวกนั้นน่าจะรวมตัวกันอยู่ที่ส่วนลึกลงไปกว่าพันเมตรใต้ดิน”

“ยิ่งเข้าใกล้พื้นโลกมากเท่าไหร่พวกวิญญาณก็ยิ่งน้อยลงเท่านั้น”

“กองพลก่อสร้างรู้เกี่ยวกับการคงอยู่ของพวกวิญญาณเหล่านี้รึเปล่า? หรือพวกมันพึ่งจะโผล่กันออกมา? พวกมันน่าจะพึ่งจะโผล่ออกมาไม่อย่างนั้นกองพลก่อสร้างคงส่งผู้เชี่ยวชาญไปกวาดล้างพวกมันแล้ว”

ยิ่งหลินเซวียนคิดมากเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติมากเท่านั้น

บรรพตเสี้ยววิญญาณแห่งนี้แปลกประหลาดจริงๆ

ท้องฟ้าตอนนี้ก็มืดลงเร็วกว่าเมื่อก่อน

พวกวิญญาณเองจู่ๆก็ได้รับความสามารถในการระเบิดตัวเองมา

ยิ่งไปกว่านั้นลึกลงไปใต้ดินนับพันเมตรยังมีวิญญาณจำนวนมากมารวมตัวกัน

สุดท้ายก็คือพวกกลุ่มนักสู้ของอินเดียและสปายของอินเดียที่ปะปนเข้ามาในบรรตพตเสี้ยววิญญาณและเตรียมจะสร้างหายนะเต็มที

เมื่อนำตัวแปรทั้งหลายเหล่านี้มาผูกเข้าด้วยกัน หลินเซวียนรู้สึกว่าเรื่องใหญ่บางอย่างกำลังจะเกิดขึ้นในซักวัน

“หืม? นั่นมันเสียงมนุษย์ไม่ใช่หรอ?” หลินเซวียนจู่ๆก็พลันได้ยินเสียงใครบางคนคุยกันผ่านทางมุมมองของอสรพิษเสี้ยวศิลา

อย่างไรก็ตามเสียงนั้นกลับไม่ใช่ภาษาจีนหากแต่ฟังดูคล้ายภาษาฮินดีมากกว่า