หลินเซวียนเร่งรุดไปยังเตาปฏิกรณ์ของหอคอยสายฟ้า
ความร้อนที่นี่พุ่งสูงมากและอุณหภูมิเองก็ร้อนลวกยิ่งนัก
มีนักสู้ระดับต่ำกว่าสิบคนอยู่ที่นี่และกำลังตักถ่านหินยัดเข้าไป
แม้ว่าบรรพตเสี้ยววิญญาณจะเป็นแดนลับมหึมาแต่ก็ยังมีนักสู้ระดับต่ำอยู่เป็นจำนวนมาก
หน้าที่ของพวกเขาส่วนใหญ่จะเป็นด้านการจัดหาอาหาร งานจิปาถะและงานบริการอื่นๆ บางคนก็รับหน้าที่หลอมอุปกรณ์หรือปรุงโพชั่น
ถ้าพวกเขาอยากจะรับสมัครนักสู้ระดับสูงมาทำงานพวกนี้คงต้องใช้แก่นแท้ในการจ้างแทนเหรียญทั่วไป
กองพลก่อสร้างคงประคองรายจ่ายไม่ไหว ดังนั้นพวกเขาจึงทำได้เพียงชักชวนนักสู้ระดับต่ำมาจากภายนอก
ดวงตาของนักสู้ระดับต่ำเหล่านี้ในตอนนี้ล้วนแดงก่ำจากฝุ่นควันและมีน้ำตาหยดลงมาอย่างต่อเนื่อง
หากแต่ถ่านหินกลับหมดลงแล้ว
“ถ่านหมดแล้ว!“
“ทำยังไงดี? หอคอยอัสนียังต้องชาร์จพลังงานอีก20%เลยนะถึงจะเต็ม พวกเราไม่สามารถกลบความแตกต่างนี้ได้แน่!”
“หนีกันเถอะยังไงซะพวกเราก็เป็นแค่นักสู้ระดับต่ำ ต่อให้กำแพงเมืองพังก็ไม่ใช่ความผิดพวกเราอยู่แล้ว”
เมื่อหลินเซวียนมาถึงที่นี่ก็พบว่ามีนักสู้ระดับต่ำหลายคนหลบหนีไปแล้ว เหลือเพียงนักสู้ที่มีท่าทางกังวลไม่กี่คนที่พากันเดินไปเดินมาเท่านั้น
ภายใต้สายตาตกตะลึงของพวกเขา หลินเซวียนมุ่งตรงเข้าหาเตาปฏิกรณ์และหยิบไอเทมซึ่งเปล่งแสงสีฟ้าขึ้นมาก่อนจะยัดมันลงไป
นักสู้รอบๆพากันส่ายหัวอย่างสิ้นหวัง
“ไร้ประโยชน์แล้ว นอกจากถ่านหิน น้ำมันและก๊าซธรรมชาติมีแค่ไอเทมเกรดสีทองจากแดนลับมหึมาเท่านั้นที่สามารถใช้แทนพลังงานได้ พวกเราลองกับทุกอย่างที่พวกเรามีไปแล้ว” นักสู้ขอบเขตที่4เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ฉันเองก็โยนอุปกรณ์เข้าไปตั้งหลายชิ้นแต่กลับไม่มีปฏิกริยาตอบสนองเลย”
หลินเซวียนมองไปที่คนผู้นั้น “นายเป็นคนของกองพลก่อสร้างรึเปล่า?”
“ไม่”
“ถ้างั้นทำไมถึงต้องพยายามขนาดนั้น? กระทั่งยอมโยนอุปกรณ์สวมใส่ของตัวเองเข้าไปเพื่อทดสอบว่ามันใช้งานได้หรือไม่เนี่ยนะ?”
นักสู้ขอบเขตที่4ผู้นั้นถอนหายใจออกมา “ถ้ากำแพงเมืองพังลงวิญญาณจำนวนมากก็จะหลั่งไหลเข้ามาและพวกเราก็ไม่มีทางหยุดพวกมันได้ ถึงตอนนั้นนักสู้ระดับต่ำอย่างเราย่อมไม่มีใครคิดจะปกป้องอยู่แล้ว”
“ดังนั้นฉันเลยลองทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ ยังไงซะชะตากรรมของพวกเราก็ถูกผูกติดเอาไว้กับโคโลนี่แห่งนี้”
หลินเซวียนพยักหน้า “นายเป็นคนที่มองโลกตามความเป็นจริงจริงๆ”
นักสู้ระดับต่ำที่หลบหนีไปและนักสู้ระดับสูงที่ลอบล่าถอยจากกำแพงเมืองอย่างเงียบๆนั้นล้วนเป็นพวกที่มีสายตาแคบสั้น
ถ้ากำแพงเมืองพังลง โคโลนี่แห่งนี้ก็จบเห่
หนทางเดียวที่จะทำให้มั่นใจได้ว่ากำแพงเมืองจะยังคงอยู่คือการเปิดใช้งานหอคอยสายฟ้าทั้งสาม!
โตโลนี่หมายเลข3อยู่ห่างจากหมายเลข2หลายสิบกิโล
มีนักสู้ขอบเขตที่7เพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถหลบหนีไปยังโคโลนี่หมายเลข2ได้ภายใต้การโจมตีของพวกวิญญาณ
“เมื่อกี้คุณโยนอะไรเข้าไป? มันใช้เป็นพลังงานได้ด้วยหรอ?” นักสู้ขอบเขตที่4ถามขึ้น
หลินเซวียนใช้สกิลตรวจสอบขั้นสูงกับหอคอยสายฟ้าอีกครั้งหนึ่งและพยักหน้า “ไม่เพียงแต่ใช้เป็นเชื้อเพลิงได้แต่ยังเพิ่มความเร็วในการชาร์จพลังงานด้วย”
ศิลาไขกระดูกสายฟ้านั้นสามารถเติมพลังงานได้มากถึง10%!
“อีกหนึ่งก้อนก็จบแล้ว!”
หลินเซวียนโยนเข้าไปอีกก้อนหนึ่ง
พริบตาต่อมาหอคอยสายฟ้าก็พลันส่งเสียงคำรามออกมาอย่างรุนแรงราวกับอัดแน่นไปด้วยพลังงาน
นักสู้บนกำแพงเมืองพากันเงยหน้ามองด้วยความประหลาดใจก่อนจะตะโกนออกมาอย่างตื่นเต้น “หอคอยสายฟ้าชาร์จเสร็จแล้ว!”
ผู้นำกำแพงทิศตะวันออกเองก็ประหลาดใจมากเช่นกัน “ดีมาก! ทุกคนใช้ข้อได้เปรียบจากหอคอยสายฟ้า กำจัดพวกวิญญาณให้เกลี้ยง!”
วิญญาณที่เข้าใกล้ชายของของหอคอยสายฟ้าและพยายามใช้สกิลระเบิดตัวเองกลับถูกหอคอยสายฟ้าช็อตจนกลายเป็นฝุ่นโดยไม่มีโอกาสได้ใช้สกิลด้วยซ้ำ
หว่านโหยวซียังออกแบบให้หอคอยสายฟ้านั้นจำแนกมนุษย์เป็นพิเศษและโจมตีเพียงวิญญาณเท่านั้น
เช่นนี้แล้วนักสู้ชาวมนุษย์จึงสามารถรวมตัวกันอยู่ใต้หอคอยสายฟ้าได้และค่อยๆได้เปรียบมากขึ้นทีละน้อยๆ
ตูม! ตูม! ตูม!
โซ่สายฟ้าปะทุออกมาและมีวิญญาณจำนวนมากที่ถูกโจมตี ร่างกายของพวกมันพลันแข็งค้างไปในทันที
เมื่อเห็นเช่นนี้เหล่านักสู้จึงพากันใช้โอกาสนี้รุมโจมตี
กระทั่งนักสู้ที่หมายจะถอยก็ยังพากันย้อนกลับมาทันทีที่เห็นเหตุการณ์และพากันโยนสกิลลงไป
ตูม!
หอคอยสายฟ้าปลดปล่อยสุดยอดโซ่สายฟ้าลงไปจากกำแพงเมือง วิญญาณจำนวนกว่าครึ่งภายในรัศมี50เมตรถูกสังหารในพริบตาและอีกครึ่งหนึ่งเองก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส!
วิญญาณที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสยังติดสถานะตาบอดและไม่สามารถสวนกลับได้อีกด้วย หลังจากนั้นพวกมันก็ตายลงอย่างรวดเร็วภายใต้สกิลที่โถมกระหน่ำลงมาของเหล่านักสู้
เมื่อนักสู้ขอบเขตที่4ได้ยินเสียงประหลาดใจดังมาจากกำแพงเมือง เขาก็อุทานออกมาด้วยความประหลาดใจเช่นกัน “ได้ผลจริงๆงั้นหรอ?!”
เขาอยากจะขอบคุณชายหนุ่มนักสู้ขอบเขตที่7คนเมื่อกี้หากแต่กลับพบว่าอีกฝ่ายนั้นหายตัวไปแล้ว
หลินเซวียนเปิดใช้งาน ‘อัสนีวาโย’ และมุ่งหน้าตรไปยังหอคอยสายฟ้าอีกสองหอและทำแบบเดียวกันคือโยนศิลาไขกระดูกสายฟ้าสองก้อนลงไปในเตาปฏิกรณ์
หอคอยสายฟ้าทั้งสองหอพลันถูกเติมเต็มพลังงานจนเต็มในเวลาสั้นๆ
สายฟ้าอันน่าสะพรึงโถมกระหน่ำลงจากกำแพงเมือง!
ผู้นำกำแพงทิศตะวันออกเองก็ตกตะลึงไปเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าจู่ๆหอคอยสายฟ้าเหล่านั้นก็อัดแน่นไปด้วยพลังอำนาจถึงเพียงนั้น
“ทำไมพลังของหอคอยสายฟ้าพวกนี้ถึงดูแข็งแกร่งกว่าปกติ? แปลกมาก”
จนถึงตอนนี้หลินเซวียนได้ทำการยัดศิลาไขกระดูกสายฟ้าเข้าไปในหอคอยสายฟ้าทั้งสามหอบนกำแพงทิศตะวันออกจนครบแล้ว ไม่นานนักเขาก็ปรากฏตัวอีกครั้งที่เบื้องหน้าของผู้นำกำแพง
“นอกจากกำแพงทิศตะวันออกแล้ว กำแพงด้านอื่นเองก็ถูกพวกวิญญาณโจมตีด้วยรึเปล่า?”
ผู้นำกำแพงทิศตะวันออกส่ายหัว “ฉันไม่ได้รับคำร้องขอความช่วยเหลือ ควรจะมีเพียงฝั่งเราเท่านั้นที่ถูกโจมตีเช่นนี้”
ได้ยินดังนี้หลินเซวียนจึงถอนหายใจโล่งอก
“กำลังเสริมมาแล้ว!”
ในเวลานั้นเองผู้นำกำแพงพลันพบว่ามีนักสู้หลายคนหลั่งไหลมาจากกำแพงทั้งสามด้านที่เหลือ
ผู้ที่นำคนมาคือเหล่าอู๋ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบลงทะเบียนเข้าเมืองนั่นเอง
“พวกเรามาแล้ว! คงยังไม่สายไปใช่ไหม!? หืม?” เหล่าอู๋ปีนขึ้นมาบนกำแพงพร้อมด้วยขวานยักษ์ในมือแต่เขากลับต้องตกตะลึงเมื่อเห็นว่าคลื่นวิญญาณนั้นถูกขับไล่ไปแล้ว
“หอคอยสายฟ้าฝั่งนายดูเหมือนจะชาร์จพลังเร็วน่าดู...พวกนายใช้หอคอยสายฟ้าขับไล่พวกวิญญาณออกไปงั้นหรอ?” เหล่าอู๋ลดขวานลง
ผู้นำกำแพงพยักหน้า “ทั้งหมดต้องขอบคุณนักสู้โค้ดเนมส์โล่ผู้นี้ ผมไม่รู้หรอกว่าเขาใช้ไอเทมเกรดสีทองอะไรโยนเข้าไปในเตาปฏิกรณ์ของหอคอยสายฟ้า หากแต่หลังจากเขาโยนไอเทมของเขาเข้าไปความเร็วในการชาร์จพลังงานของหอคอยสายฟ้าก็เร็วขึ้นมาก ต้องขอบคุณเขาทำให้พวกเราสามารถประคองสถานการณ์เอาไว้ได้ก่อนที่แนวรับจะพังทลายลง”
เหล่าอู๋มองไปที่หลินเซวียนด้วยความประหลาดใจ “ฉันจำนายได้ นายคือหนึ่งในคนที่เหล่าหลี่พามา”
หลินเซวียนพยักหน้า
“นายใช้ไอเทมเกรดสีทองอะไร? ไม่ต้องห่วงกองพลก่อสร้างจะไม่ลืมบุญคุณนี้ พวกเราจะเรียบเรียงแต้มบุญให้นายในคืนนี้เลย” เหล่าอู๋เอ่ยปลอบ
“ศิลาไขกระดูกสายฟ้าจากภูเขาอัสนีร่วงน่ะครับ”
หลินเซวียนเองก็ไม่คิดจะซ่อน
ข่าวคราวเรื่องที่ภูเขาอัสนีร่วงเลื่อนขั้นเป็นแดนลับมหึมานั้นได้แผ่กระจ่ายไปทั่วทั้งกองพลก่อสร้างแล้ว เหล่านักสู้เองจึงรู้เกี่ยวกับไอเทมที่ดรอปจากภูเขาอัสนีร่วงบ้างแล้วเช่นกัน
“เป็นศิลาไขกระดูกอัสนีนี่เอง ไม่แปลกใจเลย! เจ้าสิ่งนี้เหมาะแก่การใช้เป็นเชื้อเพลิงของหอคอยสายฟ้าที่สุดจริงๆนั่นแหละ” เหล่าอู่พยักหน้าซ้ำๆ
“ไม่ใช่แค่ผมหรอก ศิลาไขกระดูกอัสนีบางชิ้นก็ได้มาจากเหล่าสหายของผมเหมือนกัน” หลินเซวียนชี้ไปที่พวกเย่อู่ชิวซึ่งกำลังสู้กับพวกวิญญาณอย่างเอาเป็นเอาตายบนกำแพงเมือง
เหล่าอู่หัวเราะเสียงดังสนั่น “ดี! คนที่เหล่าหลี่พามาไม่เลวเลยจริงๆ! ฉันจะไม่ลืมแต้มบุญของพวกเธออย่างแน่นอนดังนั้นไม่ต้องกังวล!”
เขาตบไหล่ของหลินเซวียนเพื่อให้มั่นใจและหมุนตัวจากไปเพื่อตรวจตรากำแพงเมืองทิศอื่นต่อ
หอคอยทั้งสามบนกำแพงเมืองทิศตะวันออกนั้นสำแดงพลังอำนาจออกมาอย่างเต็มพิกัดแล้ว วิญญาณพวกนี้ย่อมไม่มีทางเข้าใกล้รัศมีสิบเมตรจากกำแพงเมืองได้อีกต่อไป
อสูรวิญญาณผสมที่อยู่ไกลออกไปจ้องมองมาที่หอคอยสายฟ้าด้วยด้วยสายตาดุดันและคำรามออกมาก่อนจะหายตัวกลับเข้าไปในความมืด
หลังจากมันจากไป พลังรบของพวกวิญญาณก็ลดลงอย่างมีนัยยะ
แม้ว่าพวกมันจะยังเข้าโจมตีกำแพงเมืองอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยแต่ก็ไม่หลงเหลือความต้องการจะต่อสู้อีกต่อไปแล้ว
หนึ่งชั่วโมงให้หลัง วิญญาณทั้งหมดที่เข้าโจมตีโคโลนี่หมายเลข3ก็ถูกกำจัดจนสิ้น
นักสู้ทุกคนพากันถอนหายใจโล่งอก
พวกเขารู้สึกราวกับว่าพวกตนรอดชีวิตจากหายนะมาได้
อย่างไรก็ตามหลังจากการต่อสู้ครั้งนี้ จำนวนของผู้เสียชีวิตกลับทำให้หลายๆคนต้องเงียบงัน
นักสู้พลเรือน14คนเสียชีวิตและอีก32คนได้รับบาดเจ็บสาหัส
นักสู้ของกองพลก่อสร้าง37คนเสียชีวิตและมีอีก11คนได้รับบาดเจ็บสาหัส
พวกเขาเหล่านี้ล้วนเป็นนักสู้ขอบเขตที่7!
เทียบกันแล้วนักสู้ของกองพลก่อสร้างนั้นคือนักสู้ที่ถูกฝึกมาเป็นอย่างดีมากกว่านักสู้พลเรือน อย่างไรก็ตามเพื่อปกป้องหอคอยสายฟ้าแล้วพวกเขาหลายคนจึงเสียชีวิตลงภายใต้การระเบิดตัวเองของพวกวิญญาณ
หลังจากการต่อสู้สิ้นสุด ผู้นำกำแพงทิศตะวันออกก็ได้ทำการจัดแจงเวรยามในค่ำคืนนี้ ส่วนนักสู้คนอื่นๆก็พากันลากสังขารกลับไปยังที่พักของตนเอง
ระหว่างทางกลับที่พักนั้นหลินเซวียนและคนอื่นๆลองตรวจสอบกำไลข้อมือของพวกตนดู
พวกเขาพบว่าแต้มบุญสะสมในบรรพตเสี้ยววิญญาณนั้นเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก
ทุกคนล้วนได้แต้มบุญมาอย่างน้อยคนละ2000แต้ม
เนื่องจากผลงานช็อคโลกของระเบิดเพลิงทำให้เขาได้แต้มบุญมาถึง3000แต้ม
“ศิลาไขกระดูกสายฟ้าเป็นของดีจริงๆ มันเหมาะแก่การเป็นเชื้อเพลิงของหอคอยสายฟ้ายิ่งนัก ฉันคำนวนว่ากองพลก่อสร้างน่าจะเพิ่มการค้นหาศิลาไขกระดูกสายฟ้ามากขึ้นแน่ๆในอนาคต” หมาป่าเงินเอ่ยยิ้มๆ
ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย
คราแรกนั้นพวกเขาคิดเพียงว่าศิลาไขกระดูกสายฟ้าเป็นเพียงไพ่ตายช่วยชีวิตสำหรับจอมเวทย์ที่เชี่ยวชาญเวทย์สายฟ้าเท่านั้น
จนมาได้ยินคำกล่าวของผู้นำกำแพงพวกเขาถึงทราบความจริงในที่สุด
ไม่ใช่ว่าศิลาไขกระดูกสายฟ้าเป็นไอเทมเกรดสีทองที่มีคุณสมบัติธาตุสายฟ้าหรอกรึ?! มันคือเชื้อเพลิงอันสมบูรณ์แบบสำหรับหอคอยสายฟ้าชัดๆ!
“ทุกคนไปพักผ่อนเถอะ พวกเรายังต้องลอบตรวจสอบสถานการณ์ผิดปกติภายในโคโลนี่หมายเลข3ในวันพรุ่งนี้ต่ออีก” เย่อู่ชิวบอกลาคนอื่นๆและกลับเข้าห้องของตัวเอง
หลินเซวียนและคนอื่นเองก็กลับเข้าห้องเช่นกัน หลังจากชำระล้างร่างกายแล้วพวกเขาก็ทิ้งตัวลงบนเตียงเพื่อพักผ่อน
ราตรีนั้นยาวนาน หลินเซวียนไม่ง่วงเลยหลังจากเพิ่งผ่านการต่อสู้มา เขาจึงตรวจสอบสถานการณ์ในถ้ำใต้ดินผ่านทางมุมมองของอสรพิษเสี้ยวศิลา
เมื่อเขาเพ่งมองผ่านมุมมองของอสรพิษเสี้ยวศิลาเขาก็พลันต้องตกตะลึง
เชี่ย นี่มันห่าเหวอะไรเนี่ย?!
อสรพิษเสี้ยวศิลากวาดตามองไปรอบๆ พื้นที่ใต้ดินที่มืดสลัวแห่งนี้กลับอัดแน่นไปด้วยวิญญาณจำนวนมาก!
วิญญาณเหล่านี้มีดวงตาและใบหน้าว่างเปล่า พวกมันลอยอยู่กับที่ด้วยท่าทีทื่อมะลื่อและไม่เคลื่อนไหวเลยแม้แต่น้อย
อย่างไรก็ตามอสรพิษเสี้ยววิญญาณเองก็ไม่ได้ถูกพวกวิญญาณโจมตีเช่นกัน
หนังศีรษะของหลินเซวียนชาหนึบ
นี่เขาพึ่งจะเหยียบเข้ามาในรังของพวกวิญญาณรึไงเนี่ย?
ในบรรพตเสี้ยววิญญาณมีวิญญาณอยู่เยอะขนาดนี้เชียว?
หลินเซวียนควบคุมให้อสรพิษเสี้ยวศิลาคลานไปรอบๆ
อย่างแรกเลยคือเขาอยากจะรู้ว่าในถ้ำใต้ดินแห่งนี้มีวิญญาณรวมตัวกันอยู่กี่พันตัว
อสรพิษเสี้ยวศิลาคลานไปมาบนพื้นดินไม่หยุด
ระหว่างทางนั้นพวกเขาพบกับวิญญาณน้อยลงเรื่อยๆ ท้ายที่สุดพวกมันก็หายไปอย่างสมบูรณ์
หลังจากอสรพิษคลานมาได้กว่าสองชั่วโมง ในที่สุดหลินเซวียนก็เริ่มเห็นแสงจันทร์สาดส่องลงมา
“ด้วยความเร็วของอสรพิษเสี้ยวศิลาแล้ว...วิญญาณพวกนั้นน่าจะรวมตัวกันอยู่ที่ส่วนลึกลงไปกว่าพันเมตรใต้ดิน”
“ยิ่งเข้าใกล้พื้นโลกมากเท่าไหร่พวกวิญญาณก็ยิ่งน้อยลงเท่านั้น”
“กองพลก่อสร้างรู้เกี่ยวกับการคงอยู่ของพวกวิญญาณเหล่านี้รึเปล่า? หรือพวกมันพึ่งจะโผล่กันออกมา? พวกมันน่าจะพึ่งจะโผล่ออกมาไม่อย่างนั้นกองพลก่อสร้างคงส่งผู้เชี่ยวชาญไปกวาดล้างพวกมันแล้ว”
ยิ่งหลินเซวียนคิดมากเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติมากเท่านั้น
บรรพตเสี้ยววิญญาณแห่งนี้แปลกประหลาดจริงๆ
ท้องฟ้าตอนนี้ก็มืดลงเร็วกว่าเมื่อก่อน
พวกวิญญาณเองจู่ๆก็ได้รับความสามารถในการระเบิดตัวเองมา
ยิ่งไปกว่านั้นลึกลงไปใต้ดินนับพันเมตรยังมีวิญญาณจำนวนมากมารวมตัวกัน
สุดท้ายก็คือพวกกลุ่มนักสู้ของอินเดียและสปายของอินเดียที่ปะปนเข้ามาในบรรตพตเสี้ยววิญญาณและเตรียมจะสร้างหายนะเต็มที
เมื่อนำตัวแปรทั้งหลายเหล่านี้มาผูกเข้าด้วยกัน หลินเซวียนรู้สึกว่าเรื่องใหญ่บางอย่างกำลังจะเกิดขึ้นในซักวัน
“หืม? นั่นมันเสียงมนุษย์ไม่ใช่หรอ?” หลินเซวียนจู่ๆก็พลันได้ยินเสียงใครบางคนคุยกันผ่านทางมุมมองของอสรพิษเสี้ยวศิลา
อย่างไรก็ตามเสียงนั้นกลับไม่ใช่ภาษาจีนหากแต่ฟังดูคล้ายภาษาฮินดีมากกว่า
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved