ตอนที่ 57

ภายในบ้านร้างที่ไหนซักแห่งเสียงจากวิทยุยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลินเซวียนยิ้มขำ

“การปรากฏตัวของพวกอสูรขอบเขตที่5จากภูเขาปิศาจชั้นต่ำน่าจะสร้างความโกลาหลให้กับฐานขององค์กรไม่น้อย ได้เวลาไม่ส่งข้อมูลแล้วสินะ”

หลินเซวียนตบไหล่ร่างแยกของเขา

พริบตาต่อมาเงาร่างสองร่างก็พุ่งออกจากบ้านร้างทั้งสองฝั่งและวิ่งขึ้นเหนือไป

แม้จะอยู่ในชุดเกราะหนักแต่ความเร็วของหลินเซวียนก็ยังคงเร็วมาก ในเวลาสั้นๆเพียงหนึ่งนาทีเขาก็ได้วิ่งมาเป็นระยะทางกว่า500เมตรแล้ว อุปกรณ์สวมใส่ของร่างแยกของเขานั้นเบายิ่งกว่าทำให้ร่างแยกของเขาเร็วยิ่งกว่าร่างหลักเสียอีก

ภายในห้องทำงานของผู้จัดการหมายเลข1 แววตาที่มีเพียงข้างเดียวของผู้จัดการหมายเลข1ที่มีผมขาวโพลนพลันเฉียบคมขึ้นมา เขาผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้และเดินออกไปที่ระเบียง มองไปทางแดนรกร้างที่อยู่ห่างไกลออกไปซึ่งถูกปกคลุมเอาไว้ภายใต้ความมืดยามราตรี

ภายใต้การตรวจจับวงกว้างของเขาราตรีก็เหมือนไม่มีอยู่

เขาสามารถมองเห็นตึกรามที่เรียงซ้อนกันภายใต้เท้าของเขา เขามองเห็นอสูรปิศาจที่กำลังออกเข่นฆ่านักกู้ซากอยู่รวมไปถึงนักสู้ที่พากันหลั่งไหลออกมาจากหอพักเพื่อกู้สถานการณ์

ไกลออกไปนั้นเขาเห็นเหล่าผู้อพยพที่ต้องทนทุกข์กับความหิวและความหนาวเย็นอยู่ภายในเพิงของพวกเขาซึ่งอยู่ด้านนอกฐานขององค์กร วินาทีที่สายตาของเขามองไปนั้นเป็นวินาทีเดียวกับที่มีหญิงสาวผู้อพยพที่หิวเกินจะทานทนเป็นลมสลบไป

หมายเลข1ไม่ได้หยุดสายตาเอาไว้ที่ตรงนี้และมองไปข้างหน้าต่อ

เขาเห็นเงาร่างสองร่างกำลังวิ่งขึ้นเหนือไปด้วยความเร็วสูงลิ่วภายใต้ท้องฟ้ายามราตรี

ในอดีตเขาคงไม่คิดจะหยุด

นั่นก็เพราะมักจะมีคนทำเช่นนี้เกือบทุกคืน ผู้อพยพรู้ดีว่าทางเหนือนั้นคือที่ตั้งของกองพลก่อสร้างแต่พวกเขาไม่รู้หรอกว่ากองพลก่อสร้างนั้นอยู่ห่างไกลจากฐานขององค์กรเจอร์มินอลมากเพียงใด

พวกเขาเพ้อฝันที่จะข้ามผ่านแดนรกร้างยามค่ำคืนโดยไม่รู้เลยว่าแดนรกร้างนั้นหาใช่ที่ที่นักสู้แสนอ่อนแอสามารถเหยียบย่างเข้าไปได้

ในอดีตหมายเลข1ย่อมไม่สนใจและปล่อยให้คนโง่พวกนี้ไปได้ตามสบาย อยากไปไหนก็ไป

หากแต่ในเวลานี้ที่องค์กรกำลังจะเข้าจู่โจมเมืองเครนขาวเขาจำเป็นต้องระมัดระวังทุกคนที่หลบหนีออกจากอาณาเขตขององค์กร

ผู้จัดการหมายเลข1ทราบมานานแล้วว่าอาจจะมีสปายอยู่ในองค์กรเจอร์มินอล สปายที่ถูกส่งมาจากกองพลก่อสร้าง

นี่เป็นข้อมูลที่สปายขององค์กรเจอร์มินอลที่ฝังรากอยู่ในเมืองเครนขาวส่งมา

ยังไงก็ตามเขาก็ยังหาไม่เจอว่าคนผู้นี้เป็นใคร

“หมายเลข3ไปจับพวกมันมาให้ฉัน”

หมายเลข1หยิบเครื่องมือสื่อสารออกมาจากโต๊ะข้างๆและเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก

ผู้จัดการหมายเลข3ที่กำลังวุ่นวายอยู่กับการช่วยพวกนักสู้ หลังจากได้ยินคำสั่งของหมายเลข1เขาก็รีบหมุนตัวจากไปทันทีและปล่อยให้นักสู้ที่อยู่ข้างกายเขาถูกอสูรขอบเขตที่5ฆ่าล้างอย่างบ้าคลั่ง

เทียบกับการหยุดอสูรขอบเขตที่5แล้ว เห็นได้ชัดเลยว่าการจับตัวสปายทั้งสองคนนั้นสำคัญกว่า

ผู้จัดการหมายเลข3มุ่งหน้าไปอย่างรวดเร็ว สายลมยามราตรีกรีดผ่านเส้นผมและใบหน้าของเขาราวกับคมมีด

เขารวดเร็วยิ่งนักและสามารถย่นระยะได้ถึง30เมตรในหนึ่งวินาที

ไม่นานนักเมื่อเงาของสิ่งก่อสร้างสูงโปร่งในเมืองไป๋สุ่ยปรากฏให้เห็นเขาก็พบเข้ากับเงาร่างสองร่าง

หลินเซวียนขมวดคิ้วเล็กน้อย

อย่าบอกนะ? องค์กรเจอร์มินอลกำลังตกอยู่ในความโกลาหลขนาดนี้แต่พวกนั้นก็ยังเลือกส่งผู้จัดการหมายเลข3มาจับคนที่น่าจะเป็นสปายอยู่ดีงั้นหรอ?

แล้วถ้าพวกเขาเป็นแค่ผู้อพยพที่อยากจะเดินทางไปยังกองพลก่อสร้างเพื่อเสาะหาชีวิตที่ดีกว่าเล่า?

“พวกเราจะแยกกันเป็นสองทาง มาดูกันว่านายจะเลือกยังไง

หลินเซวียนควบคุมร่างแยกให้แยกไปอีกทางหนึ่ง

ร่างหลักและร่างแยกของเขาแยกกันออกเป็นสองทิศทางและเข้าสู่เขตเมืองที่กลายเป็นซากปรักหักพังจากสองทิศและหายไปในพริบตาราวกับหยดน้ำที่ผสานเข้ากับทะเล

ผู้จัดการหมายเลข3ไม่ได้หยุดฝีเท้า เขาเปิดใช้งานสกิลของตัวเองและสร้างร่างแยกขึ้นมาเช่นกัน!

หลินเซวียนสบถด่าออกมาในใจ

เวรเอ๊ย...เจ้าหมอนี่เองก็มีสกิลร่างแยกเหมือนกัน

เสียก็แต่ไม่รู้ว่าระดับและเกรดของสกิลร่างแยกของผู้จัดการหมายเลข3มันสูงแค่ไหน

ยังไงก็ตามหลินเซวียนเดาว่าอีกฝ่ายไม่น่าจะลงทุนกับสกิลร่างแยกมากนัก อย่างมากก็น่าจะเป็นแค่เกรดสีม่วงเท่านั้น

เนื่องจากสกิลร่างแยก สกิลตรวจสอบ อ่อนแอ ปลอมแปลงและตรวจจับนั้นเป็นสกิลที่แทบจะเรียกได้ว่าไร้ประโยชน์ในการต่อสู้ มีคนแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่เรียนรู้พวกมันดังนั้นไม่ต้องกล่าวถึงการลงทุนแต้มค่าประสบการณ์อันล้ำค่าไปกับพวกมันเลย

เมื่อเห็นว่าคนที่ไล่ตามเขามาเป็นร่างแยกของผู้จัดการหมายเลข3 หลินเซวียนก็ยิ้มและเร่งฝีเท้าในทันที

เขาเพิ่มความเร็วขึ้นอย่างฉับพลันและมุ่งหน้าตรงขึ้นเหนือ

ร่างแยกของเขาเคยเห็นเมืองเครนขาวจากที่ไกลๆมาหนหนึ่งแล้วดังนั้นเขาจึงเคยคิดหาเส้นทางที่เร็วที่สุดในการมุ่งหน้าไปยังเมืองเครนขาวเอาไว้แล้ว

ในเวลานี้ทั้งร่างหลักและร่างแยกของเขาต่างพากันวิ่งวนอ้อมรอบรถบัสทุกคัน ต้นไม้ทุกต้นภายในเมืองร้างแห่งนี้และพยายามย่นระยะทางให้ได้มากที่โดยการใช้ซอยแคบๆ

ในแง่นี้ผู้จัดการหมายเลข3ด้อยกว่าเขา

หมายเลข3สัมผัสได้ว่าระยะทางนั้นยากนักที่จะย่นเข้ามาจึงเริ่มจริงจังในทันที

เป็นไปไม่ได้แน่ที่ผู้อพยพธรรมดาจะรวดเร็วถึงเพียงนี้! ผู้จัดการหมายเลข1คาดเดาถูกต้อง อีกฝ่ายต้องเป็นสปายที่กองพลก่อสร้างส่งมาที่องค์กรอย่างแน่นอน หนนี้อีกฝ่ายน่าจะกำลังส่งข้อมูลกลับไปยังกองพลก่อสร้าง!

หมายเลข3เปิดใช้งานสกิล ‘ย่างก้าวสายลม’ ของเขาในทันทีทำให้ความเร็วในการเคลื่อนที่เพิ่มขึ้นมาอีก50%

นี่เป็นหนึ่งในสกิลที่หลินเซวียนไม่อาจมองผ่านได้ด้วยสกิลตรวจสอบของเขา

เมื่อสัมผัสได้ถึงความเร็วที่เพิ่มขึ้นของหมายเลข3 หลินเซวียนกลับไม่แปลกใจ

ยังไงซะอีกฝ่ายก็เป็นหนึ่งในคนที่มีตำแหน่งสูงที่สุดในองค์กรเจอร์มินอล เขาเป็นถึงนักสู้เลเวล9ขอบเขตที่6ดังนั้นถ้าอีกฝ่ายไม่มีไพ่ตายแบบนี้สิถึงแปลก

เวลาผ่านพ้นไปไม่นานในที่สุดหลินเซวียนก็เห็นกับแนวปราการหนาแน่นของเมืองเครนขาวที่อยู่ภายใต้ท้องฟ้ายามค่ำคืน!

ในเวลานี้เองร่างหลักของผู้จัดการหมายเลข3ได้เข้ามาอยู่ในระยะ10เมตรจากร่างแยกของหลินเซวียนแล้ว

ระยะนี้พอที่อีกฝ่ายจะโจมตีได้แล้ว

ผู้จัดการหมายเลข3กระโจนเข้าโจมตีร่างแยกของหลินเซวียนในคราวเดียว จากนั้นเขาก็จ่อดาบพิษเหมันต์เอาไว้ที่ลำคอของร่างแยก

หากแตก่อนที่เขาจะได้ถามอะไร ร่างแยกของหลินเซวียนกลับหายไปเสียก่อนเหลือทิ้งเอาไว้เพียงอุปกรณ์เกรดสีขาวเท่านั้น

ผู้จัดการหมายเลข3มึนงงยิ่งนัก อีกฝ่ายเองก็เรียนรู้สกิลร่างแยกด้วย?

สกิลนี้แม้จะไม่ได้เป็นสกิลที่คนโคตรจะไม่นิยมเหมือนกับสกิลอ่อนแอแต่การเรียนรู้สกิลเช่นนี้เพิ่มเติมนั่นก็หมายถึงคนผู้นั้นจะต้องใช้ค่าประสบการณ์มากขึ้นตามไปด้วย

นักสู้ทั่วๆไปแค่หาค่าประสบการณ์ให้พอยกระดับพลังต่อสู้ก็แทบจะมีเวลาไม่พอแล้ว คนพวกนี้จะไปสนใจสกิลที่ไม่ได้เพิ่มความสามารถในการต่อสู้ทำไม?

“ร่างแยกของฉันต้องจับหมอนั่นได้แน่นอน!”

ผู้จัดการหมายเลข3นั่งลงและเพ่งสมาธิไปที่การควบคุมร่างแยก

หลินเซวียนควบแน่นสกิลแท่งน้ำแข็งและเหวี่ยงมันกลับไปทางด้านหลัง

ร่างแยกของผู้จัดการหมายเลข3หลบในทันที

หากแต่ในตอนที่เขาหลบแท่งน้ำแข็งแท่งแรกไปได้พลันปรากฏแท่งน้ำแข็งอีกห้าถึงหกแท่งพุ่งเข้าจู่โจม

ในบรรดาเวทย์มนตร์ทั้งสี่ธาตุ เวทย์ไฟนั้นมุ่งเน้นไปที่การสร้างความเสียหายให้กับเป้าหมายเดี่ยว เวทย์สายฟ้ามุ่งเน้นไปที่การสร้างความเสียหายแบบกลุ่ม เวทย์พิษมุ่งเน้นไปที่การลดพลังชีวิตอย่างต่อเนื่องและเวทย์น้ำแข็งมุ่งเน้นไปที่การสร้างสถานะผิดปกติ ว่าง่ายๆเลยก็คือเวทย์น้ำแข็งจะทำให้อีกฝ่ายติดดีบัฟลดความเร็วและติดสถานะแช่แข็ง

ร่างแยกของหมายเลข3ไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้ หลังจากโดนแท่งน้ำแข็งเข้าไปสองรอบความเร็วของมันก็ลดลงไปถึง10%

เพราะความแตกต่างเพียงเล็กน้อยนี้เองที่เป็นตัวทำให้ระยะทางระหว่างทั้งสองฝ่ายเพิ่มมากขึ้น

ตอนนี้เขาเข้าสู่เขตเตือนภัยของเมืองเครนขาวแล้ว

ผู้จัดการหมายเลข3ไม่อาจล่วงล้ำไปต่อได้ ถ้าเขาไปต่อย่อมดึงดูดความสนใจของนักสู้ขอบเขตที่7ในเมืองเครนขาวเป็นแน่

เขารู้ดีว่าเขายังไม่สามารถจัดการกับนักสู้ขอบเขตที่7ได้

ผู้จัดการหมายเลข3จ้องมองไปยังเงาร่างใต้ชุดเกราะหนาหนักนั้นด้วยแววตาลึกล้ำและหายไปท่ามกลางความมืด

“หยุดอยู่ตรงนั้น! นายเป็นใคร?!”

เสียงคำรามดังสนั่นมาจากบนกำแพงเมืองเครนขาว

หลินเซวียนเงยหน้ามองขึ้นไปด้านบน “ผู้อพยพน่ะ ผมบังเอิญโชคดีหลบหนีมาจากองค์กรเจอร์มินอลได้”

ประตูเปิดออกเล็กน้อยและมืทหารสองคนในชุดเกราะเดินออกมา พวกเขาจ้องมองมาที่หลินเซวียนด้วยสายตาหวาดระแวง

“ฐานขององค์กรเจอร์มินอลอยู่ห่างจากที่นี่ไปนับร้อยกิโล นายมาที่นี่ได้ยังไง?” หลินเซวียนเกาหัว “เดินมาสิ”

คนทั้งสอง “...ช่วยตามพวกเราไปที่จุดคัดกรองก่อน พวกเราต้องการถามคำถามหลายอย่างกับนาย”

หลินเซวียนส่ายหัว “ไม่ใช่ปัญหาหรอกแต่ว่าถ้าเรื่องสำคัญแบบนี้ล่าช้าออกไปพวกคุณคงแบกรับสิ่งที่ตามมาไม่ไหว ผมแนะนำให้พวกคุณพาผมไปคุยกับคนที่คุมที่นี่โดยตรงเลยจะดีกว่า”

ยังไงซะหมายเลข3ก็เห็นแล้วว่าเขามายังเมืองเครนขาว หลังจากรู้เรื่องนี้ไม่มีทางที่หมายเลข1จะไม่ลงมือทำอะไรเลย มีโอกาสเป็นไปได้สูงมากที่การต่อสู้จะเกิดขึ้นไวกว่าปกติ