เมื่อได้ยินข่าวนี้สีหน้าของเย่หลี่เจียงกลับยังคงสงบราบเรียบ
โบราณสถานคุนหลุนกับบรรพตเสี้ยววิญญาณนั้นล้วนตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนืของหัวเซี่ย ตำแหน่งของพวกมันนั้นค่อนข้างไกลจากพื้นที่ควบคุมของกองพลก่อสร้างและยังมีแนวโน้มว่าจะได้รับผลกระทบจากทางอินเดียมากกว่าส่วนอื่นๆ
ดังนั้นสองแดนลับนี้จึงมีนักสู้ขอบเขตที่9คอยคุ้มกันอยู่เสมอ
ลู่ผิงเจียงกับลู่ผิงไห่คือสองนักสู้ขอบเขตที่9ที่รับหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์ของโบราณสถานคุนหลุนและบรรพตเสี้ยววิญญาณ
“รู้ไหมว่าแรงจูงใจของอินเดียคืออะไร?” เย่หลี่เจียงถามเสียงเรียบ
ลู่ผิงเจียงเกาหัว “ไม่ใช่ว่าพวกนั้นแค่อยากจะโจมตีโบราณสถานคุนหลุนหรอครับ? ยังจะต้องมีอะไรอีก?”
เย่หลี่เจียงเอ่ยขัด “ให้เวลาสิบวิลองคิดอีกที ตอบมาอย่างจริงจัง”
สิบวินาทีอันยาวนานผ่านพ้น
เย่หลี่เจียงถาม “แรงจูงใจของอินเดียคืออะไร?”
ลู่ผิงเจียงตอบกลับเสียงเข้ม “ไม่ทราบครับ”
เย่หลี่เจียง “..ถ้านายไม่รู้แล้วจะทำน้ำเสียงจริงจังทำไม?”
ลู่ผิงเจียงยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน “เอิ่ม...ก็คุณบอกให้ผมตอบอย่างจริงจังไม่ใช่หรอ?”
เย่หลี่เจียงส่ายหัว “ใช้สมองมากกว่านี้หน่อยเถอะ พวกเราสู้กับอินเดียมาหลายต่อหลายครั้งแล้วนายยังไม่รู้อีกหรอว่าความตั้งใจที่แท้จริงของพวกนั้นคืออะไร?”
เย่หลี่เจียงพูดต่อ “พวกนั้นกำลังเบี่ยงเบนความสนใจโดยการเพิ่มจำนวนของทหารใกล้ๆกับโบราณสถานคุนหลุน เป้าหมายที่แท้จริงคือการโจมตีบรรพตเสี้ยววิญญาณ ด้วยไอเทมพิเศษชิ้นนั้นพวกนั้นยังจำเป็นต้องโจมตีโบราณสถานคุนหลุนอีกรึไง?”
มาถึงตรงนี้ลู่ผิงเจียงพลันตบต้นขาตัวเองอย่างแรง “เข้าใจแล้ว...สมแล้วที่เป็นพี่สาวเย่!”
เย่หลี่เจียงแค่นเสียง “นายแค่ขี้เกียจคิดมากกว่า”
ลู่ผิงเจียงหัวเราะ
เย่หลี่เจียงเอ่ยต่อ “ฉันจะจัดสรรค์นักสู้ขอบเขตที่7กับขอบเขตที่8จำนวนหนึ่งและแสร้งให้พวกเขาเข้าไปในโบราณสถานคุนหลุนเพื่อสนับสนุน แต่ความจริงแล้วฉันจะลอบให้พวกเขาไปยังบรรพตเสี้ยววิญญาณ เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับให้ดี คงไม่ต้องบอกวิธีใช่ไหม?”
ลู่ผิงเจียงพยักหน้ารับซ้ำไปซ้ำมา “เข้าใจแล้วพี่สาวเย่!”
หลังจากวางสายดวงตาของเย่หลี่เจียงก็เปล่งประกายเย็นเยียบ
อินเดียดูเหมือนจะรอเขมือบกลืนแดนลับมหึมาของกองพลก่อสร้างไม่ไหวแล้ว
ถ้างั้นพวกเขาก็ต้องเล่นไปตามเกมของพวกมันและทำให้พวกมันบาดเจ็บสาหัส!
ในการต่อสู้ครั้งนี้เธอคิดจะจัดการกับนักสู้ระดับกลางและระดับสูงของทางอินเดียให้สิ้นซาก!
...
เมืองหลงไห่
หลังจากการสำรวจภูเขาอัสนีร่วงลุล่วงไปแล้ว กองพลก่อสร้างสาขาเมืองหลงไห่ก็ได้พานพบกับช่วงเวลาอันสงบสุขอันหาได้ยากเสียที
นักสู้ขอบเขตที่7ที่ถูกส่งมาจากหลากหลายสถานที่ต่างพากันกลับไปยังเมืองของตน
หากแต่เย่อู่ชิวกับแบล็คนั้นยังคงรั้งอยู่ในเมืองหลงไห่ กล่าวกันว่าทางศูนย์หลักนั้นได้ส่งผู้อำนวยการคนใหม่มาประจำที่เมืองเครนขาวแล้ว
เช่นนี้แล้วหลังจากเย่อู่ชิวลงจากตำแหน่งผู้อำนวยการของกองพลก่อสร้างสาขาเมืองเครนขาวเธอจึงสามารถเก็บเลเวลในภูเขาอัสนีร่วงและเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตนเองได้
หลินเซวียนเองก็เปรมปรีดิ์ยิ่งันก เขาทั้งอ่านทั้งกินตลอดทั้งวันทำให้รู้สึกพึงพอใจยิ่งนัก
เขากระทั่งใช้เวลาไปอีกสองวันเพื่อออกแบบใบหน้าอันหล่อเหลาสองใบหน้าให้กับทั้งโล่วิญญาณและระเบิดเพลิงอีกด้วย
ในช่วงที่ผ่านมานี้เขายังสะสมแก่นแท้ได้มากพอสำหรับอัพเลเวลจากเลเวล1เป็นเลเวล2ขอบเขตที่7เสียที
เนื่องจากการมีอยู่ของสกิลอาชีพอย่าง ‘ค่าสถานะประทานพร’ หลินเซวียนจึงไม่จำเป็นต้องคิดให้มากความ เขาจัดสรรค์ค่าสถานะทั้ง9แต้มไปกับค่าความอดทนในทันที
หลังจากเพิ่มค่าความอดทนแล้ว ค่าสถานะ9แต้มนี้ก็จะถูกนำไปเพิ่มให้กับค่าสถานะอื่นๆในอัตราส่วน1.9เท่า เมื่อคำนวนดูแล้วเท่ากับว่าค่าสถานะ9แต้มของเขาเทียบได้กับค่าสถานะโดยรวม17แต้ม
อย่างไรก็ตามถ้าเขาเพิ่มค่าความแข็งแกร่ง พลังจิตหรือความเร็ว ค่าสถานะ9แต้มนี้ก็จะมีค่าเพียง9แต้ม
ในช่วงเวลาว่างนี้หลินเซวียนไม่ลืมที่จะหาหนังสือสกิล ‘ราชันย์อสูรเหมันต์’ มาครอบครองหากแต่โชคไม่ดีนักที่ไม่มีแดนลับใดในเมืองหลงไห่เลยที่มีหนังสกิลเล่มนี้ดรอป
หลายวัยให้หลังคำสั่งโยกย้ายจากศูนย์หลักก็ได้มาถึงกองพลก่อสร้างเมืองหลงไห่
ฉู่เผิงเฉิงเรียกรวมตัวเหล่านักสู้ขอบเขตที่7ของเมืองหลงไห่และเอ่ยเสียงขรึม “อินเดียจู่ๆก็สร้างแคมป์ที่ชายแดนและเรียกรวมนักสู้ขอบเขตที่7เป็นจำนวนมาก มีโอกาสเป็นไปได้สูงที่พวกนั้นคิดจะโจมตีโบราณสถานคุนหลุน”
“ศูนย์หลักได้ออกคำสั่งให้นักสู้ขอบเขตที่7ไปยังโบราณสถานคุนหลุนกลุ่มหนึ่งเพื่อป้องกันการโจมตีอย่างฉับพลันจากทางอินเดีย”
หลินเซวียนประหลาดใจยิ่งนัก
ด้วยไอเทมชิ้นนั้นไม่ใช่ว่าทางอินเดียควรจะเล่นวิธีลอบโจมตีรึไง?
แล้วทำไมจู่ๆถึงคิดจะสู้ซึ่งๆหน้า?
อย่างไรก็ตามเขาก็ขี้เกียจจะคิดให้มากความ ในเมื่อศูนย์หลักอยากจะส่งกำลังพลไปสนับสนุน ถ้างั้นถ้าเขาไปก็จะได้แต้มบุญ
หลินเซวียนอยากจะเห็นด้วยว่าหนังสือสกิลหรืออุปกรณ์สวมใส่ที่เขาต้องการนั้นอยู่ในโบราณสถานคุนหลุนไหม ถ้ามีเขาก็จะใช้แต้มบุญแลกเปลี่ยนกับพวกมันมา
“ฉันจะรั้งอยู่ที่เมืองหลงไห่คงไปกับพวกนายไม่ได้” ฉู่เผิงเฉิงถอนหายใจ “น่าเสียดายจริงๆ ฉันเองก็อยากจะไปกระทืบให้พวกนั้นเหมือนกัน”
กล่าวจบเขาก็โบกมือ “ไปเตรียมตัวเถอะ พรุ่งนี้พวกนายก็ออกเดินทางได้เลย พวกนายคือกลุ่มแรกที่จะมุ่งหน้าไปยังโบราณสถานคุนหลุน”
ทุกคนพยักหน้ารับและแยกย้ายจากไป
พวกเขาตรงนี้มีอยู่ไม่มากนัก
นอกจากโล่วิญญาณ ระเบิดเพลิงแล้วก็มีเพียงเย่อู่ชิว แบล็ค ไป๋ชิงเหอและหมาป่าเงินเท่านั้นที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดี
วันถัดมาพวกเขาทั้งหกคนต่างพากันขึ้นรถออฟโร้ดสองคันเพื่อมุ่งหน้าไปยังโบราณสถานคุนหลุน
อาหาร น้ำสะอาด เชื้อเพลิงและเต็นท์นั้นถูกตระเตรียมเอาไว้พร้อมสรรพ
เมืองหลงไห่ตั้งอยู่ใจกลางของหัวเซี่ยแต่โบราณสถานคุนหลุนนั้นตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือและอยู่ห่างไกลเป็นอย่างมาก
ในอดีตนั้นถ้าใช้รถไฟความเร็วสูงก็อาจจะใช้เวลาราวเจ็ดถึงแปดชั่วโมงกว่าจะถึง
ตอนนี้พวกเขามีเพียงรถออฟโร้ด ถึงแม้จะถูกปรับแต้งมาแล้วแต่กว่าจะถึงก็คงต้องใช้เวลาราวๆหนึ่งหรือสองอาทิตย์
เย่อู่ชิวเอ่ยเสียงเข้ม “พวกเราควรจะกำหนดเส้นทางล่วงหน้า ไม่อย่างนั้นอาจจะเจอกับสถานการณ์ขาดแคลนทรัพยากรได้”
ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย
ดังนั้นกระบวนการมุ่งหน้าไปยังเมืองถัดไปนั้นจึงถูกเย่อู่ชิวจัดแจงอย่างมีแบบแผน เธอถึงขั้นวางแผนว่าจะไปเมืองไหนบ้างและต้องเติมอาหาร น้ำและเชื้อเพลิงเท่าไหร่ นอกจากนั้นอาหารยังถูกแบ่งออกเป็นโปรตีน น้ำคาร์บอนและหมวดหมู่แยกย่อยอื่นๆอีกมากมาย เธอกระทั่งคิดถึงความชอบทางด้านอาหารที่หลากหลายของทุกคนอีกด้วย
ยกตัวอย่างเช่นระเบิดเพลิงที่ชอบอาหารทอดอย่างไก่ทอดหรือมันฝรั่งทอด
แบล็คก็ชอบดื่มทุกวัน หลังจากไปถึงเมืองถัดไปพวกเขาจึงวางแผนว่าจะซื้อว็อดก้า เอ่อกั่วโถวและเหล้าหนักๆชนิดอื่นๆมาตุนเอาไว้บ้าง
กระทั่งคนที่จู้จี้จุกจิกหากมาเห็นแผนการเดินทางนี้ก็ยังไม่อาจโต้แย้งได้
หลินเซวียนกวาดตามองแผนการเดินทางและถอนหายใจออกมา
เย่อู่ชิวนี่ควรค่าแก่ตำแหน่งผู้อำนวยการโดยแท้ แผนการของเธอครอบคลุมดีมาก
ด้วยแผนการนี้พวกเขาย่อมสามารถไปถึงโบราณสถานคุนหลุนได้อย่างปลอดภัยโดยปราศจากอุบัติเหตุใดๆ
จากนั้น!
จากนั้นระหว่างทางไปยังเมืองถัดไปที่อยู่ถัดจากเมืองหลงไห่ พวกเขากลับถูกหยุดเอาไว้โดยรถออฟโร้ดอีกคันหนึ่งที่มารออยู่ก่อนแล้ว
คนที่นั่งอยู่ในรถคือชายชราร่างรูปโป่งรูปร่างกำยำ
หลี่เหว่ยกั๋ว!
อาจารย์ของหมาป่าเงินกับแบล็ค
หมาป่าเงินสตั้นไปทันที
“ทำไมอาจารย์มาอยู่ที่นี่? คุณควรจะอยู่ที่เมืองบาดาลไม่ใช่หรอ?”
ในเวลาเดียวกันแบล็คเองก็หยุดดื่มและมองไปที่ชายชราคนนั้นด้วยความประหลาดใจเช่นเดียวกัน
หลี่เหว่ยกั๋วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “ฉันเสียขาไปทางศูนย์หลักเลยสั่งให้กลับมาพักฟื้น ฉันคิดจะฟื้นฟูขาที่ขาดไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้และพาพวกนายไปด้วย”
กล่าวจบเขาก็เปิดประตูรถ
ทุกคนต่างตกตะลึงไปตามๆกันเมื่อเห็นว่าขาซ้ายของเขานั้นถูกติดเครื่องจักรเอาไว้
หมาป่าเงินตกตะลึงและรีบกุลีกุจอกระโดดลงจากรถ เขากัดฟันแน่นและเอ่ยออกมา “โดยอสูรในเมืองบาดาลโจมตีมางั้นหรอครับ?”
หลี่เหว่ยกั๋วเป่าหนวดของตัวเองและเอ่ยออกมา “เป็นฝีมือของสปายจากทุ่งราบมหาสวรรค์ เจ้าหมอนั่นจงใจให้ข้อมูลปลอมๆแก่เราจนทำให้ฉันติดอยู่ในวงล้อมของอสูร สปายคนนั้นสุดท้ายก็หนีไปได้ ฉันนี่โคตรจะโมโหเลย”
“สปายอีกแล้ว!” หมาป่าเงินกำหมัดแน่น
“เอาล่ะเรื่องน่าอับอายพวกนี้พักเอาไว้ก่อนเถอะ ตามฉันมา” หลี่เหว่ยกั๋วปิดประตูรถและทำท่าทางบอกให้พวกเขาขับตามไป
เย่อู่ชิวพยักหน้าและขับตามเขาไป
หลังจากขับมาซักพักเย่อู่ชิวกับหลินเซวียนก็ชะงักไปเล็กน้อย
นี่มันไม่ใช่เส้นทางปกตินี่ นี่พวกเขากำลังจะไปที่ไหนกัน?
“อาจารย์นี่พวกเรา...?” แบล็คอดถามออกมาไม่ได้
หลี่เหว่ยกั่วโบกมือ “คำสั่งจากศูนย์หลักนั้นแท้จริงถูกปิดเอาไว้เพื่อไม่ให้สปายภายในกองพลก่อสร้างรับรู้ ตามฉันมาก็พอ”
พวกเขาทั้งหกคนสับสนยิ่งนักแต่ก็ทำได้เพียงตามอีกฝ่ายไป
รถออฟโร้ดสามคันขับออกไปท่ามกลางแดนรกร้าง
ระดับของอสูรที่พวกเขาพบระหว่างทางนั้นไม่ได้สูงมากนัก พวกมันทั้งหมดจึงถูกสังหารโดยหมาป่าเงินและระเบิดเพลิงตั้งแต่ไกลๆ
เนื่องจากพวกเขาอยู่ในแดนรกร้าง รถออฟโร้ดจึงสามารถเพิ่มความเร็วได้โดยไม่ต้องกังวลและไม่จำเป็นต้องห่วงว่าจะไปเหยียบพืชพรรณจนเหี่ยวตาย
ไม่นานนักรถออฟโร้ดสามคันก็มาถึงสถานที่ที่ไม่มีอยู่ในแผนที่ของกองพลก่อสร้าง
ในความทรงจำของคนจากกองพลก่อสร้างนั้น ที่นี่คือแดนรกร้างขนาดมหึมา
มีเพียงสมาชิกแกนหลักไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ว่าที่นี่คือฐานใต้ดินที่ทางกองพลก่อสร้างแอบลอบสร้างเอาไว้
เหนือฐานใต้ดินนี้คือหมู่บ้านที่ถูกทิ้งร้าง หากดูจากบนฟ้าจะพบว่ามันค่อนข้างรกร้างยิ่งนัก
อย่างไรก็ตามมีเพียงหลังจากเข้าไปในหมู่บ้านเล็กๆนั่นแล้วเท่านั้นถึงจะพบกับโลกใต้ดินอีกใบหนึ่ง
“ตามฉันมา”
ภายใต้การนำทางของหลี่เหว่ยกั๋ว รถออฟโร้ดทั้งสามคันก็ได้มาหยุดอยู่ด้านหน้าฟาร์มเลี้ยงหมูเก่าแก่แห่งหนึ่ง
กระเบื้องหลังคานั้นกลับปกปิดรถออฟโร้ดเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์จนปราศจากร่องรอยใดๆ
“ที่นี่คือ...?” เย่อู่ชิวกระโดดลงจากรถด้วยใบหน้าตกตะลึง
“หมู่บ้านนี้ไร้ชื่อเป็นแค่สถานีส่งถ่ายเท่านั้น” หลี่เหว่ยกั๋วนำทางคนทั้งหกเข้าไปยังบ้านร้างและลงไปยังใต้ดินอย่างรวดเร็ว
ท่ามกลางอุโมงค์ที่มืดมิดทั้งสองฝากฝั่งจู่ๆแสงสว่างก็เริ่มปรากฏขึ้น
ท้ายที่สุดหลี่เหว่ยกั๋วก็นำคนทั้งหกมายังฐานใต้ดินที่กว้างขวางใหญ่โตกว่า300เมตรซึ่งตั้งอยู่ใต้ดิน
ภายในห้องโถงของฐานใต้ดินนั้นมีประตูแสงที่สูงกว่าหนึ่งเมตรตั้งอยู่
ใกล้ๆกับโถงนั้นมีห้องนอน คลังเก็บของ ห้องน้ำและห้องอื่นๆเรียงราย
หลินเซวียนประหลาดใจยิ่งนัก
จากที่เขารู้นั้นประตูแสงหนึ่งเมตรนั่นคือลักษณะแทนตัวของแดนลับขอบเขตที่1
ทำไมสถานที่ลับแบบนี้ถึงได้มีประตูแสงประหลาดแบบนี้อยู่กันล่ะ?
“ฉันคือผู้รับผิดชอบสถานีส่งถ่ายแห่งนี้ซึ่งอยู่ภายใต้หัวหน้าทั้งหก”
“ฉันเดาว่าน่าจะมีสถานีส่งถ่ายแห่งอื่นอยู่อีกแต่แม้แต่ตัวฉันก็ยังไม่รู้เกี่ยวกับพวกมัน”
“อีกฝั่งคือที่ไหนหรอครับ?” ไป๋ชิงเหอชี้ไปที่ประตูแสงและถามออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง
หลี่เหว่ยกั๋วยิ้ม “บรรพตเสี้ยววิญญาณ”
ทุกคนตกตะลึงไปตามๆกัน
หลี่เหว่ยกั๋วผายมือ “ที่นี่ปลอดภัยแล้ว ตอนนี้ฉันจะเล่าทุกอย่างให้พวกนายฟัง”
หากดูแบบผิวเผินแล้วนั้นอินเดียได้เพิ่มกำลังทหารใกล้กับโบราณสถานคุนหลุนแต่หัวหน้าเย่นั้นเดาว่าเป้าหมายที่แท้จริงของทางอินเดียคือบรรพตเสี้ยววิญญาณเสียมากกว่า
“ดูผิวเผินแล้วจึงเหมือนว่าพวกนายถูกส่งไปสนับสนุนโบราณสถานคุนหลุนแต่ในความเป็นจริงนั้นที่ที่พวกนายต้องไปคือบรรพตเสี้ยววิญญาณ”
“ประตูแสงนี้คือประตูแสงบานที่สองนอกเหนือจากประตูหลักของบรรพตเสี้ยววิญญาณ มีคนไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้เกี่ยวกับมัน พวกเราเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมบรรพตเสี้ยววิญญาณนั้นถึงมีประตูเสถียรถึงสองประตูหรือสาเหตุว่าทำไมประตูแสงหลักถึงสูงกว่าเจ็ดเมตรแต่ประตูแสงรองนั้นสูงเพียงเมตรเดียว อย่างไรก็ตามนี่ก็ไม่ได้หยุดพวกเราไม่ให้ใช้ประตูแสงนี้ได้แต่อย่างใด”
หลี่เหว่ยกั๋วยิ้มและเอ่ยต่อ
หลังจากเขากล่าวจบคนทั้งหกก็เข้าใจเรื่องราวได้เกือบทั้งหมด
หลินเซวียนเองก็ประหลาดใจอยู่เหมือนกัน
เขารู้สึกว่ามีบางอย่างแปลกๆกับการที่ทางอินเดียเพิ่มกำลังทหารใกล้ๆกับโบราณสถานคุนหลุนมาซักพักแล้ว
ทั้งนี้นั่นก็เพราะว่าระหว่างโบราณสถานคุนหลุนกับบรรพตเสี้ยววิญญาณนั้น อินเดียน่าจะเลือกโจมตีบรรพตเสี้ยววิญญาณแบบไม่ลังเลเสียมากกว่า
ยิ่งไปกว่านั้นหากนับเริ่มจาก20ปีก่อนและพื้นฐานทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและมรดกสืบทอดทางพุทธศาสนาแล้ว อินเดียเคยกล่าวอ้างว่าแดนลับบรรพตเสี้ยววิญญาณนั้นเป็นของพวกเขาและไม่เกี่ยวอะไรกับกองพลก่อสร้าง
แน่นอนว่ามีไม่กี่องค์กรบนโลกหรอกที่สนใจกับสิ่งที่ตัวเองกล่าวออกไป
“การอธิบายของฉันครอบคลุมพอไหม?” หลี่เหว่ยกั๋วกล่าวยิ้มๆ
ทุกคนพยักหน้ารับ
“ถ้างั้นผู้อาวุโสหลี่ พวกเราควรปรับเปลี่ยนใบหน้าใช่ไหม?” เย่อู่ชิวถาม
หลี่เหว่ยกั๋วพยักหน้า “ถูกต้อง ฉันมีสกิลปลอมแปลงขั้นสูงย่อมสามารถปลอมตัวให้พวกเธอได้ ตราบใดที่ไม่มีนักสู้ขอบเขตที่9ปรากฏตัวออกมา ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถมองทะลุการปลอมตัวนี้ได้ทั้งนั้น”
กล่าวจบเขาก็หยิบเซ็ตเครื่องสำอางออกมาจากอุปกรณ์เก็บของ
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved