ตอนที่ 97

อีกด้านหนึ่งนั้นเมื่อเห็นว่าทุกคนมารวมตัวกันพร้อมกัน ฉู่เผิงเฉิงจึงกวาดตามองไปที่ลู่หลัว หวังต้าฟู่และคนอื่นๆก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ทุกคนฉันขอฝากกองพลก่อสร้างเมืองหลงไห่ไว้ในมือของพวกนายเป็นการชั่วคราวด้วยนะ การเลื่อนขั้นของแดนลับยังไงซะก็ย่อมต้องดึงดูดความสนใจจากองค์กรอื่นๆอย่างแน่นอน ขอให้พวกนายจงมีสติและคอยเฝ้าระวังศัตรูทุกฝ่ายกันด้วย!”

จากนั้นฉู่เผิงเฉิงก็เดินเข้าไปตบไหล่ของหวังต้าฟู่และเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง “หวังต้าฟู่นายจะต้องรับหน้าที่ผู้อำนวยการชั่วคราว นายสามารถใช้อำนาจของผู้อำนวยการกองพลได้เต็มที่เลย!”

หวังต้าฟู่พยักหน้ารับอย่างหนักแน่น

ไม่นานนักฉู่เผิงเฉิงและนักสู้ขอบเขตที่7คนอื่นๆก็พากันผ่านประตูแสงของแดนลับและเข้าไปยังภูเขาอัสนีร่วงกันหมด

หลินเซวียนเองก็เปลี่ยนไปดูมุมมองของร่างอวตารของเขาเช่นกัน

ร่างอวตารที่เขาเลือกคือผึ้งอัสนี มันมีขนาดเล็กมากแต่หน้าท้องของมันนั้นสามารถยิงของเหลวสายฟ้าความร้อนสูงออกมาได้ ถ้าของเหลวนี้โดนร่างกายของใครเข้าก็จะทำให้การเกิดเผาไหม้อย่างรุนแรง ความอันตรายของมันนั้นไม่อาจประมาทได้เลย

เหตุผลที่หลินเซวียนเลือกมันก็เพราะมันมีขนาดตัวที่เล็กและสามารถแอบตามฉู่เผิงเฉิงกับคนอื่นๆไปได้ นอกจากนี้ยังสามารถจับตาดูสถานการณ์ชองพวกเขาได้ตลอดเวลาอีกด้วย

ในเวลานี้เองเขาก็พลันสังเกตเห็นว่าข้อมูลฝึกฝนของภูเขาอัสนีร่วงเกิดการเปลี่ยนแปลง

[ภูเขาอัสนีร่วง : 20แก่นแท้/นาที]

หลินเซวียนมองเข้าไปในมิติส่วนตัวของเขา

เขาพลันสังเกตเห็นบอลคริสตัลขนาดเท่ากับนิ้วมือปรากฏขึ้นมา

“ค่าประสบการณ์จะขึ้นมาที่หน้าต่างข้อมูลโดยตรงเลย นักสู้สามารถเลือกจัดแจงมันได้ว่าจะใช้เพิ่มเลเวลนักสู้ สกิลหรือเซ็ตรูน

“อย่างไรก็ตามแก่นแท้นั้น...มีรูปธรรม นี่ก็หมายความว่ามันสามารถใช้แลกเปลี่ยนได้”

ความคิดของหลินเซวียนกว้างไกลยิ่งนัก

“ดูเหมือนค่าเงินที่นักสู้เหนือกว่าขอบเขตที่7ใช้กันจะไม่ใช่เหรียญทั่วไปแต่เป็นแก่นแท้”

“มาดูซิว่าพวกนั้นทำอะไรกันบ้างในภูเขาอัสนีร่วง”

หลินเซวียนเปลี่ยนไปให้ความสนใจกับมุมมองของผึ้งอัสนีแทน

เขาเห็นว่าฉู่เผิงเฉิงและคนอื่นๆนั้นกำลังมุ่งหน้าสำรวจด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่งยวด ยิ่งไปกว่านั้นความเร็วในการสำรวจยังช้ามากและจำเป็นต้องหยุดบ่อยๆเพื่อวาดแผนที่

เมื่อพวกเขาพบกับอสูร พวกเขา7คนจะพุ่งเข้าไปกลุ้มรุมสังหารอสูรให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ ยิ่งไปกว่านั้นคนที่มีสกิลตรวจสอบระดับสูงที่สุดในบรรดาคนทั้งเจ็ดจะทำการตรวจสอบและบันทึกข้อมูลของพวกมันอย่างระมัดระวัง

“สมแล้วที่เป็นเหล่านักสู้ขอบเขตที่7ที่กองพลก่อสร้างฝูมฝักมา ทั้งเป็นระเบียบและไม่มีอะไรผิดพลาดเลย” หลินเซวียนอดไม่ได้ที่จะพยักหน้าชื่นชม

ฉู่เผิงเฉิงเรียกให้ทุกคนเข้าไปรวมกันพร้อมด้วยแววตาที่เปล่งประกายก่อนจะกล่าวออกมาอย่างมีความสุข “ที่นี่ไม่เลวเลย สภาพภูมิประเทศราบเรียบและมีอสูรในบริเวณใกล้เคียงน้อยมาก ยิ่งไปกว่านั้นการมองเห็นยังกว้างอีกด้วยและมีแม่น้ำสายเล็กๆไหลผ่าน เหมาะแก่การสร้างสถานีไร้ภัยมากๆ”

คนอื่นๆเองก็พยักหน้าเห็นด้วย

ฉู่เผิงเฉิงดึงธงออกมาจากอุปกรณ์เก็บของและปักมันลึกลงไปบนพื้นดินในทันที ธงนี้คือสัญลักษณ์ เช่นนี้แล้วในครั้งถัดไปที่เข้ามาเขาจะได้ไม่ลืม

“เส้นทางขึ้นเขาแต่เดิมเองก็ถูกปกคลุมโดยพวกพืชไปแล้ว ถ้าพวกเราอยากจะไปยังส่วนอื่นของภูเขาอัสนีร่วงก็ต้องเปิดทางกันเอง” ไป๋ชิงเหอมองไปยังพืชพันธุ์ที่ขึ้นหนาแน่นและขมวดคิ้วเล็กน้อย

บนท้องฟ้านั้นมักจะมีสายฟ้าผ่าลงมาบนภูเขาเป็นระยะๆทำให้พืชในบริเวณใกล้เคียงนั้นถูกระเบิดจนกระจาย อุณหภูมิร้อนจัดจากสายฟ้าฟาดนั้นทำให้พืชพรรณติดไฟอย่างรวดเร็วและเปลวเพลิงนั้นก็ลุกลามในเวลาไม่นาน

อย่างไรก็ตามใช้เวลาเพียงเสี้ยวพริบตาพื้นที่ที่ถูกเปิดออกโดยสายฟ้าก็จะมีพืชพันธุ์กลุ่มใหม่เข้าปกคลุม

พืชพันธุ์เหล่านี้มีน้ำเป็นส่วนประกอบอยู่เยอะมากดังนั้นไฟจึงเผาพวกมันได้ไม่นานก็ดับไปเอง

ไม่ว่าสายฟ้าจะฟาดลงมาเท่าไหร่ภูเขาอัสนีร่วงก็ยังคงถูกปกคลุมโดยพรรณพืชนานาชนิดอยู่ดี

“สายฟ้าผ่าลงมาแล้ว กระจายตัวกันเร็ว!” หมาป่าเงินพลันตะโกนออกมาเมื่อเห็นจุดแสงที่จู่ๆก็ปรากฏขึ้นใต้เท้าของตัวเอง

คนทั้งเจ็ดก้มหัวลงในเวลาเดียวกันและพบกับจุดแสงที่มีขนาดเท่ากับกะละมังใบหนึ่ง พวกเขาจึงรีบกระจายตัวกันออกไปทันที

ตูม!

หลินเซซียนมีความสุขยิ่งนักเมื่อเห็นสายฟ้า

หลังจากภูเขาอัสนีร่วงเลื่อนขั้น สายฟ้าเองก็ทรงพลังขึ้นด้วย!

อย่าได้ลืมเชียวว่าอสูรในภูเขาอัสนีร่วงนั้นแข็งแกร่งขึ้นได้ด้วยตัวเองโดยการดูดซับสายฟ้า

ไม่ใช่ว่านี่หมายความว่าร่างอวตารฝึกฝนของเขาจะสามารถแข็งแกร่งได้อย่างรวดเร็วรึไง?

แล้วก็เป็นดังคาด เมื่อหลินเซวียนเปลี่ยนไปดูมุมมองของร่างอวตารตัวอื่นเขาก็พลันพบว่าเลเวลของร่างอวตารเหล่านี้กำลังเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ

คาดว่าพวกมันน่าจะเลื่อนระดับจากเลเวล1ไปเลเวล2ขอบเขตที่7โดยใช้เวลาอย่างมากเพียงครึ่งวัน

ในเวลานี้เองจากมุมมองของร่างอวตารร่างหนึ่งหลินเซวียนพลันสังเกตุเห็นว่ามีฝูงอสูรกลุ่มใหญ่กำลังวิ่งกันลงมาจากด้านบน จำนวนของพวกมันมีมากกว่า300ตัวเห็นจะได้

ยิ่งไปกว่านั้นอสูรพวกนี้อย่างน้อยยังเป็นถึงเลเวล2ขอบเขตที่7และมีมากกว่าสิบตัวที่เป็นเลเวล3

ถ้าฉู่เผิงเฉิงกับพวกยังไปต่อด้วยความเร็วเท่านี้พวกเขาจะต้องปะทะกับอสูรเหล่านี้ที่จู่ก็บ้าคลั่งขึ้นมาอย่างแน่นอน

ผลที่ตามมานั้นร้ายแรงมาก

อสูรพวกนี้ไม่สนหรอกว่าพวกมันผ่านมาพบอะไรบ้าง

ถ้าใครก็ตามกล้าขวางหน้าพวกมันพวกมันก็จะทำลายจนกว่าอีกฝ่ายจะกลายเป็นเถ้าธุลีกระจัดกระจายหายไปอย่างสมบูรณ์

หลินเซวียนคิดอยู่ซักพักและตัดสินใจควบคุมให้ผึ้งอัสนีเข้าโจมตีพวกเขา

ก่อนจะโจมตีนั้นเขากระทั่งให้ผึ้งอัสนีบินเร็วกว่าปกติเพื่อเพิ่มเสียงกระพือปีกจนทำให้ฉู่เผิงเฉิงกับพวกได้ยินเสียงอย่างชัดเจน

“เสียงกระพือปีก! ระวังตัวให้ดีน่าจะเป็นอสูรประเภทแมลง!” เย่อู่ชิวเป็นคนแรกที่ตอบสนองและกวาดสายตามองไปรอบๆด้วยความระมัดระวัง

ฟิ้ว

พริบตานั้นนักสู้ทั้งเจ็ดคนก็พลันยืนหันหลังชนหลังและคอยตรวจสอบสภาพแวดล้อมโดยรอบ

“ทางนั้นเป็นผึ้งอัสนี! เสียงที่พวกเราได้ยินเมื่อกี้ก็น่าจะมาจากผึ้งตัวนี้นี่แหละ” ดวงตาของหมาป่าเงินเฉียบคมยิ่งนักและเขาก็สังเกตเห็นผึ้งอัสนีที่กำลังกระพือปีกตรงเข้ามาได้อย่างรวดเร็ว

ขนาดตัวของผึ้งอัสนีนั้นถือว่าใหญ่อยู่โดยมีขนาดประมาณฝ่ามือ

โดยเฉพาะหน้าท้องของมันที่กระเพื่อมไหวและเปล่งประกายสายฟ้าออกมาตลอดเวลา

“ระวังให้ดี ความเสียหายจากของเหลวสายฟ้าของผึ้งอัสนีนั้นสูงมาก ในบรรดาพวกเราไม่มีใครเลยที่มีค่าต้านทานสายฟ้าสูงๆ อย่าพยายามฝืนรับให้พยายามหลีกเลี่ยงจะดีกว่า” ไป๋ชิงเหอเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง

พรูด!

ผึ้งอัสนีทำการยิงกระแสไฟฟ้าออกมา

ไม่รู้เพราะเหตุใดแต่ทุกคนกลับรู้สึกว่าของเหลวสายฟ้านี้ทั้งแกว่งไปแกว่งมาไม่คงที่และช้ายิ่งนักราวกับยิงออกมาให้หลบง่ายๆ

ซ่า

ของเหลวสายฟ้าโจมตีไม่โดนใครเลยและสาดกระจายลงบนพื้นดินแทน

ต้นหญ้าบนพื้นพลันถูกเผาจนไหม้เกรียมโดยของเหลวสายฟ้าที่มีอุณหภูมิสูงจัด

พวกเขาทั้งเจ็ดคนพากันสูดลมหายใจเข้าลึกและรู้สึกทึ่งกับพลังทำลายของของเหลวสายฟ้านี้ยิ่งนัก

แต่เมื่อพวกเขาเงยหน้าขึ้นมามองอีกครั้งกลับพบว่าผึ้งอัสนีหายตัวไปแล้ว

“มัน...หนีไปแบบนี้เลย?” หมาป่าเงินยกมือขึ้นเกาหัว

“เอาไงต่อดี?” ฉู่เผิงเฉิงเองก็สับสนมากเช่นกัน ทุกคนเองก็สับสนไม่ต่างกัน

มันมาเพื่อแสดงท่าทางน่ารักเท่านั้นรึไง?

ทุกคนมุ่งหน้ากันต่อ หลังจากเดินมาได้ซักพักพวกเขาก็พลันพบว่ามีต้นไม้ที่ล้มระเนระนาดและถูกเผาจนไหม้เกรียมกองอยู่เป็นจำนวนมาก

แม้ว่าพืชพรรณต่างๆในภูเขาอัสนีร่วงจะเติบโตได้อย่างรวดเร็วแต่ก็จำเป็นต้องใช้เวลาอย่างแน่นอนหากถูกเผาจนเกรียมถึงระดับนี้

แบล็คย่อตัวลงและตรวจสอบอย่างระมัดระวัง “รอยเท้าของอสูรจำนวนมาก เดาว่าน่าจะมีจำนวนราวๆ200-300ตัว”

“พวกมันวิ่งผ่านมาจากทางตะวันตกสู่ตะวันออกนี้เมื่อครู่นี้เอง สงสัยจริงๆว่าทำไม”

ไป๋ชิงเหอจู่ๆก็พึมพำออกมา “ถ้าพวกเราไม่ถูกผึ้งอัสนีโจมตีเมื่อครู่ก็น่าจะต้องเข้าปะทะกับฝูงอสูรความเร็วสูงพวกนี้แล้วไม่ใช่หรอ?”

อีกหกคนที่เหลือชะงักไปชั่วขณะและในใจของพวกเขพลันบังเกิดความประหลาดใจวาบขึ้นมา

ทุกคนมองดูสถานการณ์และพบว่าที่อีกฝ่ายกล่าวมานั้นไม่เกินจริงเลย!

การเข้าโจมตีของผึ้งอัสนีทำให้การเดินทางของพวกเขาล่าช้าไปหลายนาที บังเอิญเหลือเกินว่ามันทำให้พวกเขาพลาดการเผชิญหน้ากับฝูงอสูรคลั่งพวกนี้ด้วย

“หรือว่าผึ้งอัสนีตัวนั้นจะชอบพวกเรา?” หมาป่าเงินเอ่ยออกมาไม่ทันคิด

แบล็คปรายตามองเขา “มันอาจจะชอบพวกเราแต่ไม่ชอบนายแน่นอน”

หมาป่าเงิน “...”

“บางทีอาจจะเป็นโชคชะตา” ฉู่เผิงเฉิงยักไหล่

คนอื่นๆเองก็พยักหน้าเห็นด้วยและออกสำรวจกันต่อ