ตอนที่ 124

ไม่นานนักเหล่านักสู้ก็แยกย้ายกันไป

หลินเซวียนเองก็เก็บผ้าแผงลอยแล้วเช่นกัน ในตอนนั้นเองเขาก็พลันสังเกตเห็นหมาป่าเงินเข้า

หมาป่าเงินพูดขึ้นด้วยความประหลาดใจ “นายกลับเอาโพชั่นเกรดสูงๆออกมาได้เยอะขนาดนี้อย่างที่พูดจริงๆ”

หลินเซวียนตอบกลับยิ้มๆ “ช่วงที่ผ่านมาผมโชคดีน่ะที่นานๆครั้งจะปรุงได้โพชั่นเกรดสีขาวทีนึง อัตราการล้มเหลวเองก็ไม่สูงมาก”

หมาป่าเงินถอนหายใจ “นายแข็งแกร่งกว่าฉันมากจริงๆและพลังต่อสู้เองก็ทรงพลังมากด้วย นอกจากนี้กระทั่งโพชั่นก็ยังสามารถสร้างออกมาได้ ความเร็วในการเติบโตของนายมันเหนือกว่าคนอื่นจริงๆ”

“ยังไงก็ตามนายต้องระวังมู่หยางให้ดี โพชั่นฟื้นฟูพลังชีวิตของนายเป็นของดีและขายในราคาถูกด้วย สิ่งนี้จะส่งผลต่อธุรกิจของมู่หยางอย่างแน่นอน หมอนั่นต้องมาสร้างปัญหาให้กับนายแน่”

หมาป่าเงินเอ่ยเสียงเข้ม “แม้ว่าในโคโลนี่จะห้ามต่อสู้หรือฆ่ากันแต่ถ้าอีกฝ่ายใช้วิธีการสกปรกฉันเกรงว่านายจะตอบโต้ไม่ได้”

หลินเซวียนยิ้ม “ในเมื่อผมคิดจะหาเงินทางนี้ก็ต้องรู้อยู่แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้น ความขัดแย้งนั้นหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผมคิดเรื่องนี้เอาไว้นานแล้ว”

เมื่อเห็นว่าโล่วิญญาณดูเหมือนจะเตรียมตัวมาดีหมาป่าเงินจึงไม่ได้กล่าวอะไรอีกและหมุนตัวจากไป

ในเวลาเดียวกัน ภายในพื้นที่ตลาดอีกฝั่งหนึ่ง

ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งนั่งอยู่หน้าโต๊ะปรุงยาและขมวดคิ้วเล็กน้อย

จำนวนของโพชั่นฟื้นฟูพลังชีวิตที่เขาปรุงได้ทุกวันนั้นมีจำกัดแต่ทุกครั้งนั้นมักจะขายออกจนเกลี้ยงตั้งแต่บ่ายสามบ่ายสี่แล้ว

หากแต่วันนี้ปาเข้าไปห้าโมงเย็นแล้วแต่ยังเหลืออีกกว่าสิบขวดที่ยังขายไม่ออก

“เกิดอะไรขึ้น? โพชั่นฟื้นฟูพลังชีวิตกลับขายไม่ได้ ไม่ใช่ว่านักสู้สายต่อสู้พวกนี้ต้องมาซื้อโพชั่นจากชั้นกันทุกวันรึไง?”

มู่หยางสับสนยิ่งนัก

ในความเป็นจริงแล้วเขาสามารถปรุงโพชั่นฟื้นฟูพลังชีวิตจำนวนมากกว่าที่ขายในทุกวันนี้ได้

หากแต่เขากลับเลือกที่จะไม่แสดงศักยภาพออกมาเต็มที่

นั่นก็เพราะคำสั่งของครุฑทำให้เขาต้องคอยควบคุมจำนวนของโพชั่นฟื้นฟูพลังชีวิตเอาไว้

เขาไม่มีทางปล่อยให้คนอื่นๆได้โพชั่นฟื้นฟำลังชีวิตจำนวนมากไปครองอย่างแน่นอน

บางครั้งการขาดแคลนโพชั่นฟื้นฟูพลังชีวิตจะสร้างความแตกต่างระหว่างความเป็นกับความตายให้เกิดขึ้นมาได้

เขาอยากจะใช้วิธีนี้เพื่อลดความแข็งแกร่งของนักสู้ในโคโลนี่หมายเลข3ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

วิธีที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนแบบนี้ยากจะมองออก

ในเวลานี้เองมู่หยางพลันสังเกตเห็นลูกค้าเข้าเดินผ่านหน้าเขาไปเขาจึงรีบเอ่ยถามออกมาทันที “วันนี้นายไม่ซื้อโพชั่นฟื้นฟูพลังชีวิตหรอ?”

ลูกค้าเขาคนนั้นคือเฟิงจวงร่างกำยำนั่นเอง เขายิ้มบางๆและเอ่ยออกมา “โพชั่นฟื้นฟูพลังชีวิตของนายแพงเกินไป ฉันไปซื้อมาจากที่อื่นแล้ว”

มู่หยางตกตะลึง

“มีคนที่ปรุงโพชั่นฟื้นฟูพลังชีวิตดีกว่าฉันด้วยรึไง?”

เฟิงจวงแค่นเสียงเอ่ยออกมา “ไม่เพียงแต่ความสามารถของโพชั่นฟื้นฟูพลังชีวิตของเขาจะดีกว่าเท่านั้นแต่ราคายังถูกกว่าของนายด้วย! ขอฉันแนะนำอะไรหน่อยนะ ในอนาคตอย่าได้โอ้อวดเกินไปไม่อย่างนั้นนายอาจจะไม่ได้แม้แต่เซนต์เดียว!”

เดิมทีเขาก็ไม่ได้ชอบมู่หยางอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามมีไม่กี่คนเท่านั้นในโคโลนี่หมายเลข3ที่สามารถปรุงโพชั่นฟื้นฟูพลังชีวิตได้ ในอดีตนั้นเขาทำได้เพียงซื้อมันจากมู่หยางในราคาสูงเท่านั้น

กองพลก่อสร้างเองก็มีโพชั่นฟื้นฟูพลังชีวิต หากแต่โพชั่นเหล่านั้นถูกสงวนไว้ให้กับสมาชิกของกองพลก่อสร้างและไม่สามารถแจกจ่ายให้กับคนนอกได้

ตอนนี้ในเมื่อมีทางเลือกที่ดีกว่าและถูกกว่าเขาก็ไม่จำเป็นต้องเสแสร้งทำทีเป็นสุภาพกับมู่หยางอีกต่อไป

เมื่อเห็นเฟิงจวงหมุนตัวจากไปอย่างไร้มารยาท มู่หยางก็ผุดลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธ “ในอนาคตต่อให้นายอยากจะซื้อโพชั่นฟื้นฟูพลังชีวิตจากฉันนายก็ต้องจ่ายเพิ่มเป็นสามเท่าของคนอื่น!”

เฟิงจวงกล่าวโดยไม่แม้แต่จะหันมามอง “ไม่ต้องห่วง ในอนาคตไม่ใช่แค่ฉันเท่านั้นแต่ลูกค้าอีกหลายคนของนายเองก็จะหยุดซื้อโพชั่นจากนายเหมือนกัน อย่าได้จองหองนัก”

มู่หยางโมโหยิ่งนัก

ในอดีตที่ผ่านมานอกจากสมาชิกของกองพลก่อสร้างแล้ว นักสู้คนอื่นๆเกือบทุกคนล้วนต้องซื้อโพชั่นฟื้นฟูพลังชีวิตจากเขากันทั้งนั้น

เขาจึงสามารถเพิ่มราคาได้ตามต้องการ

ถ้านักสู้คนอื่นๆทำให้เขาไม่พอใจเขาก็สามารถเพิ่มราคาขึ้นไปอีกได้ถึงสอง-สามเท่า อีกฝ่ายก็ทำได้เพียงกัดฟันและจำยอมรับผลที่ตามมาเท่านั้น

แต่ตอนนี้กลับมีคนกล้าต่อต้านเขา

“ไม่ได้ ฉันยังต้องยึดครองธุรกิจนี้ต่อไป! ไม่มีใครแข่งกันฉันได้ทั้งนั้น!” มู่หยางกัดฟันแน่น

จากนั้นเขาก็คว้าตัวของนักสู้คนหนึ่งมาและทำการสอบถามสถานการณ์

อีกฝ่ายเดิมทีไม่ยินดีจะบอกต่อเขานักแต่มู่หยางแสดงความจริงใจโดยการเสนอโพชั่นฟื้นฟูพลังชีวิตขวดใหญ่ให้ฟรีๆถึงสิบขวด อีกฝ่ายจึงฉีกยิ้มกว้างและบอกเล่าสถานการณ์ทุกอย่างให้ฟัง

“นายยังมีโพชั่นฟื้นฟูพลังชีวิตที่ซื้อจากที่นั่นอยู่รึเปล่า? ฉันยินดีใช้โพชั่นฟื้นฟูพลังชีวิตขวดใหญ่สองขวดแลกเปลี่ยนเลย” มู่หยางเอ่ยออกมา

ชายผู้นั้นพยักหน้าและยื่นโพชั่นฟื้นฟูพลังชีวิตให้กับเขา

หลังจากเห็นความสามารถของโพชั่นฟื้นฟูพลังชีวิตขวดนี้แล้วมู่หยางก็ขมวดคิ้วมุ่น

เป็นจริงดังที่เฟิงจวงบอกต่อเขา

ความสามารถของมันดีกว่าโพชั่นฟื้นฟูพลังชีวิตที่เขาทำแถมยังถูกกว่าด้วย ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเฟิงจวงถึงบอกว่าเขาคงไม่อาจยึดครองธุรกิจนี้เอาไว้ได้อีกต่อไป

“นี่โพชั่นฟื้นฟูพลังชีวิตขวดใหญ่สิบขวดที่สัญญาเอาไว้”

คนผู้นั้นรับโพชั่นฟื้นฟูพลังชีวิตขวดใหญ่มาด้วยรอยยิ้มและมองดูข้อมูลของพวกมัน ทันใดนั้นเขาก็พลันชะงักไป “ทำไมถึงเป็นเกรดสีขาวหมดเลยล่ะ?”

มู่หยางแค่นเสียงเยาะ “ฉันไม่ได้บอกนี่ว่าจะให้โพชั่นเกรดสูงกับนาย”

คนผู้นั้นดูจะโมโหยิ่งนัก “เฮอะ! ไม่แปลกใจเท่าไหร่หรอกที่อีกฝ่ายแย่งลูกค้าไปจากนายได้! นายสมควรโดนแล้วจริงๆ!”

มู่หยางมองดูคนผู้นั้นก่นด่าและจากไปก่อนจะเผยรอยยิ้มเย็น

“แย่งลูกค้าของฉัน? กระอีแค่นักทำโพชั่นมือใหม่มีสิทธิอะไรมาแย่งลูกค้าไปจากฉัน?”

มู่หยางแค่นเสียง ในหัวของเขามีแผนการอยู่มากมายซึ่งมากพอจะข่มให้ไอ้มือใหม่ไม่รู้ความผู้นี้ถึงตายได้ไม่ยาก

สิ่งที่เขาคิดจะทำนั้นง่ายมาก : ชักชวนนักทำโพชั่นคนอื่นๆมาเป็นพวกและใช้เงินจำนวนมากซื้อวัตถุดิบส่วนใหญ่มา

เขาทำเช่นนี้ได้ก็เพราะเขารวยมาก!

เมื่อผ่านไปช่วงหนึ่งทางอินเดียก็มักจะมอบ ‘ทุนธุรกรรม’ ให้กับเขาซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็มักจะเป็นแก่นแท้

ตอนนี้ครุฑก็อยู่ด้วย นักสู้เลเวล9ขอบเขตที่8ผู้นี้ล่ำซำยิ่งกว่า ทุกคราอีกฝ่ายจะมอบให้กับเขาครั้งละ1-2แสนแก่นแท้ตลอด

หนนี้หลังจากครุฑได้ยินแผนการของมู่หยาง เขาก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจและให้มู่หยางมาถึง500000แก่นแท้ในครั้งเดียว!

นอกจากนี้หมู่หยางยังเก็บหอมลอมริดแก่นแท้เอาไว้เป็นจำนวนมากจากการขายโพชั่นฟื้นฟูพลังชีวิตในราคาสูง!

โดยรวมแล้วเขามีแก่นแท้อยู่มากกว่า4ล้านเสียอีก!

ตัวเขานั้นมีแก่นแท้มากพอจะกดราคาและยึดครองตลาดได้เลย

ท้ายที่สุดแล้วเมื่อไอ้หน้าใหม่ถูกขับออกและตลาดทั้งหมดกลายเป็นของเขา เขาจะเพิ่มราคาและผูกขาดธุรกิจต่อไป

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาทำแบบนี้อยู่แล้ว

ทุกครั้งนั้นแผนการของเขามักจะเป็นไปตามที่คิดเสมอ ไม่มีใครสามารถต้านทานการโจมตีทางการเงินอันทรงพลังนี้ได้

...

ยามรุ่งอรุณ หลินเซวียนกลิ้งลงจากเตียง

จริงๆแล้วก่อนที่จะข้ามมิติมาตัวเขาก็เป็นคนที่ไม่ค่อยชอบตื่นเช้านัก

อย่างไรก็ตามเมื่อคิดถึงแผนการทำเงินตัวเขาจึงเต็มไปด้วยแรงขับเคลื่อน

“กะอีแค่ผ้านวมนุ่มๆมันผนึกจิตวิญญาณดั่งหินผาของฉันไม่ได้หรอก”

หลินเซวียนมองดูร่างอวตารทั้งแปดและพึมพำเสียงแผ่ว ‘รวบรวม’

[พื้นที่ฝึกฝนในปัจจุบัน : ยอดเขาภูเขาอัสนีร่วง (30แก่นแท้ / นาที)]

[สิงโตอัสนีได้ทำการฝึกฝนมาแล้ว10ชั่วโมงและถึงขีดจำกัดระยะเวลาการฝึกฝนแล้ว ท่านได้รับ : 18000แก่นแท้ , หนังสือสกิลขอบเขตที่7สี่เล่ม , อุปกรณ์สวมใส่ขอบเขตที่7สองชิ้น , รูนขอบเขตที่7ห้าก้อน , ศิลาไขกระดูกอัสนี1ก้อน , ไข่มุกแดนลับ1ชิ้น , หินอัสนี6ก้อน , ดอกเหมันต์ทมิฬ7ดอก...ต้องการรวบรวมหรือไม่?]

[หมาป่าอัสนี(ตัวผู้)ได้ทำการฝึกฝนมาแล้ว10ชั่วโมงและถึงขีดจำกัดระยะเวลาการฝึกฝนแล้ว ท่านได้รับ : 18000แก่นแท้...]

[หมาป่าอัสนี(ตัวเมีย)ได้ทำการฝึกฝนมาแล้ว10ชั่วโมง...]

[...]

[พื้นที่ฝึกฝนในปัจจุบัน : บรรพตเสี้ยววิญญาณรอบนอก (25แก่นแท้/นาที)]

[ยุงดูดเลือดได้ทำการฝึกฝนมาแล้ว10ชั่วโมงและถึงขีดจำกัดของระยะเวลาการฝึกฝนแล้ว ท่านได้รับ : 15000แก่นแท้ , หนังสือสกิลขอบเขตที่7ห้าเล่ม , อุปกรณ์สวมใส่ขอบเขตที7สามชิ้น , รูนขอบเขตที่7หนึ่งก้อน , พระธาตุ1ชิ้น , เห็ดพลังชีวิต29ดอก...ต้องการรวบรวมหรือไม่?]

[กิ้งก่าปฐพีได้ทำการฝึกฝนมาแล้ว10ชั่วโมง...]

ครืน

ไอเทมจำนวนมากปรากฏขึ้นมาด้านในมิติส่วนตัวของหลินเซวียน

“พระธาตุ? หลังจากฟาร์มมาหลายวันในที่สุดก็ได้ไอเทมพิเศษประจำบรรพตเสี้ยววิญญาณซักที” หลินเซวียนดีใจยิ่งนักและรีบนำพระธาตุออกมาตรวจสอบในทันที

พระธาตุนี้มีขนาดราวๆนิ้วโป้งและเปล่งประกายเจิดจ้า ด้านในนั้นมีแสงพระธรรมไหลเวียนอยู่และมีกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ลอยออกมา ถ้าปิดตาลงและสัมผัสให้ดีๆจะรู้สึกราวกับว่าอยู่ในอารามวัดก็ไม่ปาน

ราวกับว่าตัวเขาสามารถได้ยินเสียงบทสวดของเหล่าพระสงฆ์ ร่างกายและจิตใจของเขาดูเหมือนจะเข้าสู่ขอบเขตที่เหนือยิ่งกว่า

จากนั้นเมื่อเขาเปิดเปลือกตาขึ้นก็พบว่าตัวเองกลับมาอยู่ในห้องเล็กๆเหมือนเดิมแล้ว

[ชื่อ : พระธาตุ]

[ระดับ : เลเวล9ขอบเขตที่7]

[เกรด : ไร้ที่ติสีทอง]

[ความสามารถ : เผาผลาญพลังชีวิต10%เพื่อใช้งานพระธาตุ พระธาตุนี้สามารถทำให้วิญญาณไม่กล้าเข้าใกล้ในรัศมี10เมตรของผู้ถือ ระยะเวลา : 30นาที จำนวนครั้งที่ใช้ได้ : 20/20]

หลินเซวียนพยักหน้าเล็กน้อย “เป็นอย่างที่พวกนักสู้บอกกันจริงๆ ด้วยเจ้าสิ่งนี้ก็เทียบได้กับว่ามีการป้องกันต่อวิญญาณอย่างสมบูรณ์ อย่างไรก็ตามอัตราการดรอปของมันนั้นต่ำมาก ในโคโลนี่หมายเลข3เองก็มีพระธาตุอยู่ไม่มากนัก อย่างไรก็ตามเหล่าอู๋ที่เป็นผู้นำของโคโลนี่หมายเลข3นั้นดูเหมือนจะมีอยู่หนึ่งชิ้น”

ตอนแรกเขายังไม่เชื่อเท่าไหร่ ยังไงซะอัตราการดรอปอะไรมันจะต่ำขนาดนั้น?

แต่ตอนนี้เขาเชื่อแล้ว

ตั้งแต่ที่เขามายังบรรพตเสี้ยววิญญาณนี่ก็ผ่านมาได้หลายวันแล้วแถมเขายังสร้างร่างอวตารเอาไว้ถึง4ร่าง

อย่างไรก็ตามนี่กลับเป็นพระธาตุชิ้นแรกที่เขาได้มา

“เทียบกับของพวกนี้แล้วเราสนใจแก่นแท้มากกว่า”

หลินเซวียนนับดูและพบว่าหลังจากฟาร์มมา10ชั่วโมง ร่างอวตารทั้งแปดของเขาได้แก่นแท้มาทั้งหมด130000แก่นแท้

เขามองดูแก่นแท้อีกครั้ง

“ไม่เลว ถึงจะเลื่อนระดับมาหนึ่งระดับแล้วแต่ก็ยังมีแก่นแท้เก็บเอาไว้เกือบ4ล้าน”

หลินเซวียนมีความสุขยิ่ง เขาล้างไม้ล้างมือและวิ่งตรงไปยังโรงอาหารเพื่อหาอะไรทานก่อนจะไปที่แผงลอยอีกครั้ง

เมื่อเขามาถึงก็พบว่ามีใครบางคนมารอเขาอยู่ก่อนแล้ว

ในบรรดาคนที่มารอเขานั้น เฟิงจวงคือหนึ่งในนั้น

เมื่อเห็นว่าหลินเซวียนมาแล้ว เฟิงจวงก็ยิ้มและกล่าวทักทายเขาทันที “เห็ดพลังชีวิต158ดอก วัตถุดิบพวกนี้เป็นของที่ทีมของพวกเราสะสมเอาไว้กว่าครึ่งเดือนแล้ว”

นักสู้คนอื่นๆเองก็ก้าวเข้ามาเช่นกัน

“ส่วนนี้พฤกษาอัสนีโรย143ต้น”

“ส่วนนี้เป็นน้ำเกรดสีฟ้าที่ฉันเจอบนบรรพตเสี้ยววิญญาณ ถ้านายต้องการมากกว่านี้ ทุกวันฉันสามารถหามาให้ได้300ส่วน”

นักสู้เหล่านี้มีท่าทีกระตือรือร้นยิ่งนัก

เทียบกับมู่หยางผู้ไม่สนหัวใครแล้ว ชายหนุ่มที่เรียกขานกันว่า ‘โล่’ ผู้นี้ทั้งหล่อกว่าและถูกชะตากว่าเยอะ

หลินเซวียนเองก็พยักหน้ารับและซื้อวัตถุดิบเหล่านี้ไว้ทั้งหมด

เขาได้วัตถุดิบจากร่างอวตารมาก็เยอะมากแล้วแต่ก็ยังต้องหาซื้อวัตถุดิบจากคนอื่นเช่นกัน ไม่อย่างนั้นแล้วคนภายนอกอาจจะสงสัยเอาได้

ยังไงซะพวกมันก็ไม่ได้แพงอะไรอยู่แล้ว หลินเซวียนไม่สนใจที่จะต้องจ่ายเงินจำนวนเล็กน้อยแค่นี้หรอก ระวังตัวเอาไว้ก่อนยังไงก็ดีกว่า

ไม่นานนักเหล่านักสู้ก็พากันแยกย้ายจากไป

อย่างไรก็ตามเฟิงจวงกลับยังไม่ไป กลับกันเขากระซิบบอกกับเขา “มู่หยางถามเกี่ยวกับนายมา อีกฝ่ายน่าจะลงมือเร็วๆนี้แหละ”

“การที่นักทำโพชั่นหน้าใหม่อย่างนายกว่าจะมาที่โคโลนี่หมายเลข3ได้คงไม่ง่ายเลย นายต้องระวังตัวให้ดีล่ะ”

หลินเซวียนประหลาดใจเล็กน้อย นักสู้ผู้นี้ค่อนข้างนิสัยดีแฮะ อีกฝ่ายถึงขนาดเตือนเขาด้วยความหวังดีเลยทีเดียว

เฟิงจวงยิ้ม “ฉันเตือนนายก็เพราะนายเป็นคนค้าขายที่มีมโนธรรม ถ้านายสามารถจัดการกับมู่หยางลงได้ฉันจะยิ่งพอใจมากกว่านี้ ยิ่งไปกว่านั้นฉันบอกนายได้เลยว่านักสู้คนอื่นๆเองก็คิดแบบเดียวกัน”