ตอนที่ 101

หัวหน้าองค์กรทุ่งราบมหาสวรรค์รู้สึกอื้ออึงในหัวยิ่งนัก

แม้ว่านี่จะเป็นเพียงหุ่นเชิดแต่ความเจ็บปวดทั้งหมดที่ได้รับนั้นก็ยังส่งไปยังร่างหลักอยู่ดี หากแต่ความเจ็บปวดนั้นจะลดทอนลงมาก

ถ้าหุ่นเชิดตายความเจ็บปวดจะหนักหน่วงที่สุดเช่นกันเทียบได้เลยกับเวลาคลอดบุตร

นี่จึงเป็นหนึ่งในข้อเสียของสกิลจัดการหุ่นเชิด

ดวงตาของหัวหน้าองค์กรเบิกกว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ “แก...แกเองก็เป็นนักสู้ขอบเขตที่7?!”

ซูซวน ลู่หลัวและเหวินเซี่ยงต่างมองไปยังโล่วิญญาณเป็นตาเดียวด้วยแววตาตกตะลึง

หากแต่ก่อนที่พวกเขาจะได้เอ่ยสิ่งใดกลับเป็นระเบิดเพลิงที่ตะโกนออกมาเป็นคนแรก

“โล่วิญญาณ! นายเองก็เลื่อนขั้นเป็นขอบเขตที่7แล้วงั้นหรอ?! แต่นายกลับไม่ยอมบอกฉันเนี่ยนะ! ฉันคิดว่าพวกเราเป็นพี่น้องที่ดีต่อกันซะอีก!”

ที่ผ่านมาหลินเซวียนมักจะจงใจให้ระเบิดเพลิงมีลักษณะนิสัยเงียบขรึมและแน่วแน่มาโดยตลอด

หากแต่หนนี้น้ำเสียงของเขากลับแฝงเอาไว้ด้วยความโกรธเล็กๆและสงสัยหน่อยๆ

ดูเหมือนเขาจะโกรธจริงๆ

น้ำเสียงสิ้นหวังดังออกมาจากภายใต้ชุดเกราะสีดำของโล่วิญญาณ “นายเองก็ไม่ได้บอกฉันเหมือนกันนี่ว่าตัวเองเลื่อนขั้นแล้ว ถือว่าเจ๊ากันไปเถอะ”

หลินเซวียนหัวเราะอยู่ภายในใจ

การแสดงของเขาดีเยี่ยมจริงๆ

เทียบกับความตกตะลึงของลู่หลัวและอีกสองคนแล้ว สีหน้าของหัวหน้าองค์กรกลับปั้นยากกว่า

ทำไมกัน?

เป็นแบบนี้ได้ยังไง?

ตั้งแต่เหตุการณ์การต่อสู้ปกป้องเมืองเครนขาวเพิ่งจะผ่านมาได้ไม่นานเท่านั้นเอง

โล่วิญญาณกับระเบิดเพลิงทั้งสองคนกลับเลื่อนขั้นเป็นขอบเขตที่7กันแล้ว

กล่าวตามตรงแล้วถ้าไม่มีอันตรายร้ายแรงใดๆถึงตัวจริงๆ นักสู้ส่วนใหญ่มักจะไม่เลือกที่จะเลื่อนขั้นเป็นขอบเขตที่7กันเร็วนัก กลับกันพวกเขามักจะฟาร์มม้วนคัมภีร์อาชีพทั้งวันทั้งคืนภายในแดนลับขอบเขตที่6แทน

พวกเขาจะพยายามหาม้วนคัมภีร์ที่มีคุณภาพสูงที่สุดและเหมาะกับตัวเองที่สุดให้ได้

หากแต่เนื่องด้วยอัตราการดรอปที่ต่ำจนน่าเกลียดของม้วนคัมภีร์เกรดสีทองทำให้นักสู้ส่วนใหญ่นั้นมักจะพึงพอใจกับม้วนคัมภีร์อาชีพเกรดสีม่วงแล้ว

ถึงแม้โล่วิญญาณกับระเบิดเพลิงจะโชคดีได้ม้วนคัมภีร์อาชีพระดับสูงที่เหมาะกับตัวเองมาก็ตามที...

แต่พวกมันไปเอาแต้มค่าประสบการณ์จากไหนมาอัพเลเวล?

คงไม่ใช่ว่าพวกมันสามารถผลิตแต้มค่าประสบการณ์ออกมาได้จากความว่างเปล่าหรอกใช่ไหม?

เว้นเสียแต่ว่า...

หัวหน้าหวนนึกถึงโชคครั้งใหญ่ที่ตนได้พบจนกระทั่งทำให้ตัวเองไต่เต้าขึ้นมาถึงจุดนี้

ในแดนลับของทุ่งราบมหาสวรรค์ที่หนึ่ง เขาพบเข้ากับถ้ำลึกลับที่ไม่เคยมีใครเหยียบย่างเข้ามาก่อนและได้พานพบกับไข่มุกพลังงานเกรดสีทองลูกหนึ่งเข้า

ไข่มุกพลังงานนั้นสามารถฉีกทุกกฏเกณฑ์และยกระดับของผู้ใช้ได้โดยไม่สนสิ่งใด

หัวหน้าองค์กรทุ่งราบมหาสวรรค์ใช้ไข่มุกพลังงานที่เคยพานพบนี้เพิ่มระดับเลเวลและฉกชิงความได้เปรียบมาจนได้มากลายเป็นหนึ่งในนักสู้ชั้นนำของทุ่งราบมหาสวรรค์ในเวลานั้น

ในเมื่อแดนลับของทุ่งราบมหาสวรรค์ยังมีสมบัติเช่นนี้ถ้างั้นแดนลับอื่นก็ย่อมมีสมบัติคล้ายๆกัน

แม้อาจจะไม่ได้มีชื่อเหมือนกันซะทีเดียวแต่ยังไงเสียก็ย่อมต้องไม่พ้นชื่อประมาณว่า ‘ไข่มุกพลังงาน’ หรือไม่ก็ ‘แก่นแท้พลังงาน’

สิ่งเหล่านี้คือสมบัติที่ส่วนใหญ่มักจะซ่อนอยู่ใต้หน้าผาในนิยายเรื่องต่างๆ เมื่อใดที่ตัวเอกพานพบเข้าก็มักจะทะยานสู่ท้องฟ้าในก้าวเดียว

‘หรือว่าโล่วิญญาณกับระเบิดเพลิงเองก็โชคดีบังเอิญพบกับไข่มุกพลังงานเข้า?’

หัวหน้าองค์กรขบคิดและคาดเดาได้เพียงเท่านี้

ไม่อย่างนั้นแล้วคงไม่อาจอธิบายได้ว่าเหตุใดเลเวลของโล่วิญญาณกับระเบิดเพลิงถึงพุ่งทะยานราวกับจรวดเช่นนี้

“ทุกคนห้ามปล่อยให้เจ้าหมอนี่หนีไปได้เด็ดขาด!”

โล่วิญญาณคำรามลั่นและพุ่งเข้าใส่อีกฝ่ายพร้อมด้วยโล่นักล่ามังกรในมือ

ลู่หลัวกับเหวินเซี่ยงเองก็ใช้สกิลระยะไกลโจมตีอยู่ห่างๆ ซูซวนเองก็คอยตระเตรียมสกิลฟื้นฟูเอาไว้และคอยฮีลให้กับโล่วิญญาณ

ยังไงซะพวกเขาก็ยังเป็นเพียงนักสู้ขอบเขตที่6 ถ้าสู้กับนักสู้ขอบเขตที่7ระยะประชิดอาจจะเสียชีวิตเอาได้ง่ายๆ

ในเมื่อบทสรุปถูกตัดสินแล้วก็ไม่มีความจำเป็นต้องดูเชิงกันอีกต่อไป

แววตาของหัวหน้าองค์กรทุ่งราบมหาสวรรค์กระพริบด้วยความสับสนและสุดท้ายก็สูญสิ้นความสงบที่เคยมีไป

สถานการณ์ตอนนี้ดำเนินไปจนถึงจุดที่เกินควบคุมไปแล้ว

ไพ่ตายของเขา กายาแห่งความว่าง้ปล่าของเขาเองก็เข้าสู่ช่วงระยะเวลาคูลดาวน์ไปแล้ว

นักสู้ที่เขาพามาด้วยล้วนตกตายจนสิ้น

อย่างไรก็ตามอีกฝ่ายกลับยังมีนักสู้ขอบเขตที่7เหลืออยู่อีก2คน

สถานการณ์ตอนนี้กลับตาลปัตรอย่างสิ้นเชิง!

เป้าหมายของเขาก็ไม่อาจบรรลุแล้ว

แม้ว่าร่างหลักของเขาจะเป็นนักสู้ขอบเขตที่9แต่หุ่นเชิดตัวนี้นั้นเป็นเพียงเลเวล3ขอบเขตที่7 ด้วยสถานการณ์ตอนนี้เป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะทะลวงการป้องกันของโล่วิญญาณเข้าไปเอาชีวิตของระเบิดเพลิงได้

หัวหน้าองค์กรทุ่งราบมหาสวรรค์จ้องมองมาที่โล่วิญญาณกับระเบิดเพลิงด้วยแววตาลึกล้ำ “ครั้งต่อไปพวกแกไม่มีโอกาสรอดแน่”

พริบตาที่เขากล่าวจบร่างกายของเขาก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นท่อนไม้และแตกกระจายเป็นชิ้นๆ

ก่อนที่ทุกคนจะทันได้สติท่อนไม้ก็พลันติดไฟและถูกเผาไหม้จนกลายเป็นเถ้าถ่านในเวลาอันสั้น

ซูซวนพยายามจะโยนน้ำแข็งใส่โดยหวังว่าจะหยุดการเผาตัวเองของท่อนไม้ได้

หากแต่ไม่รู้เพราะเหตุใดแต่เปลวเพลิงนั้นกลับดูเหมือนจะยังสามารถเผาไหม้ต่อไปได้แม้จะปราศจากออกซิเจน เชื้อเพลิงและอุณหภูมิ ไม่ว่าซูซวนจะพยายามเท่าไหร่ก็ไม่อาจดับไฟลงได้เลย

หลายนาทีให้หลังท่อนไม้ก็ถูกเผาจนสิ้นซาก เมื่อสายลมยามราตรีพัดผ่านมาถ่านเถ้าสีดำก็สลายหายไปท่ามกลางท้องฟ้ายามค่ำคืน

“ไม่ใช่คนหรอเนี่ย?” ลู่หลัวขมวดคิ้ว

“พวกเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเป็นใคร” ซูซวนเองก็ขมวดคิ้วมุ่น

หลินเซวียนเดินเข้ามาดูและพยักหน้า “สิ่งเดียวที่รู้คืออีกฝ่ายเป็นนักสู้จากทุ่งราบมหาสวรรค์แน่นอน ไม่อย่างนั้นแล้วคงเป็นไปไม่ได้ที่หยางเหว่ยกับอีกสองคนนั้นจะมาด้วย”

ซูซวนและอีกสองคนที่เหลือพยักหน้าเห็นด้วยกับการคาดเดาของเขา

ลู่หลัวเอ่ย “พวกเราต้องรอให้ผู้อำนวยการฉู่ ผู้บัญชาการกองพลเย่และคนอื่นๆออกมาซะก่อน เราจะรู้ตัวตนที่แท้จริงอีกฝ่ายได้ก็ต่อเมื่อรายงานเรื่องนี้ไปยังศูนย์หลักแล้วเท่านั้น”

หลินเซวียนหมุนตัวมองไปยังแดนรกร้างไร้ที่สิ้นสุดซึ่งถูกปกคลุมอยู่ภายใต้ท้องฟ้ายามค่ำคืน

หลังจากนักสู้ขอบเขตที่7ทั้ง3คนเสียชีวิตลง สายตาที่คอยสอดส่องมาอยู่ตลอดท่ามกลางความมืดก็ดูเหมือนจะลดน้อยลงไปมาก

ความตายของนักสู้ขอบเขตที่7เห็นได้ชัดเลยว่าเป็นการเตือนฝ่ายอื่นๆได้เป็นอย่างดี

ข่าวคราวเรื่องที่โล่วิญญาณกับระเบิดเพลิงทั้งคู่ได้กลายเป็นนักสู้ขอบเขตที่7แล้วนั้นทำให้สมาชิกหลายต่อหลายคนของกองพลก่อสร้างในเมืองหลงไห่ตื่นเต้นยินดีเป็นอย่างยิ่ง

หลายวันให้หลังก็ยังคงไม่มีนักสู้จากฝ่ายอื่นเข้าโจมตีเมืองหลงไห่เพิ่มเติมอีก

หัวใจที่กังวลของพวกเขาจึงค่อยๆสงบลงได้ในที่สุด

ถ้าไม่มีนักสู้ขอบเขตที่7อยู่ในเมืองหลงไห่ คนเหล่านี้ที่หมายจะโจมตีเมืองคงลงมือลุล่วงไปแล้ว

อย่างไรก็ตามตอนนี้เมื่อโล่วิญญาณกับระเบิดเพลิงปรากฏกาย อีกฝ่ายจึงไม่มีทางเลือกได้แต่ต้องรู้จุดยืนของตัวเอง

แม้ความมั่งคั่งจะสำคัญแต่ชีวิตนั้นชัดเจนว่าสำคัญกว่า

...

ตอนกลางคืนในอีกหกวันให้หลัง ฉู่เผิงเฉิงและพวกก็ได้ข้ามผ่านประตูแสงกลับมายังเมืองหลงไห่อีกครั้ง

พวกเขาทั้งเจ็ดคนดูเหนื่อยอ่อนยิ่งและมีบาดแผลบนร่างกายคนละไม่มากก็น้อย อย่างไรก็ตามไม่มีพวกเขาคนใดได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิตในการสำรวจแดนลับภูเขาอัสนีร่วงที่พึ่งจะเลื่อนขั้นขึ้นมาใหม่ๆแห่งนี้เลยซักคน

ยิ่งไปกว่านั้นสีหน้าของพวกเขาทุกคนต่างก็เปี่ยมไปด้วยความปิติ

การสำรวจภูเขาอัสนีร่วงหนนี้ทำให้พวกเขามีความสุขยิ่งนัก

“ถึงจะออกมาแล้วแต่ยังรู้สึกงงอยู่นิดๆอยู่เลย” หมาป่าเงินหัวเราะและเอ่ยออกมา “การสำรวจคราวนี้ค่อนข้างราบรื่นดีจริงๆ!”

แบล็คกล่าวแบบขวานผ่าซาก “แน่นอนสิ จอมเวทย์ธาตุอย่างนายมันไม่ต้องอยู่แถวหน้าไง กล้าพูดแบบนั้นออกมาได้ยังไงทั้งๆที่มีพวกเราคอยคุ้มกะลาหัวแท้ๆ?”

หมาป่าเงิน “...”

ฉู่เผิงเฉิงเองก็หัวเราะออกมาเช่นกัน “ยังไงก็ตามสิ่งที่หมาป่าเงินพูดออกมาก็สมเหตุสมผลอยู่นะ การสำรวจครั้งนี้ราบรื่นกว่าที่ฉันคิดเอาไว้เสียอีก พวกเราแทบจะไม่เจอกับอันตรายจริงๆจังๆเลยซักครั้งเดียว”

“พวกเรายืนยันตำแหน่งของสถานีไร้ภัยในภูเขาอัสนีร่วงได้แล้ว ครั้งถัดไปก็สามารถเริ่มทำการสร้างสถานีไร้ภัยได้เลย”

“หลังจากแดนลับเลื่อนขั้นก็มีอสูรประเภทใหม่ๆปรากฏตัวออกมาเยอะมากซึ่งทั้งหมดก็ถูกบันทึกเอาไว้หมดแล้ว”

“แผนที่ของภูเขาอัสนีร่วงเองก็เสร็จสิ้นไปแล้วครึ่งนึง นอกจากพื้นที่เสี่ยงสูงที่พวกเราไม่ได้เข้าไปแล้วก็อาจจะกล่าวได้ว่าบรรลุไปกว่า90%ของภารกิจแล้ว”

ไป๋ชิงเหอ แบล็คและนักสู้ขอบเขตที่7สองคนจากเมืองหยางพยักหน้า

พวกเขามีความสุขยิ่งนักที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับพวกตนและสามารถบรรลุภารกิจได้อย่างง่ายดาย

เย่อู่ชิวขมวดคิ้วเล็กน้อยราวกับคิดถึงบางสิ่งบางอย่าง

ฉู่เผิงเฉิงถาม “ผู้บัญชาการเย่มีอะไรสงสัยติดใจงั้นหรอ?”

เย่อู่ชิวยกมือขึ้นมาคลึงหัวคิ้ว ภาพของผึ้งอัสนีตัวนั้นยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเธอไม่คลาย

“ผึ้งอัสนีที่ให้ความรู้สึกแปลกประหลาดตัวนั้น ดูเหมือนมันจะนำพาโชคดีมาให้พวกเราทุกครั้งที่มันปรากฏตัว”

“ครั้งแรกมันปรากฏตัวขึ้นมาโจมตีพวกเราแต่กลับเป็นการช่วยให้พวกเราหลีกเลี่ยงเส้นทางของฝูงอสูรคลั่งไปได้”

“ครั้งที่สองที่มันปรากฏตัวขึ้นมาและโจมตีพวกเราก็ทำให้เราหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่เกิดฟ้าผ่าครั้งใหญ่ไปได้”

“ครั้งที่สาม...”

เย่อู่ชิวเอ่ยด้วยน้ำเสียงอับจนหนทาง “ฉันกระทั่งรู้สึกเลยว่าเจ้าผึ้งอัสนีตัวนั้นเป็นมนุษย์ที่ปลอมตัวมา พวกนายล่ะคิดยังไง?”

“ฮ่าๆๆ!”

อีกหกคนที่เหลือหัวเราะออกมาอย่างอดไม่อยู่

หมาป่าเงินเอ่ย “ผู้บัญชาการไม่ต้องกังวลขนาดนั้นก็ได้มั้ง”

ฉู่เผิงเฉิงเอ่ย “ถ้างั้นคนเป็นๆอย่างเราจะกลายร่างเป็นผึ้งอัสนีตัวเล็กๆได้ยังไง? ยิ่งไปกว่านั้นถึงอีกฝ่ายจะเป็นมนุษย์ปลอมตัวมาจริงแล้วมีเหตุผลอะไรต้องช่วยพวกเรากันล่ะ?”

ผู้อำนวยการของเมืองหยางจู่ๆก็พลันลูบปากและเอ่ยออกมาอย่างจริงจัง “ยังไงก็ตามสิ่งที่ผู้บัญชาการเย่เอ่ยออกมาทำให้ผมนึกถึงอาชีพที่ชื่อว่าเกรทดูอิทขึ้นมา”

“หลังจากเกรทดูอิทเลื่อนขั้นไปถึงขอบเขตที่9คนผู้นั้นจะสามารถเปลี่ยนร่างเป็นนกหรืออสูรได้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง ยิ่งไปกว่านั้นเขายังสามารถสื่อสารกับอสูรได้อีกด้วย คนอื่นๆไม่อาจบอกได้เลยว่าอีกฝ่ายเป็นมนุษย์”

แบล็คยิ้มและเอ่ยออกมา “ถ้าอิงตามที่นายพูดถ้างั้นก็มีเพียงขอบเขตที่9ที่ทำได้ ยังไงก็ตามนักสู้ระดับสูงแบบนั้นคงไม่มีทางเข้าสู่แดนลับภูเขาอัสนีร่วงได้แน่นอน ถ้าเข้าไปคงได้ถูกฟ้าผ่ายับแน่ๆ”

ผู้อำนวยการเมืองหยางหัวเราะ “ผมก็แค่พูดไปเรื่อยน่ะ”

เย่อู่ชิวเอ่ยด้วยความปวดหัว “รายงานเรื่องนี้ให้ศูนย์หลักทราบเถอะ ฉันรู้สึกตะหงิดๆยังไงไม่รู้”

“ผู้บัญชาการ! พวกคุณออกมากันซักทีนะ!”

ในเวลานี้เองคนที่รับหน้าที่เฝ้ายามอยู่ประหลาดใจยิ่งนักเมื่อเห็นฉู่เผิงเฉิงกับคนอื่นๆยืนอยู่

เพียงเวลาไม่นานคนของกองพลก่อสร้างภายในเมืองหลงไห่ก็พากันตื่นจากการหลับใหลและวิ่งมาต้อนรับฉู่เผิงเฉิงกับพวก

เพื่อตรวจสอบความเปลี่ยนแปลงภายในภูเขาอัสนีร่วง คนเหล่านี้ถึงขั้นรั้งอยู่ภายในสภาพแวดล้อมอันตรายอย่างยิ่งยวดภายในภูเขาอัสนีร่วงถึงหกวัน หากจะกล่าวว่าพวกเขาสร้างผลงานครั้งใหญ่ให้แก่กองพลก่อสร้างก็ไม่ผิดนัก

ภายในโรงอาหารเมืองหลงไห่

ฉู่เผิงเฉิงกับพวกที่ไปล้างเนื้อล้างตัวแล้วพากันมาทานอาหารที่นี่

หลินเซวียนและนักสู้ขอบเขตที่6คนอื่นๆเองก็ตามมาด้วย

“อะไรนะ? โล่วิญญาณกับระเบิดเพลิงกลายเป็นนักสู้ขอบเขตที่7แล้ว?!” ฉู่เผิงเฉิงทั้งประหลาดใจและดีใจ เขาจ้องไปที่คนทั้งสองด้วยความตื่นเต้น

ข่าวดีตามมาติดๆเลยแฮะ!

“ใช่แล้วล่ะ ถ้าไม่ใช่เพราะสองคนนี้กลายเป็นนักสู้ขอบเขตที่7เมืองหลงไห่ของพวกเราคงจะถูกทำลายไปตั้งแต่คืนนั้นแล้ว” ซูซวนถอนหายใจ

ใบหน้าเล็กจ้อยของลู่หลัวเองก็แสดงท่าทีจริงจังออกมา “ถ้าพวกเราแพ้หรือกระทั่งตายในคืนนั้น นักสู้จากองค์กรอื่นคงรีบวิ่งกันเข้ามารุมทึ้งเหมือนกับไฮยีน่าแน่ๆ”

เย่อู่ชิวเอ่ยปากชม “โล่วิญญาณ ระเบิดเพลิง! สมแล้วที่เป็นคนจากเมืองเครนขาวของพวกเรา!”

ฉู่เผิงเฉิงกระแอมเบาๆ “น้องสาวเย่ ทั้งสองคนนี้เลื่อนขั้นในเมืองหลงไห่ของฉันนะ พวกเขาก็ควรจะนับว่าเป็นคนของกองพลก่อสร้างสาขาเมืองหลงไห่เราสิ จริงไหม?”

เย่อู่ชิวแค่นเสียง “ไร้สาระ! ขนาดฉันเองยังเลื่อนขั้นในอาณาเขตของพวกภาคีอัศวินแห่งความจริงเลย! หรือจะบอกว่าฉันเป็นคนของภาคีเล่า?”

“ฮ่าๆๆๆๆ! ผู้อำนวยการฉู่ก็เกินไปหน่อยนะ นี่คิดจะดึงคนเลยงั้นหรอ?” หมาป่าเงินหัวเราะเสียงดัง

ไป๋ชิงเหอที่มีท่าทีจริงจังตลอดเวลา ในเวลานี้กลับอดกล่าวออกมาไม่ได้ “เอาน่า โล่วิญญาณกับระเบิดเพลิงล้วนทรงพลังกันทั้งคู่ ผู้อำนวยการฉู่เขาชอบคนมีพรสวรรค์เป็นปกตินั่นแหละ”

โต๊ะทานอาหารในวันนี้อบอวลไปด้วยบรรยากาศของความสุข