แบล็ครวดเร็วยิ่งนักและไม่นานก็มาถึงบริเวณฐาน
เขาไม่เห็นซากศพหรือแอ่งเลือดจำนวนมหาศาลอยู่ที่นี่เลยซึ่งนั่นก็ทำให้หัวใจของเขาจมลงไปอีก
ไม่ดีแล้ว
เห็นได้ชัดเลยว่าไม่มีร่องรอยการต่อสู้ อย่าบอกนะว่าโล่วิญญาณกับระเบิดเพลิงถูกสังหารในชั่วพริบตา?
เมื่อความคิดนี้แว่บขึ้นมาในหัวของเขาเขาก็สลัดมันทิ้งทันที
ไม่ๆ
ต่อให้โล่วิญญาณกับระเบิดเพลิงจะเอาชนะราชันย์แดนลับและลูกสมุนของมันไม่ได้แต่ก็น่าจะหนีได้ไม่ยาก พวกเขาไม่น่าจะถูกสังหารในชั่วพริบตา
แบล็คเดินเข้าไปดูใกล้ๆอย่างระมัดระวังและพลันพบว่าโล่วิญญาณกับระเบิดเพลิงกำลังนั่งย่างเนื้อกันอย่างสบายอารมณ์
กลิ่นหอมหวนของเนื้อย่างลอยมาแตะจมูกของแบล็ค
หลินเซวียนเองก็สังเกตเห็นแบล็คเช่นกันจึงโบกมือให้กับเขาอย่างเป็นกันเอง “คุณก็มาด้วยหรอ? อยากจะมาร่วมวงไหม?”
แบล็คถามด้วยความสงสัย “ฐานนี้ไม่ได้ถูกราชันย์แดนลับยึดครองรึ?”
หลินเซวียนถอนหายใจ “ที่นี่เองก็ถูกราชันย์แดนลับยึดไปเหมือนกัน แม้ว่าพวกเราทั้งคู่จะมีพลังอยู่บ้างแต่ก็จัดการกับราชันย์แดนลับไม่ไหวหรอก”
“ถ้างั้นพวกนาย...”
ระเบิดเพลิงยิ้มและเอ่ยออกมา “แต่มันมีราชันย์แดนลับอยู่สองตัวนี่สิ พวกมันดูเหมือนจะกำลังสู้ชิงอาณาเขตกันอยู่ ยิ่งพวกมันสู้กันเท่าไหร่ก็ยิ่งตะเลิดไปไกลมากเท่านั้น พวกเราจึงใช้โอกาสนั้นติดตั้งรูนแห่งการปกปักษ์ซะเลย”
แน่นอนว่าเรื่องจริงหาได้เป็นเช่นนั้น
หลังจากยึดร่างของราชันย์แดนลับและเปลี่ยนให้มันเป็นร่างอวตารของเขาแล้ว หลินเซวียนก็ออกคำสั่งให้มันนอนหมอบอยู่บนพื้นเงียบๆทำหน้าที่เป็นบอร์ดี้การ์ดให้กับเขา ไม่นานนักราชันย์แดนลับอีกตนหนึ่งก็พลันปรากฏตัว
ราชันย์แดนลับทั้งสองตัวล้วนเป็นหมาป่าอัสนีบาตรทั้งสองตัว พวกมันจ้องหน้าและแยกเขี้ยวยิงฟันใส่กัน
หลินเซวียนคิดว่าพวกมันน่าจะสู้กันแน่ๆจึงเตรียมจะเรียกสิงโตอัสนีให้มาแจมในทันที
ท้ายที่สุดหลังจากที่ราชันย์ทั้งสองจ้องกันอยู่พักหนึ่ง...พวกมันก็เริ่มสู้กันจริงๆ
ตัวหนึ่งอยู่ด้านหน้าและอีกตัวอยู่ด้านหลัง จากนั้นตัวหนึ่งก็อยู่บนตัวหนึ่งก็อยู่ล่าง ตัวหนึ่งขยับตัวหนึ่งกรีดร้องราวภูตผี
มาถึงตรงนี้หลินเซวียนถึงพึ่งจะรู้ว่าราชันย์แดนลับตัวที่ถูกเขาชิงร่างมานั้นเป็นตัวผู้ส่วนอีกตัวนั้นเป็นตัวเมีย...
ยิ่งไปกว่านั้นราชันย์แดนลับทั้งสองตัวยังมีขนาดตัวยาวกว่าเจ็ดเมตรทั้งคู่ ความวุ่นวายจากการ ‘ต่อสู้’ ของพวกมันจึงค่อนข้างกว้างและทำให้ต้นไม้บริเวณรอบๆหลายต้นล้มครืนไม่เป็นท่า
อสูรหลายต่อหลายตัวเองก็ได้รับผลกระทบและถูกทับจนตายหรือไม่ก็บาดเจ็บจากการต่อสู้ระหว่างทั้งสองตัวนี้เช่นกัน
หลินเซวียนที่ทนไม่ไหวอีกต่อไปจึงไล่พวกมันทั้งสองตัวให้ไปไกลๆ
หลังจากโดนขัด หมาป่าตัวเมียก็ถึงขั้นคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวใส่หลินเซวียนราวกับกำลังพูดว่า ‘ถ้าเจ้ากล้าขัดคอข้าอีกข้าจะกัดเจ้าให้ตาย’
หมาป่าตัวผู้เองก็หยุดการต่อสู้และเตรียมออกหาสถานที่เหมาะๆในการต่อยกสองกับหมาป่าตัวเมียที่มันพึ่งจะเจอ ราชันย์แดนลับทั้งสองจึงพากันออกไปถ่ามกลางสายฟ้าฟาด
เพราะเรื่องนี้นี่เองทำให้บริเวณนี้เหลือเพียงเขากับร่างแยกของเขาเท่านั้น
แบล็คพยักหน้า “เข้าใจล่ะ”
หลังจากเลื่อนขั้น ภูเขาอัสนีร่วงก็ดูคล้ายกับโลกจริงมากขึ้นไปอีก
ในโลกจริงนั้นอสูรมักจะสู้กับเพื่อตัวเมียหรืออาณาเขตอยู่บ่อยๆ ซึ่งก็เป็นกรณีเดียวกับราชันย์แดนลับเหล่านี้
แบล็คหยิบเอ่อกั่วโถวสองขวดออกมาจากอุปกรณ์เก็บของและยื่นมาให้พวกเขาหนึ่งขวด “อย่ากินแต่เนื้อ ดื่มแอลบ้าง”
คนทั้งสามกินดื่มอย่างมีความสุข บรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่นยิ่งนัก
หลินเซวียนถามออกมาขณะที่กินเนื้อไปด้วย “ทำไมคุณถึงมาสนับสนุนพวกเราล่ะ? อย่าบอกนะว่าฐานอื่นเองก็มีราชันย์แดนลับโผล่ออกมาเหมือนกัน?”
แบล็คสวาปามขาหมูชิ้นใหญ่จนหมดในไม่กี่คำ เขาปาดคราบน้มันออกจากปากด้วยมือและพยักหน้า “ถูกต้อง นักสู้ทางฝั่งตะวันตกกับทางเหนือติดต่อมาทางพวกเรา พวกนั้นบอกว่าทางฝั่งของพวกเขามีราชันย์แดนลับเฝ้าอยู่ทั้งสองฝั่งเลย สถานการณ์ค่อนข้างอันตรายมากและยากแก่การติดตั้งรูนแห่งการปกปักษ์”
“ฉู่เผิงเฉิงที่กำลังจะติดต่อมาหาพวกนายแต่ยอดสุดของภูเขาอัสนีร่วงดันมีสายฟ้าสีม่วงฟาดลงมาซะก่อน มันส่งผลเหมือนกับสนามแม่เหล็กไฟฟ้าทำให้เครื่องมือสื่อสารของทุกคนพังยับในชั่วพริบตา”
หลินเซวียนหยิบเครื่องมือสื่อสารออกมาจากเอวและกล่าวด้วยความประหลาดใจ “เข้าใจล่ะ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมได้ยินแต่เสียงแสบแก้วหูดังออกมาจากเครื่องมือสื่อสาร”
“ในเมื่อนายจัดการติดตั้งรูนแห่งการปกปักษ์แล้วก็รีบไปสนับสนุนอีกสามฝั่งที่เหลือเถอะ” แบล็คลุกขึ้นยืน
หลินเซวียนพยักหน้าและตามเขาไปติดๆพร้อมกับระเบิดเพลิง
ไม่นานนักพวกเขาก็มาถึงฝั่งใต้ของภูเขาอัสนีร่วง ระหว่างทางนั้นพวกเขาพบกับไป๋ชิงเหอที่มาให้การสนับสนุนทางฝั่งนี้ แม้ว่าเลเวลของไป๋ชิงเหอจะต่ำไปซักหน่อยแต่อาชีพของเขานั้นเป็นถึงเกรดสีม่วง – นักล่าโลหิตและพลังรบเองก็แข็งแกร่งยิ่งนัก
อย่างไรก็ตามพวกเขากลับไม่พบกับนักสู้ทั้งสองคนที่ถูกส่งมาก่อนหน้าหากแต่พบเพียงศพสองศพที่ถูกกัดจนเละไม่มีชิ้นดี
แบล็คถอนหายใจและเก็บซากของคนเหล่านี้ขึ้นมาก่อนจะฝังมันเอาไว้ในพื้นดิน
จากนั้นพวกเขาก็รีบมาที่ฐานทิศใต้หากแต่กลับพบอสูรจำนวนมากที่มารวมตัวกันตามคาด อย่างไรก็ตามดูเหมือนจะไม่มีสัญญาณของราชันย์แดนลับอยู่เลย
“ฉันเดาว่าทั้งสองคนนั้นน่าจะวางแผนล่ออสูรออกไปเพื่อใช้วิธีล่อไปฆ่าทีละน้อย” ไป๋ชิงเหอถอนหายใจ “แต่พวกนั้นน่าจะล่ออสูรออกไปเยอะเกินไปเลยถูกรุมและท้ายที่สุดจึงเสียชีวิตในการต่อสู้”
“น่าเสียดายจริงๆ ยังไงซะพวกเขาก็เป็นถึงนักสู้ขอบเขตที่7” แบล็คดูจะไม่ได้มีท่าทีเสียใจเท่าไหร่นักและหยิบมีดสั้นคู่หนึ่งออกมากระชับเอาไว้ในมือ
ไป๋ชิงเหอพยักหน้า “ลงมือเถอะ รีบจัดการกับอสูรพวกนี้แล้วไปสนับสนุนอีกสองด้านที่เหลือ”
ด้วยความแข็งแกร่งของโล่วิญญาณ ระเบิดเพลิง แบล็คและไป๋ชิงเหอทำให้การจัดการฝูงอสูรนับร้อยตัวฝูงนี้ไม่ใช่เรื่องยากเลยแม้แต่น้อย
ตราบใดที่โล่วิญญาณสามารถต้านทานพวกมันเอาไว้ได้ การจะสังหารพวกมันทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับเวลาแล้ว
ไม่นานนักอสูรทั้งหมดก็ถูกกวาดล้างจนสิ้น
คนทั้งสี่สามารถติดตั้งรูนแห่งการปกปักษ์ได้สำเร็จ
“ไปกันต่อเถอะ” แบล็คเรียกให้โล่วิญญาณกับระเบิดเพลิงตามไป
ครึ่งชั่วโมงต่อมาพวกเขาก็มาถึงฝั่งตะวันตกของภูเขาอัสนีร่วงและพบกับนักสู้ขอบเขตที่7 3คนที่ดูสภาพน่าอเนจอนาถไม่น้อย
สองในสามคนนั้นมีเลเวล2ขอบเขตที่7ส่วนอีกคนมีเลเวล6ขอบเขตที่7 เขาคือคนที่รีบรุดลงมาจากยอดเขาหลักเพื่อสนับสนุน
“หือ? พวกนายอยู่นี่เองรึ?” คนทั้งสามยินดียิ่งนักเมื่อเห็นหลินเซวียนกับคนอื่นๆ
อย่างไรก็ตามหลังจากยินดีได้เพียงครู่เดียวพวกเขาก็เริ่มขมวดคิ้วอีกครั้ง
“ต่อให้มีเพิ่มมาอีกสี่คนก็ไร้ประโยชน์ ยังไงพวกเราก็เอาราชันย์แดนลับสองตัวไม่ลงอยู่ดี”
“ไอ้ราชันย์สองตัวนั่นมันเป็นห่าอะไรของพวกมัน พวกมันตัวติดกับอย่างกับกาวแถมยังมีลูกไล่อีกอย่างน้อยก็ต้องมี600ตัว นี่มันบ้าบอกันไปใหญ่แล้ว ดูแค่จำนวนอย่างเดียวหนังหัวฉันของชาหนึบแล้ว”
“แบล็คทำไมพวกเราไม่หาจุดอื่นเป็นฐานสำหรับสถานีไร้ภัยแทนล่ะ?”
คนทั้งสามมองมาที่แบล็คด้วยสายตาสิ้นหวัง
แบล็คส่ายหัว “สถานีไร้ภัยจำเป็นต้องติดต่ออุปกรณ์หลากหลายชนิด ทั้งโรงอาหาร ที่พัก ห้องน้ำ จุดซื้อขายและสิ่งอำนวยความสะดวกอีกหลายอย่าง พื้นที่ที่จำเป็นต้องใช้นั้นค่อนข้างใหญ่มาก”
“พวกเราตรวจสอบทางฝั่งตะวันตกของภูเขาอัสนีร่วงมาพักใหญ่แล้ว จุดนี้เป็นเพียงจุดเดียวที่เหมาะแก่การตั้งสถานีไร้ภัย พื้นที่จุดอื่นนั้นถ้าไม่ใช่แนวเทือกเขาสูงหรือมีสายฟ้าฟาดลงมาบ่อยครั้งก็มักจะมีอสูรอยู่ชุกชุม ดังนั้นจึงไม่เหมาะเป็นอย่างยิ่ง”
คำกล่าวของแบล็คทำให้ทุกคนรู้สึกถึงปัญหาขึ้นมา
พวกเขาไม่อาจเอาชนะราชันย์แดนลับทั้งสองได้
หากแต่ก็ไม่อาจสร้างสถานีไร้ภัยที่อื่นได้เช่นกัน
อย่าบนอกะว่าพื้นที่ฝั่งตะวันตกของภูเขาอัสนีร่วงจะตั้งสถานีไร้ภัยไม่ได้จริงๆ?
นั่นจะยิ่งทำให้อะไรๆยากเย็นขึ้นไปอีก
หลังจากการเลื่อนขั้นของภูเขาอัสนีร่วง พื้นที่ของมันก็ขยายขึ้นอย่างมหาศาล พื้นที่โดยรวมทั้งหมดนั้นน่าจะเกิน30ตารางกิโลเมตรไปแล้วซึ่งนั่นเทียบได้เลยกับประเทศขนาดย่อมๆ
การที่แดนลับขนาดใหญ่โตเพียงนี้มีสถานีไร้ภัยเพียงห้าจุดก็ฟังดูไร้เหตุผลมากพอแล้ว
ตอนนี้พวกเขายังต้องมาลดไปอีกหนึ่งจุดทางฝั่งตะวันตกอีก
เช่นนี้แล้วก็มีโอกาสเป็นไปได้สูงมากที่นักสู้จะไม่มาฟาร์มทางตะวันตกกัน ทั้งนี้ก็เพราะหากพวกเขาพบเจอกับอันตรายเข้าก็ไม่อาจหาที่หลบภัยได้และจะทำให้ความอันตรายของพื้นที่บริเวณนี้เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก
การตายของนักสู้ขอบเขตที่7ไม่ว่าคนใดก็ถือเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ของกองพลก่อสร้างทั้งสิ้น
หลินเซวียนเผยสีหน้าประหลาดออกมา
ราชันย์แดนลับสองตัวที่ตัวติดกันเป็นตังเม อย่าบอกนะ...
“พวกมันคือหมาป่าอัสนีบาตรรึเปล่า?” เขาถามขึ้นมา
คนทั้งสามเงยหน้ามองเขาและเอ่ยออกมาด้วยความประหลาดใจ “ใช่นายรู้ได้ยังไง?”
หลินเซวียนกระแอมออกมาแห้งๆ “ฐานทางฝั้งผมเองก็ถูกหนึ่งในพวกมันยึดครองเอาไว้ หลังจากนั้นพออีกตัวโผล่มาพวกมันก็เริ่มสู้กัน ยิ่งพวกมันสู้กันเท่าไหร่ก็ยิ่งห่างออกไปมากเท่านั้น ผมเลยใช้โอกาสนั้นติดตั้งรูนแห่งการปกปักษ์”
คนทั้งสามมองมาที่เขาด้วยสายตาริษยา
โล่วิญญาณกับระเบิดเพลิงจะโชคดีเกินไปแล้ว
ราชันย์แดนลับสองตัวกลับสู้กันจนหลุดจากวงโคจรออกไปทำให้พวกเขาฉวยโอกาสได้พอดี
“ถ้าไม่มีทางอื่นจริงๆ ฉันจะเป็นเหยื่อล่อราชันย์แดนลับและอสูรพวกนั้นออกไปเอง พวกนายก็ใช้จังหวะนั้นติดตั้งรูนแห่งการปกปักษ์ซะ” แบล็คเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
คนทั้งสามประหลาดใจยิ่งนัก
แบล็คยินดีจะใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อ เรื่องนี้อันตรายมากและเขาอาจจะต้องทิ้งชีวิตเอาไว้ในแดนลับแห่งนี้ก็เป็นได้
แน่นอนว่าแบล็คสามารถวิ่งหนีกลับมายังม่านพลังงานภายในขอบเขตของรูนแห่งการปกปักษ์ได้
หากแต่ก็มีโอกาสสูงมากเช่นกันที่ราชันย์แดนลับที่โกรธเกรี้ยวถึงขีดสุดจะนำฝูงอสูรเข้าโจมตีม่านพลัง
ยังไงซะรูนแห่งการปกปักษ์ก็ไม่ได้ไร้เทียมทาน ปราศจากพลังงานคอยหล่อเลี้ยงสุดท้ายมันก็จะปกป้องพวกเขาได้ไม่นาน
เมื่อม่านพลังงานพังทลายลง พวกเขาย่อมหลีกหนีความตายไปไม่พ้น
เมื่อเห็นว่าแบล็คคิดจะเสี่ยงชีวิตหลินเซวียนจึงรีบเอ่ยออกมา “พวกคุณไม่จำเป็นต้องเสี่ยงหรอก ผมมีไอเดีย”
แบล็คชะงักไป “ลองว่ามาซิ”
หลินเซวียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “จริงแล้วแล้ว...ผมสามารถพูดคุยกับพวกอสูรได้มาตั้งแต่ยังเด็กแล้ว”
แบล็คกับคนอื่นๆอีกสี่คนจ้องมาที่เขาด้วยความประหลาดใจ “นายเกิดมาพร้อมกับสกิลของผู้เลี้ยงอสูรงั้นหรอ?”
ผู้เลี้ยงอสูรคืออาชีพเกรดสีฟ้า
สกิลอาชีพของผู้เลี้ยงอสูรเองก็ชื่อว่า ‘ผู้เลี้ยงอสูร’ เช่นกันซึ่งจะทำให้สามารถพูดคุยกับอสูรป่าและอสูรปิศาจได้
ส่วนผลลัพธ์การพูดคุยนั้นก็ขึ้นอยู่กับเกรด ระดับของสกิลและระดับของอสูร
เมื่อพูดคุยสัมฤทธิ์ผลก็เป็นไปได้ที่จะแฮปปี้ทั้งสองฝ่าย
หากแต่ก็มีความเป็นไปได้เช่นกันที่การพูดคุยจะล้มเหลว เดิมทีพวกอสูรนั้นต้องการเพียงแค่ไล่พวกนักสู้ออกจากอาณาเขตของพวกมันเท่านั้น ด้วยการพูดคุยนี้อาจจะทำให้อสูรยิ่งโมโหและไม่หยุดไล่จนกว่าพวกเขาจะตายกันไปข้างก็เป็นไปได้
เห็นได้ชัดเลยว่าเนื่องจากสกิลของอาชีพนี้ค่อนข้างไร้ประโยชน์และเป็นอาชีพที่แทบจะไม่มีพลังต่อสู้เลยทำให้มีไม่กี่คนเท่านั้นที่เลือกอาชีพนี้
หลินเซวียนพยักหน้าและเอ่ยยอมรับไปตามตรง
“ถ้างั้นก็ลองดูจากไกลๆ บางทีนายอาจจะทำให้ราชันย์แดนลับทั้งสองตัวนั้นจากไปอย่างเต็มใจก็เป็นได้” แบล็คเอ่ยเสียงขรึม “แต่ถ้ามันมีท่าทีว่าจะโจมตีให้รีบหนีซะ! หนีทันที! ฉันจะคอยคุ้มกันให้เอง”
หลินเซวียนพยักหน้าด้วยท่าทีเคร่งเครียดจริงจังและแสร้งทำทีเป็นระมัดระวังตัวสุดขั้วและค่อยๆเยื้องย่างไปยังลานกว้าง
ไม่นานนักเขาก็พบกับหมาป่าอัสนีบาตรทั้งสองตัวที่กำลังนอนอยู่บนลานกว้าง
รอบนอกนั้นเต็มไปด้วยอสูรนับร้อยที่กำลังเล่นหรือไม่ก็งีบหลับกันอยู่
หมาป่าตัวผู้เลียขนมันเงาของหมาป่าตัวเมีย หมาป่าตัวเมียเองก็ดูเหมือนจะชอบใจและนอนกลิ้งไปมาบนพื้นอย่างสบายอารมณ์
ดูจากบาดแผลบนร่างกายของพวกมันแล้ว เขาบอกได้เลยว่าการต่อสู้เมื่อครู่นั้นน่าจะหนักหน่วงไม่น้อย
ส่วนรายละเอียดของสถานการณ์การต่อสู้นั้น...หลินเซวียนไม่อยากจะใช้มุมมองของร่างอวตารเพื่อตรวจสอบซักเท่าไหร่นัก มันอาจจะส่งผลต่อรสนิยมทางเพศของเขาก็เป็นได้
เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของมนุษย์ อสูรหลายตัวก็พลันผุดลุกขึ้นยืนและแยกเขี้ยวยิงฟันใส่หลินเซวียน
แบล็คกับคนอื่นๆเริ่มรู้สึกกังวลขึ้นมา
จะได้ผลจริงๆรึ?
หรือว่าโล่วิญญาณแค่บลัฟเท่านั้น?
หมาป่าตัวผู้และตัวเมียที่อยู่ตรงกลางเองก็สังเกตเห็นคนผู้นี้แล้วช่นกัน
โดยเฉพาะหมาป่าตัวเมียที่มีความประทับใจในตัวมนุษย์ผู้นี้อย่างฝังลึก
ในตอนที่มันกำลังฟินอยู่เมื่อครู่ เป็นเจ้ามนุษย์ผู้นี้นี่แหละที่เอ่ยอะไรบางอย่างกับหมาป่าตัวผู้จนมันหยุดเคลื่อนไหว
เมื่อเห็นมนุษย์ผู้นี้อีกครั้งมันจึงยิ่งโมโห มันเปิดปากและคำรามลั่นใส่หลินเซวียนด้วยเสียงคำรามที่อัดแน่นไปด้วยความโกรธ
เจ้ามนุษย์สารเลวผู้นี้มาวุ่นวายกับมันอีกแล้วงั้นรึ? รอก่อนเถอะฉันจะลุกไปฆ่าแกเดี๋ยวนี้แหละ!
แบล็คพลันแสดงสีหน้าแปลกๆออกมา
นี่เขาหูฝาดไปรึเปล่า?
หากเป็นเสียงคำรามด้วยความโกรธคงพอเข้าใจได้แต่ทำไมมันถึงให้ความรู้สึกว่าอีกฝ่ายมันไม่พอใจมากกว่า?
ทำไมราชันย์แดนลับถึงไม่พอใจหลินเซวียนล่ะ??
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved