ตอนที่ 105

แบล็ครวดเร็วยิ่งนักและไม่นานก็มาถึงบริเวณฐาน

เขาไม่เห็นซากศพหรือแอ่งเลือดจำนวนมหาศาลอยู่ที่นี่เลยซึ่งนั่นก็ทำให้หัวใจของเขาจมลงไปอีก

ไม่ดีแล้ว

เห็นได้ชัดเลยว่าไม่มีร่องรอยการต่อสู้ อย่าบอกนะว่าโล่วิญญาณกับระเบิดเพลิงถูกสังหารในชั่วพริบตา?

เมื่อความคิดนี้แว่บขึ้นมาในหัวของเขาเขาก็สลัดมันทิ้งทันที

ไม่ๆ

ต่อให้โล่วิญญาณกับระเบิดเพลิงจะเอาชนะราชันย์แดนลับและลูกสมุนของมันไม่ได้แต่ก็น่าจะหนีได้ไม่ยาก พวกเขาไม่น่าจะถูกสังหารในชั่วพริบตา

แบล็คเดินเข้าไปดูใกล้ๆอย่างระมัดระวังและพลันพบว่าโล่วิญญาณกับระเบิดเพลิงกำลังนั่งย่างเนื้อกันอย่างสบายอารมณ์

กลิ่นหอมหวนของเนื้อย่างลอยมาแตะจมูกของแบล็ค

หลินเซวียนเองก็สังเกตเห็นแบล็คเช่นกันจึงโบกมือให้กับเขาอย่างเป็นกันเอง “คุณก็มาด้วยหรอ? อยากจะมาร่วมวงไหม?”

แบล็คถามด้วยความสงสัย “ฐานนี้ไม่ได้ถูกราชันย์แดนลับยึดครองรึ?”

หลินเซวียนถอนหายใจ “ที่นี่เองก็ถูกราชันย์แดนลับยึดไปเหมือนกัน แม้ว่าพวกเราทั้งคู่จะมีพลังอยู่บ้างแต่ก็จัดการกับราชันย์แดนลับไม่ไหวหรอก”

“ถ้างั้นพวกนาย...”

ระเบิดเพลิงยิ้มและเอ่ยออกมา “แต่มันมีราชันย์แดนลับอยู่สองตัวนี่สิ พวกมันดูเหมือนจะกำลังสู้ชิงอาณาเขตกันอยู่ ยิ่งพวกมันสู้กันเท่าไหร่ก็ยิ่งตะเลิดไปไกลมากเท่านั้น พวกเราจึงใช้โอกาสนั้นติดตั้งรูนแห่งการปกปักษ์ซะเลย”

แน่นอนว่าเรื่องจริงหาได้เป็นเช่นนั้น

หลังจากยึดร่างของราชันย์แดนลับและเปลี่ยนให้มันเป็นร่างอวตารของเขาแล้ว หลินเซวียนก็ออกคำสั่งให้มันนอนหมอบอยู่บนพื้นเงียบๆทำหน้าที่เป็นบอร์ดี้การ์ดให้กับเขา ไม่นานนักราชันย์แดนลับอีกตนหนึ่งก็พลันปรากฏตัว

ราชันย์แดนลับทั้งสองตัวล้วนเป็นหมาป่าอัสนีบาตรทั้งสองตัว พวกมันจ้องหน้าและแยกเขี้ยวยิงฟันใส่กัน

หลินเซวียนคิดว่าพวกมันน่าจะสู้กันแน่ๆจึงเตรียมจะเรียกสิงโตอัสนีให้มาแจมในทันที

ท้ายที่สุดหลังจากที่ราชันย์ทั้งสองจ้องกันอยู่พักหนึ่ง...พวกมันก็เริ่มสู้กันจริงๆ

ตัวหนึ่งอยู่ด้านหน้าและอีกตัวอยู่ด้านหลัง จากนั้นตัวหนึ่งก็อยู่บนตัวหนึ่งก็อยู่ล่าง ตัวหนึ่งขยับตัวหนึ่งกรีดร้องราวภูตผี

มาถึงตรงนี้หลินเซวียนถึงพึ่งจะรู้ว่าราชันย์แดนลับตัวที่ถูกเขาชิงร่างมานั้นเป็นตัวผู้ส่วนอีกตัวนั้นเป็นตัวเมีย...

ยิ่งไปกว่านั้นราชันย์แดนลับทั้งสองตัวยังมีขนาดตัวยาวกว่าเจ็ดเมตรทั้งคู่ ความวุ่นวายจากการ ‘ต่อสู้’ ของพวกมันจึงค่อนข้างกว้างและทำให้ต้นไม้บริเวณรอบๆหลายต้นล้มครืนไม่เป็นท่า

อสูรหลายต่อหลายตัวเองก็ได้รับผลกระทบและถูกทับจนตายหรือไม่ก็บาดเจ็บจากการต่อสู้ระหว่างทั้งสองตัวนี้เช่นกัน

หลินเซวียนที่ทนไม่ไหวอีกต่อไปจึงไล่พวกมันทั้งสองตัวให้ไปไกลๆ

หลังจากโดนขัด หมาป่าตัวเมียก็ถึงขั้นคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวใส่หลินเซวียนราวกับกำลังพูดว่า ‘ถ้าเจ้ากล้าขัดคอข้าอีกข้าจะกัดเจ้าให้ตาย’

หมาป่าตัวผู้เองก็หยุดการต่อสู้และเตรียมออกหาสถานที่เหมาะๆในการต่อยกสองกับหมาป่าตัวเมียที่มันพึ่งจะเจอ ราชันย์แดนลับทั้งสองจึงพากันออกไปถ่ามกลางสายฟ้าฟาด

เพราะเรื่องนี้นี่เองทำให้บริเวณนี้เหลือเพียงเขากับร่างแยกของเขาเท่านั้น

แบล็คพยักหน้า “เข้าใจล่ะ”

หลังจากเลื่อนขั้น ภูเขาอัสนีร่วงก็ดูคล้ายกับโลกจริงมากขึ้นไปอีก

ในโลกจริงนั้นอสูรมักจะสู้กับเพื่อตัวเมียหรืออาณาเขตอยู่บ่อยๆ ซึ่งก็เป็นกรณีเดียวกับราชันย์แดนลับเหล่านี้

แบล็คหยิบเอ่อกั่วโถวสองขวดออกมาจากอุปกรณ์เก็บของและยื่นมาให้พวกเขาหนึ่งขวด “อย่ากินแต่เนื้อ ดื่มแอลบ้าง”

คนทั้งสามกินดื่มอย่างมีความสุข บรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่นยิ่งนัก

หลินเซวียนถามออกมาขณะที่กินเนื้อไปด้วย “ทำไมคุณถึงมาสนับสนุนพวกเราล่ะ? อย่าบอกนะว่าฐานอื่นเองก็มีราชันย์แดนลับโผล่ออกมาเหมือนกัน?”

แบล็คสวาปามขาหมูชิ้นใหญ่จนหมดในไม่กี่คำ เขาปาดคราบน้มันออกจากปากด้วยมือและพยักหน้า “ถูกต้อง นักสู้ทางฝั่งตะวันตกกับทางเหนือติดต่อมาทางพวกเรา พวกนั้นบอกว่าทางฝั่งของพวกเขามีราชันย์แดนลับเฝ้าอยู่ทั้งสองฝั่งเลย สถานการณ์ค่อนข้างอันตรายมากและยากแก่การติดตั้งรูนแห่งการปกปักษ์”

“ฉู่เผิงเฉิงที่กำลังจะติดต่อมาหาพวกนายแต่ยอดสุดของภูเขาอัสนีร่วงดันมีสายฟ้าสีม่วงฟาดลงมาซะก่อน มันส่งผลเหมือนกับสนามแม่เหล็กไฟฟ้าทำให้เครื่องมือสื่อสารของทุกคนพังยับในชั่วพริบตา”

หลินเซวียนหยิบเครื่องมือสื่อสารออกมาจากเอวและกล่าวด้วยความประหลาดใจ “เข้าใจล่ะ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมได้ยินแต่เสียงแสบแก้วหูดังออกมาจากเครื่องมือสื่อสาร”

“ในเมื่อนายจัดการติดตั้งรูนแห่งการปกปักษ์แล้วก็รีบไปสนับสนุนอีกสามฝั่งที่เหลือเถอะ” แบล็คลุกขึ้นยืน

หลินเซวียนพยักหน้าและตามเขาไปติดๆพร้อมกับระเบิดเพลิง

ไม่นานนักพวกเขาก็มาถึงฝั่งใต้ของภูเขาอัสนีร่วง ระหว่างทางนั้นพวกเขาพบกับไป๋ชิงเหอที่มาให้การสนับสนุนทางฝั่งนี้ แม้ว่าเลเวลของไป๋ชิงเหอจะต่ำไปซักหน่อยแต่อาชีพของเขานั้นเป็นถึงเกรดสีม่วง – นักล่าโลหิตและพลังรบเองก็แข็งแกร่งยิ่งนัก

อย่างไรก็ตามพวกเขากลับไม่พบกับนักสู้ทั้งสองคนที่ถูกส่งมาก่อนหน้าหากแต่พบเพียงศพสองศพที่ถูกกัดจนเละไม่มีชิ้นดี

แบล็คถอนหายใจและเก็บซากของคนเหล่านี้ขึ้นมาก่อนจะฝังมันเอาไว้ในพื้นดิน

จากนั้นพวกเขาก็รีบมาที่ฐานทิศใต้หากแต่กลับพบอสูรจำนวนมากที่มารวมตัวกันตามคาด อย่างไรก็ตามดูเหมือนจะไม่มีสัญญาณของราชันย์แดนลับอยู่เลย

“ฉันเดาว่าทั้งสองคนนั้นน่าจะวางแผนล่ออสูรออกไปเพื่อใช้วิธีล่อไปฆ่าทีละน้อย” ไป๋ชิงเหอถอนหายใจ “แต่พวกนั้นน่าจะล่ออสูรออกไปเยอะเกินไปเลยถูกรุมและท้ายที่สุดจึงเสียชีวิตในการต่อสู้”

“น่าเสียดายจริงๆ ยังไงซะพวกเขาก็เป็นถึงนักสู้ขอบเขตที่7” แบล็คดูจะไม่ได้มีท่าทีเสียใจเท่าไหร่นักและหยิบมีดสั้นคู่หนึ่งออกมากระชับเอาไว้ในมือ

ไป๋ชิงเหอพยักหน้า “ลงมือเถอะ รีบจัดการกับอสูรพวกนี้แล้วไปสนับสนุนอีกสองด้านที่เหลือ”

ด้วยความแข็งแกร่งของโล่วิญญาณ ระเบิดเพลิง แบล็คและไป๋ชิงเหอทำให้การจัดการฝูงอสูรนับร้อยตัวฝูงนี้ไม่ใช่เรื่องยากเลยแม้แต่น้อย

ตราบใดที่โล่วิญญาณสามารถต้านทานพวกมันเอาไว้ได้ การจะสังหารพวกมันทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับเวลาแล้ว

ไม่นานนักอสูรทั้งหมดก็ถูกกวาดล้างจนสิ้น

คนทั้งสี่สามารถติดตั้งรูนแห่งการปกปักษ์ได้สำเร็จ

“ไปกันต่อเถอะ” แบล็คเรียกให้โล่วิญญาณกับระเบิดเพลิงตามไป

ครึ่งชั่วโมงต่อมาพวกเขาก็มาถึงฝั่งตะวันตกของภูเขาอัสนีร่วงและพบกับนักสู้ขอบเขตที่7 3คนที่ดูสภาพน่าอเนจอนาถไม่น้อย

สองในสามคนนั้นมีเลเวล2ขอบเขตที่7ส่วนอีกคนมีเลเวล6ขอบเขตที่7 เขาคือคนที่รีบรุดลงมาจากยอดเขาหลักเพื่อสนับสนุน

“หือ? พวกนายอยู่นี่เองรึ?” คนทั้งสามยินดียิ่งนักเมื่อเห็นหลินเซวียนกับคนอื่นๆ

อย่างไรก็ตามหลังจากยินดีได้เพียงครู่เดียวพวกเขาก็เริ่มขมวดคิ้วอีกครั้ง

“ต่อให้มีเพิ่มมาอีกสี่คนก็ไร้ประโยชน์ ยังไงพวกเราก็เอาราชันย์แดนลับสองตัวไม่ลงอยู่ดี”

“ไอ้ราชันย์สองตัวนั่นมันเป็นห่าอะไรของพวกมัน พวกมันตัวติดกับอย่างกับกาวแถมยังมีลูกไล่อีกอย่างน้อยก็ต้องมี600ตัว นี่มันบ้าบอกันไปใหญ่แล้ว ดูแค่จำนวนอย่างเดียวหนังหัวฉันของชาหนึบแล้ว”

“แบล็คทำไมพวกเราไม่หาจุดอื่นเป็นฐานสำหรับสถานีไร้ภัยแทนล่ะ?”

คนทั้งสามมองมาที่แบล็คด้วยสายตาสิ้นหวัง

แบล็คส่ายหัว “สถานีไร้ภัยจำเป็นต้องติดต่ออุปกรณ์หลากหลายชนิด ทั้งโรงอาหาร ที่พัก ห้องน้ำ จุดซื้อขายและสิ่งอำนวยความสะดวกอีกหลายอย่าง พื้นที่ที่จำเป็นต้องใช้นั้นค่อนข้างใหญ่มาก”

“พวกเราตรวจสอบทางฝั่งตะวันตกของภูเขาอัสนีร่วงมาพักใหญ่แล้ว จุดนี้เป็นเพียงจุดเดียวที่เหมาะแก่การตั้งสถานีไร้ภัย พื้นที่จุดอื่นนั้นถ้าไม่ใช่แนวเทือกเขาสูงหรือมีสายฟ้าฟาดลงมาบ่อยครั้งก็มักจะมีอสูรอยู่ชุกชุม ดังนั้นจึงไม่เหมาะเป็นอย่างยิ่ง”

คำกล่าวของแบล็คทำให้ทุกคนรู้สึกถึงปัญหาขึ้นมา

พวกเขาไม่อาจเอาชนะราชันย์แดนลับทั้งสองได้

หากแต่ก็ไม่อาจสร้างสถานีไร้ภัยที่อื่นได้เช่นกัน

อย่าบนอกะว่าพื้นที่ฝั่งตะวันตกของภูเขาอัสนีร่วงจะตั้งสถานีไร้ภัยไม่ได้จริงๆ?

นั่นจะยิ่งทำให้อะไรๆยากเย็นขึ้นไปอีก

หลังจากการเลื่อนขั้นของภูเขาอัสนีร่วง พื้นที่ของมันก็ขยายขึ้นอย่างมหาศาล พื้นที่โดยรวมทั้งหมดนั้นน่าจะเกิน30ตารางกิโลเมตรไปแล้วซึ่งนั่นเทียบได้เลยกับประเทศขนาดย่อมๆ

การที่แดนลับขนาดใหญ่โตเพียงนี้มีสถานีไร้ภัยเพียงห้าจุดก็ฟังดูไร้เหตุผลมากพอแล้ว

ตอนนี้พวกเขายังต้องมาลดไปอีกหนึ่งจุดทางฝั่งตะวันตกอีก

เช่นนี้แล้วก็มีโอกาสเป็นไปได้สูงมากที่นักสู้จะไม่มาฟาร์มทางตะวันตกกัน ทั้งนี้ก็เพราะหากพวกเขาพบเจอกับอันตรายเข้าก็ไม่อาจหาที่หลบภัยได้และจะทำให้ความอันตรายของพื้นที่บริเวณนี้เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก

การตายของนักสู้ขอบเขตที่7ไม่ว่าคนใดก็ถือเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ของกองพลก่อสร้างทั้งสิ้น

หลินเซวียนเผยสีหน้าประหลาดออกมา

ราชันย์แดนลับสองตัวที่ตัวติดกันเป็นตังเม อย่าบอกนะ...

“พวกมันคือหมาป่าอัสนีบาตรรึเปล่า?” เขาถามขึ้นมา

คนทั้งสามเงยหน้ามองเขาและเอ่ยออกมาด้วยความประหลาดใจ “ใช่นายรู้ได้ยังไง?”

หลินเซวียนกระแอมออกมาแห้งๆ “ฐานทางฝั้งผมเองก็ถูกหนึ่งในพวกมันยึดครองเอาไว้ หลังจากนั้นพออีกตัวโผล่มาพวกมันก็เริ่มสู้กัน ยิ่งพวกมันสู้กันเท่าไหร่ก็ยิ่งห่างออกไปมากเท่านั้น ผมเลยใช้โอกาสนั้นติดตั้งรูนแห่งการปกปักษ์”

คนทั้งสามมองมาที่เขาด้วยสายตาริษยา

โล่วิญญาณกับระเบิดเพลิงจะโชคดีเกินไปแล้ว

ราชันย์แดนลับสองตัวกลับสู้กันจนหลุดจากวงโคจรออกไปทำให้พวกเขาฉวยโอกาสได้พอดี

“ถ้าไม่มีทางอื่นจริงๆ ฉันจะเป็นเหยื่อล่อราชันย์แดนลับและอสูรพวกนั้นออกไปเอง พวกนายก็ใช้จังหวะนั้นติดตั้งรูนแห่งการปกปักษ์ซะ” แบล็คเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

คนทั้งสามประหลาดใจยิ่งนัก

แบล็คยินดีจะใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อ เรื่องนี้อันตรายมากและเขาอาจจะต้องทิ้งชีวิตเอาไว้ในแดนลับแห่งนี้ก็เป็นได้

แน่นอนว่าแบล็คสามารถวิ่งหนีกลับมายังม่านพลังงานภายในขอบเขตของรูนแห่งการปกปักษ์ได้

หากแต่ก็มีโอกาสสูงมากเช่นกันที่ราชันย์แดนลับที่โกรธเกรี้ยวถึงขีดสุดจะนำฝูงอสูรเข้าโจมตีม่านพลัง

ยังไงซะรูนแห่งการปกปักษ์ก็ไม่ได้ไร้เทียมทาน ปราศจากพลังงานคอยหล่อเลี้ยงสุดท้ายมันก็จะปกป้องพวกเขาได้ไม่นาน

เมื่อม่านพลังงานพังทลายลง พวกเขาย่อมหลีกหนีความตายไปไม่พ้น

เมื่อเห็นว่าแบล็คคิดจะเสี่ยงชีวิตหลินเซวียนจึงรีบเอ่ยออกมา “พวกคุณไม่จำเป็นต้องเสี่ยงหรอก ผมมีไอเดีย”

แบล็คชะงักไป “ลองว่ามาซิ”

หลินเซวียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “จริงแล้วแล้ว...ผมสามารถพูดคุยกับพวกอสูรได้มาตั้งแต่ยังเด็กแล้ว”

แบล็คกับคนอื่นๆอีกสี่คนจ้องมาที่เขาด้วยความประหลาดใจ “นายเกิดมาพร้อมกับสกิลของผู้เลี้ยงอสูรงั้นหรอ?”

ผู้เลี้ยงอสูรคืออาชีพเกรดสีฟ้า

สกิลอาชีพของผู้เลี้ยงอสูรเองก็ชื่อว่า ‘ผู้เลี้ยงอสูร’ เช่นกันซึ่งจะทำให้สามารถพูดคุยกับอสูรป่าและอสูรปิศาจได้

ส่วนผลลัพธ์การพูดคุยนั้นก็ขึ้นอยู่กับเกรด ระดับของสกิลและระดับของอสูร

เมื่อพูดคุยสัมฤทธิ์ผลก็เป็นไปได้ที่จะแฮปปี้ทั้งสองฝ่าย

หากแต่ก็มีความเป็นไปได้เช่นกันที่การพูดคุยจะล้มเหลว เดิมทีพวกอสูรนั้นต้องการเพียงแค่ไล่พวกนักสู้ออกจากอาณาเขตของพวกมันเท่านั้น ด้วยการพูดคุยนี้อาจจะทำให้อสูรยิ่งโมโหและไม่หยุดไล่จนกว่าพวกเขาจะตายกันไปข้างก็เป็นไปได้

เห็นได้ชัดเลยว่าเนื่องจากสกิลของอาชีพนี้ค่อนข้างไร้ประโยชน์และเป็นอาชีพที่แทบจะไม่มีพลังต่อสู้เลยทำให้มีไม่กี่คนเท่านั้นที่เลือกอาชีพนี้

หลินเซวียนพยักหน้าและเอ่ยยอมรับไปตามตรง

“ถ้างั้นก็ลองดูจากไกลๆ บางทีนายอาจจะทำให้ราชันย์แดนลับทั้งสองตัวนั้นจากไปอย่างเต็มใจก็เป็นได้” แบล็คเอ่ยเสียงขรึม “แต่ถ้ามันมีท่าทีว่าจะโจมตีให้รีบหนีซะ! หนีทันที! ฉันจะคอยคุ้มกันให้เอง”

หลินเซวียนพยักหน้าด้วยท่าทีเคร่งเครียดจริงจังและแสร้งทำทีเป็นระมัดระวังตัวสุดขั้วและค่อยๆเยื้องย่างไปยังลานกว้าง

ไม่นานนักเขาก็พบกับหมาป่าอัสนีบาตรทั้งสองตัวที่กำลังนอนอยู่บนลานกว้าง

รอบนอกนั้นเต็มไปด้วยอสูรนับร้อยที่กำลังเล่นหรือไม่ก็งีบหลับกันอยู่

หมาป่าตัวผู้เลียขนมันเงาของหมาป่าตัวเมีย หมาป่าตัวเมียเองก็ดูเหมือนจะชอบใจและนอนกลิ้งไปมาบนพื้นอย่างสบายอารมณ์

ดูจากบาดแผลบนร่างกายของพวกมันแล้ว เขาบอกได้เลยว่าการต่อสู้เมื่อครู่นั้นน่าจะหนักหน่วงไม่น้อย

ส่วนรายละเอียดของสถานการณ์การต่อสู้นั้น...หลินเซวียนไม่อยากจะใช้มุมมองของร่างอวตารเพื่อตรวจสอบซักเท่าไหร่นัก มันอาจจะส่งผลต่อรสนิยมทางเพศของเขาก็เป็นได้

เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของมนุษย์ อสูรหลายตัวก็พลันผุดลุกขึ้นยืนและแยกเขี้ยวยิงฟันใส่หลินเซวียน

แบล็คกับคนอื่นๆเริ่มรู้สึกกังวลขึ้นมา

จะได้ผลจริงๆรึ?

หรือว่าโล่วิญญาณแค่บลัฟเท่านั้น?

หมาป่าตัวผู้และตัวเมียที่อยู่ตรงกลางเองก็สังเกตเห็นคนผู้นี้แล้วช่นกัน

โดยเฉพาะหมาป่าตัวเมียที่มีความประทับใจในตัวมนุษย์ผู้นี้อย่างฝังลึก

ในตอนที่มันกำลังฟินอยู่เมื่อครู่ เป็นเจ้ามนุษย์ผู้นี้นี่แหละที่เอ่ยอะไรบางอย่างกับหมาป่าตัวผู้จนมันหยุดเคลื่อนไหว

เมื่อเห็นมนุษย์ผู้นี้อีกครั้งมันจึงยิ่งโมโห มันเปิดปากและคำรามลั่นใส่หลินเซวียนด้วยเสียงคำรามที่อัดแน่นไปด้วยความโกรธ

เจ้ามนุษย์สารเลวผู้นี้มาวุ่นวายกับมันอีกแล้วงั้นรึ? รอก่อนเถอะฉันจะลุกไปฆ่าแกเดี๋ยวนี้แหละ!

แบล็คพลันแสดงสีหน้าแปลกๆออกมา

นี่เขาหูฝาดไปรึเปล่า?

หากเป็นเสียงคำรามด้วยความโกรธคงพอเข้าใจได้แต่ทำไมมันถึงให้ความรู้สึกว่าอีกฝ่ายมันไม่พอใจมากกว่า?

ทำไมราชันย์แดนลับถึงไม่พอใจหลินเซวียนล่ะ??