ตอนที่ 65

บอลเพลิงขนาดมหึมาดึงดูดความสนใจของทุกผู้ทุกคนในสนามรบ

กระทั่งกำลังหลักของทั้งกองพลก่อสร้างและองค์กรเจอร์มินอลเอง รวมไปถึงเทศมนตรีเย่อู่ชิวและผู้จัดการอีกสองคนขององค์กรเจอร์มินอลก็ยังอดเงยหน้ามองบอลไฟลูกนั้นไม่ได้

ดวงตาดุจหงส์ของเย่อู่ชิวเบิกกว้าง “สหายคนนั้นของโล่วิญญาณทรงพลังขนาดนี้เชียว? บอลเพลิงที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่ขนาดนี้สามารถใช้ออกได้เพียงนักสู้เลเวล9ขอบเขตที่6ที่มีค่าสถานะจิตวิญญาณอย่างน้อย350แต้มเท่านั้น”

ผู้จัดการหมายเลข1เอ่ยด้วยน้ำเสียงตกตะลึง “ต่ำกว่าขอบเขตที่7ไม่มีใครสามารถต้านทานมันได้แน่!”

ผู้จัดการหมายเลข2เองก็ตกตะลึงเช่นกัน “นั่นฝีมือของระเบิดเพลิงงั้นหรอ? นี่ไม่ดีแล้วๆ หมายเลข3กำลังเข้าตาจน! หมายเลข1พวกเราต้องรีบไปช่วยเขาให้เร็วที่สุด”

แน่นอนว่าในใจของหัวเราะคิกคักอยู่

ระเบิดเพลิงคนนี้ยอดเยี่ยมมาก!

ถ้าเขาสังหารหมายเลข3ทิ้งได้เลยจะดีมาก! หลังการต่อสู้จบเขานี่แหละจะเป็นคนไปตบรางวัลให้ระเบิดเพลิงคนแรก!

หมายเลข1ขบฟันแน่น “แบล็คคงต้องรบกวนให้คุณไปช่วยหมายเลข3แล้วล่ะ”

อึก อึก อึก...

หมายเลข1 “...”

“รอก่อนนะ ฉันต้องดื่มมากว่านี้อีกหน่อยถึงจะสู้ได้” แบล็คดื่มไวน์ทั้งหมดที่เหลือในขวดลงไปในคราวเดียว หลังจากนั้นเขาก็โยนขวดเปล่าให้กับหมายเลข2และหายตัวไปท่ามกลางความมืดในชั่วพริบตา

เมื่อเขาปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้ง ร่างของเขาก็มาปรากฏอยู่ที่กำแพงเมืองทิศตะวันตกแล้ว

ผู้จัดการหมายเลข3เวลานี้นอนแผ่สามสลึงแน่นิ่งอยู่บนพื้น ทั่วร่างของเขามีแต่บาดแผลไฟไหม้และแทบจะกลายเป็นมนุษย์ถ่านอยู่แล้ว

ดาบพิษเหมันต์ของเขาแตกสลายไปเกือบหมดและอุปกรณ์หลายอย่างบนตัวเองก็พังทลายแต่ตัวเขากลับยังมีชีวิตอยู่

“ไม่ควรจะเป็นแบบนี้สิ หลังจากลดความเร็วหมอนั่นไปแล้วหมอนั่นก็น่าจะอยู่ตรงกลางของการระเบิดของระเบิดเพลิงเต็มๆ ที่จริงแล้วควรจะตายในชั่วพริบตาด้วยซ้ำ”

หลินเซวียนขบคิดดูและคาดเดาได้เพียงว่าเนื่องจากความสามารถพิเศษของอุปกรณ์พิเศษบางชิ้น

ยังไงซะตัวเขาเองก็ยังมีชุดเซ็ตปราการยักษ์ที่สามารถต้านทานความเสียหายถึงตายได้แต่ระยะเวลาคูลดาวน์นั้นนานมาก

ผู้จัดการหมายเลข3เป็นผู้จัดการมาหลายปีดังนั้นก็น่าจะมีไอเทมช่วยชีวิตเหล่านี้อยู่กับตัวเหมือนกัน

หมายเลข3เปิดเปลือกตาด้วยความยากเย็นและคิดจะลุกขึ้นหากแต่กลับพบว่าร่างกายของเขานั้นถูกเผาจนเกรียมและไม่อาจพยุงร่างขึ้นได้เลยแม้แต่น้อย

เขาทำได้เพียงนำโพชั่นฟื้นฟูพลังชีวิตออกมาจากอุปกรณ์เก็บของเท่านั้น

หลินเซวียนคิดจะใช้ระเบิดเพลิงอีกครั้งเพื่อจบชีวิตของหมายเลข3เสีย

หากแต่จู่ๆแบล็คกลับปรากฏตัวและยืนขวางเบื้องหน้าของผู้จัดการหมายเลข3เอาไว้

“แม้ว่าฉันจะไม่ชอบหมายเลข3เหมือนกันแต่ก็คงปล่อยให้นายฆ่าเขาง่ายๆไม่ได้หรอก” แบล็คที่ยืนประจันหน้ากับหลินเซวียนมือเปล่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

“ท่านแบล็ค! ฆ่ามันเลย! ล้างแค้นให้ท่านหมายเลข3!”

“ฆ่าระเบิดเพลิง! ตายไปซะไอ้เวรระเบิดเพลิง!”

ด้านล่างกำแพงเมือง จางเผิง หยางเหว่ยและโม่หยวนต่างกู่ร้องด้วยความโกรธเกรี้ยวจนน้ำลายกระเด็นไปทั่ว

เมื่อครู่นี้พวกมันยังเงียบเป็นเป่าสากและไม่กล้าขึ้นมาช่วยหมายเลข3เลยด้วยซ้ำ มาตอนนี้กลับทำราวกับว่าหมายเลข3เป็นพ่อของพวกมันที่ถูกระเบิดเพลิงทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส

แบล็คไม่สนใจคำกล่าวของคนเหล่านี้และไม่ได้มองไปที่หลินเซวียนที่ซ่อนตัวอยู่ภายใต้ผ้าคลุมสีดำเลยด้วยซ้ำ กลับกันสายตาของเขานั้นมองไปยังกำแพงเมืองแทน

สตรีผมสั้นในชุดสูทสีขาวและกางเกงสีขาวทรงเพรียวบางยืนอยู่ตรงนั้น

“เทศมนตรีเย่มาสู้กันเถอะ” แบล็คยิ้มและเอ่ยออกมา

เย่อู่ชิวพลันย่างเท้าลงบนพื้นและปรากฏกายออกมา

นักสู้ขอบเขตที่7ของเมืองเครนขาวแห่งนี้คือเทศมนตรีเย่อู่ชิวผู้นี้นี่แหละ

แบล็คถีบหมายเลข3ลงจากกำแพงเมืองไปกระแทกเข้ากับพวกจางผิง “เอาโพชั่นฟื้นฟูพลังชีวิตสองขวดให้มันดื่ม มันยังตายตอนนี้ไม่ได้”

จางเผิงและพวกนิ่งอึ้งอย่างโง่งม นี่ไม่ใช่หมายความว่าหลังจากนี้หมายเลข3สมควรตายหรอกหรอ?

พวกเขาตกตะลึงยิ่งนักแต่ก็ไม่กล้ากล่าวสิ่งใด พวกเขาทำได้เพียงช่วยหมายเลข3เปิดปากและดื่มโพชั่นเข้าไปเท่านั้น

แม้ว่าโลกทั้งใบจะเปลี่ยนเป็นเกมไปแล้วและนักสู้ต่างก็มีหลอดพลังชีวิต พลังงานและพลังเวทย์หากแต่พวกเขาก็ไม่ได้ไร้เทียมทาน

ถ้าได้รับบาดเจ็บสาหัสมาร่างกายก็จะได้รับความเสียหายเช่นกัน

ยกตัวอย่างเช่นถ้าคนผู้หนึ่งตาบอดคนผู้นั้นก็จะได้รับความเสียหายเป็นสองเท่าถ้าถูกโจมตีซ้ำและหลังจากฟื้นฟูพลังชีวิตขึ้นมาได้แล้วก็จำเป็นต้องใช้เวลานานมากกว่าดวงตาจะงอกขึ้นมาใหม่

ถ้ามีค่าความอดทนสูงระยะเวลาก็จะสั้นลง

หมายเลข3ในตอนนี้ทั่วร่างเกลื่อนไปทั่วบาดแผลไฟไหม้และใกล้จะตายเต็มที แม้ว่าพลังชีวิตเขาจะฟื้นคืนขึ้นมาแล้วแต่ก็เป็นไปไม่ได้แน่ที่จะกลับมาสู้ได้อีกครั้งในทันที เขาจำเป็นต้องนอนติดเตียงไปอีกอย่างน้อยหนึ่งหรือสองสัปดาห์ถึงจะฟื้นฟูกลับมาได้อย่างสมบูรณ์

เย่อู่ชิวเอ่ย “ไปที่กำแพงเมืองฝั่งอื่นเถอะ ฉันจะจัดการกับเจ้าลูกไล่ขององค์กรเจอร์มินอลคนนี้เอง”

แบล็คยิ้มอ่อน “ฉันทำทุกอย่างก็เพื่อเงินแล้วจะเรียกว่าลูกไล่ได้ยังไง?”

หลินเซวียนสบถภายในใจ สองคนนี้เห็นๆอยู่ว่ารู้จักกันดีแต่กลับยังแสดงทำทีว่าไม่รู้จักกัน เรียกได้ว่าเป็นมืออาชีพมากๆ

ในเวลานั้นเองเสียงใบพัดของเฮลิคอปเตอร์พลันดังขึ้นมาจากทางเหนือของเมืองเครนขาว

จากนั้นเฮลิคอปเตอร์เหยี่ยวดำก็พลันบินทะลุเส้นขอบฟ้ายามราตรีและมาปรากฏให้ทุกคนเห็น

เงาร่างสองร่างกระโดดลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ซึ่งอยู่เหนือพื้นดินไปหลายสิบเมตร

ปัง ปัง!

คนทั้งสองล่อนลงบนพิ้นดินบนกำแพงทางเหนือของเมืองเครนขาวจนทำให้กำแพงเมืองแทบจะกลายเป็นหลุมขนาดยักษ์

ดวงเนตรงามของเย่อู่ชิวพลันหรี่แคบลง

กำลังสนับสนุนขององค์กรเจอร์มินอลในที่สุดก็มาแล้ว

เป็นอย่างที่เธอคาดการณ์เอาไว้ไม่มีผิด อีกฝ่ายเก็บไพ่ตายนี้เอาไว้จนกระทั่งเธอปรากฏตัว

ตอนนี้เธอถูกทิ้งให้ต้องสู้กับแบล็คอยู่ที่กำแพงทิศตะวันตก สถานที่อื่นๆในเมืองเครนขาวจึงไร้ผู้คุ้มกัน ในเวลานี้ย่อมไม่มีใครสามารถต้านทานนักสู้ขอบเขตที่7ถึงสองคนได้อย่างแน่นอน!

มีเพียงนักสู้ขอบเขตที่7ด้วยกันเท่านั้นถึงสามารถสู้กับขอบเขตที่7ได้!

นักสู้เลเวล9ขอบเขตที่6น้อยคนนักที่สามารถเผชิญหน้ากับพลังอันท่วมท้นของนักสู้เลเวล1ขอบเขตที่7ได้

ช่องว่างนั้นใหญ่โตยิ่งนัก

“นี่น่ะหรอเมืองเครนขาว? ดูธรรมดามากเลยนะ”

“รีบจัดการงานของเราให้เสร็จดีกว่า”

เงาร่างทั้งสองกระโดดลงจากกำแพงเมืองจนทำให้บ้านเรือนด้านล่างกำแพงทิศเหนือพังทลาย ครอบครัวสามคนที่เดิมทีพักอาศัยอยู่ในบ้านใกล้ๆเมื่อเดินออกมาดูกลับพบเข้ากับเงาร่างทั้งสองนี้ คนทางด้ายซ้ายโน้มตัวลงมาเล็กน้อยและส่งยิ้มให้คนทั้งสาม “จู่ๆก็โผล่มาแบบนี้คงรบกวนการพักผ่อนของพวกคุณแย่ ผมขอโทษด้วยจริงๆ”

ผู้เป็นสามีถอนหายใจโล่งอก ดูเหมือนผู้มาจากภายนอกผู้นี้จะคุยง่าย เขาคว้ามือของภรรยาและลูกสาวเอาไว้แน่น “ไม่เป็นไรๆ ถ้าไม่มีอะไรแล้วพวกเราขอตัวกลับบ้าน...”

ก่อนที่เขาจะทันได้กล่าวจบประโยค คนทั้งสามก็พลันหัวโดนกุดหัวโดยประกายดาบที่รวดเร็วดั่งสายฟ้าเสียก่อน ศพไร้ศีรษะของพวกเขาเองก็พ่นเลือดออกมาอย่างรุนแรง

คนทางด้านขวาเองก็ค้อมศีรษะลงเล็กน้อยและเอ่ยออกมายิ้มๆ “เห็นคุณทั้งสามคนมีความสุขและกลมเกลียวกันขนาดนี้ ในฐานะของคนที่ไม่เคยมีความสุขผมเลยรู้สึกอิจฉานิดหน่อย ดังนั้นผมเลยอดกุดหัวพวกคุณทั้งสามทิ้งไม่ได้ ต้องขออภัยจริงๆ”

หลินเซวียนมองภาพที่เกิดขึ้นจากที่ไกลๆ เมื่อเห็นทั้งสองคนนั้นกล่าวขอโทษขอโพยหลังจากลงมือสังหารคนเหล่านั้นหัวใจของเขาก็พลันเย็นเยียบขึ้นมา

ผู้จัดการหมายเลข1หัวเราะเสียงดังสนั่น “สองผู้ยิ่งใหญ่มาสนับสนุนพวกเราแล้ว เมื่อไม่มีนักสู้ขอบเขตที่7คอยขัดขวางการยึดเมืองเครนขาวก็ง่ายดายเหมือนสายลมพัดผ่านนั่นแหละ!”

ผู้จัดการหมายเลข2เองก็หัวเราะอย่างเริงร่าเช่นกันหากแต่เสียงหัวเราะของเขานั้นดูไม่เป็นธรรมชาติยิ่งนัก “ดี ดี ดี! เมืองเครนขาวกำลังจะตกมาอยู่ในเงื้อมมือองค์กรเจอร์มินอลของพวกเราแล้ว!”

เย่อู่ชิวเลิกคิ้วและคิดจะแก้สถานการณ์ในทันที

หากแต่แบล็คหยุดเจ้าหล่อนเอาไว้ “มีฉันอยู่ตรงนี้ด้วยเธอไปไหนไม่ได้หรอก!”

เงาดาบตัดผ่านไปมาอย่างบ้าคลั่ง

เย่อู่ชิวและแบล็คแลกเปลี่ยนกระบวนท่ากันกว่าสิบครั้งในชั่วพริบตา คนทั้งสองสู้กันตั้งแต่เหนือกำแพงเมืองทิศตะวันตกจรดด้านล่าง เย่อู่ชิวถูกอีกฝ่ายโจมตีเข้าใส่อย่างรุนแรงจนร่างของเจ้าหล่อนลอยกระเด็นออกไปกว่าสิบเมตรและชนเข้ากับบ้านหลังหนึ่งจนพังทลาย

เธอพ่นเลือดออกมาอย่างรุนแรงและทุกๆคนต่างก็เห็นภาพนี้ชัดเจนถนัดตา

แบล็คเองก็ตามมาติดๆดูจะไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายได้มีโอกาสหายใจ

เย่อู่ชิวตกอยู่ในสถานการณ์เสียเปรียบอย่างสมบูรณ์และร่างกายเกลื่อนไปด้วยบาดแผล

เสื้อและกางเกงสูทสีขาวของเจ้าหล่อนเต็มไปด้วยร่องรอยฉีดขาดและเปื้อนไปด้ยเลือด

หลินเซวียนเดาะลิ้นด้วยความประหลาดใจ

คนคู่นี้แสดงดีจริงๆ กระทั่งนักแสดงที่ชนะรางวัลออสการ์ก็ยังดีไม่พอถือรองเท้าให้พวกเขาเลยด้วยซ้ำ

ยิ่งไปกว่านั้นเขายังสังเกตด้วยว่า แม้ว่าแบล็คดูเหมือนจะเป็นฝ่ายกำชัยแต่แท้จริงแล้วพวกเขากำลังเข้าใกล้จุดที่นักสู้ขอบเขตที่7สองคนนั้นยืนอยู่

“ถ้าเป็นสองต่อหนึ่งคงเอาชัยได้ไม่ยาก ในฐานะของนักสู้แล้วการทำแบบนี้คงไร้เกียรติไปหน่อย”

“พี่ชายพูดถูก ทำไมพวกเราไม่คิดซะว่าทุกคนในเมืองเครนขาวเป็นศัตรูล่ะ? แบบนี้ก็เท่ากับพวกเรามีศัตรูเป็นพันแล้วไง”

“ความคิดดีมาก ถ้าแบบนี้ก็นับได้ว่ามีเกียรติแล้ว”

คนทั้งสองพูดคุยกันอย่างสบายอารมณ์ขณะเดินเข้าหาเย่อู่ชิว