ตอนที่ 120

หลินเซวียนควบคุมให้อสรพิษเสี้ยวศิลาเลื้อยไปทางที่มาของเสียง

ในที่สุดเขาก็ได้ยินบทสนทนาอย่างชัดเจนใกล้ๆกับถ้ำใต้ดินมืดมิด

หลินเซวียนลอบฟังอย่างตั้งใจ

จากนั้นเขาก็ได้รู้ว่า...

เขาไม่เข้าใจที่อีกฝ่ายพูดเลยซักนิด!

เชี่ยเอ๊ย ทำไมโลกมันต้องมีเรื่องอย่างกำแพงภาษาอยู่ด้วยวะ!

“ยังไงก็ตามอีกฝ่ายไม่ใช่คนจีนแน่นอน เจ้าหมอนั่นน่าจะไม่ใช่หนึ่งในพวกเรา”

หลินเซวียนพยักหน้าและควบคุมให้อสรพิษเสี้ยวศิลาเลื้อยเข้าไปใกล้ๆ

ไม่นานนักอสรพิษเสื้ยวศิลาก็เลื้อยมาถึงอย่างเงียบเชียบและได้เห็นว่ามีคนสองคนกำลังคุยกันอยู่

อีกฝ่ายหนึ่งนั้นมีจมูกและริมฝีปากกว้างคล้ายกับชาวอินเดียที่หลินเซวียนเคยพบมาก่อน

“พวกนั้นซ่อนตัวอยู่ที่นี่จริงๆด้วย!”

หลินเซวียนมีความสุขยิ่งนัก

เขาไม่คิดเลยว่าจะพบเจอทีซ่อนตัวของพวกนักสู้ชาวอินเดียง่ายดายขนาดนี้

อย่างไรก็ตามในตอนที่เขากำลังจะฟังต่อนั้น นักสู้ชาวอินเดียทั้งสองคนก็พลันค้นพบการคงอยู่ของอสรพิษเสี้ยวศิลาเข้าเสียก่อน

คนทั้งสองส่งเสียงโวยวายฟังดูแปลกประหลาดออกมาและเปิดฉากโจมตีอย่างไม่ลังเล

ยังไงซะอสรพิษเสี้ยวศิลาก็เป็นเพียงอสูรเลเวล2ขอบเขตที่7เท่านั้น ในบรรพตเสี้ยววิญญาณแห่งนี้มันถือได้ว่าเป็นอสูรกลุ่มที่อ่อนแอที่สุดและอยู่จุดต่ำสุดของห่วงโซ่อาหารเลยก็ว่าได้

ครึ่งนาทีต่อมาหลินเซวียนก็ถอนสายตากลับ

“โชคดีที่ยัดทุกอย่างที่ได้มาจากการฟาร์มก่อนหน้านี้เอาไว้ในมิติส่วนตัวหมดแล้ว ไม่งั้นคงเสียหายหนักแน่”

หลินเซวียนสบถด่า เขาไม่คิดเลยว่าการรับรู้ของนักสู้ชาวอินเดียทั้งสองคนจะแข็งแกร่งขนาดนี้ พวกนั้นกลับสามารถพบการคงอยู่ของอสรพิษเสี้ยวศิลาได้อย่างง่ายดายและลงมือสังหารมันทันที

“ดูเหมือนพรุ่งนี้คงต้องลงไปเองและหาร่างอวตารเพิ่ม”

หลังจากหลินเซวียนวางแผนการเสร็จสรรพเขาก็ผล็อยหลับไป

วันถัดมา

ไป๋ชิงเหอตื่นขึ้นมาในตอนเช้ามากและออกไปหาซื้ออาหารเช้าให้กับพวกเขาทั้ง5คน

อาหารเช้านั้นเรียบง่ายมาก นมถั่วเหลือง แท่งชุบแป้งทอดและแพนเค้กหัวหอมทอด

หลินเซวียนเองก็ทานเข้าไปโดยไม่ติดใจอะไร

หลังอาหารเช้า คนทั้งหกก็แยกย้ายกันออกไปอีกครั้งเพื่อไปยังสถานที่หลายๆแห่งในโคโลนี่หมายเลข3เพื่อค้นหาเหตุการณ์ผิดปกติต่อไป

“นายอยากให้ฉันไปด้วยไหม?” เย่อู่ชิวถาม

หลินเซวียนส่ายหัว “ผมไปคนเดียวได้”

ถ้ามีคนไปด้วยเยอะๆเขาก็ไม่สะดวกจะแสดงความแข็งแกร่งที่แท้จริงออกมา

หลังจากออกจากโคโลนี่หมายเลข3 หลินเซวียนก็มุ่งหน้าไปยังถ้ำใต้ดินที่อยู่ใกล้ๆอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตามตัวเขาไม่ได้เดินเข้าไปโต้งๆแต่อย่างใด กลับกันเขาหาวัดร้างแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆและใช้สกิลร่างแยกขั้นสูงเพื่อสร้างร่างแยกออกมา เขาให้ร่างแยกนี้สวมใส่ชุดเซ็ตพิษร้ายและเอาอาวุธที่เหมาะสมติดมือไปด้วย

“ฉันยังอยากจะซ่อนตัวอยู่ในบรรพตเสี้ยววิญญาณและไม่อยากจะเปิดเผยตัวเองเร็วเกินไป การใช้ร่างแยกตรวจสอบถ้ำใต้ดินแทนคงเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า”

“ยิ่งไปกว่านั้นดาบพิษยังเป็นที่รู้กันดีว่าเชี่ยวชาญด้านการลอบสังหารระยะประชิด บวกกับสกิลปลอมแปลงขั้นสูงและชุดเซ็ตพิษร้ายด้วยแล้วการลอบเร้นก็ยิ่งทำได้ง่ายขึ้น หมอนี่เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับสถานที่ที่มีสภาพแวดล้อมมืดมิดอย่างถ้ำใต้ดินที่สุดแล้ว”

หลินเซวียนมองส่งดาบพิษเข้าไปในถ้ำใต้ดินและนั่งขัดสมาธิลงกลางวัดร้างแห่งนี้

จากนั้นเขาก็เปลี่ยนไปดูมุมมองของดาบพิษแทน

ด้วยสกิลปลอมแปลงขั้นสูง ชุดเซ็ตพิษร้ายและแหวนนักฆ่าทำให้ดาบพิษคล้ายกับค้างคาวในยามราตรี เขาสามารถหลบหนีได้อย่างง่ายดายภายในถ้ำใต้ดินอันมืดมิดโดยไม่ทำให้เกิดความปั่นป่วนใดๆ

ระหว่างทางภายในถ้ำใต้ดิน ดาบพิษพบกับนักสู้เป็นจำนวนมากที่กำลังออกค้นหารังไหมศิลา อย่างไรก็ตามภายใต้การควบคุมของหลินเซวียนนั้น ดาบพิษไม่ได้ทำให้คนอื่นๆแตกตื่นแต่อย่างใดและยังคงมุ่งหน้าลงไปลึกขึ้นเรื่อยๆอย่างเงียบเชียบ

หลังจากลงมาได้ราวๆ300เมตร จำนวนของนักสู้ที่มาเก็บรังไหมศิลาก็ลดลงอย่างมหาศาล

ดาบพิษเดินไปได้อีกเพียงไม่กี่ก้าวก็พบกับร่างของนักสู้คนหนึ่งล้มอยู่บนพื้น ใบหน้าของเขามีสีม่วงเข้มและร่างกายแข็งเกร็ง

หลินเซวียนกวาดตามองและพบว่าคนผู้นี้น่าจะถูกกัดและฉีดพิษเข้าสู่ร่างกาย ยิ่งไปกว่านั้นหากดูจากบาดแผลแล้วน่าจะถูกรุมโจมตีมาด้วย ไม่อย่างนั้นคงไม่ตายโดยปราศจากร่องรอยการต่อสู้เช่นนี้แน่

“เดี๋ยวนะ...ไอเทมบนร่างกายของหมอนี่มันควรจะดรอปออกมาหลังจากที่ตายไปสิ ทำไมถึงไม่เห็นมีเลย?” หลินเซวียนพลันสังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่ค่อนข้างซีเรียส

“อย่าบอกนะว่าถูกนักสู้ด้วยกันสังหาร? มีโอกาสเป็นไปได้สูงมากที่น่าจะถูกสังหารโดยนักสู้ชาวอินเดีย ยังไงซะนักสู้ชาวอินเดียก็เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงอสูร เป็นไปได้สูงมากที่พวกนั้นจะมีงูพิษ ผึ้งพิษและอสูรพิษชนิดอื่นอยู่ด้วย”

หลินเซวียนหรี่ตาและก็ยิ่งมั่นใจในการคาดเดาของตัวเองมากขึ้น

จำนวนของนักสู้ชาวอินเดียที่ซ่อนตัวอยู่ในถ้ำใต้ดินนี้ดูแล้วคงไม่ใช่จำนวนน้อยๆ

คนเหล่านี้น่าจะลอบเข้ามาในบรรพตเสี้ยววิญญาณอย่างเงียบเชียบโดยการใช้ไอเทมที่ดาทเคยใช้!

หลินเซวียนควบคุมให้ดาบพิษเดินหน้าต่อ

400เมตร 500เมตร 600เมตร...

เขาเดินมาจนถึงความลึกที่800เมตร

อุณหภูมิบริเวณนี้ลดลงอย่างน่าใจหายและอากาศเองก็อบอวลไปด้วยความชื้นและกลิ่นอายหนาวเย็น

สภาพแวดล้อมที่นี่เองก็ทั้งมืดและเงียบสงัด ที่นี่ปราศจากเสียงใดๆและมีเพียงเสียงน้ำใต้ดินหยดลงมาเป็นระยะๆเท่านั้นทำให้ดูน่าหวาดกลัวเป็นพิเศษ

ดาบพิษเดินต่ออย่างเงียบๆ ด้วยค่าความว่องไวถึง260แต้มและค่าการคงอยู่ที่น้อยมากจนแทบจะจับสัมผัสไม่ได้ทำให้การย่างก้าวของเขาไม่เกิดซุ่มเสียงใดๆ

ในความลึกระดับนี้ หลังจากเดินต่อไปได้ไม่กี่ก้าวเขาก็พลันพบเข้ากับหลุมลึกแห่งหนึ่ง ในหลุมนั้นมีเสียงอื้ออึงดังขึ้นมาราวกับมีอะไรบางอย่างจำนวนไม่น้อยดิ้นไปดิ้นมาอยู่ด้านล่าง

ดาบพิษหยิบไฟแช็กออกมาและมองลงไปด้านล่างด้วยความช่วยเหลือจากแสงไฟ พริบตาที่เห็นนั้นหนังหัวของเขาก็พลันชาหนึบ

ภายในหลุมลึกนี้เต็มไปด้วยแมลงอย่างหนอนดินจำนวนมาก อย่างไรก็ตามพวกมันนั้นมีขนาดตัวใหญ่กว่าหนอนดินทั่วไป กระทั่งส่วนหัวเองก็ยังมีขนาดเท่ากำปั้น ขนาดโดยรวมแล้วราวๆสองถึงสามเมตรเห็นจะได้

สิ่งที่น่าสะพรึงยิ่งกดว่าก็คือพวกแมลงเหล่านี้มันพากันอ้าปากกว้างเผยให้เห็นคมเขี้ยวแหลมคมสาดแสงเย็นเยียบภายใต้แสงไฟ

หลินเซวียนรีบควบคุมร่างของดาบพิษให้หลีกเลี่ยงในทันที

ห่าอะไรเนี่ย? นี่มันบ้าบอเกินไปหน่อยแล้ว

ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้จู่ๆเขาก็พลันได้ยินเสียงฝีเท้าเบาๆดังขึ้นไม่ไกลนัก

หัวใจของหลินเซวียนเต้นไม่เป็นส่ำ

เขาเจออีกฝ่ายแล้ว!

ดาบพิษเร้นกายเข้าไปในความมืดราวกับผีสางและลอบสังเกตเห็นว่ามีเงาร่างสองร่างกำลังเดินมา

คนทั้งสองนี้คอยคุ้มกันบริเวณปากถ้ำเอาไว้ พวกนั้นเดินกลับไปกลับมาราวกับกำลังลาดตระเวน

ขณะที่ลาดตระเวนอยู่นั้นคนทั้งสองก็พึมพำเสียงเบาๆออกมา บางทีอาจจะคุยเรื่องขำขันกันอยู่ก็เป็นได้

หลินเซวียนยกมือขึ้นเกาหัว “แมร่ง...ไม่เข้าใจภาษาอินเดียโว้ย”

เดิมทีเขาคิดอยากจะเรียนรู้ภาษาอินเดียซักหน่อย

ความสามารถในการเรียนรู้ภาษานั้นขึ้นอยู่กับค่าพลังจิตของคนนั้นๆ

ถ้าค่าพลังจิตส฿งพอ ความทรงจำและความสามารถในการเรียนรู้ก็จะแข็งแกร่งตามไปด้วย

ด้วยค่าพลังจิตของเขาไม่ยากเลยที่จะเชี่ยวชาญภาษาได้ซักภาษาในเวลาสั้นๆ อย่างน้อยที่สุดก็แตะระดับที่สามารถเข้าใจคำพูดได้แม้จะเขียนไม่ได้ก็ตามที

อย่างไรก็ตามเมื่อเขาลองถามเย่อู่ชิวดูกลับต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าอินเดียนั้นกลับไม่มีภาษาอย่างเป็นทางการ

หรืออาจจะบอกว่าพวกเขามีภาษาที่ใช้เยอะเกินไปดังนั้นจึงไม่มีภาษาเฉพาะตัวที่แท้จริง

ชาวอินเดียเหล่านี้ใช้ภาษาอังกฤษได้เช่นกันหากแต่ชาวอินเดียเมื่อคุยกันเองกลับไม่ใช่ภาษาอังกฤษ กลับกันพวกเขาดันใช้ภาษาของตัวเองเสียอย่างนั้น

หลินเซวียนจึงทำได้เพียงทิ้งไอเดียในการเรียนรู้ภาษาอินเดียไป

นอกจากนี้เขายังสังเกตเห็นด้วยว่าหนึ่งในสองคนนั้นมีงูสีเขียวพันรอบแขนเอาไว้

“นักสู้ที่เราเจอเมื่อกี้น่าจะถูกงูตัวจ้อยนี่แหละสังหาร”

“จัดการกับพวกมันยังไงดีนะ?” หลินเซวียนเริ่มคิด

นักสู้ชาวอินเดียทั้งสองคนนี้ไม่ได้ระวังตัวนัก รอบๆนี้เองก็ไม่ได้มีนักสู้ชาวอินเดียคนอื่นอยู่อีก เห็นได้ชัดเลยว่ามีแค่พวกมันที่มีลาดตระเวนแถวนี้

คนทั้งสองเองก็ไม่ได้แข็งแกร่งนักเป็นเพียงเลเวล2ขอบเขตที่7เท่านั้น

ด้วยความสามารถของดาบพิษเขาสามารถสังหารคนทั้งคู่ได้ในเวลาอันสั้น

หลินเซวียนเดินอ้อมคนทั้งสองไปและไม่นานนักก็ได้ยินเสียงฝีเท้าจำนวนมากดังมาจากทางด้านหน้า

เขาฟังอย่างตั้งใจและคาดเดาจำนวนของนักสู้คร่าวๆ

เห็นได้ชัดเลยว่านี่คือรังของพวกนักสู้ชาวอินเดีย!

มีนักสู้ชาวอินเดียซ่อนตัวอยู่อย่างน้อย30คน!

หลังจากคิดเพียงชั่วครู่หลินเซวียนก็บังเกิดไอเดียขึ้นมา!

วิญญาณไง!

วิญญาณจำนวนมากรวมตัวกันอยู่ที่ส่วนลึกสุดของที่นี่

ถ้าเขาล่อพวกวิญญาณมาที่นี่ก็น่าจะทำให้พวกนักสู้ของอินเดียสูญเสียกันไม่น้อยในระยะเวลาสั้นๆ!

ยิ่งไปกว่านั้นชาวอินเดียพวกนี้ยังทำได้เพียงกล้ำกลืนความโกรธเพียงเท่านั้น

ทั้งนี้ก็เพราะสิ่งที่เข้าโจมตีพวกมันไม่ใช่มนุษย์แต่เป็นวิญญาณ!

“แต่จะล่อวิญญาณมายังไงล่ะ? คนเป็นไง!”

หลินเซวียนนึกถึงลักษณะนิสัยของพวกวิญญาณขึ้นมา...วิญญาณนั้นจะถูกดึงดูดได้โดยกลิ่นของมนุษย์

โคโลนี่หมายเลข3นั้นมีคนรวมกันถึง7000คน ต่อให้วิญญาณอาศัยอยู่ในถ้ำใต้ดินที่อยู่ห่างไกลพวกมันก็ยังบุกไปตามสัญชาตญาณ

แล้วนักสู้ชาวอินเดียพวกนี้มั่นใจได้ไงว่าพวกมันที่อยู่ใกล้เพียงนี้จะไม่ถูกพวกวิญญาณโจมตี?

พวกมันมีไอเทมพิเศษอะไร?

หลินเซวียนตัดสินใจได้ในทันที

ในบรรดานักสู้ชาวอินเดียทั้งสองคนที่ลาดตระเวนอยู่นั้น เขาจะสังหารหนึ่งและจับเป็นหนึ่ง

ไม่นานนักดาบพิษก็ตรงเข้าหาอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วและรอคอยอย่างเงียบเชียบอยู่ในความมืด

เขามีเวลาให้ทิ้งขว้างเยอะอยู่แล้วแต่นักสู้ชาวอินเดียทั้งสองคนที่ลาดตระเวนกันมาตลอดนั้นเห็นได้ชัดเลยว่าเริ่มเหนื่อยอ่อนแล้ว

แล้วก็เป็นดังคาด หนึ่งในนักสู้ดูเหมือนจะเหนื่อยจากการลาดตระเวน เขาเหยียดแข้งเหยียดขาและมองหาก้อนหินก้อนหนึ่งก่อนจะนั่งลงเล่นกับงูเขียวตัวน้อยที่พันอยู่รอบแขน

นักสู้อีกคนเองก็ตรงไปยังมุมกำแพงเพื่อจะปล่อยน้ำเสียออกจากร่างกาย หลินเซวียนจึงทราบทันทีว่าโอกาสของเขามาถึงแล้ว!

ดาบพิษปรากฏตัวขึ้นข้างหลังของเขาราวกับผีร้าย

เขาปิดปากของอีกฝ่ายเอาไว้ด้วยมือข้างซ้ายและตัดคอของอีกฝ่ายด้วยมือข้างขวา

ความสามารถของชุดเซ็ตพิษร้ายทำงาน!

ความเสียหายจากการโจมตีระยะประชิด+40% , ความเร็วในการโจมตีระยะประชิด+45% , ความเสียหายจากการโจมตีด้วยพิษ+30%!

ความสามารถของราชันย์อสูรพิษทำงาน!

ความเสียหายจากพิษ+15%! หลังจากเปิดใช้งาน ความเสียหายจากพิษ+25%!

ความสามารถของเซ็ตรูนคนดาบรวมเป็นหนึ่งทำงาน

ความเสียหายจากดาบ+30%!

โจมตีจากทางด้านหลังทำให้เกิดความผลของความสามารถลอบโจมตี! ความเสียหายจากการโจมตีคริติคอล+300%!

คริติคอล!

คริติคอล!

นักสู้ชาวอินเดียถูกสังหารในชั่วพริบตาโดยไม่มีโอกาสแม้แต่จะส่งเสียงออกมา

หลังจากสังหารอีกฝ่ายดาบพิษก็กระโจนเข้าใส่นักสู้ชาวอินเดียอีกคนหนึ่ง

นักสู้ชาวอินเดียคนนี้ยังคงก้มหน้าเล่นกับงูเขียวตัวน้อยอยู่เช่นเดิมโดยไม่ได้รับรู้ถึงจิตสังหารที่มาจากทางด้านหลังเลยแม้แต่น้อย

งูเขียวตัวน้อยตอบสนองได้เร็วกว่าและกระโจนเข้ากัดดาบพิษในทันที

หากแต่พิษส่วนใหญ่ของมันนั้นกลับถูกค่าต้านทานพิษอันสูงล้ำของดาบพิษกดเอาไว้

อย่าได้ลืมเชียวว่าร่างแยกทุกร่างที่สร้างขึ้นมาโดยสกิลร่างแยกขั้นสูงนั้นสืบทอดความสามารถ100%จากร่างหลัก!

รวมไปถึงค่าสถานะ สกิล อาชีพและอื่นๆด้วย

ร่างแยกของดาบพิษแม้จะสวมใส่อุปกรณ์ที่เหมาะแก่การลุยและการล่าในถ้ำใต้ดินแต่ในความเป็นจริงแล้วตัวเขาเองก็มีค่าต้านทานพิษที่สูงมากเช่นกัน

งูเขียวตัวน้อยชะงักไปทันทีที่กัดดาบพิษ

มันมึนงงยิ่งนัก

ไม่ใช่ว่าอีกฝ่ายควรจะล้มลงไปในสามวินาทีหรอ?

ทำไมคนผู้นี้ถึงทำราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นล่ะ?

พริบตาต่อมาดาบพิษก็ปิดจมูกของชาวอินเดียผู้นี้เอาไว้ด้วยมือซ้ายและพาดดาบสั้นของเขาเอาไว้บนลำคอของอีกฝ่าย

งูเขียวตัวน้อยถูกดาบของเขาตัดออกเป็นสองส่วนและโยนใส่มิติส่วนตัวก่อนที่มันจะตกลงถึงพื้นด้วยซ้ำ

จากนั้นดาบพิษก็แบกร่างของชาวอินเดียทั้งสองคนเอาไว้ด้วยมือแต่ละข้างและตรงไปยังบ่อลึก

ชาวอินเดียที่ยังไม่ตายตกตะลึงยิ่งนัก

พวกเขาแต่ละคนนั้นอย่างน้อยก็ต้องหนักกันละคน100กิโลเนื่องจากเป็นชายร่างกำยำทั้งคู่

ในเมื่อเจ้าคนผู้นี้เชี่ยวชาญด้านการลอบสังหารขนาดนี้ไม่ใช่ว่าควรจะเด่นด่านความว่องไวรึไง?

แล้วทำไมถึงได้แบกคนสองคนได้ง่ายดายนัก!?

อย่าบนอกะว่านักสู้ของกองพลก่อสร้างทุกคนยอดเยี่ยมเช่นนี้กันทุกคน?!

ภายใต้สายตาของนักสู้ชาวอินเดีย ศพของนักสู้อีกคนหนึ่งถูกดาบพิษโยนลงไปในหลุมลึก

ไม่นานนักเสียงเคี้ยวเนื้อก็ดังขึ้นมาให้ได้ยิน

ดวงตาของนักสู้ชาวอินเดียที่ยังไม่ตายเบิกกว้าง

ราวกับเขาไม่รู้เลยว่าถ้ำใต้ดินนี้มีอสูรที่น่าสะพรึงเช่นนี้อยู่ด้วย

ดาบพิษชี้ไปที่เขาและจากนั้นก็ชี้ไปที่หลุมลึก

สิ่งที่เขาต้องการจะสื่อนั้นชัดเจนยิ่ง

นักสู้ชาวอินเดียพยักหน้ารัวๆด้วยความกลัวว่าคนลึกลับผู้นี้จะโยนเขาลงไป

หลินเซวียนเองก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ เขาแบกร่างของชาวอินเดียผู้นี้ขึ้นมาอีกครั้งและวิ่งลงไปลึกขึ้นเรื่อยๆ

สีหน้าของชาวอินเดียยิ่งมาก็ยิ่งค่อยๆแสดงความหวาดกลัวออกมา

ลึกลงไปมากกว่านี้มันเป็นจุดที่พวกวิญญาณรวมตัวกันอยู่

คนลึกลับผู้นี้คิดจะทำอะไรกันแน่?