ตอนที่ 99

กำแพงทิศใต้ของเมืองหลงไห่

ระเบิดเพลิงซึ่งเป็นร่างแยกของหลินเซวียนกำลังจ้องมองเข้าไปในความมืดมิดสุดสายตา

หลังจากทำความคุ้นเคยกับมุมมองของร่างอวตารหลายร่างเข้าบ่อยๆหลินเซวียนก็เริ่มจะชิ้นชาแล้ว เขาไม่ได้รับผลกระทบจากมุมมองของร่างอวตารอื่นๆอีกต่อไป

ยิ่งไปกว่านั้นเนื่องจากตอนกลางวันเขาพักผ่อนมาเยอะเขาจึงไม่ง่วงเลยแม้แต่น้อย กลับกันเขากลับเต็มไปด้วยพลังเสียด้วยซ้ำ

ในเวลานี้เองจู่ๆเขาก็พลันสังเกตเห็นว่ามีใครบางคนได้ลอบเข้ามาจนถึงฐานของกำแพงเมืองผ่านทางสกิลตรวจจับระดับสูง

ระเบิดเพลิงชะงักไปเล็กน้อยและร่างหลักของหลินเซวียนที่อยู่กำแพงทิศเหนือเองก็ชะงักไปเช่นกัน

เขาเพ่งมองดูอีกครั้งแล้วก็ต้องประหลาดใจเมื่อเห็นว่ามีกลุ่มคนลอบเข้ามาในยามค่ำคืน

“ผู้บุกรุกในที่สุดก็โผล่กันมาแล้ว นี่คิดจะลอบโจมตีฉันกลางค่ำกลางคืนใช่ไหมเนี่ย?” หลินเซวียนแค่นเสียงเยาะ

ระเบิดเพลิงยังคงสงบแต่ลับหลังนั้นเขาก็ลอบตระเตรียมสกิลเอาไว้ ตอนนี้เขาสามารถปล่อยระเบิดเพลิงได้ตลอดเวลา

ในเวลาเดียวกัน หัวหน้าองค์กรทุ่งราบมหาสวรรค์และคนอื่นๆก็ได้ลอบมาจนถึงกำแพงทิศใต้แล้ว

หัวหน้าองค์กรกระซิบแผ่วเบา “พวกนายสองคนลงมือพร้อมกัน ขอให้จัดการเจ้าหมอนั่นให้ได้ในการโจมตีเดียวอย่าปล่อยให้อีกฝ่ายได้มีโอกาสตอบโต้”

คิลเลอร์บีและอีวิลด็อกเตอร์ชะงักไปในคราแรกจากนั้นพวกเขาก็พยักหน้ารับคำด้วยท่าทีเคร่งขรึม

หยางเหว่ย โม่หยวนและจางเผิงเองก็ตกตะลึงกันเล็กน้อย

จัดการกับนักสู้ขอบเขตที่6คนหนึ่งกลับต้องให้นักสู้ขอบเขตที่7สองคนลงมือพร้อมกัน

ไม่ใช่ว่าหัวหน้าองค์กรของพวกเราระวังตัวเกินไปหน่อยหรอ?

อีวิลด็อกเตอร์เองก็สังเกตเห็นสีหน้าของพวกเขาจึงเอ่ยออกมาอย่างเคร่งขรึมด้วยภาษาญี่ปุ่น “สิงโตจับกระต่ายก็ต้องทุ่มสุดกำลัง ถึงแม้จะไม่คิดว่านักสู้ขอบเขตที่6จะต้านทานนักสู้ขอบเขตที่7ได้ก็เถอะ”

หัวหน้าองค์กรพยักหน้าอย่างเบาใจ “นักสู้ขอบเขตที่6ยังไงก็ต้องพ่ายแพ้อย่างหมดท่าหากเผชิญหน้ากับนักสู้ขอบเขตที่7แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าอีกฝ่ายจะโดนสังหารในทันที ถ้าระเบิดเพลิงมีอะไรบางอย่างที่สามารถช่วยชีวิตเก็บเอาไว้หรือพยายามส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือออกไปพวกเราจะซวยฉกันหมดนี่”

“ถ้าเราสามารถลงมือปลิดชีวิตระเบิดเพลิงและโล่วิญญาณทีละคนๆได้อย่างเงียบๆจะดีกว่า อย่าให้ความจองหองและความพึงพอใจส่วนตนทำให้ต้องถูกเผยตัวจนถึงไม่มีทางเลือกได้แต่ต้องปะทะซึ่งๆหน้าเลยดีกว่า...ไม่คิดว่าแบบนี้ฉลาดกว่างั้นรึ?”

หยางเหว่ยและอีกสองคนพยักหน้ารับ

พวกเขารู้สึกประหลาดใจกับความระมัดระวังของหัวหน้าองค์กรยิ่งนัก

ไม่แปลกใจเลยที่หัวหน้าของพวกเขาพานักสู้ขอบเขตที่7มาด้วยถึงสองคนฃ

ดูแล้วโล่วิญญาณกับระเบิดเพลิงคงจบสิ้นเป็นแน่!

คิลเลอร์บีและอีวิลด็อกเตอร์ปีนขึ้นไปบนกำแพงและลอบขึ้นไปอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ

อีวิลด็อกเตอร์คือคนแรกที่ลงมือโจมตี มือทั้งอสงข้างของเขากระชับท่อเป่าเอาไว้แน่นและพลันจับมันขึ้นมาจ่อปากและเป่าออกไป เข็มเรียวเล็กสามเข็มบินพุ่งเข้าใส่ผิวหนังของระเบิดเพลิงอย่างรวดเร็ว

นี่คืออาวุธเกรดสีทองที่เขาได้มาหลังจากฟาร์มมาเป็นเวลานาน เจ้าสิ่งนี้เมื่อผ่านไปซักระยะหนึ่งมันจะสร้างเข็มเล็กขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติ

เข็มเล็กนั้นมีอยู่ทั้งหมดสามประเภท : เข็มสำหรับสร้างความเสียหาย , เข็มรักษาและเข็มยาชา

เข็มทั้งสามที่เขาพึ่งจะเป่าออกไปนั้นล้วนเป็นเข็มยาชาทั้งสิ้น

ตราบใดที่อีกฝ่ายไม่ใช่ตัวแทงค์ระดับปิศาจที่มีค่าความอดทนมากกว่า400แต้มก็ย่อมต้องติดสถานะเหน็บชาและหมดแรงในที่สุด

ระเบิดเพลิงนั้นชัดเจนว่าเป็นจอมเวทย์ที่เน้นทางด้านค่าพลังจิต การระเบิดดาเมจของระเบิดเพลิงนั้นจะทำได้ดีที่สุดก็ต่อเมื่อมีโล่วิญญาณคอยคุ้มกะลาหัว

เมื่ออยู่ต่อหน้าเข็มยาชาทั้งสามเข็มอีกฝ่ายย่อมไร้ทางต่อต้าน!

เรื่องดูเหมือนจะเป็นไปตามที่เขาคาดการ

เข็มยาชาทั้งสามทิ่มลงบนแผ่นหลัง แขนและมือของระเบิดเพลิงอย่างแม่นยำ

ระเบิดเพลิงที่เดิมทีกำลังเดินตรวจสอบอยู่บนกำแพงทิศใต้ จู่ๆก็พลันติดสถานะเหน็บชาจนทำให้ร่างทั้งร่างอ่อนระทวยและล้มพับลงบนพื้น

กระบวนการทั้งหมดนั้นใช้เวลาไม่ถึงเสี้ยวลมหายใจ

อีวิลด็อปเตอร์เองก็เห็นตอนที่ระเบิดเพลิงล้มลงเช่นกัน อีกฝ่ายนั้นพยายามคลานไปหมายจะเปิดเสียงแจ้งเตือน

หากแต่ผลของเข็มยาชานั้นออกฤทธิ์ไปแล้ว แขนที่เขายื่นออกไปหล่นลงบนพื้นอย่างอ่อนแรง

หลังจากเข็มยาชาเข้าเป้า คิลเลอร์บีก็พุ่งเข้าไปอย่างรวดเร็ว

ร่างกายที่ทั้งเบาและยืดหยุ่นนั้นของเธอทำให้สามารถย่นระยะห่างมาปรากฏตัวด้านหน้าระเบิดเพลิงได้ในเสี้ยวพริบตา

นอกจากนิ้วก้อยแล้ว นิ่วที่เหลืออีกแปดนิ้วล้วนถูกเหยียดออกมาพร้อมกันและแทงตรงไปยังหน้าอกของระเบิดเพลิง

หากแต่จู่ๆคิลเลอร์บีกลับสังเกตเห็นแสงสว่างส่องออกมาจากหน้าอกของระเบิดเพลิงเข้าเสียก่อน

อุณภูมิร้อนจัดเข้าขั้นน่าสะพรึงก็ตามมาติดๆ

พริบตาต่อมา บอลเพลิงที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางกว่าเก้าเมตรก็พลันปรากฏออกมาและกลอบกลืนร่างของคิลเลอร์บีจนมิด

คิลเลอร์บีไม่มีเวลากระทั่งจะกรีดร้องออกมาด้วยซ้ำก็สลายกลายเป็นฝุ่นไปแล้วโดยระเบิดเพลิงที่เข้าขั้นน่าสะพรึงลูกนี้

อีวิลด็อกเตอร์อยู่ห่างจากคิลเลอร์บีไม่มากนัก เขาไม่คิดเลยว่าระเบิดเพลิงผู้ที่น่าจะติดสถานะเหน็บชากลับสามารถใช้สกิลระเบิดเพลิงออกมาสังหารคิลเลอร์บีไปได้

ตัวเขาเองก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ร่างของเขาถูกส่งปลิวกระเด็นออกไปกว่าสิบเมตรและร่างกายส่วนหน้าเองก็ถูกเผาไหม้หลาดจุดทำให้พลังชีวิตลดลงไปกว่าหนึ่งในสี่

เสียงระเบิดอย่างรุนแรงที่เกิดขึ้นกลางท้องฟ้ายามราตรีนั้นสอดส่องให้เห็นร่างของหัวหน้าองค์กรทุ่งราบมหาสวรรค์และคนอื่นๆที่อยู่ใต้กำแพง

เมืองหลงไห่ทั้งเมืองพลันตื่นจากการหลับใหล!

หัวหน้าองค์กร หยางเหว่ยและคนอื่นๆต่างยืนนิ่งโง่งม

เกิดห่าเหวอะไรขึ้น!?

เข็มยาชาของอีวิลด็อกเตอร์ไม่ได้ผลอย่างนั้นรึ?

ในเวลาเดียวกันร่างหลักของหลินเซวียนอย่างโล่วิญญาณเองก็ทำการเปิดใช้งานสกิลไลท์นิ่งสปีดตรงมายังกำแพงทิศใต้ในทันที

ทันทีที่เขามาถึงเขาก็ต้องประหลาดใจ

“เชี่ย..นี่ฉันพึ่งจะระเบิดนักสู้ขอบเขตที่7จนกลายเป็นฝุ่นในชั่วพริบตาเลยหรอเนี่ย..นี่ฉันแข็งแกร่งขนาดนั้นเชียว?!”

หลินเซวียนลองคาดเดาดู

ค่าสถานะที่สูงที่สุดของเขาตอนนี้คือค่าความอดทนที่สูงถึง442แต้ม จากคำอธิบายสกิลของอาชีพทรราชย์อย่าง ‘ค่าสถานะประทานพร’ นั่นก็หมายความว่าค่าพละกำลัง พลังจิตและความเร็วของเขาแต่ละอย่างนั้นจะเพิ่มขึ้นมาอีกถึงอย่างละ132แต้ม!

กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือค่าสถานะของเขาโดยรวมตอนนี้อยู่ที่ ความอดทน442 พละกำลัง257 พลังจิต267และความเร็ว257!

ค่าสถานะทั้งสามเหล่านี้อย่างใดอย่างหนึ่งล้วนเทียบได้เลยกับนักสู้ขอบเขตที่7ทั่วๆไป!

บวกกับความเสียหายเสริมจากธาตุไฟโดยชุดเซ็ตเพลิงปิศาจ สกิลความโกรธเกรี้ยวของราชันย์ปิศาจ ตำราเพลิงผลาญและโบนัสความเสียหายธาตุไฟอีกมากมายทำให้การโจมตีนี้ทรงพลังอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ บอลเพลิงที่สร้างขึ้นมาเองก็มีเส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่กว่า9เมตร!

ในทางกลับกัน การโจมตีของคิลเลอร์บีนั้นทั้งรวดเร็วและแฝงเอาไว้ด้วยพิษร้าย เห็นได้ชัดเลยว่าเจ้าหล่อนเป็นประเภทที่มุ่งเน้นไปทางด้านความเร็วและพลังจิต ร่างกายของเธอจึงค่อนข้างจะเปราะบาง

คิดได้ดังนี้แล้วก็ดูเหมือนว่าการที่เขาสังหารคิลเลอร์บีได้ในการโจมตีเดียวจะไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร

กระทั่งถึงตอนนี้หัวหน้าองค์กรก็ยังไม่ทราบเลยว่าคิลเลอร์บีเสียชีวิตแล้ว เขายกแขนขึ้นมาขยี้ตาอย่างรุนแรง ระเบิดเพลิงเมื่อครู่เจิดจ้าจนเกินไปและทำให้ตาของเขามีน้ำตาไหลออกมา

หัวใจของหยางเหว่ยเต้นไม่เป็นส่ำ “ถ้างั้นพวกเราจะทำไงดี? ถอยดีไหม?”

หัวหน้าองค์กรตบหน้าเขาไปหนึ่งที “ไร้สาระตอนนี้ไม่มีนักสู้ขอบเขตที่7เหลืออยู่ในเมืองหลงไห่แล้ว โจมตีไปเลย!”

แม้ว่าสปายทั้งหมดในเมืองหลงไห่จะถูกสังหารจนสิ้นแล้วแต่ก็ยังคงเหลือสปายอยู่ในเมืองเครนขาวและเมืองหยาง

สปายเหล่านั้นได้ส่งข้อความมาบอกกับเขาว่า จากคำสั่งของศูนย์หลักของกองพลก่อสร้างนั้นทำให้นักสู้ขอบเขตที่7ทุกคนต้องทำการเข้าไปสำรวจภูเขาอัสนีร่วงทำให้ในปัจจุบันนั้นเมืองหลงไห่ไม่หลงเหลือนักสู้ขอบเขตที่7อยู่อีก

ในเมื่อแผนเดิมไม่ได้ผลแล้วถ้างั้นก็ฝืนลงมือไปเลย!

ไม่ว่ายังไงฝั่งพวกเขาก็มีนักสู้ขอบเขตที่7ถึงสามคน แล้วยังจะต้องกลัวอะไรอีก?!

หยางเหว่ยที่ถึงแม้จะโดนตบแต่กลับตะโกนออกมาทันที “คุณอีวิลด็อปเตอร์รบกวนช่วยป้องกันตะขอของพวกเราที!”

คนทั้งสามไม่ได้ปราดเปรียวเหมือนคิลเลอร์บี พวกเขาทำได้เพียงนำตะขอที่เตรียมเอาไว้ออกมาจากอุปกรณ์เก็บของและยิงมันขึ้นไปเกาะกับกำแพงเมือง จากนั้นก็ค่อยปีนขึ้นไปพร้อมกับตะขอ

หัวหน้าองค์กรกระทืบเท้าลงบนฐานกำแพงและกระโดดสูงขึ้นไปกว่าสิบเมตร

ความเร็วเช่นนี้ทำให้หยางเหว่ยกับอีกสองคนอิจฉายิ่งนัก กระทั่งหุ่นเชิดของหัวหน้าองค์กรก็ยังทรงพลังขนาดนี้

หัวหน้าองค์กรที่พึ่งจะขึ้นมาถึงด้านบนกำแพงพลันหัวใจเต้นไม่เป็นส่ำ

สิ่งต่างๆดูเหมือนจะไม่เป็นไปตามที่เขาคาดคิด

เข็มยาชาของอีวิลด็อปเตอร์กลับทำให้ระเบิดเพลิงล้มไม่ได้

เดิมทีเขาคิดว่าระเบิดเพลิงน่าจะมีไอเทมช่วยชีวิตบางอย่างอยู่กับตัว เขาเดาว่าอีกฝ่ายน่าจะใช้สกิลระเบิดเพลิงฝืนโจมตีกลับใส่คิลเลอร์บีในช่วงเวลาชี้เป็นชี้ตายและได้รับบาดเจ็บสาหัสทั้งสองฝ่าย

แต่มาตอนนี้ระเบิดเพลิงกลับยังคงยืนอยู่ตรงนั้นอย่างสงบ

หากแต่ร่างของอีวิลด็อกเตอร์กลับนอนไหม้เกรียมห่างออกไปกว่าสิบเมตร

แล้ว...คิลเลอร์บีล่ะ?

คิลเลอร์บีหายไปไหน?

เมื่อหลินเซวียนเห็นหัวหน้าองค์กรทุ่งราบมหาสวรรค์เขาก็ตกตะลึงไปเช่นกัน

เชี่ย นักสู้ขอบเขตที่7อีกคนเรอะ?

เขาใช้สกิลตรวจสอบแล้วก็ต้องช็อคเมื่อพบว่าเขาสามารถเห็นข้อมูลของอีกฝ่ายได้เพียง5ส่วนเท่านั้น

ค่าสถานะที่สูงที่สุดและอาชีพเองก็มองไม่เห็น

“นักสู้ขอบเขตที่7ตั้งสามคนกลับลอบโจมตีฉันคนเดียว ตีค่าฉันเอาไว้สูงเลยนี่” หลินเซวียนเดาะลิ้นอย่างประหลาดใจ

สิบวินาทีต่อมาหยางเหว่ยและอีกสองคนที่ปีนตะขอขึ้นมาก็ขึ้นมาถึงกำแพงเมืองเช่นกัน

เมื่อเห็นคนเหล่านี้หลินเซวียนชะงักไปอีกครั้ง

พระเจ้าช่วย! พวกเอ็งสามตัวนี่เอง!

“อีวิลด็อกเตอร์เป็นยังไงบ้าง?” หัวหน้าองค์กรพยุงร่างของดีวิลด็อกเตอร์ให้ลุกขึ้นยืน

ดวงตาของอีวิลด็อกเตอร์สั่นสะท้านขณะชี้นิ้วสั่นๆไปที่พื้นที่ว่างเปล่าจุดหนึ่งและละล่ำละลักเอ่ยออกมา “คิล...คิลเลอร์บี...”

หัวหน้าองค์กรขมวดคิ้วและตบหน้าเขาไปหนึ่งที “ฉันบอกไปกี่ครั้งแล้วว่าห้ามกลัว ไม่ต้องพูดถึงอาการขวัญเสียเนื่องจากความกลัวแบบนี้เลย!”

หลังจากโดนตบอีวิลด็อกเตอร์จึงได้สติและกลับมากล่าววาจาได้แบบไม่ตะกุกตะกัก

“คิลเลอร์บีตายแล้วครับ!”

หัวหน้าองค์กรหมดคำจะพูด

ดวงตาของเขาสั่นสะท้าน “นายบอกว่าคิลเลอร์บี...ตายแล้ว?!”

ในน้ำเสียงของอีวิลด็อกเตอร์ยังคงแฝงไปด้วยความหวาดกลัว “ผมเห็นด้วยตาเลยว่าระเบิดเพลิงลูกนั้นกลืนร่างของคิลเลอร์บีไปจนหมด เธอไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้ใช้โพชั่นฟื้นฟูพลังชีวิตด้วยซ้ำครับ”

ในเวลาเดียวกันนี้เอง หยางเหว่ยและอีกสองคนเองก็เข้าล้อมระเบิดเพลิงเอาไว้แล้วจากทั้งสามทิศทางโดยกระชับอาวุธหันเข้าหาอีกฝ่าย

อาวุธเหล่านี้ล้วนเป็นเกรดสีทองทั้งสิ้นและเห็นของที่พวกเขาได้มาจากหัวหน้าองค์กร

นอกจากนี้พวกเขายังทำการฝังเซ็ตรูนที่เหมาะสมให้กับพวกมันอีกด้วย

ต้องบอกเลยว่าความมั่นใจของพวกเขาในตอนนี้สูงทะลุฟ้ามาก

ระเบิดเพลิงเป็นเพียงนักสู้ขอบเขตที่6และจำต้องได้รับการคุ้มครองจากตัวแทงค์ถึงจะระเบิดความเสียหายออกมาได้สูงสุด

อย่างไรก็ตามตอนนี้พวกเขาทั้งสามคนล้อมระเบิดเพลิงเอาไว้แล้ว ระเบิดเพลิงตอนนี้ก็ไม่ต่างอะไรไปจากเต่าในไหนั่นแหละ!

เมื่อคิดว่าจะได้สังหารนักสู้ที่ทรงพลังอย่างระเบิดเพลิงผู้นี้ หยางเหว่ยและอีกสองคนก็พากันตื่นเต้นขึ้นมา

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้พวกเขาเคยถูกระเบิดเพลิงเพียงคนเดียวขวางเอาไว้ด้านนอกกำแพงเมืองเครนขาว!

ตอนนี้พวกเขาอยากจะเอาคืนความอับอายในครั้งนั้น!

หัวหน้าองค์กรหันไปและคิดจะเตือนหยางเหว่ยกับพวกแต่เมื่อเขาหันไปกลับพบว่าหยางเหว่ยกับพวกนั้นพุ่งเข้าใส่ระเบิดเพลิงไปแล้ว

หัวหน้าองค์กรมองตามและพลันเห็นบอลเพลิงขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางกว่าเก้าเมตรค่อยๆลอยขึ้นมาจากฝ่ามือของระเบิดเพลิงอย่างช้าๆ

บอลเพลิงลูกนี้ดูราวกับดวงอาทิตย์ยามราตรีที่ส่องแสงเจิดจ้าก็ไม่ปาน!

หยางเหว่ยและพวกเองก็ตกตะลึงเช่นกัน

เมื่อตอนที่พวกเขาอยู่ใต้ฐานกำแพงพวกเขาไม่ได้มีโอกาสเผชิญหน้ากับบอลเพลิงยักษ์ลูกนี้ด้วยตัวเองจึงไม่รู้สึกอะไร พวกเขาคิดเพียงว่าระเบิดเพลิงนั้นใช้ไอเทมช่วยชีวิตบางอย่างก็เท่านั้น

มาตอนนี้เมื่อต้องเผชิญหน้ากับบอลเพลิงขนาดมหึมาตรงๆพวกเขาจึงได้รู้แล้วว่าสิ่งที่เรียกว่าแรงกดดันน่าสะพรึงนั้นเป็นเช่นไร

“รีบหยิบโพชั่นออกมาเร็ว!”

การกระทำของหยางเหว่ยและพวกเป็นระเบียบจนน่าตกใจ พวกเขาเร่งนำโพชั่นฟื้นฟูพลังชีวิตขวดใหญ่ออกมาจากอุปกรณ์เก็บของและกำลังจะเทมันราดลงไปในปาก

หากแต่เมื่อพวกเขาหยิบโพชั่นออกมาระเบิดเพลิงก็ได้มาจ่อหน้าพวกเขาแล้ว

แสงสว่างเจิดจ้ากลอบกลืนทุกสรรพสิ่งบนกำแพงเมืองไปจนสิ้น

โดยเฉพาะตัวระเบิดเพลิงเองที่ยืนอยู่ตรงจุดศูนย์กลางของสกิลระเบิดเพลิง

ตูม!

ร่างไหม้เกรียมสามร่างปลิวกระเด็นตกลงไปยังเมืองหลงไห่

บังเอิญเหลือเกินที่ร่างทั้งสามนั้นหล่นลงมาใต้เท้าของซูซวน ลู่หลัว เหวินเซี่ยงและคนอื่นๆพอดี

“อะไรวะเนี่ย?”

เหวินเซี่ยงชะงักค้าง

แม้ว่าใบหน้าของทั้งสามจะไหม้เกรียมและตายจนไม่รู้จะตายยังไงแล้วแต่พวกเขากลับรู้สึกคุ้นเคยอยู่บ้าง

ลู่หลัวเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ฉันจำเจ้าหมอนี่ได้ เจ้าหมอนี่เห็นได้ชัดเลยว่าคือหยางเหว่ยจากองค์กรเจอร์มินอล”

เหวินเซี่ยงกล่าวออกมาด้วยความประหลาดใจ “หยางเหว่ยกับพวกมันเตร่อยู่ในแดนร้างไม่ใช่หรอ? ทำไมถึงพากันมาที่เมืองหลงไห่?”

ซูซวนมึนงงยิ่งนัก “ขุมกำลังที่เหลือรอดขององค์กรเจอร์มินอลงั้นหรอ? ฉันเกรงว่าเรื่องนี้น่าจะมีหลายคนมีเอี่ยวด้วยแน่ๆ”

หลังจากเรียกนักสู้มาจัดการกับซากไหม้เกรียมทั้งสาม พวกเขาสามคนก็รีบวิ่งตรงไปยังกำแพงทันที

โล่วิญญาณเองก็ตามไปติดๆราวกับเงาสีดำและมาถึงอย่างรวดเร็ว